“าุโใหญ่ตระกูลชุน ชุนเย่กง คุณชายจงท่านแน่ใจนะ” อูจิงถาม เพราะหากเื่นี้เป็จริงเื่นี้จะเป็เื่ที่ใหญ่ยิ่งกว่าเดิม เพราะนั่นหมายความว่าตระกูลระดับกลางหลายตระกูลกำลังร่วมมือกัน สร้างกองกำลังเพื่อกวาดล้างตระกูลระดับกลางอื่นๆ
“ข้าแน่ใจ ใบหน้าของคนทั้งห้าชาตินี้ทั้งชาติ ข้าไม่มีวันลืมใบหน้าของพวกมัน” จงิ่ตอบในน้ำเสียงที่สามารถััความอดกลั้นได้อย่างชัดเจน
“ถ้าเป็แบบนี้ หากเ้า้าแก้แค้น เ้ายิ่งต้องไปกับข้า…กลับไปตระกูลอู เ้าถึงจะสามารถแก้แค้นได้” อูหลินเฟิงบอก
“หมายความว่าอย่างไร” จงิ่ได้ถาม
“ก่อนอื่น ข้ามีเื่ที่ต้องเล่าให้เ้าฟังก่อน” อูหลินเฟิงเริ่มเล่าเื่การคลุ้มคลั่งของวิหคมรณะในป่าเมฆฝน รวมถึงการที่ตระกูลชุนไม่ออกมาช่วยต่อสู้
“เหตุการณ์แบบนี้มัน...” จงิ่คิดตามหลังจากที่ได้ยินอูหลินเฟิงเล่า
“คล้ายกับที่ตระกูลจงโดน เพียงแต่โชคดีที่พลังิญญาของข้าตื่นขึ้นเลยสามารถหยุดเหตุการณ์น่าเศร้าลงได้ ในความคิดข้า อีกไม่นานตระกูลอูก็จะโดนโจมตีเหมือนกันตระกูลจง ข้าอยากให้เ้าช่วยข้า ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยเดียวกับตระกูลของเ้า และหลังจากนั้นข้าจะช่วยเ้าแก้แค้น” อูหลินเฟิงบอก
“แต่ตอนนี้ข้าเป็เพียงนักสู้ระดับสี่ขั้นสูง หากมีกองกำลังแบบนั้นโผล่มาอีก ข้าคนเดียวจะมีประโยชน์อะไร” จงิ่ถามกลับ เพราะในตอนนี้เขาอ่อนแอเกินไปเขาต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้ เพราะในเหตุการณ์สังหารหมู่ตระกูลจง เขาไม่สามารถช่วยอะไรคนในตระกูลได้เลย
“เ้าอาจจะไม่เชื่อในตนเอง แต่ข้าเชื่อ เชื่อว่าตัวเ้าไม่ได้ไร้ประโยชน์” อูหลินเฟิงได้บอกกับจงิ่ ในตอนที่จงิ่ได้ฟังประโยคนี้ เขาได้หวนนึกถึงสมัยเด็กที่ทั้งสองเคยเจอกัน
“นี่เ้าหนอนหนังสือ ทำไมถึงไม่ออกข้างนอกละ เอาแต่อ่านหนังสือแบบนี้น่าเบื่อแย่”
“ร่างกายข้าอ่อนแอ ถ้าออกไปข้างนอกแล้ว เจ็บป่วยคนอื่นต้องมาเดือดร้อนคอยดูแลข้าอีก อ่านหนังสืออยู่ในนี้ก็ดีแล้ว”
“งั้นข้าจะเป็เพื่อนเล่นให้กับเ้าแล้วกัน ขอบคุณข้าซะสิ”
“อือ ขอบคุณนะ”
..
