7 วันต่อมาร่างกายของฟานอวี้ในร่างท่านหญิงสี่ลู่ชิงอวี้ แข็งแรงขึ้นมาก จะว่าหายป่วยแล้วว่างั้นเถอะนางเลยขออนุญาตท่านแม่มาเที่ยวเล่นในตลาด เพราะอยากเห็นความเป็อยู่ของแคว้นลู่
“ท่านหญิงเ้าค่ะเราไปซื้อถังหูลู่กันเถอะเ้าค่ะ ข้าอยากกิน”
“เฟ่ยเฟ่ยเ้ามันจะกละ”
เมื่อออกมาข้างนอกฟานอวี้ให้เฟ่ยเฟ่ยพูดคุยกันธรรมดาไม่ต้องเหมือนอยู่ที่จวนและยังมีหลิวลี้องครักษ์หญิงติดตามมาด้วยตระกูลหลิวนั่นเป็ตระกูลองครักษ์ของแคว้นลู่มายาวนานมีความซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อราชวงศ์ลู่อย่างมากพ่อของหลิวลี้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าองครักษ์ฝ่ายในดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับฮ่องเต้และเชื้อพระวงศ์
“ข้าว่าเราแวะกินข้าวที่โรงเตี๊ยมหอประดับดาวกันเถอะข้าอยากไปหาพี่รองนะ เผื่อบางทีมื้อนี้เราอาจจะได้กินข้าวฟรี ไม่ต้องจ่ายเบี้ย”
ฟานอวี้ในร่างลู่ชิงอวี้พูดอย่างอารมณ์ดีที่จะได้ผลาญเงินพี่รองของนางแต่มีหรือที่พี่รองลู่หยางอวี้จะไม่ยอม น้องสาวคนเดียวของเขานะอะไรก็ยอมให้ทั้งนั้น กะอี้แค่ข้าวมือเดียว
ระวังทางพวกนางกำลังจะไปโรงเตี๊ยมได้มีรถม้าเร่งรีบจากที่ไหนก็ไม่รู้ รีบวิ่งผ่านทำให้เกือบชนเฟ่ยเฟ่ยดีที่หลิวลี้ดึงนางมาได้ทันเวลาด้วยกำลังภายใน ฟานอวี้เกือบจะโดนเหมือนกันดีที่นางว่องไววิ่งหลบเร็วกว่า ถึงแม้จะไม่มีกำลังภายในแต่นางเป็หมอทหารหน่วยรบพิเศษมาก่อนนะ ฝึกหนักโหดไม่แพ้ทหาร มีหรือจะพลาดฟานอวี้ไม่สบอารมณ์อย่างมาก เลยวิ่งไปขวางรถม้าคันนั้น
“เ้าจะรีบไปตายที่ไหนกันเ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังทำให้ผู้อื่นลำบากไปทั่ว!โดยเฉพาะข้าและคนของข้าเกือบโดนรถม้าของเ้าเหยียบตายแล้ว รู้หรือไม่!!!”
