11.27 a.m. at Brighton school
“ลิเคียว!”
“เฮ้ย!” ฉันสะดุ้งจนน้ำในมือกระฉอกเพราะใทั้งเสียงเรียกและมือที่เอื้อมมาจับไหล่แรงๆ
“เมื่อวานทำไมไม่รับสาย เห็นไลน์ฉันเด้งมั้ยเนี่ยยัยบ้า” เมื่อวานไม่ได้จับโทรศัพท์เลยกลับบ้านไปก็ร้องไห้จนหลับ
‘ปริ้นเซส’ เพื่อนสนิทของฉันที่เพิ่งมาถึงโรงเรียนเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามพลางมองหน้าฉันอย่างเป็ห่วง นี่ฉันรอจนรากจะงอกกว่ามันจะเสด็จมา ่นี้ฉันไม่มีเรียนละรอผลสอบเข้ามหาลัยอย่างเดียว คนที่มาโรงเรียน่นี้ก็คือมารอแก้เกรดส่วนฉันมาเพราะเบื่อบ้านไม่มีอะไรทำอยากเจอเพื่อนเฉยๆ
“…เลิกกับไทด์ละ”
“อ่า”
“ไม่ใ?”
“ก็ไม่แปลกใจ…”
“รู้อยู่แล้วหรอ?”
“อืม เมื่อวานข่าวหล่อนดังมากเลย”
“หรอ…” ฉันเองก็ไม่แปลกใจที่ข่าวจะแพร่ไวแบบนี้ เมื่อวานหลังจากกลับไปที่บ้านแล้วแม่บ้านบอกไทด์ลืมของไว้ที่โรงเรียน ฉันโทรหาแต่มันไม่รับสายไม่ตอบไลน์ ฉันเลยรีบตามมาถึงนี่เพราะจะไปกินข้าวด้วย พีคสุดคือฉันเจอมันขับรถพาอีพิมออกไปข้างนอกโรงเรียนสวนทางกับตอนที่ฉันเพิ่งมาถึงพอดี ฉันเลยรีบไปดักรอมันที่คอนโด รอนานเป็ชาติเกือบสามชั่วโมงกว่ามันจะกลับมาแถมมาพร้อมอีพิมด้วยจ้า ฉันไม่อาละวาดก็บุญแล้ว
เมื่อวานเป็วันส่งท้ายรุ่นพี่ม.6 ทั้งรุ่นน้องและบรรดาศิษย์เก่าจะกลับมาแสดงความยินดี มาถ่ายรูปให้ของขวัญทำนองนี้แหละ เมื่อวานอีพิมก็มาทักทายฉันปกติด้วยยิ่งคิดมันก็ยิ่งโมโห ฉันคงตายตาไม่หลับถ้าไม่ได้เอาคืนพวกมัน
“แกโอเคมั้ย?” ยัยปริ้นมองฉันที่ตาปูดบวมอย่างเป็ห่วง
“ฉันต้องเป็คนหน้าโง่ในสายตาคนทั้งโรงเรียนขนาดไหนวะ?” ฉันก็ใช่ว่าจะเป็โนเนมในโรงเรียน ไทด์เองก็ดังพอตัว ตอนคบกันก็เหมือนเป็ couple of school ประมาณหนึ่ง แต่นี่ไทด์มันไม่ให้เกียรติฉันเลย เสียใจนะแต่โกรธมากกว่า
“อย่าคิดงั้น แกไม่ได้เป็คนผิดซะหน่อย คนที่ต้องอายคือพวกมันดิคิดไงมาเจอกันที่โรงเรียนโจ่งแจ้งขนาดนี้วะ”
“ฉันก็ไม่ได้แคร์สายตาคนอื่นหรอก แต่มีแต่คนเข้ามาถามอะฉันเซ็ง”
“พวกเพื่อนก็เป็ห่วงแกแหละ”
“รุ่นน้องก็มาถามเหอะ หงุดหงิดหวะ” ฉันสไลด์ตัวลงไปนอนราบกับโซฟาทันที ตอนนี้ฉันอยู่ที่ห้องสมุด อยากหนีคนเยอะๆด้วยแหละ
“จะเที่ยงละอยากกินไรปะฉันไปซื้อให้”
