เสียงเคลื่อนไหวด้านนอกบ่งบอกว่าถึงเวลาตื่นของทุกคน จ้าวลู่ชิงยังไม่ได้หลับเลยสักงีบ
หมั่นโถวร้อน ๆ จากห้องครัวของศาลาพักม้าที่สั่งไว้มาส่งตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี
ซูเจินยกอ่างล้างหน้าเข้ามาภายในกระโจม “ใต้ตาคุณหนูคล้ำมากเลยเจ้าค่ะ เมื่อคืนนอนไม่หลับหรือเจ้าคะ” พวกนางนอนอยู่ในกระโจมเดียวกันเหตุใดถึงไม่รู้ว่าคุณหนูนอนไม่หลับ
“ใช่” เมื่อคืนนางนอนไม่หลับแต่ไม่ได้ขยับตัว ทำเพียงแค่ลืมตาคิดเรื่อยเปื่อยเพื่อไม่ให้ลบกวนการนอนผู้อื่น
รับกระจกมาส่อง นิ้วเรียวแตะถุงใต้ตา ใบหน้าบูดบึ้งกับความน่าเกลียด ตานางราวกับตาหมีแพนด้า
“คุณหนูไม่สบายหรือเจ้าคะ” อี้หมัวมัวสอบถามเมื่อเห็นใต้ตา ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาดให้ผู้เป็นนายก่อนจะสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่
“ข้าสบายดี เพียงมีเรื่องให้คิดเล็กน้อยจึงนอนไม่ค่อยหลับ”
“คุณหนูอย่าได้ทรมานร่างกายตนเองเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ” อี้หมัวมัวช่วยประคบใต้ตาที่ดำคล้ำ
“อือ ท่านรีบช่วยแต่งกายให้ข้าเถิด พวกเราจะได้รีบออกเดินทาง”
บ่าวรับใช้รีบช่วยผู้เป็นนายแต่งกายตามคำสั่ง
“ผี!”
เมื่อคืนเผยเยี่ยนนอนหลับสบาย ตื่นขึ้นมาก็เลยนั่งจิบชาร้อน ๆ หันหน้ามาเห็นลูกศิษย์ที่เพิ่งเดินออกมาจากกระโจมด้วยดวงตาที่คล้ำจึงสะดุ้งตกใจ
จ้าวลู่ชิงส่งสายตาค้อนให้กับผู้อาวุโส นางรู้ว่าตอนนี้ตนเองน่าเกลียด แต่อย่าตอกย้ำกันได้หรือไม่ เดินไปหย่อนก้นใกล้กองไฟ
เช้านี้ทุกคนทานหมั่นโถวกับเนื้อแห้งประทังชีวิต แล้วรีบเก็บกระโจมเพื่อออกเดินทาง
รถม้าที่มีเพียงคนนั่งมาตลอดทางบัดนี้มีข้าวของเพิ่มเข้ามาจนอึดอัด เพราะรถม้าถูกนำไปขนหีบสมบัติที่แอบไปปล้นมาเมื่อคืนจึงต้องพยายามยัดของใส่รถม้าคันอื่นๆ
เผยเยี่ยนมองดรุณีที่นอนเหยียดขาทับกล่องเสื้อผ้า ดวงตาและใบหน้าของนางมีแตงกวาหั่นเป็นแว่น ๆ ติดอยู่จนเต็ม
“เจ้าเอาผักหายากในช่วงนี้มาประคบหน้าเล่น ข้าปวดใจยิ่งนัก” กัดแตงกวาแล้วเคี้ยวกร้วม ๆ
“ท่านไม่รู้อันใด นี่คือสิ่งบำรุงความงามของสตรี” สนทนาทั้งที่หลับตาเพราะเมื่อคืนนอนไม่หลับนางจึงรู้สึกง่วง
“ท่านอาจารย์คิดว่าป่านนี้เจ้าหน้าที่ของทางการเดินทางไปถึงค่ายโจรภูเขาแล้วหรือยัง”
เผยเยี่ยนยื่นมือออกไปนอกหน้าต่างใช้ความรู้สึกสัมผัสอากาศด้านนอก “ข้าคิดว่าน่าจะใกล้ถึงแล้วกระมัง” หดมือเข้ามา
“เมื่อคืนเจ้านำเงินไปฝังหนึ่งหีบ?”
