หลังจากกลับมาออนไลน์ ลมวสันต์ก็พบว่าวิธูตื่นนอนแล้ว อีกฝ่ายกำลังสำรวจความมีชีวิตชีวาของผู้คนในเมืองจากมุมระเบียงด้วยความสนใจ
"เดี๋ยวผมจะออกไปซื้อของข้างนอกนะครับ จะกลับมาให้ทันก่อนมื้อเที่ยง"
"อืม..."
อีกฝ่ายพยักหน้ารับ สายตาเลื่อนขึ้นไปมองท้องฟ้าครู่หนึ่ง
"วันนี้ฝนน่าจะตกนะ"
วิธูเปรยเรียบ ๆ
ลมวสันต์พอได้ยินก็ั์ตาวาววับ
'ถึงกับหยั่งรู้สภาพอากาศ ไม่ธรรมดาจริง ๆ'
เขาคิดอย่างตื่นเต้น หารู้ไม่ว่าเป็เพียงความเคยชินของคนที่นอนกลางดินกินกลางทรายเท่านั้น
.
.
.
อันที่จริงลมวสันต์คิดว่าตัวเองค่อนข้างโชคดี ที่พักแถวนี้โดยทั่วไปจะราคาประมาณคืนละ 15 เหรียญทองแดง แต่ที่ที่เขาอยู่ตอนนี้ ชั้นล่างเป็ร้านขายอุปกรณ์สำหรับนักผจญภัย หรือก็คือร้านเดียวกับที่เขาเคยซื้อหมวกขุดเหมืองกับมีดสั้นไปในวันแรกนั่นเอง ตอนนั้นเขากำลังมองหาที่พักเลยมาถามเ้าของร้านให้แนะนำที่ที่ราคาถูก ๆ ให้หน่อย เ้าของร้านก็ใจดี บอกว่ามีห้องว่างชั้นบน มาอยู่ฟรีได้เลย แลกกับการช่วยทำความสะอาด ซึ่งเขาก็ตอบตกลงทันที ยังไงตอนแรกก็ไม่ได้กะจะออกไปไหน เพราะกลัววิธูจะตื่นมาแล้วไม่เจอใคร ดังนั้นเงื่อนไขเงื่อนไขที่ได้มานี้จึงเป็ข้อเสนอที่ลงตัวจนไม่สามารถจะลงตัวไปกว่านี้ได้อีก
หลังจากบอกกับเ้าของร้านและจดรายการที่เขา้าฝากซื้อพร้อมรับเงินมาครบแล้ว ลมวสันต์ก็ออกเดินทางทันที
ต้องบอกว่าฉายา 'ผู้ขวนขวาย' นั้นมีประโยชน์มากทีเดียว ไม่งั้นอาจจะไม่ได้ห้องพักฟรีแบบนี้ แถมบางครั้งพอเข้าไปพูดคุยกับ NPC ก็มักจะได้รับคำตอบที่มีข้อมูลเชิงลึกเพิ่มมาด้วยอีกหน่อย
ลมวสันต์เดินไปตามทางที่แผนที่ของระบบบอก ก่อนอื่นก็ต้องไปซื้อของที่เ้าของร้านฝากมาก่อน แล้วค่อยไปซื้อเนื้อ
เขาใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงในการซื้อพวกของใช้และวัตถุดิบที่เ้าของร้าน้า หลังจากนั้นจึงเดินไปยังร้านขายเนื้อที่เ้าของร้านแนะนำไว้
"สวัสดีครับ มีใครอยู่ไหม?"
เพราะหน้าร้านไม่มีคน เลยลองะโถามดู เผื่อพ่อค้าจะอยู่ด้านใน
"มีครับ~ โปรดรอสักครู่"
"ครับ"
ผมรับคำ แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าคนที่เดินออกมาเป็ผู้เล่น อีกฝ่ายก็ดูประหลาดใจไม่แพ้กัน
"...คุณเคียวปีศาจ?"
จู่ ๆ ก็นึกถึงข้อความในกระทู้ที่เห็นก่อนหน้านี้ จึงอดไม่ได้ที่จะลองเรียกดู
ต้องเข้าใจก่อนว่าประชากรในเมืองหลวงมีถึงราว 500,000 คน ผู้เล่น Closed Beta 5,000 คนนั้นนับเป็แค่ 1% เท่านั้น การจะพบกันไม่ใช่เื่ง่ายเลย จนถึงตอนนี้เขาก็เคยพบแค่ 3 คนเท่านั้น คือผู้เล่นที่ถูกแบนไปแล้ว ผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยพยายามจะช่วย NPC ที่ถูกลวนลาม แล้วก็อัสดง
ผู้เล่นคนนี้นับเป็คนที่ 4 ที่เขาพบ
"ครับ?"
