บุรุษหนุ่มร่างสูงกำยำผู้มากับผิวสีน้ำตาลไหม้และใบหน้าที่คมเข้ม เส้นผมสีดำนั้นถูกตัดเป็ทรงมหาดไทย ั์ตาสีดำสนิทนั้นดูทรงอำนาจอย่างหาใครเปรียบได้ ทุกอริยาบทนั้นก็แฝงไปด้วยพลังอำนาจจนเกือบจะเป็ความเข้มขลังในเวลาเดียวกัน
สมเด็จท่าน…
“เยี่ยมมาก เยี่ยมมาก เป็การประลองที่ดี เ้าจันทร์เอ็งหาไปหายหลายขวบเดือนจนข้านึกว่าจะเสียทหารคู่คิดไปอีกคนเสียแล้ว เอ็งมาก็ดีแล้วเพราะอีกไม่นานข้าว่าพระเ้าหงสาอาจจะยกทัพมาก็เป็ได้”
การคาดการของพระองค์ช่างเฉียบขาด..
แน่นนอนว่ามันต้องเป็แบบนั้น เพราะหลังจากที่รบกับพระเ้าเชียงใหม่ที่บ้านนายสระเกศจบลงได้ไม่นานก็จะเกิดาระหว่างอโยธยาและหงสาขึ้นอีกครั้ง และคราวนี้พระเ้าหงสาจะเป็คนยกทัพลงมาเองในปีจอ พ.ศ.2129 เพื่อล้อมกรุงฯ
“อาตมาว่าจะพาเ้าจันทร์เข้าเฝ้ามหาบพิตรอยู่พอดี” พระมหาเถรกล่าวขึ้น
สมเด็จพระนเรศวรทรงทอดพระเนตรมองมายังวาดจันทร์และอินทร์อย่างพอพระทัยก่อนจะเสด็จมาประทับด้านหน้าพระมหาเถรคันฉ่องก่อนจะก้มกราบลง
“มีเหตุอันใดขอรับพระคุณเ้า”
“อาตมาเพียงแค่จะมาบอกมหาบพิตรเื่เ้าจันทร์เท่านั้น แต่เื่นี้อาตมาคิดว่าคงต้องเป็ความลับ..”
สมเด็จพระเ้าอยู่หัวนั้นเบือนพระพักตร์ไปยังเหล่าทหารและข้าทาสบริพารก่อนจะทอดพระเนตรเป็การบอกเป็นัยๆ ว่าให้ออกไป ซึ่งทั้งหมดก็ดูจะรู้งานกันเป็อย่างดีต่างก็พากันถวายบังคมลาแล้วถอยออกไปกันด้วยความว่องไว
องค์สมเด็จพระนเรศวรขึ้นชื่อเื่ความเข้มงวดและความดุ
สงสัยจะจริง
แต่ทำไมเธอไม่ยักกะกลัว..รึอาจจะเป็เพราะเธอรู้ว่าทำไมพระองค์ท่านถึงต้องเข้มงวดนัก
พระมหาเถรบอกเล่าเื่ราวทั้งหมดให้แก่สมเด็จพระนเรศวรทรงทราบ สมเด็จท่านเพียงพยักหน้ารับทราบและตรัสอย่างขบขัน
“ถึงความจำจะเสื่อมไปบ้างแต่วิชาความรู้เอ็งยังอยู่ครบ แถมวิชาเพลงดาบเพลงมวยก็ดูแปลกตาขึ้นข้าว่าดี ไม่น่าเป็ห่วง ที่จะน่าห่วงก็มีแต่ไอ้อินทร์จะโดนเอ็งกระทืบจมเมื่อใดกัน”
พระองค์ทรงเอ่ยแซวทหารรักอย่างขบขัน อินทร์เพียงได้เเต่ยิ้มรับเท่านั้นเพราะครั้งนี้เขาแพ้เธอจริงๆ
“พระองค์..ข้าว่า..อีกไม่นานจักเกิดศึกอีกเพคะในระหว่างที่ข้าไม่อยู่ข้าทราบข่าวมาว่าทางหงสาจะตั้งกำลังพลมาโจมตีเราอีก ครั้งนี้พระเ้าหงสาวดีจะเป็ผู้นำทัพลงมาเอง”
วาดจันทร์เอ่ยเตือนทั้งๆ ที่รู้ว่าอาจจะส่งผลทำให้ประวัติศาสตร์บิดเบือนก็ตาม
“เื่นั้นข้าก็พึ่งรู้จากกองเสือป่าแมวเซาเช่นกัน แล้วเ้าพอจะรู้กระอีกบางหรือไม่”