“ข้าทำอันใดมิเคยรอดพ้นจากสายตาท่านเลยสักครั้ง”
“ดีแล้ว เจ้าคิดว่าทางการจะจัดการอย่างไรกับพวกเขา”
เผยเยี่ยนลองถามความคิดเห็นลูกศิษย์ที่นอนกระดิกเท้า แตงกวาบางชิ้นที่อยู่บนหน้าถูกนางตวัดลิ้นนำมันเข้าปากแล้วเคี้ยว
จ้าวลู่ชิงทำตัวตามสบายเมื่ออยู่กับอาจารย์ของนาง เพราะนางทำเช่นนี้ต่อหน้าคนในครอบครัวไม่ได้ หากมารดาเห็นคงเป็นลมกับการกระทำไม่เป็นกุลสตรีตามแบบฉบับที่คนในยุคนี้นิยมปฏิบัติตามหลักคำสอน
“ข้าคิดว่าคนเป็นหัวหน้าและเหล่าผู้นำที่แข็งแกร่งคงถูกประหารเพื่อลดความโกรธแค้นของราษฎรที่ญาติพี่น้องถูกโจรพวกนี้ปล้นและฆ่า ส่วนบุรุษคนอื่น ๆ อาจถูกเกณฑ์ไปใช้แรงงานตามเหมืองต่าง ๆ ไม่ก็น่าจะถูกนำไปเป็นทหารด่านหน้า ส่วนสตรีกับเด็กเล็กน่าจะปล่อยให้กลับตัวกลับใจ” น้ำเสียงเอื่อย ๆ สาธยายตามความคิด
“สาเหตุที่เจ้าคิดว่าทางการจะทำเช่นนี้?” น้ำเสียงเต็มไปด้วยคำถาม
“เพราะเขากำลังสร้างบารมีให้ชาวประชานับถืออย่างไรเล่า”
เขาที่จ้าวลู่ชิงหมายถึงแน่นอนว่าเผยเยี่ยนรู้ว่าคือใคร
“มีจิตใจเมตตาต่อปวงประชา เป็นการกระทำที่ดี ผู้คนย่อมสรรเสริญ” พยักหน้าพึงพอใจกับคำตอบของลูกศิษย์
“แต่ก็ยังไม่พ้นมีคนก่นด่าอยู่ดี เจ้าคิดหรือว่าญาติพี่น้องที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปจะเห็นด้วยกับการกระทำ”
“ไม่เห็นด้วยแล้วอย่างไร นำน้ำถ้วยเดียวไปดับไฟที่กำลังโหมไหม้ฟืนในเกวียน ย่อมไม่เกิดประโยชน์”
“เจ้ากำลังจะบอกว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ชาวประชาส่วนใหญ่สรรเสริญก็เพียงพอ”
“ทุกยุคสมัยสิ่งที่โอรสสวรรค์หวาดกลัวที่สุดคือคำนินทาและก่นด่าจากราษฎรที่เซ็งแซ่ไปทั่วทุกตรอกซอกซอย ท่านเห็นด้วยหรือไม่”
“ไม่ผิดจากที่เจ้าว่า คำด่าวิ่งได้โดยไม่มีขาผู้ใดจะไม่เกรงกลัวบ้าง เจ้าไม่กลัวว่าคนของทางการจะตามกลิ่นเจอว่าสมบัติของโจรที่หายไปเป็นฝีมือของเจ้ารึ”
“ไม่กลัวเจ้าค่ะ เพราะถ้าทางการตามหาเจอ ท่านก็ไม่รอดเหมือนกัน ข้าเป็นพวกปากสว่างเสียด้วยสิ เพียงแค่ขาก้าวเข้าไปในห้องขังข้างเดียวข้าก็สารภาพหมดเปลือก ท่านอาจารย์ไม่ต้องห่วงข้าซักทอดหมดทุกคนอย่างแน่นอน ฉะนั้นพวกเราภาวนาให้พวกเขาตามไม่เจอจะดีเสียกว่า”
“เจ้าเด็กปีศาจ”
เผยเยี่ยนอยากบีบคอลูกศิษย์ที่เปลี่ยนไปจากเดิมไม่น้อย ยามนี้นางเหมือนปีศาจแสนซน แต่เป็นเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ไม่ต้องห่วงว่านางจะเอาตัวรอดไม่ได้เมื่อแต่งเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของราชวงศ์ บางครั้งคนพวกนั้นต้องปวดหัวเพราะนางมากกว่า
“ข้าเป็นเซียนจิ้งจอก”
“เจ้ามันเด็กพูดจาพร่ำเพื่อ”