“ไม่อะ ฉันจะไปกินที่แคนทีน” อยากกินสเต็กพอดี
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันซื้อมาให้กิน”
“แกใจดีจนมีพิรุธนะ” ฉันหรี่ตามองยัยปริ้นอย่างจับผิด ปกติมันี้เีจะตาย
“อะไร! ก็เห็นว่าหล่อนเศร้าอยู่ไง ฉันจะดูแลเพื่อนสุดที่รักเองน้า” ปริ้นลุกมากอดฉันท่าทางอ้อนๆ เนี่ยแหละพิรุธ
“ปริ้น”
“ว่าไง”
“ปริ้น”
“…”
“ปริ้น ครั้งสุดท้าย”
“โอเคๆ บอกแล้วๆ” ลีลาจริงๆ “ตอนเดินเข้ามาฉันเห็นไอ้เชี่ยไทด์กับอีเวรพิมนั่งอยู่ในแคนทีนอะ”
“…”
“เนี่ย ไม่อยากบอกเลย ไม่อยากให้แกไปเห็น”
“ไปกันเถอะ” ฉันลุกขึ้นยืนบิดซ้ายขวาพลางเซ็ตเสื้อผ้าเซ็ตผมให้เรียบร้อย
“ห้ะ ไปไหน”
“ไปแคนทีน” ฉันพูดจบก็เดินออกจากห้องสมุดทันทีจนยัยปริ้นกุลีกุจอคว้ากระเป๋าแล้วรีบวิ่งตามมา
“เห้ยยัยบ้า! จะไปจริงหรอ? รอฉันด้วยโว้ย”
[ Princess’s talk ]
ยัยบ้าลิเคียวทำฉันเป็ห่วงสุดๆปกติมันร่าเริงกว่านี้นะ แต่ตอนนี้มันดูเศร้ามากๆจนฉันไม่กล้าพูดอะไรกระทบจิตใจมันเลย ตาก็บวมอุบาทว์ชะมัด -_- อยู่ดีๆก็จะไปดูภาพบาดตาบาดใจด้วยตัวเอง บ้าไปแล้วแน่ๆ
แล้วตอนนี้เราก็เดินจนใกล้จะถึงแคนทีนแล้วด้วย
“จะเข้าไปจริงหรอ” ฉันถามมันอีกครั้ง มันจะทนไหวจริงๆหรอวะ ฉันไม่อยากเห็นเพื่อนฆ่าคนนะ!
“อืม”
“ลิเคียว แกไม่จำเป็ที่จะต้องมาเลยก็ได้นะ” ไม่อยากให้มันเศร้าไปมากกว่านี้เลย ฉันรู้ว่ามันรักไทด์มาก เมื่อก่อนสองคนนี้รักกันจะตายตัวติดกันอย่างกับเป็ปลาหมึกจนฉันหมั่นไส้เลยแหละ ลิเคียวมันสวยมากเลยนะ หน้ามันดูน่ารักๆออกร้ายนิดๆนิสัยมันก็ดีถึงจะขี้หงุดหงิดไปหน่อย เทียบกับแฟนใหม่ไทด์แล้วเพื่อนฉันไม่มีอะไรที่ด้อยกว่าเลยใครได้มันไปเป็แฟนคือโชคดีสุดๆแล้ว อย่างว่าแหละ ไม่มีอะไรที่แน่นอนคนมันจะนอกใจอะมันคิดอะไรที่ฉลาดๆไม่ได้หรอก
“ปริ้น”
“หืม?” ฉันหันไปมองลิเคียวที่อยู่ๆก็เชิ่ดหน้าขึ้นเหมือนจะร้องไห้ เชี่ย! ฉันไม่เคยเห็นมันร้องไห้เลยนะ! ไอ้เหี้ยไทด์!!
“ถ้าฉันไม่ทำอะไรสักอย่างฉันก็ไปต่อไม่ได้ แกเข้าใจใช่มั้ย”
“…”
“ฉันรู้ว่าถ้าเห็นฉันอาจจะเสียใจ แล้วฉันก็โกรธมากจนไม่รู้จะจัดการความรู้สึกตัวเองยังไงแต่ฉันจะไม่ยอมดิ่งอยู่คนเดียว อย่างน้อยๆพวกมันก็ไม่ควรที่จะมานั่งเสนอหน้าอยู่ในโรงเรียนทั้งๆที่เมื่อวานเพิ่งเลิกกับฉัน!”