“หม่อมฉันทราบมาว่า จำนวนทหารมีประมาณ250,000นายเพคะ จะเดินทัพมาทางด่านแม่สอดแล้วตั้งประชุมพลยั้งอยู่เมืองกำแพงเพชร ก่อนที่จะแบ่งการเดินทัพ เป็2ทางพระมหาอุปราชกับพระเ้าตองอูยกลงมาทางฝั่งตะวันออก พระเ้าหงสาวดียกมาทางฝั่งตะวันตก ส่วนพระเ้าเชียงใหม่หลังจากที่พ่ายไปในการรบพุ่งที่บ้านสระเกษ พระเ้าหงสาวดีก็มีรับสั่งให้พระเ้าเชียงใหม่มีหน้าที่คอยคุมกองเสบียงลำเลียงอาหารมาทางเรือ คาดว่าน่าจะมาถึงในเดือนยี่ปีจอเพคะ”
“เรายังพอมีเวลาเหลือที่จะตั้งรับอยู่อีกราว6เดือน ดี!! ไม่เสียแรงที่เ้าหายไปเสียนาย คงลอบเข้าไปในทัพหงสาสิท่า” สมเด็จท่านทรงตรัสอย่างพอพระทัย
“พระองค์ไม่ทรงคลางแครงใจหม่อมฉันรึเพคะ”
“เ้าจันทร์เอ็งเป็หนึ่งในทหารคนสนิทของข้า อุปนิสัยเอ็งข้าก็รู้ดีว่าเงินหรืออำนาจมันมิอาจซื้อความรักชาติของเอ็งได้ ที่สำคัญหากแม้นคิดธุรยศจริงเอ็งคงมิถามข้าแบบนี้กระมั้ง"
วาดจันทร์เพียงแค่ยิ้มแห้งๆ พระองค์ทรงรู้อุปนิสัยของทหารทุกนาย
“วันพรุ่งข้าจะเรียกเหล่าแม่ทัพนายยกแลเสนาอำมาตย์มาร่วมวางแผนการรบพวกเอ็งก็จงเตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาเจอข้าที่เดิม”
“เพคะ/พะยะคะ” วาดจันทร์กับอินร์ขานรับอย่างพร้อมเพียงกัน
“ไปพักผ่อนกัเสียเถิด พวกเ้าเหนื่อยมามากแล้ว” พระนาจันทร์แย้มพระอมาทางวาดจันทร์ราวกับบอกเป็นัยว่าอีกไม่นานพระองค์ทั้งสองก็จะกราบลาพระมหาเถรเช่นกัน
วาดจันทร์กราบลงพร้อมกับที่อินทร์ถวายบังคม ก่อนที่จะทูลลาและคลานถอยหลังออกไปออกไปอย่างสุภาพ อินทร์พาวาดจันทร์เดินแวะยังตลาดเผื่อว่าหล่อน้าสิ่งใดเพิ่ม แต่ดูท่าแล้วคนตัวเล็กจะสนใจแต่ขนมเสียมากกว่า
“พี่อินทร์ ข้าอยากกินสิ่งนี้”
วาดจันทร์ชี้ไปที่ขนมกงสีน้ำตาล อินทร์ถึงกับขบขัน เธอตัวเล็กมากหากเทียบกับอิสตรีในยุคสมัยนี้แต่ก็กลับกินเก่งแถมแรงเยอะจนผิดปกติ
ั้แ่พาวาดจันทร์มาตลาด เธอก็แวะร้านโน่นทีร้านนี้ทีเสียอัฐไปก็หลาย เสียไปกับขนมมากมาย ั้แ่ขนมชั้น ขนมครก ขนมต้ม ขนมกล้วย ขนมใส่ไส้ และกำลังจะมาเป็ขนมกง
กินเท่าไหร่ก็ไม่ดูจะอวบอ้วนขึ้น
ไม่รูว่าเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนหมด
หากแม้นผู้อื่นมองก็คงเห็นเพียงว่าขุนอินทรืผู้นี้ตามใจเมียรักยนักหนา แต่หากมีใครเคยเสียของรักไปแล้วได้คืนกลับมาแบบเขา…ใครๆ ก็คงทำไม่ต่างกัน
ตามใจให้มากกว่าที่เคย รักให้มากกว่าที่เคยรัก ทำทุกวินาทีให้มีค่ามากที่สุด
ใครเล่าจะรู้ว่าการจากลาจะมาอีกเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้นทุกวินาทีที่อยู่ด้วยกันนั้นมันสำคัญมากเสมอ
“กินขนาดนี้เ้าจะไม่ไปกินมื้อเย็นฝีมือแม่แล้วใช่หรือไม่”
“ข้ามีกระเพาะไว้เก็บกับข้าวฝีมือคุณแม่อีกเยอะ”
คุณพระ
“พี่ถามเ้าได้หรือไม่ ว่าที่ตรัสกับพระองคืท่านนั้นเ้าไปรู้จากที่ใดมา”
“หนังสือพงศาวดารไทยรบพม่า”
“มันคือสิ่งใด?”