อีกฝ่ายมองด้วยสายตาที่เป็คำถาม
"ขอโทษครับ.. พอดีเห็นในคอมมูน่ะครับ ที่ว่าทำงานแลกเนื้ออะไรสักอย่าง"
"อ๋อ ครับ ใช่ผมเอง แล้วนี่คุณมาซื้อเนื้อเหรอ เนื้อมอนสเตอร์น่ะกิโลตั้ง 6 เหรียญทองแดงเลยนะ"
เคียวปีศาจพูดในขณะที่ถือมีดสองเล่มลับคมกันไปมาอย่างชำนิชำนาญ
'ทำงาน 3 วัน มันทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ'
ความสงสัยนั้นมีอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสมองจะประมวลผลราคาเนื้อในหัว ลมวสันต์ก็พอจะคาดเดาได้ว่าราคามันคงจะแพงมากกว่าขนมปัง แต่ 1 กิโลที่ว่าก็กินเหรียญทองแดงในมือเขาไปตั้งเกินครึ่ง
' ทั้งตัวข้ามีแค่ 11 เหรียญทองแดง'
"ใช่.. มีเนื้อส่วนนี้เหมาะสำหรับ.. คนป่วยไหม?"
เพราะว่าท่านวิธูร่างกายขาดสารอาหารมานาน ถ้าจู่ ๆ จะกินไขมันสูงทันทีอาจจะไม่ดีต่อกระเพาะ
"สำหรับคนไม่เคยกินเนื้อ หรือ... อย่างน้อยก็ไม่ได้กินมานาน"
ลมวสันต์เสริมอย่างไม่แน่ใจ
อีกฝ่ายเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เดินไปเลือกเนื้อส่วนที่เหมาะสม แล้วสับให้จนละเอียด
"ควรตุ๋นให้เปื่อยจะดีที่สุดครับ"
ลมวสันต์พยักหน้ารับ ก่อนจะจ่ายเงินโดยไม่มีท่าทีอิดออด
"ขอบคุณครับ"
ก่อนจะไป เขาก็รู้สึกลังเลนิดหน่อย
"เอ่อ เพิ่มเพื่อนกันดีไหมครับ"
"ดีเลยครับ อันที่จริงผมพึ่งเคยเจอคุณเป็ผู้เล่นคนแรกเลย"
เคียวปีศาจพูด
"ผมน่ะรู้สึกเหมือนหลุดมาต่างโลกทุกครั้งที่ออนไลน์เกมเลย เพราะไม่เคยเจอผู้เล่นคนอื่น"
"ผมก็เคยเจอไม่กี่คนเองเหมือนกัน แผนที่ในเกมนี้กว้างจนเว่อร์มากเลยครับ พวกผู้เล่นสายผู้บริหารคงจะจะคลั่งกันมากแน่ ๆ"
หลังจากคำขอเป็เพื่อนถูกตอบรับ เขาก็พบว่าอีกฝ่ายเป็ผู้เล่นเลเวล 3 แล้ว และมีฉายาด้วย
"โห คุณอัปเลเวลแล้วเหรอครับ ผมยังไม่ไปไหนเลย"
"ก็เพราะงานนั่นล่ะครับ บางทีก็จะมีพวกมอนสเตอร์ที่ยังไม่ตายถูกส่งมา พอช่วยเถ้าแก่จัดการก็เลยได้ EXP มาด้วยน่ะ"
ลมวสันต์พยักหน้าเข้าใจ
"สุดยอดไปเลยนะครับ ผมทำงานอยู่ที่ร้านขายอุปกรณ์ของนักผจญภัย แถว ๆ ทิศตะวันตกน่ะ ถึงจะดูไม่มีอะไรพิเศษ แต่ก็ได้เรียนรู้วิธีดูคุณภาพของพวกนั้นอยู่เยอะเลยครับ"
พวกเรามองหน้ากันครู่หนึ่ง ก่อนจะพากันหัวเราะ
"พวกเราเหมือน NPC เลยนะครับ"
"ฮะฮะ นั่นสิ แต่ผมชอบมากเลย ใช่ จะว่าไปฉายาคุณดูเท่ดีนะครับ 'ผู้อุตสาหะ' ฟังดูน่าเชื่อถือมากเลยครับ"
"ขอบคุณครับ ฉายา 'ผู้ขวนขวาย' ของคุณก็ให้ความรู้สึกแบบนักผจญภัยมาก"
อีกฝ่ายชมกลับ
"จริงสิ คุณบอกว่าอยู่แถวตะวันตกใช่ไหม แถมนั้นเมีเขตสลัมอยู่ด้วย ปกติถ้าเป็ในพวกเกมหรือนิยาย สลัมจะเป็แหล่งข้อมูลชั้นดีเลยใช่ไหม ผมเคยลองไปครั้งหนึ่ง แต่พอผมจะยกให้ขนมปังแข็งเพื่อจะขอแลกข้อมูล พวกเขาก็ทำท่าหวาดระแวงกันใหญ่เลย หาว่าผมเป็พวกค้าทาสอะไรนี่ล่ะ ผมก็ไม่ได้โกรธหรอก พวกเขาก็คงใช้ชีวิตกันมาลำบาก ไม่ไว้ใจคนแปลกหน้าก็ไม่แปลก"
เคียวปีศาจพูดไปก็ถอนหายใจอย่างเวทนา
"คุณมาซื้อเนื้อก็จะเอาไปให้พวกเขาใช่ไหม ระวังด้วยนะ"
ลมวสันต์ได้ยินก็รู้สึกผิดในใจ
"เอ่อ นั่น.. เพราะผมเองน่ะ"
"ครับ?"