“อ่า” ฉันมองลิเคียวที่ปาดน้ำตาทิ้งก่อนจะเชิ่ดหน้าขึ้นอีกรอบ แต่รอบนี้มันดูเปลี่ยนไป จะว่าไงดีเหมือนมันตัดสินใจอะไรได้สักอย่าง
“แกจะอยู่ข้างๆฉันใช่ปะ”
“แน่นอนดิ ถ้าแกตบมันฉันก็จะตบเป็เพื่อนเอง” ฉันถกแขนเสื้อพร้อม จังหวะนี้เป็ไงเป็กันวะ!
“ฮ่าๆๆๆยัยบ้า ฉันจะไม่ทำร้ายร่างกายมันหรอกนะ ไม่อยากให้ตัวเองเป็คนโง่ดีแต่ใช้กำลัง”
“แกหลอกด่าฉันปะ -_-?”
“ฮ่าๆๆเปล่าๆ ฉันหมายถึงฉันมีวิธีที่ดีกว่าตบมันไง ตบมันฉันก็เจ็บมือนะ เนี่ยเมื่อวานตบไอ้ไทด์ไปรอบนึงวันนี้ยังเจ็บไม่หายเลย”
“เห้ย! ตบด้วยหรอ เจ๋งหวะฮ่าๆๆๆๆ นึกว่าจะปล่อยมันไปเฉยๆซะอีก เริ่ด!” มันแน่นอนจริงๆเพื่อนฉัน ลิเคียวหัวเราะออกมาอีกรอบก่อนจะเดินไปเปิดประตูเข้าแคนทีน เพื่อนว่าไงฉันก็ว่าตามแหละนะ!
[ END ]
ทันทีที่ดันประตูเข้าไปปุ้บ เสียงในแคนทีนก็ค่อยๆเงียบลงปั้บ โห มันขนาดนี้เลยนะ
“แกอยากกินไร” ฉันหันไปถามยัยปริ้นที่เดินอยู่ข้างๆหน้ามันตึงขั้นสุด เห็นเพื่อนโมโหแทนฉันก็สบายใจหวะ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เสียใจกับเื่ในอดีต ต่อให้ฉันจะเคยรักมันหรือตอนนี้ฉันจะรู้สึกเสียใจแค่ไหนก็ช่างมันฉันจะจัดการความรู้สึกตรงนี้ให้หายไปจนหมดเอง แต่ความแค้นมันต้องชำระหน่ะ :) ฉันมันเป็พวกไม่ยอมคนเท่าไหร่ ฉันเจ็บ พวกมันต้องเจ็บยิ่งกว่า!
“เอาที่แกอยากกิน วันนี้ฉันจะตามใจเพื่อนรัก”
ปริ้นกอดคอฉันพลางสอดส่องสายตาไปทั่ว รู้งานดีจริงๆฉันเองก็มองหาไอ้เวรสองตัวนั้นเหมือนกัน จนไปสะดุดตาเข้ากับโต๊ะที่อยู่ข้างในสุด อ่าห้ะ ฉันอยากกินสเต็กพอดีเข้าทางชะมัด
“ฉันอยากกินสเต็ก”
“งั้นป่ะ โอ๊ะ!”
ปิ๊งป่อง~ ยัยปริ้นเห็นเรียบร้อย พิมมองหน้าฉันนิดหน่อยแล้วทำเป็หันไปคุยกับไทด์ ไอ้ไทด์ก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวทำเป็ไม่เห็นว่าฉันเข้ามาในแคนทีน ส่วนพวกเพื่อนไทด์อีก6คนที่เคยสนิทสนมกับฉันก็เลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก เห้อ นี่สินะที่เขาว่าไม่ควรคบเพื่อนรุ่นเดียวกัน อึดอัดชะมัด แต่… ทำไมฉันต้องแคร์หละ?