“ก็เป็..สมุดจดที่คนในสมัยข้าเขาจดเื่ราวในอดีตแล้วรวบรวมไว้เป็เล่มเดียวกัน จริงๆ ก็มาจากการจดบันทึกของคนุคต่างๆ นั้นละ ในวังเองก็ต้องมีคนจดบันทึกเหตุการณ์ถูกไหม นั้นละสิ่งนั้นมันสืบทอดมาถึงยุคสมัยของคนในยุคสมัยของข้าก็รวบรวมไว้ให้คนรุ่นหลังได้อ่านกัน”
วาดจันทร์อธิบายพร้อมกันยกน้ำตาลสดที่อยู่ในกระบอกไม้ไผ่ที่เธอพึ่งใช้อัฐของอินทรืไปซื้อมายกสดอย่างสบายใจ อินทร์ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นักกับสิ่งที่วาดันทร์อธิบายแต่ดูท่าว่าจะเป็สิ่งที่ดีพอควร
“นี้ก็เย็นมากแล้ว กลับเรือนกันเถิดป่านนี้คุณแม่คงเป็ห่วงแย่”
“ไว้พี่พาข้ามาเที่ยวตลาดใหม่นะ”
“อยากจะไปที่ใด พี่จะพาเ้าไปเ้าจันทร์”
วาดจันทรืยิ้มทันทีที่ได้ฟังคำพูดของอินทร์ ซึ่งเมื่อเธอยิ้มอินทร์จึงยิ้มตาม
กว่าจะกลับมาถึงเรือนก็เกือบค่ำ ดีที่ทันเวลาอาหารเย็น แต่เมื่อมาถึงก็กลับได้ยินลำดวนร้องไห้โวยวายลั่นจนวาดจันทร์ต้องรีบวิ่งขึ้นไปดู ซึ่งวาดจันทร์คิดว่าลำดวนคงกลัวว่าเธอจะไม่กลับมาอีก
เด็กหนอเด็ก
“ลำดวน ร่ำไห้อีกแล้ว กลายเป็เด็กเอาแต่ใจเมื่อไรกัน” วาดจันทร์เอ็ดเข้าเบาๆ
“ก็ข้ากลัวพี่จันทร์กะพ้อไม่กลับมา”
“พี่ก็บอกเ้าอยู่เมื่อเช้าว่าพี่จะกลับ”
“…”
“ทีหลังห้ามร้องไห้งอแงแบบนี้อีกเข้าใจหรือไม่ เป็ลูกหลานของนักรบ เป็น้องพี่อินทร์ เป็น้องของพี่ซึ่งเป็ทหารเ้าจักอ่อนแอแบบนี้มิได้”
ลำดวนดูหน้าง้ำลงไปอีกที่โดนวาดจันทร์ดุ อินทร์ถึงกับแอบขำที่เห็นแม่น้องสาวคนเล็กหมดสิ้นฤทธิ์
“เข้าใจที่พี่พูดหรือไม่ลำดวน”
“เข้าใจเ้าคะ”
“ถ้าร้องไห้เอาแต่ใจ หรืออ่อนแอให้พี่เห็นอีกพี่จะไม่รักแล้วนะ”
“พี่จันทร์กะพ้อจะไม่รักลำดวนแล้วหรอ…”
สีหน้าของลำดวนดูสลดลงไปอีกจนน่าสงสาร
เวรละ ใจห้ามอ่อนนะวาดจันทร์เอ่ย
“ถ้าลำดวนไม่ดื้อ ไม่งอแงพี่ก็รักตกลงไหมละ”
“เ้าคะ”
“ดีมากงั้นไปกินข้าวกัน”
วาดจันทร์ยิ้มก่อนที่จะอุ้มลำดวนขึ้นมากอด เด็กน้อยหัวเราะร่ากับผู้เป็ดั่งพี่สาว
เมื่อจัดแจงอาบน้ำสระผมผลัดผ้าเสร็จวาดจันทร์ก็มานั่งสางผมหน้ากระจก เธอเริ่มคุ้นชินกับการอยุ่ที่นี้พอควรแล้ว เเต่ที่จะไม่ชินคือการไปๆ มาของชายหนุ่มที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็สามีของเธอในยุคนี้ ที่ชอบพลุบๆ โผล่ๆ ให้ใ แถมยังมาแย่งหวีไปจากมือแล้วเอาไปหวีให้เธออีกด้วย
ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนหวีผมให้เธอแบบนี้มาก่อน แน่นอนว่าไม่เคยมีใครดูแลเธอดีเท่านี้ด้วย ซึ่งการเจอแบบนี้บ่อยๆ มันก็ทำให้อดใจสั่นไม่น้อย
จะมาใจบางอะไรตอนนี้ วาดจันทร์!
