ออร่าที่โอบล้อม หนิงเจี่ย ค่อย ๆเปลี่ยนจากสีดำทมิฬกลายเป็ สีเขียวเข้ม อันทรงพลัง ในนิมิตแห่งจิตสำนึกร่างของชายหนุ่มกำลังขับเคลื่อนพลังแห่ง ดาราทองที่ 1: ขับเคลื่อนปฐี
บัดนี้ ิัของเขาพรายพร่างไปด้วยประกายแสงแห่งธาตุดินที่แข็งแกร่งดุจขุนเขารูปร่างหน้าตาที่เดิมทีหล่อเหลาน่ารักอยู่แล้วกลับยิ่งดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างน่าประหลาด ดวงตาของหนิงเจี่ยเปลี่ยนเป็ สีเขียววิบวับลึกล้ำดุจมรกต
เขาขยับริมฝีปากกล่าวเบา ๆ แต่อำนาจนั้นส่งตรงถึงจิติญญา "ถอยมาเถอะ"
ซินหยาน ที่กำลังดูดกลืนพลังฝึกปรือของอสุรกายกระดูกอยู่ได้ยินเสียงนั้นชัดเจนราวกับหนิงเจี่ยมากระซิบอยู่ที่ข้างหูนางไม่ลังเลใจแม้แต่น้อย ควบคุมพลังสายรัดกะโหลกสีชมพูให้ถอนออกจากร่างศัตรูทันที
"บูม!!!"
นางะเิพลังฝึกปรือเพื่อทำลายค่ายกล กังหันเพลิงอสูรโลกันตร์จนแหลกละเอียด ร่างสูงระหงพุ่งถอยหลังมาหยุดยืนอย่างสง่างามเบื้องหน้าหนิงเจี่ย
ทางด้าน อสุรกายหัวกะโหลก บัดนี้สภาพดูไม่ได้พลังฝึกปรือภายในปั่นป่วนอย่างรุนแรง พลังปราณของมันถูกดูดกลืนจนลดฮวบลง:
จากระดับ ชี่ปอ (คลื่นปราณ) ขั้น 4 ลดลงเหลือเพียง ชี่ปอ (คลื่นปราณ) ขั้น 3
ออร่ารอบกายของมันหม่นแสงลงจนเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่ามันจ้องมองซินหยานด้วยความแค้นปนตื่นตระหนก"เ้าถึงกับหลุดจากมารลวงิญญาประทับร่างได้! แล้วแม่นางหลิวหายไปที่ใดกัน!"
มันพลันหยุดชะงักเมื่อััได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาว"เอ๊ะพลังฝึกปรือเ้า... ถึงกับเลื่อนระดับอีกครั้ง!"
ซินหยานจากการดูดกลืนพลังของอสุรกายหัวกะโหลกบัดนี้ได้เลื่อนระดับขึ้นสู่ ชี่ปอ (คลื่นปราณ) ขั้น 6 อย่างสมบูรณ์แล้ว!
อสุรกายหัวกะโหลกสั่นสะท้านด้วยความหวาดเกรงบัดนี้มันมิอาจรู้ถึงขั้นพลังฝึกปรือของหญิงสาวมาอยู่ขั้นไหนแล้วโดยสิ้นเชิง
หนิงเจี่ย ก้าวเดินผ่านร่างของ ซินหยานที่ยืนนิ่งดุจรูปปั้นเทพธิดา เขาเหลือบมองไปยัง ต้วนผิงอัน ที่มี หนิวมู่อี้คอยพยุงอยู่ เมื่อเห็นว่าสีหน้าของผิงอันเริ่มมีเืฝาดและลมหายใจสม่ำเสมอแสดงว่าอาการาเ็ได้รับการบรรเทาจนอยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว หนิงเจี่ยก็คลายกังวล
เขาหันกลับมาจ้องมอง อสุรกายหัวกะโหลก ดวงตาสีเขียวมรกตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียวหม่นของมัน
ซินหยาน ที่ยืนอยู่ด้านหลังขยับริมฝีปากคล้ายจะกล่าวอะไรบ้างอย่างแต่เมื่อเห็นแผ่นหลังที่เหยียดตรงและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของหนิงเจี่ยนางจึงเปลี่ยนใจ
อสุรกายหัวกะโหลก เมื่อเห็นหนิงเจี่ยเดินเข้ามาหาตนเพียงลำพังแทนที่จะหวาดกลัว มันกลับบังเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นในใจ
"เ้าเด็กนี่...ระดับฝึกปรือที่แท้จริงยังแค่เสินจวี้" มันลอบคำนวณในใจ"ท่าทางยัยผู้หญิงนั่นจะเชื่อฟังมันมากหากข้าจับเ้าหนุ่มนี่เป็ตัวประกันได้ นางย่อมไม่กล้าลงมือ และข้าอาจได้ ของวิเศษที่มันใช้ล้างคำสาปมารลวงิญญามา!"