“ว้าว นี่เ้าสามารถใช้ปราณได้ถึงสี่ธาตุเลยงั้นหรือ”
“ใช่…ก็ข้ามันอัจฉริยะนี่”
“ข้าอยากทำได้แบบเ้าบ้าง ข้าอยากมีประโยชน์มากกว่านี้ จะได้คอยช่วยท่านพ่อกับตระกูลของข้าได้”
“ไม่เป็ไรหรอกสหาย ต้องมีสักวันที่ร่างกายเ้าหายดี เ้าต้องทำประโยชน์ให้กับตระกูลได้แน่ ข้าเชื่อว่าตัวเ้าไม่ได้ไร้ประโยชน์
บทสนทนาและความทรงจำวัยเด็กได้ไหลกลับมาหาจงิ่
“ได้ ข้าจะไปกับเ้า” จงิ่กล่าว
“ดี งั้นพวกเรากลับตระกูลอูกัน” อูหลินเฟิงได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจ เพราะพระเอกสุดแข็งแกร่งในอนาคตกลายเป็พวกของเขาแล้ว หลังจากนั้นกลุ่มของอูหลินเฟิงได้อาศัยเรือเหาะกลับเมืองล่องเมฆาโดยมีจงิ่กลับไปด้วย ในระหว่างนั้นเองอูหลินเฟิงก็ได้ทำลายตราทาสและสัญญาทาสของจงิ่ ก่อนที่ทั้งหมดจะกลับถึงเมืองล่องเมฆา
เมื่อทั้งหมดได้มาถึงเมืองล่องเมฆา อูหลินเฟิงเข้าพบอูไต้หรงทันทีโดยมีจงิ่ตามไปด้วย แล้วอูหลินเฟิงยังได้ให้คนไปตาม อูเทียนเหวิน และ เจี้ยนฝู ไปที่ห้องของอูไต้หรงด้วย
“คารวะ…ท่านลุงอู” จงิ่ได้ทำความเคารพอูไต้หรง
“เป็เ้าจริงๆ ด้วย หลานชาย เ้ายังไม่ตาย ดี ดีจริงๆ” อูไต้หรงกล่าว พร้อมนำมือมาวางที่ไหล่ของจงิ่ รู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่งที่ สายเืของสหายยังไม่หายไป
“ขอรับ ข้าก็ดีใจที่ได้เจอท่านอีกครั้ง” จงิ่ตอบกลับ หลังจากถามไถ่กันได้ไม่นาน อูเทียนเหวินและเจี้ยนฝูก็ได้เข้ามาในห้องของอูไต้หรง
“คุณชายใหญ่…เรียกพวกข้าหรือขอรับ” เจี้ยนฝูถาม
“ใช่ ข้าอยากให้พวกท่านฟังเหตุการณ์จากปากของจงิ่เอง” อูหลินเฟิงบอก จากนั้นจงิ่ก็ได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้กับจอมยุทธ์ทั้งสามฟัง เริ่มั้แ่เหตุของสัตว์อสูรอสรพิษหยก ไปจนถึงผู้ที่โจมตีตระกูลจง
“เหตุการณ์ของตระกูลจงโดน ช่างเหมือนกับที่ตระกูลอูกำลังเผชิญในขณะนี้เลย” เจี้ยนฝูกล่าว
“ตระกูลซีกลับตระกูลชุน ร่วมมือกันสังหารหมู่ตระกูลจง เพราะเหตุใดกัน” อูเทียนเหวินกล่าวหลังจากฟังจบ
“เหตุใดจึงเล่นงานตระกูลจงกับตระกูลอู” อูไต้หรงพยายามคิดหาสาเหตุ
“ข้าคิดว่า..ข้ารู้เหตุผล” อูหลินเฟิงกล่าว ใช่…เขารู้ว่าทำไมถึงต้องเป็ตระกูลจงและตระกูลอู เพราะในนิยายเองก็มีบอกเหตุผลไว้เช่นกัน แต่จะให้เขาอธิบายว่าอ่านนิยายมาคงไม่ได้
“อะไรงั้นหรือ เฟิงเอ๋อร์” อูไต้หรงถาม
“ตระกูลจงกับตระกูลอู มีสิ่งที่เหมือนกันอยู่สามอย่าง อย่างแรกคือเป็ตระกูลอันดับหนึ่งของทั้งสองเมือง อย่างที่สองเป็ตระกูลที่มีเหมืองแร่ผลึกปราณเป็ของตนเอง ถ้าไม่มีตระกูลอูและตระกูลจงเหมืองแร่ก็จะสามารถแย่งชิงไปได้อย่างง่ายดาย อย่างที่สาม พวกเราทั้งสองตระกูลเป็ตระกูลใต้อาณัติตระกูลโอวหยาง” อูหลินเฟิงบอก
“หรือว่า…เป้าหมายของพวกมันเป็ตระกูลโอวหยาง?” อูเทียนเหวินถาม