“ข้าหวีเองได้” วาดจันทร์หันมาตั้งใจจะแย่งหวีแต่อินทร์ก็ยกมือหนีไม่ยอให้แต่โดยดี
“เฉยๆ เหอะ”
“ปกติพี่ทำแบบนี้หรอ??”
“อืม นี้เื่ปกติ”
“แต่ข้าไม่ใช่..”
“ดวงจิตของเ้าเลือกกลับมาหาพี่ เพราะฉะนั้นเ้าจึงใช่ พี่ถึงทำทุกอย่างให้เ้าเหมือนดั่งเดิม”
“ตามใจแบบนี้ประเดี๋ยวข้าก็เอาแต่ใจหรอก”
วาดจันทร์พูดแต่อินทร์กลับส่งเสียงหัวเราะดังๆ ออกมา เธอมองเขาผ่านกระจกอย่างไม่เข้าใจ
“อยู่ให้พี่ตามใจนานๆ นะดีเเล้ว ดื้อเมื่อไหร่พี่ก็ค่อยลงโทษดีไหม”
“จะเฆี่ยนข้ารึ?” วาดจันทร์ตาโต
“ไม่ดอก แต่ลงโทษแบบอื่นมากกว่า”
คำว่า ‘แบบอื่น’ นั่นทำเอาใจคอไม่สู้ดี ดวงหน้างามยิ่งเริ่มแดงระเรื่อ
“ไอ้พี่บ้า!” วาดจด่าสวนตามนิสัย
“พูดแบบนี้ไม่งามงั้นต้องลงโทษกระมั้ง”
คราวนี้ละคนตัวเล็กหันควับด้วยความใ อินทร์รั้งเอววาดจันทร์ไว้ราวกับรู้ว่าเธอจะหนี จากที่ตั้งใจจะลุกหนีก็กลับกลายมาทรุดนั่ลงที่ตักร่างสูงแทน
สถานการณ์เลวร้ายที่สุด!!!
อินทร์ยิ้มกริ่มออกมาอย่างขบขันเมื่อเห็นดวงหน้างามนั้นแดงระเรื่อไปหมด ไหนจะทีท่าร้อนรนนั้นอีก
“พูดไม่เพราะ ต้องลงโทษ ดื้อก็ต้องลงโทษ ไม่ฟังพี่ก็ต้องลงโทษรู้หรือไม่”
“ไม่รู้!”
