บทที่ 20
บทที่ 20 กลางฝูงชาวบ้านมากมายที่ยืนล้อมอยู่เป็นวงกลม บุรุษทั้งสองได้ยืนเผชิญหน้ากันกลางวงล้อมของชาวบ้านมากมาย บุรุษชุดขาวพยายามหรี่ตาของตนลงเพื่อพยายามสังเกตุร่างกายของอีกฝ่าย แม้อีกฝ่ายจะกล่าวชื่อของตนออกมาแล้วแต่ถึงอย่างไร้เสียเขานั้นก็ไม่รู้จักกับบุรุษผู้นีัมาก่อน “ เจ้าเป็นชาวบ้านของหมู่บ้านแห่งนี้งั้นหรือ ” หยางหลงนั้นเอ่ยถามหลังจากที่พยายามจ้องมองอีกฝ่ายอยู่สักพัก “ ถูกต้องข้าเกิดและโตที่นี่เมื่อประมาณห้าปีก่อนตอนข้านั้นวัยสิบแปดปีข้าออกจากหมู่บ้านแห่งนี้ไปเพื่อเดินทางฝึกฝนวิชา เพื่อหวังว่าวันหนึ่งข้าจะกลับมาพัฒนาหมู่บ้านแห่งนี้ ” บุรุษผู้นั้นทำให้หยางหลงรู้สึกประหลาดใจที่อีกฝ่ายนั้นยอมเหล่าทุกอย่างเกี่ยวกับตนเองออกมาหมดอย่างง่ายดายเช่นนี้ เพียงครู่เดียวหยางหลงก็รู้ได้ว่าบุรุษผู้นี้มีใช้ชาวบ้านธรรมดา เขานั้นมีทั้งพลังและความรู้ทั้งมากกว่าผู้อื่น หยางหลงคงจะใช้การจราจรอย่างทั่วไปกับบุรุษผู้นี้คงไม่ได้ “ เจ้าบอกว่าเมื่อข้าเข้ามาแล้วจะทำให้หมู่บ้านแห่งนี้แย่งั้นหรือ... ” หยางหลงนั้นเริ่มจราจรด้วยท่าทางสงบนิ่ง “ ใช่!!! ” อีกฝ่ายตอบกลับอย่างเสียงดังฟังชัด “ งั้นเจ้าช่วยอธิบายคำพูดของเจ้าให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่ว่าข้านั้นจะเข้ามาทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ย้ำแย่ลงเช่นไร ” “ ได้!!! คนร่ำรวยอย่างเช่นพวกเจ้าคงจะเข้ามาสถานที่แห่งนี้เพื่อหาผลประโยชน์ ไม่พ้นเรื่องการยึดพืชผลของชาวบ้าน พวกขุนนางหวังจะกดขี่พวกชาวบ้านอยู่แล้วเมื่อมีโอกาสเจ้าคงจะไม่ต่างกัน ” บุรุษผู้นี้พูดจาฉะฉานผิดจากคนทั่วไป แต่ในสายตาของหยางหลงแล้วเขานั้นก็มีความรู้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หยางหลงนั้นได้ยืนมองอีกฝ่ายอย่างสงบนิ่ง เขานั้นพยายามใช้หูของตนตั้งใจฟังเพื่อไม่ให้พลาดประโยคต่างๆไปแม้เพียงนิด ถึงเช่นนั้นเมื่อนำคำกล่าวของบุรุษผู้นี้มาเปรียบเทียบกับคำพูดของนักธุรกิจในยุคที่เขานั้นจากมา คำพูดของบุรุษผู้นี้ยังขาดความเฉียบคมอยู่อีกมาก “ ถ้าเช่นนั้นเจ้าช่วยหาสิ่งมายืนยันได้หรือไม่ว่าข้านั้นจะทำเช่นที่เจ้าพูดจริงๆ ” หยางหลงโต้กลับหลังจากที่ยืนฟังมานาน คำพูดของหยางหลงนั้นถึงบุรุษที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเขานั้นถึงกับผงะถอยไปหนึ่งก้าว