มันแสร้งทำเป็อ่อนแรง ออร่าสีแดงหม่นรอบกายวูบวาบคล้ายจะดับมอดเพื่อหลอกให้หนิงเจี่ยตายใจ
ทันทีที่หนิงเจี่ยเข้ามาระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าวอสุรกายหัวกะโหลกก็ะเิพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมด!
"จงมาเป็โล่ให้ข้าเสียเถิด!" มันคำรามลั่น พร้อมกับสะบัด ง้าวสีชาด พุ่งเข้าหาหนิงเจี่ยด้วยความเร็วที่หมายจะกดร่างของชายหนุ่มให้สยบลงภายใต้คมอาวุธเพื่อใช้ข่มขู่ซินหยานและสหายคนอื่น
หนิงเจี่ย เมื่อเห็นอสุรกายหัวกะโหลกพุ่งเข้ามา ในพริบตานั้นหนิงเจี่ยกล่าวเบาๆ "มาเลยช่วยเป็หินลับมีดให้ข้าหวังว่าเ้าคงมิทำให้ข้าผิดหวัง"
พริบตานั้นหนิงเจี่ยพลันกระโดลอยตัวขึ้นบนอากาศ ะโก้อง "เก้าหมัดปั่นป่วนฟ้ากระบวนท่าที่สาม หมัดปฐีตลบพิภพ"พลังปราณสีเขียวมรกตะเิออกจากร่างหนิงเจี่ยเข้ารวมหลอมกับหมัดขวาหมัดขวาเปล่งแสงสีมรกต หนิงเจี่ยพลันออกหมัดเข้าปะทะกับง้าวสีชาดทันที ฟูม!!!พลังง้าวปะทะกับกำปั้นสีเขียวมรกตของหนิงเจี่ยทันใดนั้นห้วงอากาศบริเวณจุดปะทะถูกสูบเข้าสู่หมัดหนิงเจี่ย
หมัดที่กำลังปะทะกับง้าวสีชาดอยู่นั้นพลันขยายกลายเป็หมัดโปร่งใสสีมรกตขนาดใหญ่ห่อหุ้มร่างหนิงจ่ายไว้จนมิเห็นร่างของชายหนุ่มเบื้องหน้าสายตาที่ตกตะลึงของอสุรกายหัวกะโหลกเห็นแต่เพียงกำปั้นที่น่าสะพรึงกลัวพร้อมกดทับบดขยี้มันให้แหลกระเอียด
เสียงะเิกัมปนาทพลันดังขึ้นกระแทกร่างอสุรกายหัวกะโหลกกระเด็นลอยระริ้วปะทะผนังผาด้านหลัง ตูม!!ร่างทั้งร่างของมันจมอยู่ในผนังผาดวงตาสีเขียวปัดหม่นแสงลงอีกครั้ง
หนิงเจี่ยสภาพก็ไม่ดีกว่ากันเท่าไหร่ชายหนุ่มกระเด็นถอยหลังออกมาไกลหลายจั้งเกือบถึงบริเวณที่ซินหยานยืนนิ่งอยู่โลหิตทะลักขึ้นถึงคอหอย หนิงเจี่ยกลืนโลหิตเข้าไป ดวงตาทอประกายร้อนแรงความปรารภนาในการต่อสู้ลุกโชน "มา มา อีก"ร่างชายหนุ่มพลันถีบเท้าพุ่งตัวเข้าไปหาร่างอสุรกายหัวกะโหลกอีกครั้ง
"ยากกกกก!!!เก้าหมัดปั่นป่วนฟ้า กระบวนท่าที่ห้า หมัดอุกกาบาตกัมปนาท"บัดนี้อสุรกายหัวกะโหลกกำลังกระเสือกกระสนออกมาจากผนังผามันเห็นชายหนุ่มพุ่งเข้ามา พร้อมกับเงาหมัดสีเขียวมรกตมากมายคลื่นพลังทำลายล้างน่าสะพรึง มันเดือดดาลอย่างหนัก "หาที่ตาย เ้าเด็กน้อยรับไป หมัดกะโหลกโลกันตร์สะบั้นชีพ"ทันใดนั้นเห็นหมัดสีเขียวมรกตและหมัดสีแดง เป็เงามากมายปะทะหักล้างกันเสียงะเิเหมือนเสียงแห่งอัสนีบาตฟาด ใต้เขาหลงเซียงพลันสั่นะเื ถ้าใครไม่เห็นด้วยตาก็คงไม่เชื่อว่าเป็การหักล้างของพลังระดับชิงชี่ ปะทะ เสินจวี้ ทั้งสองกลายเป็เงา ภาพติดตา ผลัดกันรุกผลัดกันไล่
่แรกอสุรกายหัวกะโหลกดูเป็ฝ่ายได้เปรียบจากพลังที่ห่างชั้นกันกับความคล่องแคล่วของความชำนาญศึกและประสบการณ์ที่มากกว่าเป็ฝ่ายไล่บดขยี้หนิงเจี่ยจนออกกระบวนท่ารับมือแทบมิทัน ที่ยังพอฝืนรับมือได้นานขนาดนี้เป็เพราะดาราทอง1 ‘ขับเคลื่อปฐี’ ที่ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งมีความทนทาน