นางเกียจที่สุดคือคนที่ทำลายชีวิตผู้อื่นด้วยความประมาทเพราะนางเป็หมอ หน้าที่ของนางคือรักษาผู้ป่วยให้หายยื้อชีวิตคนไข้จากท่านยมบาลกลับมา นี่คือหน้าที่ของหมออย่างนาง
“ต้องขออภัยคุณหนูด้วยขอรับนายหญิงของข้ากำลังจะคลอดลูก ข้าต้องรีบเร่งพาไปหาหมอที่โรงหมอหลี่โดยด่วน!ต้องขออภัยด้วยขอรับ”
ทันทีที่คนขับรถม้าบอกกล่าวก็ได้ยินเสียงร้องของผู้หญิงในรถม้า “โอ๊ย! ข้าปวดท้องเหลือเกิน”
ฟานอวี้ได้ฟังเหตุผลและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสัญชาตญาณความเป็หมอนางรีบเข้าไปในรถม้า
“ฮูหยินทำใจดีดีไว้นะเ้าค่ะ ข้าเป็หมอเคยทำคลอดมาอยู่บ้าง”
“จริงหรือ? เ้าช่วยลูกของข้าด้วยเถิด แค่ขอให้ลูกปลอดภัยข้ายอมทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตข้า”
ความรักของแม่มันช่างบาดใจฟานอวี้เพราะเคยเป็เด็กกำพร้ามาก่อน นางต้องโหยหาความรักนั้นมาโดยตลอดั้แ่เด็ก
“ไม่ต้องห่วงเ้าค่ะข้าจะพยายามสุดความสามารถ”
เฟ่ยเฟ่ยกับหลิวลี้ใเมื่อเห็นนายหัวเข้าไปในรถม้า
“เ้าเป็หมอจริงหรือ?เด็กสาวเช่นเ้าจะทำคลอดฮูหยินได้หรือ? ฮูหยินข้าน้อยว่าเรารีบไปโรงหมอดีกว่าเ้าค่ะ!”
สาวใช้ของฮูหยินจางเอ่ยถามและไม่ไว้ใจฟานอวี้ส่วนนางไม่สนใจออกคำสั่งทันที
“เฟ่ยเฟ่ยเข้ามาหาข้าในรถม้าส่วนหลิวลี้รีบไปโรงหมอและแจ้งหมอให้มาหน้าโรงเตี๊ยมหอประดับดาวด่วนข้าจะทำคลอดที่นี้แหละใกล้ที่สุด กว่าจะถึงโรงหมออีกไกลมาก ฮูหยินน่าจะไม่ไหวแล้ว”
ทันใดนั้น น้ำคร่ำก็แตกออกมาเปรอะเปื้อนกระโปรงของฮูหยิน“เฮ้ย!น้ำคร่ำแตกแล้วเร็วเข้า! รีบพาฮูหยินไปหอประดับดาว!”
คนขับรถม้ารีบพามายังหอประดับดาวเมื่อมาถึงฟานอวี้ออกคำสั่งทันที
“เ้าไปเชิญท่านชายลู่หยางอวี้มาพบข้าประเดี๋ยวนี้!แจ้งว่าน้องสี่้าความช่วยเหลือ”
เสี่ยวเอ้อร์ของร้านก็รีบไปตามท่านชายรองมาทันที
“เกิดอะไรขึ้นเ้าสี่?”
“พี่รองเร็วเข้า!!!ท่านช่วยพาฮูหยินท่านนี้เข้าไปในห้องก่อนเร็ว นางจะคลอดลูกแล้ว”
ลู่หยางอวี้ใอย่างมากเกิดมาเพิ่งเคยเห็นสตรีจะคลอดลูกก็วันนี้แหละ “เอ่อ! คือว่า.... จะพานางไปเช่นไร พี่ต้องอุ้มนางหรือ?”
“พี่รองให้คนของท่านหาไม้ยาวที่แข็งแรงมา2 ด้าม และผ้ายาวที่หนามาด้วยนะเ้าค่ะ ข้าจะทำเปลยกคนไข้”
“ห่ะ! อะไรนะ”
ลู่หยางอวี้แคะหูตัวเองว่าได้ยินผิดหรือไม่
“เร็วเข้า!!!!”