เผยเยี่ยนหลับตาพักผ่อนเช่นเดียวกัน เขาคร้านจะคุยกับเด็กคนนี้
ทหารประจำเมืองจำนวนหนึ่งพันนายยืนอยู่ทางเข้าหน้าค่ายโจรภูเขาที่ทางการต้องการตัวแต่เพราะความรวดเร็วที่หายตัวได้ราวกับผีทำให้ทางการไม่เคยจับได้เลยสักครั้ง
แม่ทัพรักษาเมืองและท่านเจ้าเมืองได้รับจดหมายและแผนที่จากผู้หวังดีแต่ไม่ประสงค์ทิ้งนาม
ทหารดาหน้าทำลายกับดักตามคำสั่งด้วยความระมัดระวัง หลุมลึกที่มีไม้แหลมคมตั้งอยู่ช่างน่าหวาดกลัว หากผู้ใดไม่ระวังเผลอเดินมาโดยไม่รู้ว่าเป็นกับดัก ตกลงไปคงถูกไม้แหลมคมแทงตาย
กับดักเหล็กฟันแหลมคมต่างทำงานเมื่อถูกไม้ฟาดลงไป
ทหารต่างกลืนน้ำลายเมื่อเห็นกับดักอันตรายที่เพียงเหยียบเท้าคงขาดออกจากกัน
แม่ทัพรักษาเมืองร่างกายกำยำสบถออกมาด้วยความโมโห กับดักมากมายเพียงนี้สามารถคร่าชีวิตผู้คนได้อย่างง่ายดาย
ทหารทุกนายต่างแต่งกายรัดกุม ตามที่เขียนบอก ถุงมือถูกนำมาสวม ร่างกายมีชุดคลุมหนา หน้ากากสีใสหายากที่ทำจากแก้วถูกนำมาสวมใส่ป้องกันดวงตา
กับดักถูกทำลายจนหมด ทหารรีบกรูเข้าไปภายในค่ายโจรภูเขา โจรทุกคนถูกจับมัดมือมัดเท้า บางคนตื่นขึ้นมาด้วยอาการงงงวย บางคนก็ยังไม่รู้สึกตัว
พวกโจรภูเขามีอาการตกใจเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วเห็นทหารเข้ามาคุมตัวเพื่อไปรับโทษ
“ค้นให้ทั่ว" แม่ทัพสั่งเจ้าหน้าที่ด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว โจรภูเขาพวกนี้ปล้นชิงขบวนพ่อค้ามากมาย ทรัพย์สมบัติคงมีอยู่ไม่น้อย
หากยึดทรัพย์ครั้งนี้ได้มากแล้วส่งเข้าท้องพระคลังที่กำลังร่อยหรอ ตนและท่านเจ้าเมืองคงมีผลงานชิ้นใหญ่ อาจได้เลื่อนขั้นอย่างกระทันหัน
“ท่านแม่ทัพ นี่คือผู้นำของโจรภูเขาขอรับ” ผลักบุรุษร่างกายกำยำให้นั่งคุกเข่าบนพื้น
“ไอ้พวกเดรัจฉาน รู้หรือไม่ว่าสร้างความเดือดร้อนให้ราษฎรมากเท่าไหร่” แม่ทัพหัวร้อนจัดการถีบผู้นำกลุ่มโจรที่ตามจับไม่เคยได้เลยสักครั้ง
“ถุย!” ผู้นำกองโจรถุยน้ำลายบนพื้น ยิ้มเยาะแม่ทัพโง่เขลา แม้จะยังมึนงงแต่ก็พอจะคาดเดาได้ว่าคนโง่อย่างแม่ทัพอยู่นี้ไม่มีทางค้นหาค่ายพวกตนเจออย่างแน่นอน ต้องเป็นผู้อื่นแล้วคนที่ค้นเจอเป็นผู้ใดกัน
“ท่านแม่ทัพอย่าได้ใจร้อน”
ท่านเจ้าเมืองรีบห้ามเมื่อเห็นเท้าของท่านแม่ทัพกำลังจะกระทืบผู้นำของโจร
“ท่านอย่าได้ห้ามข้า”
“ให้พวกเขาได้รับบทลงโทษตามกฎหมายเถิด ท่านอย่าได้ใจร้อน” ท่านเจ้าเมืองกระซิบข้างหู
“ท่านจงนึกถึงการเลื่อนขั้นของพวกเราเอาไว้ ใจร้อนเกินไปย่อมไม่เกิดผลดี”
แม่ทัพวัยกลางคนยอมใจเย็นเมื่อนึกถึงการเลื่อนขั้น “พวกเจ้าอย่าได้ขัดขืน ยอมตามพวกเรากลับไปรับโทษเสียโดยดีโทษหนักจะได้เป็นเบา”