ใน่เวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ เห็นหนิงเจี่ยพลันสงบนิ่งกระบวนท่ารุกและรับเริ่มเป็ระบบ เริ่มคุ้นชินกับกระบวนท่าของศัตรูมากยิ่งขึ้นอสุรกายหัวกะโหลกแตกตื่น ใ แทบไม่เชื่อสายตา "บ้า บ้า ไปแล้ว นี่มัน..มันตัวตนระดับใดกัน พลังฝึกปรือมันแค่เสินจวี้ ทำไม ทำไม กัน "
ในพริบตาที่เสียสมาธิหนิงเจี่ยพลันรวบรวมพลังหมัดด้วยพลังทั้งหมดออร่าสีเขียวมรกตเรืองรองพร้อมกับไอของปราณทมิฬ "เก้าหมัดปั่นป่วนฟ้ากระบวนท่าที่หก วายุหมัดเสยโลกันตร์ตัดกระดูก" เห็นหนิงเจี่ยย่อตัวงอเข่าเล็กน้อย บิดเอว ส่งแรงไปยังหมัด งัดหมัดขึ้นด้วยการหมุนข้อมือและข้อศอกให้ฝ่ามือหันเข้าหาตัวเอง ทำมุมเสยจากล่างขึ้นบนพุ่งโจมตีเป้าหมายปลายคางอสุรกายที่กำลังพุ่งหมัดผ่านศีรษะของหนิงเจี่ยเสียหลักไปด้านหน้าปะทะเข้ากับกำปั้นหนิงเจี่ยเต็มแรง หัวกะโหลกของมันพลันสะบัดตามแรงหมัดกระเด็นลอยขึ้น้าโครงกระดูก ข้อต่อทั้งตัวทั่วร่าง สะบั้นออกจากกันเมื่อโดนอาวุธที่คมกริบตัดออกจากกันเศษกระดูกร่วงหล่นลงบนพื้นระเนระนาด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น
ท่ามกลางความเงียบสงัดที่เข้าปกคลุมหลังเสียงะเิกัมปนาทมีเพียงเสียงชิ้นส่วนกระดูกที่แตกละเอียดร่วงหล่นลงกระทบพื้นหิน "แกรก... แกรก..." ดังสะท้อนไปมา
อวิ่นหนิงเจี่ยยืนหอบหายใจรัว กระอักโลหิตออกมาเต็มปาก ไอร้อนระเหยออกจากร่างดุจหมอกควันพลังมหาศาลจากกระบวนท่า "วายุหมัดเสยโลกันตร์ตัดกระดูก" ยังคงหลงเหลือเป็ประกายไฟฟ้าจางๆ ที่ปลายนิ้ว เขาเพิ่งก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปอีกขั้นโดยการใช้ความสงบนิ่งและระบบการต่อสู้ที่แม่นยำล้มคู่ต่อสู้ที่ระดับพลังฝึกปรือสูงกว่าได้สำเร็จ
ซินหยาน: ยืนนิ่งดุจรูปสลักดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางเพิ่งประจักษ์ว่าเด็กหนุ่มด้านหน้าชังลึกลับอีกทั้งยังเป็อัจฉริยะในด้านการต่อสู้ ที่สามารถเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับจังหวะของศัตรูได้ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ
ต้วนผิงอัน และ หนิวมู่อี้: ทั้งสองมองดูภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกสหายที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา บัดนี้ดูราวกับ เทพาตัวน้อย ที่จุติลงมาท่ามกลางความมืดมิดของเขาหลงเซี่ยง
ขณะที่หนิงเจี่ยกำลังจะคลายพลังดาราทองเสียงในหัวที่แสนเ็าแต่ทรงพลังก็ดังขึ้นอีกครั้ง:
"ตรวจพบ 'แก่นิญญากระดูกขาว' ‘คัมภีร์กะโหลกโลกันตร์’ และ 'ง้าวสีชาดหัก' และ น้ำค้างหยกโลหิตขาว ระดับิญญาขั้นชิงชี่้ารวบรวมเพื่อวิวัฒน์หรือไม่?"
หนิงเจี่ยเหลือบมองกองกระดูกที่แตกกระจายเห็นแสงสีแดงหม่นพยายามจะก่อตัวขึ้นใหม่จากเศษกะโหลกที่เหลืออยู่เขารู้ทันทีว่าหากไม่กำจัดให้สิ้นซาก อสุรกายตนนี้อาจคืนชีพขึ้นมาได้อีก