เมื่อลูกน้องของลู่หยางอวี้หาไม้และผ้ามาให้เรียบร้อยแล้วฟานอวี้จัดการทำเปลคนไข้โดยผูกผ้าด้วยเงื่อนผูกตายเหมือนผ้าถุงให้ความกว้างของผ้าพอดีที่จะรับตัวฮูหยิน จากนั้นก็เอาไม้ 2 ด้าม ที่แข็งแรงสอดเข้าฝั่งซ้ายและฝั่งขวาทดสอบความแข็งแรงก่อนแล้วให้เหล่าลูกน้องของพี่รองมายกฮูหยินเข้าไปในห้องที่จัดเตรียมไว้ เพราะทำแบบนี้เพื่อไม่ให้ชายหญิงต้องตัวกันทำให้เสื่อมเสียเกียรติของฮูหยินท่านนี้ได้
เมื่อถึงห้องฟานอวี้เอ่ยบอกให้กำลังใจนาง “ฮูหยินท่านว่าลูกของท่านจะเป็คุณชายหรือคุณหนูเ้าค่ะแต่ข้าว่าน่าจะได้ทั้งสองเลยนะเ้าค่ะ เหมือนจะเป็แฝดซะด้วย”
“จริงหรือ!ข้าดีใจยิ่งนัก หากท่านพี่ได้ทราบข่าวคงดีใจยิ่งกว่า หากทราบว่าท้องนี้ได้แฝด”
ฟานอวี้พยายามพูดคุยกับคนไข้ให้ไม่กังวลมากจนเกินไปขณะเดียวกันก็จับท้องและเริ่มตรวจดู พบว่าปากมดลูกเปิดได้ประมาณ 4 เิเ อาการปวดท้องเริ่มถี่ขึ้น
“ท่านอดทนไว้ก่อนนะเ้าคะไม่ต้องเกรงหายใจเข้าลึกๆ”
ระหว่างนั้นหมอตำแยหญิงที่หลิวลี้ไปตามก็มาถึง
“หมอมาแล้วเ้าค่ะ”
ส่วนเฟ่ยเฟ่ยวิ่งตามหลังหมอตำแยหญิงกับหลิวลี้
“ไอหยา!ท้องใหญ่เสียด้วย ดูท่าน่าจะคลอดยาก”
“เ้าเป็หมอเยี่ยงไรกัน!มีหน้าที่ทำคลอดก็ทำไปเถิด อย่าพูดให้มากความจะเสียเวลาเอาได้”
ฟานอวี้ตัดบทไม่อยากให้หมอตำแยพูดเยอะจนทำให้คนไข้กังวลเอาได้
“ข้าแค่พูดความจริงท้องของนางใหญ่เช่นนี้ ไม่รู้จะคลอดได้หรือไม่ หัวเด็กก็ยังไม่ค่อยจะกลับดีอาจต้องรอหัวเด็กกลับก่อนถึงจะทำคลอดได้ นางจะรอไหวหรือ?”
ฟานอวี้ได้ยินประโยคนี้ความปริ๊ดแตกจึงบังเกิด!!!
“หลีกไปข้าจะทำคลอดเองเ้าค่อยดูละกันว่าเด็กจะออกมาได้หรือไม่ ไปต้มน้ำร้อนผสมเกลือมาแล้วพักให้เย็นเตรียมเหล้าอย่างแรงมา 1 ไหล และผ้าสะอาดมาด้วยข้าจะทำคลอดเอง อ่อ! เ้าช่วยเตรียมน้ำอุ่นผสมน้ำตาลมาให้ ฮูหยินดื่มด้วย รีบไป!!!”