ทหารรีบวิ่งมารายงานว่าเจอแหล่งที่ซ่อนสมบัติ แม่ทัพกับเจ้าเมืองรีบวิ่งไปยังที่แห่งนั้นอย่างรวดเร็ว
ห้องใต้ดินมีเครื่องเคลือบราคาแพงวางเรียงอยู่จนเต็มห้อง สีหน้าทั้งสองต่างเบิกบานกับของราคาแพงพวกนี้
“เงินกับทรัพย์สินอย่างอื่นล่ะ” ท่านเจ้าเมืองถามด้วยใบหน้าที่ประกายไปด้วยความหวัง
“ไม่มีขอรับ พวกเราเข้ามาก็เห็นห้องใต้ดินเปิดออก พอลงมาสำรวจก็เจอเพียงของพวกนี้ ไม่มีเงินหรือทรัพย์สินอื่น ๆ”
“พวกเจ้าค้นให้ทั่ว มันต้องเอาพวกเงินทองและของมีค่าไปซ่อนที่อื่น”
“ท่านแม่ทัพ ข้าคิดว่าเงินทองและทรัพย์สินมีค่าถูกคนฉกชิงไปแล้ว ท่านดูตรงนี้น่าจะเคยมีหีบสมบัติวางอยู่ ผู้ที่ฉกชิงไปน่าจะเป็นคนที่เขียนจดหมายบอกพวกเรา”
ท่านเจ้าเมืองวิเคราะห์สถานการณ์
ท่านแม่ทัพผู้ที่คาดหวังจะได้เลื่อนขั้นกับผลงานไหล่ตก หมดกันความหวังที่จะได้รับคำสั่งโยกย้ายกลับไปประจำการที่เมืองหลวง
รีบเดินออกไปเค้นเอาคำตอบจากผู้นำของกองโจร
“พวกเจ้าเอาทรัพย์สมบัติที่ปล้นมาไปไว้ที่ใด” ตะคอกเสียงดัง ยังมีความหวังว่าโจรพวกนี้จะฉลาดนำสมบัติไปซ่อนที่อื่น
ความเงียบทำให้แม่ทัพหัวร้อนฉุนจัด แต่ทำอันใดไม่ได้ เพราะต้องให้โอรสสวรรค์ตัดสิน
“ได้! เจ้าไม่พูดใช่หรือไม่ โจรในค่ายพวกเจ้าต้องตายทีละคนจนกว่าเจ้าจะเปิดปาก”
เงื้อมดาบขึ้นเสมือนจะสังหารโจรผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ใกล้มือ ทั้งหมดที่ทำเพื่อข่มขู่เท่านั้นแต่ดูเหมือนจะได้ผลเพราะโจรที่กำลังจะถูกสังหารยอมเปิดปาก
“ข้ายอมบอกแล้วขอรับ อย่าฆ่าข้าเลย” ขอร้องอ้อนวอน
“เจ้าบอกมาว่าสมบัติที่ปล้นมาอยู่ที่ใดบ้าง”
“ข้าจะพาท่านไป”
“เจ้านำทางพวกข้าไป”
โจรผู้นี้นำมายังคลังสมบัติว่างเปล่าที่มาเมื่อสักครู่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยว่าทรัพย์สินที่ปล้นมาหายไปไหน
“พวกข้าเก็บทรัพย์สินที่ปล้นมาไว้ที่นี่ทั้งหมดขอรับ แต่ไม่รู้ว่ามันหายไปไหน”
ท่านเจ้าเมืองกับแม่ทัพประจำเมืองใจห่อเหี่ยว เมื่อได้ฟังโจรผู้นี้เอ่ยออกมา
ค้นจนทั่วค่ายก็ไม่มีผู้ใดเจอทรัพย์สมบัติอีก จึงถอดใจนำสิ่งของที่พอจะขายได้กลับไป
โจรหลายพันคนถูกนำตัวกลับไปยังเมืองประจำจังหวัด ต้นไม้ที่เป็นพิษไม่มีผู้ใดกล้ายุ่ง ปล่อยให้มันเติบใหญ่อยู่อย่างนี้
ราษฎรรับรู้ว่าทางการปราบโจรภูเขาโหดร้ายได้แล้วก็โห่ร้องดีใจ พวกตนจะได้ไม่ต้องหวาดระแวงกับโจรพวกนี้
ญาติพี่น้องของคนที่ถูกโจรภูเขาปล้นฆ่าต่างถุยน้ำลาย ก่นด่า ขว้างปาสิ่งของใส่ด้วยความโกรธแค้น ราษฎรที่ไม่ได้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักเพียงยืนโห่ร้องสรรเสริญความเก่งกาจของเจ้าหน้าที่