“ข้า คิดว่าใช่ การที่อยู่ๆ พวกตระกูลระดับกลางจากต่างเมืองมารวมตัวกันแบบนี้ มันแปลกเกินไป คิดว่าคงเป็แผนการตัดต่อน้ำเลี้ยงตระกูลโอวหยาง ซ้ำยังแย่งชิงทรัพยากรอย่างเหมืองแร่ผลึกปราณไปด้วย ตอนนี้เหมืองแร่ที่เคยเป็ของตระกูลจงถูกตระกูลซียึดครองไปแล้ว หากท่าน้าทราบว่าตระกูลระดับสูงตระกูลไหนให้ความช่วยเหลือตระกูลซีและตระกูลชุน พวกท่านก็แค่ไปสืบดูว่าแร่พวกนั้นส่งไปที่ตระกูลใด” อูหลินเฟิงบอก บนโลกแห่งนี้ผลึกปราณเป็ของที่สามารถทำใช้ได้หลายอย่างทั้งการสร้างอาวุธหรือแม้แต่การดูดซับพลังโดยตรงจากผลึกปราณ เป็ของที่มูลค่าสูงมาก
แค่ผลึกปราณระดับต่ำหนึ่งก้อนก็มีค่าเท่ากับหนึ่งเหรียญทองแล้ว เหมืองแร่ที่ตระกูลอูคือเหมืองแร่ระดับกลาง การได้เหมืองแร่ระดับกลาง แทบจะเป็การการันตีว่าตระกูลนั้นจะมีทั้งความมั่งคั่งและแข็งแกร่ง
“เช่นนั้น...ข้าจะส่งคนออกไปสืบดู” เจี้ยนฝูบอก
“ท่านช่วยส่งคนออกไปที่ตระกูลถง และ ตระกูลกวนได้ด้วยหรือไม่ สองตระกูลนั้นก็เป็ตระกูลระดับกลางใต้อาณัติของตระกูลโอวหยางที่มีเหมืองแร่เช่นกัน ลองส่งคนได้สอบถามดูว่ามีอะไรแปลกๆ กับ สัตว์อสูรใกล้เมืองหรือไม่ ถ้าหากว่ามี…นี่คือยันต์ของข้า ใบแรกคือยันต์ค้นหา มันจะตอบสนองต่อพลังิญญาเท่านั้น...ใช้เพื่อหาวัตถุที่มีพลังิญญา ยันต์ใบที่สองคือยันต์เปลี่ยนคลื่นสัญญาณพลังิญญา” อูหลินเฟิงมอบยันต์สี่ใบให้กับเจี้ยนฝู เพื่อแบ่งให้ตระกูลกวนสองใบ ตระกูลถงสองใบ
“และ ข้า้ารูปเหมือนของจอมยุทธ์ระดับเจ็ดคนอื่นของอีกสองเมืองทั้งหมด” อูหลินเฟิง บอกคำสั่งต่อไปเพราะว่าตอนนี้ห้าจอมยุทธ์ที่โจมตีตระกูลจง สามารถระบุได้เพียงสามคนเท่านั้น ยังเหลืออีกสองคนที่ไม่สามารถระบุตัวได้
“รับทราบคุณชายใหญ่” เจี้ยนฝูตอบรับ
“เฟิงเอ๋อร์…คิดเห็นว่าควรทำอย่างไรต่อไป” อูไต้หรงถามบุตรชาย
“ทำตามแผนเดิม…ให้ท่านแสร้งาเ็ต่อไป รอพวกมันบุกมา” อูหลินเฟิงกล่าว
“ทำตามเ้าว่า แล้วก็บอกพ่อบ้านกวน ให้เตรียมห้องสำหรับจงิ่ไว้ด้วย แล้วก็เฟิงเอ๋อร์หากหลังจากนี้เ้า้าทำอะไร เ้าสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเองไม่จำเป็ต้องถามข้าทุกเื่ ข้าเชื่อในการตัดสินใจของเ้า” อูไต้หรงบอก หลังจากที่ได้เห็นทั้งการกระทำและความคิดของอูหลินเฟิง แม้ว่าระดับลมปราณของบุตรชายจะยังไม่สูง แต่ความคิดอ่านกลับลึกซึ้ง ทำให้เขาวางใจว่าบุตรชายต้องสามารถเอาตัวรอดได้อย่างแน่นอน
“ขอรับท่านพ่อ ขอบคุณที่ท่านไว้ใจข้า” อูหลินเฟิงตอบ
หลังจากนั้นคนทั้งหมดก็ได้แยกย้ายกันออกไปจากห้องของอูไต้หรง
“เ้า…จะทำอะไรต่อไปอูหลินเฟิง” จงิ่ถาม
“ระหว่างนี้..เราทำได้แค่รอจนกว่าจะถึงเทศกาลล่าสัตว์ ่นี้ข้าจะต้องฝึกฝนปราณไร้ธาตุของข้า เ้าช่วยข้าหน่อยได้หรือไม่” อูหลินเฟิงกล่าว
“ได้ ข้าพร้อมช่วยเ้าอยู่แล้ว” จงิ่ตอบรับ