ทั้งหมอตำแยและเฟ่ยเฟ่ย รีบออกไปจากห้องเพื่อจัดเตรียมอุปกรณ์ในการทำคลอดตามที่ฟานอวี้สั่ง
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามเฟ่ยเฟ่ยนำน้ำอุ่นผสมน้ำตาลมาให้ฮูหยินดื่มพร้อมทั้งนำอุปกรณ์ที่ฟานอวี้สั่งเตรียมเข้ามาพร้อม
“ฮูหยินท่านทำใจดีดีไว้ไม่ต้องกังวลท่านจะได้เห็นลูกของท่านขาวๆ อ้วน ๆ หน้าตาน่ารักนะเ้าค่ะ”
ฮูหยินจางนางรู้สึกดีขึ้นมาและพยายามอดกลั้นต่อความเ็ปผ่านไปครึ่งชั่วยาม ช่องคลอดขยายไปถึง 6เิเฟานอวี้กำลังคิดหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้เด็กคลอดออกมาได้ง่ายมีดกรีดขยายความกว้างก็ไม่มี นึกถึงอะไรบางอย่างที่กระตุ้นทำให้ช่องคลอดขยายขึ้น
“หลิวลี้ไปเอาน้ำมันหมูแบบตกตะกอนมาให้ข้า”
หลิวลี้รีบไปตามคำสั่งนายสักพักก็ได้น้ำมันหมูมา
ฟานอวี้ล้างมือด้วยเหล้าแล้วใช้น้ำมันหมูทาบนนิ้วมือแทนสารหล่อลื่นล่วงเข้าไปในช่องคลอดเพื่อดูว่าปากมดลูกขายถึงไหนแล้ว
“8 ซม. แล้ว!เริ่มเบ่งได้เลยเ้าค่ะ เหมือนเด็กจะกลับหัวแล้วด้วย เอานะเ้าค่ะ เบ่ง!!อือเอ้าเบ่งอือ............อือ.........อือ.......... หัวออกมาแล้วเบ่งอีกเ้าค่ะอือเอ้าเบ่งอือ.........”
อุ้งแงะ!!!! อุ้งแงะ!!!! เมื่อเด็กออกมาแล้วฟานอวี้เรียกหาเฟ่ยเฟ่ยทันที
“เฟ่ยเฟ่ยตามหมอตำแยมาตัดสายสะดือเร็ว!”
ทันใดนั้นหมอตำแยก็เข้าพร้อมด้วยความใที่เห็นฟานอวี้เด็กสาวอายุแค่13 หนาวทำคลอด
“มัวอ่ำอี้งอยู่อะไรตัดสายสะดือเด็กสิ!"
ฟานอวี้ตวาดหมอตำแยและหันมาพูดคุยกับฮูหยิน
“ฮูหยินได้คุณชายน้อยนะเ้าค่ะอดทนอีกนิดนะเ้าค่ะ อีกแค่ครั้งเดียว เอ้า!เบ่ง อือ..............”
ฮูหยินจางหน้าซีดมาก เสียเืไปเยอะแต่ก่อนจะคลอดลู่ชิงอวี้ก็ให้ดื่มน้ำตาลเข้าไปเพื่อบำรุงเืที่เสียไป
“ฮูหยินท่านต้องเข้มแข็งนะเ้าค่ะ เพื่อลูกของท่าน ท่านต้องสู้!!!”
ฮูหยินจางตอบรับด้วยเสียงแ่เบา “ได้ข้าจะสู้”
“เอ้า!!! เบ่งฮือ...........”
ทันใดนั้นทารกน้อยอีกคนก็ออกมา
“ฮูหยินลูกของท่านอีกคนคือคุณหนูน้อยเ้าค่ะ"
“จริงหรือ!!!ไหนข้าขอดูหน้าทีเถิด”
ยังไม่ทันขาดคำ ฮูหยินจางก็หมดสติไป
“ฮูหยิน!!!”
ฟานอวี้รีบตรวจจับชีพจรเต้นอ่อนลงมากแตะเหมือนฮูหยินจะหยุดหายใจ
“ไม่ได้การละ!หลิวลี้เ้าอยู่ไหน?”
“เ้าค่ะท่านหญิง”
“เ้ามาช่วยข้าจัดท่าทางฮูหยินให้นอนราบเร็วเข้า!!!”
แม่ทัพจางโหวหยางเมื่อทราบข่าว รีบเดินทางมาถึงหน้าโรงเตี๊ยมหอประดับดาว
“ฮูหยินเ้าอย่าเป็อะไรอย่าทิ้งลูกกับข้าไป ฮูหยินเ้าตื่นเร็วเข้า!!!”
แม่ทัพจางเข้ามากอดฮูหยินและร้องเรียกนางตลอดเวลา
“ท่านเป็สามีของนางหรือ?”