"คือ ผมได้ภารกิจจาก NPC ในสลัมให้ตามหาไอเทม ตอนแรกก็แลกอาหารกับภารกิจแบบที่คุณทำนั่นล่ะ ทีนี้ไอเทมชิ้นนั้นมันทำให้ NPC ที่ให้ภารกิจผมสลบไป ผมจะทิ้งเขาไว้ตรงนั้นก็กังวล เลยแบกกลับไปที่พักด้วย"
อีกฝ่ายได้ยินก็เงียบไปครู่หนึ่ง
"แล้วตอนนี้...?"
"ก็ยังอยู่กับผมครับ เขาพึ่งจะได้สติเมื่อวานเอง"
เขาตอบตามความจริง
"คุณแน่ใจนะว่าคุณ--"
"ผมจะไปทำอะไรล่ะครับ! เขาเป็ผู้มีพระคุณนะ ฉายาที่ผมมีก็ได้มาเพราะภารกิจของเขา"
ลมวสันต์แย้งเสียงหลง
"อ่อ.. ครับ"
เคียวปีศาจรับคำ ไม่ได้แย้งอะไรเพิ่ม
"เอ่อ ถ้ายังไงคุณจะแวะมาดูก็ได้นะครับ ร้านที่ผมอยู่มีป้ายรูปดาบกับอีเตอร์ไขว้กันเป็กากบาทน่ะ"
ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกว่าจำเป็ต้องอธิบายบางอย่าง
"เขา อืม.. น่าจะเป็พวก NPC พิเศษนะครับ เผื่อว่าคุณจะได้ภารกิจดี ๆ สักอัน"
ครุ่นคิดเล็กน้อย
"่บ่ายก็ได้ครับ ่นั้นลูกค้าน้อยน่ะ"
พูดเองเออเองเสร็จสรรพก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อด้วยความรู้สึกที่สบายใจขึ้นมาก
เคียวปีศาจมองผู้เล่นคนแรกที่เขาพบในเกมเดินจากไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
'แล้วต้องไปเหรอ?'
แต่อีกฝ่ายก็พูดมาขนาดนั้น จะไม่ไปก็รู้สึกแปลก ๆ
อีกอย่างถึงจะดูบุคลิกผ่อนคลายแบบนั้น แต่ค่าสถานะคงไม่ธรรมดาเลย
นี่เป็สิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากการต้องคอยจัดการกับร่างของมอนสเตอร์มาตลอด 3 วัน อย่าคิดว่าเวลาแค่นี้จะไร้ความหมาย มอนสเตอร์บางตัวแม้จะเหลือแค่ซาก ก็ยังมีกลิ่นอายที่น่ากลัวแผ่ออกมา บางสิ่งบางอย่างเมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะสร้างกลิ่นอายบางอย่างที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่าต้องระวังโดยไม่รู้ตัว
ผู้เล่นที่ชื่อ 'ลมวสันต์' คนนี้ ก็ให้ความรู้สึกแบบนั้น
ดังนั้นเคียวปีศาจจึงตัดสินใจว่าตอนบ่ายจะขอลางานจากเถ้าแก่เพื่อแวะไปหาอีกฝ่ายดู
ช่วยไม่ได้ ความใคร่รู้เป็พื้นฐานของมนุษย์นี่นา
TBC.