“หิวชะมัดเลยน้า” ฉันกับยัยปริ้นพากันย่างกรายเดินไปร้านสเต็ก ระหว่างนั้นฉันก็จ้องไอ้เวรสองตัวนั้นไปด้วยหน้ายิ้มๆ
“นั้นสิ ฉันจะกิน medium rare นะ เวลาเฉือนน้ำมันจะได้พุ่ง! juicy~”
“ฮ่าๆๆ” ฉันรักยัยปริ้นชะมัด ฟังดูก็รู้ว่าว่ามันกำลังขู่ฟ่อๆให้พวกนั้นได้ยิน มีเพื่อนที่น่ารักมันดีแบบนี้เอง^-^ ตลกดี มันกำลังพยายามทำให้ฉันร่าเริงแล้วดันได้ผลซะด้วย ถึงใจจะรู้สึกเจ็บแต่น้ำตาคงไม่ไหลออกมาแล้วแหละ
“วันนี้ฉันเลี้ยงเอง แกสั่งเต็มที่เลยนะ”
“ว้าวว ไม่เกรงใจละนะ” ฉันหยุดอยู่ร้านสเต็กพลางจิ้มๆเมนูมาหลายอย่างกับยัยปริ้น แน่นอนว่าข้างหลังเราคือไอ้สารเลวคู่หนึ่งที่ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวไปเงียบๆ คนในโต๊ะก็ไม่ได้คุยอะไรกัน
ฉันยืนรอจนได้ของครบก็เดินถือไปนั่งโต๊ะใกล้ๆที่ยังว่างอยู่ ในแคนทีนยังเงียบเหมือนเดิม ทุกสายตาจับจ้องมาที่พวกเราอย่างสงสัยใคร่รู้ แปลกที่ฉันรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นอาจเป็เพราะว่าฉันตัดสินใจแล้วว่าฉันจะแก้แค้นด้วยหรือเปล่าถึงรู้สึกใจเต้นนิดหน่อยราวกับเห็นเป็เื่สนุก
“อร่อยเนาะ~”
“คิก ><” ฉันหลุดหัวเราะออกมาเพราะยัยปริ้นหันไปพูดกับโต๊ะของไอ้ไทด์แทนที่จะพูดกับฉันหนะสิ กระอักกระอ่วนกันสุดๆ
“อะ…อืม อร่อยดี ^^;)”
เพื่อนที่ชื่อออมสินเป็คนตอบกลับมา ยัยปริ้นเลยเบ้ปากใส่ก่อนจะหันกลับมากินข้าวต่อ โต๊ะของไอ้ไทด์เลยรีบหันไปจ้วงข้าวกิน ดูก็รู้ว่ารีบมากจะได้ลุกออกไปยกเว้นอีพิม:) มันนั่งจ้องหน้าฉันบ่งบอกว่าไม่พอใจสุดๆท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองมา หน้าด้านดีฉันชอบ ฉันจ้องหน้ามันกลับพลางยิ้มอ่อนใส่
“มองอะไร!”
“ห้ะ?” ยัยปริ้นชะงัก
“หืม?” ฉันขานรับอีพิมเบาๆ นี้มันขึ้นเสียงใส่ฉันหรอ… คนที่ผิดอย่างมันอะนะ?
“ฉันถามว่าเธอมองอะไรนักหนา เลิกกันแล้วทำไมไม่จบ!?”
“…”
“มึงขึ้นเสียงใส่เพื่อนกูหรอ?” ยัยปริ้นลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปหยุดที่หน้าคนปากดี
“เออไง! มันมองกูนานแล้วมีปัญหาอะไร!? ผู้ชายเขาไม่เอาแล้วจะมาตอแยทำไมน่าสมเพช เมื่อวานก็อุส่าต์ใจดีให้ลาไทด์แล้วยังไม่พอใจอีกหรือไง?”
“พิมใจเย็นนะ รีบกินรีบลุกเถอะ”
“ใจเย็นๆอย่าทะเลาะกันเลย” ไอ้ไทด์กับเพื่อนของมันพยายามเข้ามาแยกอีพิมกับยัยปริ้นให้ออกห่างจากกัน ส่วนอีพิมก็ยืนชี้หน้าฉันพ่นคำพูดตลกๆออกมาไม่หยุด
“ปล่อย! อย่ามาจับพิม พิมใจเย็นมามากพอละ มันควรรู้ตัวว่าไทด์ไม่เอามันแล้ว ไทด์ไม่รักมันแล้วไง มันจะได้จำใส่ใจไม่มาวุ่นวายกับเราอีก”
เพี๊ยะ!!!
“คนอย่างมึงไม่มีสิทธิ์มาชี้หน้าเพื่อนกูนะอีดอกทอง!”
“!!!” OoO x100
———
talk ; โคซี่เพิ่งเคยแต่งนิยาย อยากให้ปรับปรุงตรงไหนบอกได้เลยนะคะ EP หน้าบอกได้เลยว่าพีคค ขอคอมเม้นสัก 5 คอมเม้น เดี๋ยวมาต่อน้า ขอกำลังใจหน่อยงับ