“ข้าเองแม่ทัพจาง”
“ท่านแม่ทัพข้าว่าท่านถอยออกไปก่อนเถอะเ้าค่ะ ฮูหยินของท่านเส้นชีพจรเต้นอ่อนมากข้าต้องทำ CPR ปั๊มหัวใจของนางให้กลับมาเต้นตามปกติ”
“อย่างไรหรือ!!!อะไรคือ CPR”
“ก็คือการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นท่านออกไปก่อนเถิด ไม่เช่นนั้นข้าไม่สามารถยื้อชีวิต ฮูหยินของท่านกลับมาจากปรโลกได้แน่!!!”
แม่ทัพจางรีบคุกเข่าตรงหน้าฟานอวี้แต่ฟานอวี้ไวกว่า รีบประคองท่านแม่ทัพไม่ให้คุกเข่า
“ท่านแม่ทัพอย่าทำเยี่ยงนี้”
“ได้โปรดช่วยฮูหยินของข้าด้วยเถิดข้าขอร้องล่ะ!!”
“ได้ท่านรีบออกไปก่อนเร็วเข้า!!!”
แม่ทัพจางยอมออกไปจากห้องฟานอวี้หายใจเข้า ลึก ๆและเริ่มทำการปั๊มหัวใจให้ฮูหยินจาง
“1 2 3 กด 123 กด 123 กด”
ฟานอวี้ทำ CPR เป็จังหวะไปเรื่อย ๆ แต่เส้นชีพจรของฮูหยินก็ยังไม่เต้นกลับมาเหมือนปกติแต่มีหรือที่นางจะยอมแพ้? ไม่มีทาง!เพราะนางเป็ถึงคู่อริต่อท่านยมบาลเชียวนะ!!! ก่อนที่นางจะข้ามภพมานางเป็แพทย์ที่แย่งยื้อชีวิตทหารและผู้ป่วยหลายคนที่มีอาการโคม่ากับท่านยมบาลนางสามารถรักษาและพาพวกเขากลับสู้อ้อมกอดของครอบครัวได้แต่ก็มีบางคนที่นางไม่สามารถช่วยไว้ได้ นางรู้สึกเสียใจเป็อย่างมากเพราะแพทย์คือผู้รักษาชีวิต แม้จะเก่งกาจแค่ไหนแต่นางก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่อโชคชะตาของมนุษย์อยู่ดี!!!
ผ่าน 1เคอ (15 นาที)
“1 2 3 กด 123 กด 123 กด”
หลิวลี้เห็นเหตุการณ์ นางย่อท้ออย่างมากไม่คิดว่าฮูหยินจางจะกลับมามีลมหายใจ จบแล้ว! นางไม่น่าให้ท่านหญิงทำคลอดเลยส่วนสาวใช้ของฮูหยินที่รอด้านนอกห้องร้องไห้ฟูมฟายและเอาแต่โทษฟานอวี้
“ข้าไม่น่าเชื่อนางให้นางทำคลอดฮูหยินเลยไม่เช่นนั้นฮูหยินไม่ต้องมาจบชีวิตเยี่ยงนี้ ฮือ...... เป็ความผิดของข้าเองฮือ.......”
ฟานอวี้ไม่ใส่ใจ ยังคงปั๊ม CPR ต่อไปจนกระทั่งชีพจรของฮูหยินเริ่มกลับมาเต้นได้มากขึ้น
“หลิวลี้ชีพจรกลับมาแล้วเร็วเข้า! รีบไปตามท่านหมอในโรงหมอมา”
แม่ทัพจางและสาวใช้ฮูหยินก็เข้ามาด้วยความตื่นเต้นและดีใจ“ฮูหยินของข้าปลอดภัยดีแล้วใช่หรือไม่?”
