ลู่เหวินอวี้ก้าวเท้ายาวเข้าไปตรงหน้านางห่างกันแค่ฝ่ามือ สายตามองนางไม่กะพริบ ใจของหลิวลี้เต้นแรงมาก เกิดมายังไม่เคยเข้าใกล้ผู้ชายถึงเพียงนี้อารมณ์ของเขากระเพื่อมไหวเพราะคนตรงหน้า สังเกตใบหน้างามอย่างละเอียดโดยเฉพาะปากกระจับของนางััปากกระจับอันนุ่มนวลอย่างละมุนละไมทำเอานางตื่นตะลึงตัวแข็งทื่อสมองว่างเปล่า
เหตุด้วยท่านแม่ทัพอายุ 23 หนาวแล้ว เนื้อเพิ่งจะมาแตกหนุ่มเอาตอนนี้เขายังไม่เคยััสตรีมาก่อน ได้แต่ศึกษาในตำรากามสูตรเท่านั้นเนื่องจากแคว้นลู่มีธรรมเนียมที่เคร่งครัดหากชายหญิงไม่แต่งงานกันก็ไม่สามารถหลับนอนกันได้เมื่อได้เจอหญิงสาวที่ต้องตาต้องใจ เลยเผลอทำกิริยาเช่นนี้ออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ข้าขอโทษข้าหยุดห้ามใจไม่ได้จริง ๆ ข้าขอรับผิดชอบเ้าหลิวลี้เ้ายินดีที่จะออกเรือนกับข้าหรือไม่?”
สมองของหลิวลี้เริ่มกลับมาสั่งการตามปกติหลังจากที่ท่านแม่ทัพถอนจูบออกจากปากของนาง
“ข้า..........ข้าไม่รู้!”
“เ้าเคยมีใจให้ข้าบ้างหรือไม่?”
หลิวลี้ทั้งอายทั้งสับสน พลางนึกในใจ
“นี่ท่านขอข้าแต่งงานตรงๆ แบบนี้เลยรึ! ข้ายังตั้งตัวไม่ทันเลยนะเ้าค่ะ”
“เ้ายังไม่ต้องให้คำตอบกับข้าตอนนี้ข้าจะให้เวลาแก่เ้า แต่เ้าจงจำไว้ ปากของเ้ามีข้าเท่านั้นที่ได้!”
หลิวลี้ฟังเหมือนจะเข้าใจแต่ก็เหมือนจะไม่เข้าใจ (มัดมือชกชัด ๆ)
ฟานอวี้ตื่นขึ้นมาแอบเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างแอบเขินแทนหลิวลี้ “มันต้องอย่างนี้สิ!สมกับเป็พี่ชายของข้า อิอิอิ”
ยามจื่อ (23.00-24.59 น.)หลิวลี้ปลุกฟานอวี้ให้ไปกระโจมคนไข้ เพราะคนไข้ฟื้นขึ้นมาพร้อมบอกปวดแผล
“เฟ่ยเฟ่ยคนไข้ฟื้นขึ้นมามีอาการอะไรอีกหรือไม่? นอกจากปวดแผล”
“มีไข้ร่วมด้วยเ้าค่ะ”
“อืม เ้าไปพักเถิด”
“เ้าค่ะ”
หลิวซางมารอรับเฟ่ยเฟ่ยกลับไปที่กระโจมที่พักด้วยการพานั่งขี่ม้าไปกับเขา”
“พี่ซางเรากลับกันเถิดเ้าค่ะ ข้าง่วงมากแล้ว”
“ได้สิ!มาข้าจะพาเ้าขี่ม้าไปกับข้า”
หลิวซางอุ้มช้อนตัวเฟ่ยเฟ่ยขึ้นบนหลังม้าจากนั้นชายหนุ่มก็ขึ้นตามมานั่งข้างหลังของนาง แผ่นอกอันตึงแน่นไปด้วยมัดกล้ามของเขาชนชิดกับแผ่นหลังน้อยๆ ของนาง เฟ่ยเฟ่ยหาได้ใส่ใจไม่
“พี่ซางข้าง่วงมากเลยเ้าคะขอข้างีบหลับซุกหัวเข้าไปในเสื้อของท่านได้หรือไม่เ้าคะ? ข้ากลัวเผลอหลับตกจากหลังม้าเ้าค่ะ”
หลิวซางได้ยินเช่นนั้นรู้สึกคันยุบยิบในอก “ได้สิ!เ้าไม่ต้องกังวลว่าจะตกจากหลังม้า มีข้าอยู่ทั้งคน ”
เฟ่ยเฟ่ยนางง่วงมากเลยเอาหัวซุกเข้าไปในเสื้อซบอกของหลิวซางทันที
ชายหนุ่มใจเต้นแรงกลิ่นตัวนางหอมกลิ่นยาสมุนไพรอ่อน ๆ ผสมกับดอกกล้วยไม้ป่าเขารู้สึกรุ่มร้อนอย่างบอกไม่ถูก อายุของเขาย่างเข้า 22 หนาว พร้อมออกเรือนได้นานแล้ว ส่วนเฟ่ยเฟ่ยเพิ่งอายุได้15 หนาว ชายหนุ่มอายุมากกว่านาง 7 หนาว เรียกได้ว่าห่างกันพอสมควร หากเขายังได้ใกล้ชิดเช่นนี้ประจำต้องอดใจไม่ไหวแน่!!! ต้องรีบเอ่ยบอกความรู้สึกที่มีต่อนางให้นางรับรักและตกลงปลงใจพร้อมที่จะออกเรือนกับเขาเสีย ทว่าต้องได้รับคำอนุญาตจากฟานอวี้เสียก่อน รายนั้นต้องหาคนมากำราบนางก่อน เขาถึงจะมีโอกาส!!!