เสียงตวาดกลับรอบสองมาพร้อมกับอินทร์โน้มตัวมาหอมฟอดเข้าที่พวงแก้มนิ่ม วาดจันทร์สะดุ้งเฮือกพร้อมเกาะไหล่กว้างแน่นด้วยความใ
“นิสัยไม่ดี”
ร่างสูงโน้มตัวลงหอมที่พวงแก้มอีกข้างอย่างนึกสนุก แต่คนถูแกล้งตอนนี้ตัวกลับสั่นเทา
“เอาเปรียบ”
วาดจันทร์ฟาดมือตุ๊บตั้บเข้าที่อกของอินทร์ แต่ร่างสูงก็ใช้มืออีกข้างรั้งร่างบางไว้ก่อนที่จะโน้มมาอีกครั้ง วาดจันทร์เบิกตากว้างเมื่ออินทร์โน้มตัวลงมาจูบเธอ ริมฝีปากบางนั้นถูกััอย่างดูดดื่มและโหยหา สมองของวาดจันทร์เองก็เริ่มที่จะครองสติได้อย่างเลือนรางเต็มที ััของอินทร์ทำให้เธออ่อนไหว และมันทำให้เธอร้อนลุ่มราวกับต้องไฟ และเมื่อสติเริ่มหลุดลอยวาดจันทร์ก็ปล่อยทุกอย่างไปตามอารมณ์ เธอจูบตอบเขากลับ อินทร์มองร่างเล็กในอ้อมแขนพร้อมกับรั้งให้เข้าใกล้มากขึ้นไปอีก มือหนาขยับไปปลดผ้าแถบสีชมพูอ่อนที่อกของเธอให้เลื่อนหลุดลงมาจนถึงเอวอย่างแ่เบา อินทร์ค่อยๆ อุ้มวาดจันทร์ไปวางที่เตียงอย่างนิ่มนวล
“พี่..พี่อินทร์..อื้อ..พอ…”
เสียงร้องห้ามจากร่างบางถูกเพิกเฉยขจากเ้าของเรียวปากที่กำลังรุกรานเธอ ััที่อ่อนหวานและเรียกร้องโหยหานั้นทำให้วาดจันทร์ไร้เรี่ยวแรงไปดื้อๆ วาดจันทร์ปล่อยให้อินทร์หาคามหวานากริมฝีปากเลกขอเธออย่างไม่รู้จักพอ อินทร์ค่อยๆ ปลดสิ่งกีดขวางที่เหลือระหว่างเขากับเธอ ตามด้วยการทาบทามของคนตัวโต สัมผสอันอ่อนหวานและร้อนลุ่มนั้นเคลื่อนที่จากริมฝีปากไปตามแก้ม ใบหู ซอกคอและที่อื่นๆ จนร่างเล็กส่งเสียงครางเบาๆ ััที่แสนหวานและหนักแน่นนั้นดำเนินไปตามขั้นตอนที่ควรจะเป็ ร่างเล็กที่กำลังหลับอยู่คาอกของชายหนุ่มนั้นดูท่าอีกนานกว่าจะรู้สึกตัว
อินทร์ใช้มือเกลี่ยเส้นผมให้พ้นไปจากใบหน้าที่ซุกอยู่ที่อกเขา วาดจันทร์ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะหลับสนิทอีกครั้ง มือเรียวยังคงกำมือเขาเเน่นไม่ปล่อยราวกับว่ากลัวหาย อินทร์อดยิ้มไม่ได้ เขารู้ดีกว่าใครว่าเ้าจันทร์งดงามแค่ไหน อินทร์ขยับผ้าห่มขึ้นมาปิดตัวเขาและวาดจันทร์ก่อนที่จะค่อยๆ หลับตาลงและเข้าสู่ห้วงนิทรา
ครั้งนี้เขาจะรักษาเธอไว้ยิ่งกว่าชีวิต
วาดจันทร์ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงไก่ที่ขันยามเช้า เธอมีความความใเล็กน้อยเพราะเธอกำลังใช้อกกว้างของอินทร์หนุนแทนต่างหมอน
ไม่น่าปล่อยตัวปล่อยใจไปตามอารมณ์
แต่เมื่อร่างบางขยับอินทร์ก็กลับรู้สึกตัว เขารั้งเธอเข้ามานอนกอดอีกครั้ง
“เช้าเกินกว่าจะลุก”
“พี่เอาเปรียบข้า” วาดจันทร์เอ็ดแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอ้อมกอดของเขา
“แล้วใครจูบตอบพี่กัน” ร่างสูงขำเล็กน้อย
“ไอ้บ้า” วาดจันทร์สบถด่าเบาๆ พร้อมกับดึงผ้าแพรขึ้นมาปิดหน้าแก้เขิน
“รังเกียจพี่รึเ้าจันทร์”
“..ก็เปล่า..” เธอตอบทั้งๆ ที่หน้ายังมุดอยู่กับผ้าห่ม
“งั้นต่อแต่นี้พี่ก็ไม่ต้องนอนพื้นแล้วสิรู้ไมการที่เมียไล่ไปนอนพื้นมันเ็ปมากเลยนะ”
“…ไม่คุยด้วยแล้ว...”
วาดจันทร์สบถแก้เขิน แต่ดูเหมือนอินทร์จะถูกใจกับอากัปกิริยาเวลาเขินอายของเธอนัก