คำพูดที่จะกล่าวว่าหยางหลงนั้นจะหาผลประโยชน์จากหมู่บ้านแห่งนี้ แต่นั้นมันก็เป็นเพียงคำพูดลอยๆไม่มีหลักฐานอะไรที่สามารถทำให้คำพูดลอยๆนั้นดูน่าเชื่อถือขึ้นได้เลย เมื่ออีกฝ่ายกำลังอยู่ในท่าทางตื่นตระหนกมันก็เป็นโอกาสจะโจมตีซ้ำอีกครั้งของหยางหลง “ เจ้าไม่มีหลักฐานอันใดเลยว่าข้าจะทำอย่างที่เจ้าพูด ถ้าข้านั้นบอกว่าจะทำให้หมู่บ้านแห่งนี้มีทุกอย่าง ข้าจะหาหาเงินให้กับชาวบ้านทำหมู่บ้านแห่งนี้จะไม่อดยากเรื่องอาหารอีกเลย เจ้าจะเชื่อข้าหรือเปล่า ” “ ไม่มีทาง!!! ” อีกฝ่ายนั้นสวนกลับอย่างทันควัน หยางหยงยังคงเงียบเขานั้นได้ก้าวเท้าของตนเองเดินหน้าไปทีละก้าวอย่างช้า จนกระทั่งเขานั้นหยุดลงตรงหน้าของอีกฝ่าย หยางหลงได้ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของบุรุษผู้นั้น ดวงตาอันเฉียบคมของหยางหลงนั้นได้มองลึกเข้าไปภายในดวงตาของกุ้ยตาน แววตาอันเฉียบคมของหยางหลงนั้นทำให้ร่างกายของกุ้ยตานนั้นกำลังสั่น “ ข้าสามารถทำมันได้จริงๆเหตุใดเจ้าจึงไม่เชื่อข้าละ ” หยางหลงนั้นเอ่ยในขนาดที่ใบหน้าของเขานั้นกำลังยื่นเข้าไปใกล้ๆใบหน้าของอีกฝ่าย ภายในใจของกุ้ยตานนั้นกำลังสั่นรัวมันคือความตื่นเต้น เขานั้นไม่รู้ว่าทำไมคำพูดของบุรุษผู้นี้มันดูมีพลังเช่นนี้ และยังแววตาอันเฉียบคมของเขาอีกที่เมื่อเขาจ้องมองไปที่แววตาคู่นั้นมันราวกับจะถูกกลืนกินไปทั่วตัว บุรุษวัยฉกรรจ์ที่กำลังถูกไล่ต้อนจนกำลังจะจนมุม ภายในสมองของเขานั้นบัดนี้กำลังว่างเปล่าเมื่อถูกแววตาอันเฉียบคมคู่นั้นจ้องมองเข้ามาภายในดวงตา เสียงลมหายใจของบุรุษที่อยู่เบื้องหน้าของหยางหลงนั้นได้รุนแรงขึ้น อาจจะเพราะว่าเขานั้นกำลังใจตื่นเต้น แต่เมื่อรับรู้เช่นนี้หยางหลงนั้นรู้ดีว่าเขานั้นชนะไปครึ่งหนึ่งแล้ว เมื่ออีกฝ่ายเริ่มเสียควบคุมทุกอย่างก็กำลังจะจบ กุ้ยตานที่กำลังหายใจแรงเขานั้นไม่มีจะทำเช่นไร เพราะสมองของเขานั้นกำลังว่างเปล่าเขาจึงปล่อยร่างกายไปตามสัญชาตญาณ ฝ่ามือเริ่มขยับรวบรวมลมปราณแล้วซัดเข้าไปที่ร่างของหยางหลง เพียงครู่เดียวชั่วพริบตานั้นหยางหลงรู้สึก เขาได้พุ่งตัวหลบไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว บุรุษชุดสีขาวงามสง่าที่หมุนตัวกลับมาตั้งหลักระยะไกลเขานั้นได้หันมองกลับไปที่อีกฝ่ายอีกครั้ง