ฟานอวี้ฉีดยาแก้ปวดลดไข้และยาแก้อักเสบให้กับคนไข้ที่ฟื้นแล้ว“ข้าฉีดยาแก้ปวดให้ท่านแล้วอีกสักพักอาการปวดแผลของท่านจะทุเลาและหายปวดนะเ้าค่ะ ส่วนแผลของท่านข้ากลัวอาจจะอักเสบเลยฉีดยาแก้อักเสบให้ท่านด้วย”
ทหารลับฉงนใจกับการแต่งกายของนางไม่เหมือนหมอท่านอื่นนางปกปิดใบหน้าด้วยผ้าบางอย่างมีสายเส้นหนึ่งที่นางเอาสอดเข้าไปในหูพาดไว้บนบ่าไหล่ทั้งสองข้างเสื้อผ้าเป็สีขาวล้วน การตัดเย็บก็ไม่เหมือนคนอื่น นางใส่เสื้อขาวต่างหาก และใส่กางเกงขายาวต่างหากไม่สวมใส่เสื้อผ้าเหมือนหมอหญิงท่านอื่นที่เขาเคยพบเจอ
คนไข้ที่เห็นการแต่งกายของนางก็เกิดความสงสัยกันทั้งนั้น จะมีแต่ผู้ติดตามเท่านั้น เริ่มชินกับภาพนี้
“ขอบคุณท่านหมอมากนะขอรับไม่ทราบว่าแซ่ของท่านคือ?”
“ข้าแซ่อวี้นามว่าฟานอวี้ เรียกข้าว่าหมออวี้ก็ได้เ้าค่ะ”
“ท่านหมออวี้ ขอบพระคุณท่านอีกครั้งที่ช่วยชีวิตข้าไม่เช่นนั้นข้าคงไม่มีโอกาสได้กลับไปหาครอบครัวของข้าเสียแล้ว!”
“ยินดีเ้าค่ะรักษาคนไข้ คือหน้าที่ของหมอทุกคนอยู่แล้วเ้าค่ะ ท่านพักผ่อนเถิด ข้าขอตัวก่อน”
กล่าวเสร็จเดินออกจากกระโจมคนไข้ทันที ทั้งเหนื่อยทั้งง่วงต้องรีบกลับไปนอน สิ่งที่สำคัญต่อชีวิตของนางนอกจากการรักษาคนไข้แล้วก็เห็นจะมีแต่เื่กินและนอน
ผ่านไป 7 วัน อาการของทหารลับดีขึ้นมากฟานอวี้เลยหายห่วง เตรียมออกเดินทางเข้าสู่แคว้นเว่ยโดยผ่านเมืองเชียงอันก่อน
“ท่านพี่ ข้าต้องไปแล้วท่านอยู่ทางนี้รักษาตัวให้ดีนะเ้าค่ะ หากมีสตรีต้องตาต้องใจหมายปองท่านต้องให้น้องสาวของท่านพิจารณาเห็นชอบก่อนนะเ้าค่ะ” ฟานอวี้แกล้งแย่พี่ชายของนาง
“เ้าไม่ต้องห่วงข้ามีสตรีในดวงใจแล้วนั่นก็คือพี่ลี้ของเ้าอย่างไรเล่า!”
เหล่าทหารที่มาส่งท่านหญิงสี่พากันส่งเสียงโห่ร้องดังลั่น ที่ท่านแม่ทัพกล้าพูดเกี้ยวหญิงสาวออกมาได้ตรง ๆเช่นนี้ คนที่ถูกกล่าวนาม ก็เป็เดือดเป็ร้อน แต่ไม่รู้จักทำเช่นไรก็เลยปั้นหน้านิ่ง แต่ถ้าสังเกตให้ดี หน้าของนางเริ่มแดงระเรื่อ
“พี่ลี้ท่านเป็อะไรเหตุใดหน้าท่านถึงได้แดงเหมือนลูกตะลึงเช่นนี้เล่า!ท่านคงไม่ได้เขินอายต่อพี่ชายใหญ่ของข้าหรอกนะเ้าคะ?”