“ท่านแม่ทัพข้าไม่เก่งเื่การรักษาทางโบราณข้าว่าให้ท่านหมอจากโรงหมอเข้ามารักษาฟื้นฟูอาการของฮูหยินดี กว่าแต่เวลานี้ฮูหยินของท่านพ้นขีดอันตรายแล้วเ้าค่ะ”
ระหว่างนั้นหมอจากโรงหมอมีนามว่าท่านหมอหลี่ได้มาถึง“ท่านแม่ทัพช่างอัศจรรย์จริง ๆ ฮูหยินของท่านช่างมีบุญบารมีแท้ พระโพธิสัตว์คุ้มครองข้าจะต้มยาบำรุงมาให้ โปรดรอสักครู่”
ท่านหมอหลี่รีบออกไปต้มยาบำรุง
ฟานอวี้ได้ยินประโยคที่ท่านหมอหลี่บอกกล่าวรู้สึกเพลียจิต คนสมัยนี้ยังงมงายไม่เลิก แต่อย่างว่า! นางยังทะลุมิติมาได้มันก็ช่างอัศจรรย์เกินคำบรรยายคงต้องคิดดูใหม่ซะแล้ว ว่านางนั้นมีบุญไม่แพ้ฮูหยินเหมือนกัน
สักพักฮูหยินจางได้ฟื้นขึ้นมาเห็นสามีน้ำตาร่วงอาบแก้ม “ท่านพี่นี่ข้ายังไม่ตายใช่หรือไม่เ้าค่ะ?”
“ฮูหยินข้าเ้ายังไม่ตาย เ้าดูสิ! ลูก ๆ ของเราหน้าตาน่ารักน่าชังเชียว!”
ฮูหยินจางเห็นหน้าลูกน้อยร้องไห้อย่างตื้นตัน ชีวิตนางยังไม่ถึงคาด นางหันไปขอบคุณฟานอวี้
“คุณหนูขอบพระคุณคุณหนูมากที่ช่วยข้ากับลูกๆ ของข้า บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่ลืมคุณหนูอยากให้ข้าตอบแทนเช่นไร ขอแค่เอ่ยบอกข้า”
“ข้ามีเื่หนึ่งไม่ทราบว่าจะขอได้หรือไม่?”
“ว่ามาเถิด คุณหนูอยากได้อะไร?”
แม่ทัพจางถามฟานอวี้ถึงเื่ที่้าสำหรับผู้มีพระคุณเขาต้องตอบแทนอย่างดีที่สุด
“ข้าอยากเป็แม่บุญธรรมของลูกๆ ของพวกท่าน ได้หรือไม่?”
“ห้าๆๆๆ นึกว่าอะไรได้สิ! ข้ายินดีอย่างยิ่ง”
แม่ทัพจางหัวเราะชอบใจกับสิ่งที่นางร้องขอ
“เย้!!!เ้าหมูน้อยทั้งสองข้าได้เป็แม่ของพวกเ้าแล้วนะ”
แม่ทัพจางและฮูหยินจางต่างชอบใจกับท่าทางของนางเมื่อภารกิจทำคลอดเสร็จเรียบร้อย ฟานอวี้ไม่ได้แนะนำการดูแลแผลหลังคลอดเพราะยังมีท่านหมอหลี่ผู้ชำนาญด้านสมุนไพรในยุคนี้อยู่แล้ว นางเลยหายห่วงพลางคิดในใจ
“ไม่ได้การละตัวเองโง่จริง ๆ โดยเฉพาะเื่ยาสมุนไพร การรักษาในยุคนี้หากข้าอยากเป็หมอข้าต้องรีบไปเรียนให้เร็วที่สุด จะใช้การรักษาแบบสมัยใหม่คงจะเป็ไปได้ยากเครื่องมือแพทย์ก็ไม่มีความรู้ด้านการดัดแปลงสมุนไพรมาเทียบกับยาในสมัยปัจจุบันก็ไม่มี เป้าหมายของข้าต้องพัฒนาตัวเองให้สามารถรักษาคนไข้ได้ตามจรรยาบรรณแพทย์ที่ข้าได้เรียนมาเฮ้อ!!! เอาว่ะ ฟานอวี้ สู้เว้ย!!!!”