ฝ่ามือเมื่อสักครู่นั้นถือว่าทรงพลังระดับหนึ่ง แต่การโจมตีเมื่อสักครู่มันก็คงจะไม่รุนแรงถึงขนาดทำให้เขานั้นบาดเจ็บสาหัสได้หรอกคงจะทำได้การบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ถ้าเป็นเมื่อสักสิบวันเกิดคงจะทำให้เขานั้นบาดเจ็บสาหัสได้เหมือนกัน หยางหลงได้จ้องมองบุรุษผู้นี้อีกครั้ง บุรุษผู้นี้คือจะถูกสั่งสอนมาจากสำนักใดสักสำนักถ้าไม่อย่างนั้นคงจะสามารถใช้ลมปราณได้รุนแรงเช่นนี้ “ นี่...ลมปราณของเจ้าคือลมปราณอันใดกัน ” หยางหลงนั้นเอ่ยถามพร้อมความสงสัยในบางอย่าง “ เจ้ามิต้องรู้!!! ” เมื่อสิ้นเสียงบุรุษวัยฉกรรจ์ได้รุกหน้าเข้าใส่หยางหลงทันที เขาก้าวเข้าหาร่างของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วด้วยวิชาตัวเบาอันเป็นเลิศนั้นทำให้หยางหลงตกใจเล็กน้อย อีกฝ่ายพุ่งตรงเข้ามาประชิดร่างของเขาราวกับสายลม เขาได้รัวซัดฝ่ามือใส่หยางหลงอย่างไม่ยั้งมือ ท่วงท่าของอีกฝ่ายที่โจมตีมันนั้นแม่งจะทรงพลังแต่ก็ไม่รวดเร็วนัก หยางหลงสามารถโยกตัวหลบการโจมตีได้ทั้งหมด “ อะไรกัน... ” “ เหตุใดฝ่ามือของเจ้าถึงไม่รวดเร็วเท่าฝีเท้าของเจ้าเลยละ ” หยางหลงนั้นกล่างพลางพลิกตัวหลบฝ่ามือที่ถูกซัดมาอย่างง่ายดาย “ หุบปาก!!! ตายซะ!!! ” หยางหลงนั้นคิดว่าถ้าเป็นเช่นนี้การต่อสู้คงจะไม่จบ หยางหลงนั้นใช่เพียงฝ่ามือเดียวปัดป้องการโจมตีของอีกฝ่าย หลังจากปัดป้องการโจมตีได้สำเร็จเขานั้นยังใช้หลังมือกระแทกเข้าไปที่กลางหน้าของกุ้ยตาน ร่างของบุรุษวัยฉกรรจ์ที่โดนหลังมือของหยางหลงนั้นกระแทกเข้าไปได้กระเด็นออกไปไกล เขานั้นสำลักเป็นเลือดสีแดงสดออกมาจากปาก “ ถ้าข้าสะบัดมือเข่นนี้ซ้ำไปอีกสักสิบครั้งเจ้าคงจะตายไปแล้ว ” หยางหลงนั้นกล่าวอย่างเยือกเย็น คำกล่าวของหยางหลงนั้นมิผิดเลย ถ้าเขานั้นใช้หลังมือฟาดเข้าไปที่หน้าอกของกุ้ยตานอีกสักสิบครั้งบุรุษผู้นี้คงจะตายคามือจริงๆอย่างคำกล่าว เข่าของกุ้ยตานนั้นก็ทรุดลงไปอยู่กับพื้นด้วยความเจ็บปวด เลือดสีแดงสดยังคงสำลักออกมาจากปากอย่างไม่หยุด “ เจ้าเป็นผู้ใดกัน... ” กุ้ยตานเอ่ยถามด้วยความเจ็บปวด หยางหลงรู้สึกถึงความผิดปกติเขานั้นหรี่ดวงตาทั้งสองข้างลงเพื่อเพ็งเล็งไปที่ร่างของบุรุษผู้นั้น ลมปราณของบุรุษผู้นั้นกำลังแผ่ออกมาจากร่างกายของทีละนิด