หลิวลี้อยากจะเอาหน้ามุดลงดินสองพี่น้องช่างเหมือนกันจริง ๆ
“ท่านพี่ข้าไปก่อนเ้าค่ะหากท่านกลับแคว้นลู่อย่าลืมบอกท่านพ่อท่านแม่เื่ของว่าที่พี่สะใภ้ใหญ่ของข้าหากได้พี่ลี้มาเป็ฮูหยินของท่าน น้องสาวจะปรนนิบัติพี่สะใภ้อย่างดีเลยเ้าค่ะ”
ตามมาด้วยเสียงโห่ร้องของเหล่าทหารพากันแซวท่านแม่ทัพของพวกเขา
“เ้าเดินทางโดยปลอดภัยพี่สัญญาจะมีพี่ลี้ของเ้าแต่เพียงนางเดียว”
เหล่าทหารยิ่งโห่ร้องได้ใจเข้าไปใหญ่นี่ท่านแม่ทัพจะไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวที่หมายปองได้อธิบายความในใจบ้างเลยหรือนี่มันมัดมือชกนางชัด ๆ”
หลิวลี้ทั้งเขินอายและโมโหสองพี่น้อง ที่ทำให้นางอับอายต่อหน้าเหล่าทหารเลยขี่ม้าออกไปคนแรก
“ท่านพี่ข้าไปก่อนถ้ามีโอกาสไปเยี่ยมหาข้ากับพี่สะใภ้ที่แคว้นเว่ยด้วยนะเ้าค่ะ ข้าลาก่อนเ้าค่ะ”
ฟานอวี้ะโบอกพี่ชายของตัวเองพร้อมขี่เ้าเสี่ยวไป๋ตามหลิวลี้
“พี่ซางพี่ลี้ไม่รอข้าเลย นางไปก่อนเสียแล้ว ข้าจะทำเช่นไรดีละเ้าคะ?”
“เ้าไม่ต้องกังวลหรอก มีพี่อยู่ทั้งคน เ้ามานั่งขี่ม้ากับพี่แล้วกัน”
“เ้าค่ะ”
หลิวซางอุ้มร่างบางขึ้นบนหลังม้า และตามมาควบข้างหลังนางเขาได้ใกล้ชิดนางเช่นนี้อีกแล้ว ตัวของนางทั้งนุ่มนิ่ม จะอดใจไว้ได้อีกนานไหมนะต้องรีบสารภาพรักกับนางเพื่อให้นางเปิดใจรับรักเขาให้ได้!!!! หลิวซางสู้ ๆ
การเดินทางเข้าสู่เมืองเชียงอันใช้เวลาแค่ 2 วันก็มาถึง
“ทุกคนฟังคำสั่งข้า”
“ขอรับ เ้าค่ะ”
“พวกเราหาโรงเตี๊ยมพักกันก่อนหาข้าวกินกัน เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ถึงจะมีแรงเดินทางต่อได้”
(แล้วมันเกี่ยวอะไรกันนางหิวอยากจะนอนละสิไม่ว่า เลยหาคำพูดสารพัดเพื่อเป็เหตุผลข้ออ้าง )
หมอทั้งสาม และทหารลับติดตามหมดคำสิเว้า!!!!
“ขอรับ เ้าค่ะ”
ฟานอวี้และพวกเข้าพักโรงเตี๊ยมที่เมืองเชียงอันพวกเขาทั้ง 14 คน ทานอาหารกันเสร็จฟานอวี้ให้ทหารลับกลับไปพักผ่อนเพื่อเตรียมออกเดินทางพรุ่งนี้ต่อส่วนนางจะออกไปเดินเล่นในตลาดเสียหน่อยโดยมีหลิวลี้ติดตามมาด้วย
“พี่ลี้ท่านคงไม่โกรธเคืองข้าเื่พี่ชายใหญ่หมายปองท่านหรอกนะเ้าคะ?”
“เ้าสี่!!!!”
“ข้าเอ่ยจริงหากข้าไม่ได้ท่านเป็พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าจะไม่ให้พี่ชายใหญ่แต่งกับสตรีนางใดทั้งนั้น”
“เพราะเหตุใด?”
“เพราะข้ารักท่านท่านดีต้องข้าที่สุด และพี่ชายใหญ่ก็รักท่าน นี่จึงเป็เหตุผลที่ดีที่สุดเ้าค่ะ”
หลิวลี้ถึงกลับพูดไม่ออก คำพูดของฟานอวี้เคาะหัวใจของนางอย่างแรง
“ข้า.....ข้า.....”
“ท่านไม่ต้องตอบข้าท่านเตรียมคำตอบนี้ไว้ให้พี่ชายใหญ่ของข้าเถิด”
หลิวลี้ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวฟานอวี้สังเกตว่าหลิวลี้แอบมีใจให้พี่ชายของนางเช่นกันทว่านางเป็องครักษ์หญิงอีกทั้งอายุของนาง 20หนาวแล้ว แต่นายยังอ่อนประสบการณ์เื่นี้มากนักต้องให้เวลานางอีกสักนิด!!!
ทันใดนั้นมีขบวนแห่ศพผ่านมาทางตลาดพอดี!