บุรุษเบื้องหน้าที่กำลังคุกเข่าอยู่กับพื้นได้ลุกขึ้นหลังจากความเจ็บปวดนั้นหายไป เขาได้ใช้ฝ่ามือของเขานั้นร่ายรำไปในอากาศ ท่วงท่าที่สงบนิ่งราวกับน้ำในลำธารที่นิ่งสนิท ฝ่ามือที่แหวกผ่านอากาศอย่างเป็นธรรมชาติ หยางหลงได้พยายามจ้องท่วงท่าของอีกฝ่ายที่แสดงออกมาให้เห็นอย่างไม่ละ เขานั้นเคยพบเห็นท่วงท่านี้จากความทรงจำที่เขานั้นได้รับมา ในความทรงจำของเขานั้นเคยมีนักพรตผู้หนึ่งที่มาของประมือของบุรุษผู้ที่เป็นเจ้าของความทรงจำของเขา นักพรตผู้นั้นได้ร่ายรำท่วงท่าเดียวกับบุรุษผู้ที่อยู่ตรงหน้าของเขาในยามนี้ อีกฝ่ายได้พุ่งตรงเข้ามาหาร่างของหยางหลงอย่างรวดเร็ว ฝ่ามืออันสงบนิ่งได้พุ่งตรงเข้ามาทำลายตัวของเขา ในสายตาของหยางหลงยามนี้ฝ่ามือของบุรุษผู้นี่ยังช้ายิ่งนักเมื่อเทียบกับฝ่ามือของนักพรตผู้นั้นที่ใช้ หยางหลงไม่จำเป็นต้องขยับเขานั้นใช้ฝ่ามือทั้งสองของตนปัดป้องมันได้อย่างสบายๆ แต่อีกฝ่ายก็ยังระดมใช้ฝ่ามือของตนโจมตีใส่หยางหลงแม้จะรู้ว่ามันไร้ประโยชน์ จนสุดท้ายหยางหลงจึงคิดจะแสดงให้เห็นถึงความต่างชั้น เขานั้นหลับตาทั้งสองข้างของตนแล้วยังใช้ฝ่ามือของตนปัดป้องฝ่ามือของอีกฝ่ายได้อย่างสบาย เมื่อเห็นเช่นนั้นกุ้ยตานก็เริ่มรู้ถึงพลังฝีมืออันต่างชั้นของเขาและบุรุษผู้นี้ แม้ว่าเขานั้นจะยังระดมฝ่ามือใส่หยางหลงอยู่แต่พร้อมความตื่นตระหนกที่เกิดมันทำให้ท่วงท่าของเขานั้นขาดซึ่งความเฉียบคม โอกาสของหยางหลงนั้นมาถึงเมื่อรับรู้ว่าที่วงท่านั้นผิดแปลกไป เขาได้ใช้หลังมือของตนฟาดเข้าไปที่หน้าอกของบุรุษผู้นั้นเช่นเดิม ผลลัพธ์มันก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่กุ้ยตานนั้นยังคงกระเด็นออกไปเช่นเดิมเหมือนกับการโจมตีครั้งแรก กุ้ยตานนั้นทรุดลงไปอยู่กับพื้นด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าที่ก้มต่ำมองลงกับพื้นอยู่นั้นหูของเขาได้ยินเสียงของฝีเท้าที่ก้าวเข้าใกล้เข้ามาทีละนิดๆ เสียงนั้นมาหยุดลงตรงหน้าของตนเอง ใบหน้าของบุรุษที่กำลังมองพื้นดินอยู่นั้นค่อยๆเงยขึ้นมองด้านบนทีละนิดๆ ร่างของบุรุษชุดขาวงามสง่าได้ยืนอยู่เบื้องหน้าของเขา บุรุษผู้นั้นก้มมองลงมาที่เขาด้วยรอยยิ้มที่มุมปากทั้งสองข้าง “ ถ้าเจ้าไม่เชื่อใจข้างั้นเจ้ามาช่วยข้าดูแลหมู่บ้านแห่งนี้เอาหรือไม่ ” บุรุษชุดสีขาวผู้นั้นกล่าวด้วยรอยยิ้ม จบบท