ป้ามุกพาเจน,พลอยและส้มขึ้นไปดูที่ห้องนอนของวรวิทย์ที่ยังคงอยู่ในสภาพเดิมทุกอย่างเจนพยายามตั้งสติตัวเองให้กลับคืนมา “ของในห้องนี้ห้ามเคลื่อนย้ายอะไรทั้งนั้นหนูขอแค่ให้ป้ามาทำความสะอาดเหมือนเดิม...ถึงแม้ว่า...ถึง..ถ..ถึงแม้ว่า...พ่อจะไม่อยู่แล้วก็ตาม”
“ได้ค่ะคุณหนูป้าก็คิดแบบนี้เหมือนกัน”
พลอยเดินประคองเจนสำรวจห้องนอนทุกซอกทุกมุมจนกระทั่งพบเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ต้องแปลกใจ“เจนลองเงยขึ้นไปดูเวลาที่นาฬิกากำลังแสดงอยู่สิ!”
นาฬิกาดิจิทัลแสดงเวลาหยุดอยู่ที่ตี3.10 น. เป็เวลาที่เจน, พลอยและส้มตกตะลึงอย่างมาก “ตี 3.10น....เวลานี้อีกแล้ว!” พลอยหลุดปากออกมาแบบไม่ตั้งใจ
“ส้มตัวเลขเวลาที่ค้างอยู่แบบนี้ หมายถึงแบตเตอรี่หมดใช่ไหม?”พลอยหันไปถามส้มทันที
“แบตอาจจะหมดหรือนาฬิกาอาจจะเสียก็ได้ค่ะ”
“แล้วทำไมต้องหยุดที่เวลานี้ด้วย...ทำไมต้องเป็เวลานี้?”พลอยตั้งคำถามจนทำให้เจนและส้มต้องหันมามอง “บังเอิญไปหน่อยไหม?...ไม่เข้าใจจริงๆ”
“นั่นสิพี่พลอย...หนูคิดเหมือนพี่เลยทำไมต้องหยุดตรงเวลานี้ด้วย”
“ส้มหยิบนาฬิกาออกมาเช็คหน่อยแบตหมดหรือนาฬิกาเสียกันแน่?” เจนหันมาถามส้มด้วยความสงสัย
“แปลกมากค่ะพี่เจน...แบตปกติค่ะแบตยังเหลือตั้ง 60% แต่...แต่...แต่เวลาหยุดเดินค่ะพี่เจนหยุดเดินที่เวลา 3.10 น. ตัวนาฬิกาหยุดเดินที่เวลาตรงนี้ แต่แบตปกติจริงๆ ค่ะ”
เจนหันไปเห็นลิ้นชักด้านข้างโต๊ะทำงานเปิดแง้มเล็กน้อยเธอค่อยๆ เปิดออกมาสิ่งที่อยู่ภายในลิ้นชักทำให้เธอร้องไห้ปล่อยโฮเสียงดังลั่นออกมา เธอทรุดลงไปที่พื้นทันทีเธอใช้ 2 มือทุบลงที่พื้นอย่างรุนแรงหลายครั้งสลับกับการกรีดร้องสุดชีวิตดังลั่นจนทำให้พลอยกับส้มทนไม่ได้ต้องรีบยื่นมือเข้าไปดึงมือเจนไว้พร้อมกับโผกอดทั้ง 2 ข้าง
“ตั๋วหนัง...ตั๋วหนัง...ตั๋ว...ตั๋วหนัง2 ใบ...พ่อ...พ่อซื้อ...พ่อซื้อตั๋วหนัง 2 ใบ”เจนพูดจาฟังแทบไม่ได้ศัพท์ผสมปนเปกับความเสียใจสุดชีวิต “พ่อ...พ่อ..พ...พ่อ...หนูขอโทษ..หนูผิด...หนูผิดไปแล้ว....”
เจนได้แต่ตัดพ้อโทษตัวเองจนพูดจับใจความไม่ได้แล้ว
พลอยกับส้มรีบชะเง้อคอมองเข้าไปในลิ้นชักเห็นตั๋วหนัง2 ใบวางอยู่ ทำให้ทั้ง 2 คนต้องใช้มือป้องปากตัวเอง เผลอหลุดปากไม่รู้ตัว “โอ๊ยตายแล้วววว!!!”
“พ่อ...พ่อไม่...พ่อไม่ได้ตั้งใจ...ผิดนัด...พ่อ..พ่อ...หนูขอโทษหนู...หนูเสียใจ...ห..น....”
เจนจิราร้องไห้เสียใจติดต่อกันหลายชั่วโมงทำให้เธออ่อนเพลียอ่อนแรงอย่างมากเธอนอนทิ้งตัวลงหมดสภาพจนพลอยต้องรีบส่งยาดมพร้อมกับประคองลูบหนังตลอดเวลาผลัดเปลี่ยนกับส้มที่อยู่ข้างกายไม่ห่างเธอได้แต่ตัดพ้อโทษตัวเองอยู่ตลอดเวลาทำให้พลอย,ส้มกับป้ามุกแทบจะเบือนหน้าหนีกับภาพตรงหน้าที่ยอมรับไม่ได้เช่นกันที่ต้องเห็นเจนตกอยู่ในสภาพหมดอาลัยตายอยากถึงขนาดนี้
สื่อต่างๆยังคงนำเสนอข่าวการเสียชีวิตกะทันหันของวรวิทย์เป็ข่าวหลักอย่างต่อเนื่อง “ผลการชันสูตรออกมาอย่างเป็ทางการและได้รับการยินยอมจากครอบครัวให้สามารถเปิดเผยข้อมูลได้นะครับคุณวรวิทย์เสียชีวิตจากภาวะเส้นเืในสมองแตกเฉียบพลันในวัยเพียง 59 ปี ทีมแพทย์ผู้ทำการรักษาลงความเห็นว่าคุณวรวิทย์น่าจะเสียชีวิต่เวลาประมาณ ตี 3.00 ถึงตี 3.10 น. เช้าวันนี้ สภาพร่างกายไม่มีาแใดๆทั้งสิ้นครับ”
หลวงตากับวีได้รับทราบข่าวสารการเสียชีวิตของวรวิทย์เช่นกัน“โยมวีๆๆๆ เอ็งอยู่ไหม? โยมวีเอ็งอยู่แถวนี้ไหม? มาหาหลวงตาหน่อย”หลวงตาเอ่ยปากด้วยท่าทีสงบนิ่ง
“อยู่ครับหลวงตามีอะไรเหรอครับ?” วีตอบด้วยท่าทีสงบนิ่ง
“โยมวีเข้าไปในกุฏิจะมีขันเงินปิดด้วยผ้าขาวผืนใหญ่วางอยู่บนตู้ไม้...หยิบมาวางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่หน่อยสิ”
“ได้ครับหลวงตา…”
วีรีบวิ่งเข้าไปในกุฏิในขณะที่หลวงตาหันมองไปที่หน้าต่าง จู่ๆ ก็มีลมพัดอ่อนๆพัดใบไม้แห้งจำนวนหนึ่งเข้าไปทิศทางกุฏิ “เอ็งมาหาข้าอีกแล้วใช่ไหม?...ครานี้เ้าจะบอกอะไรกับอาตมาอีกล่ะ?”
วีรีบอุ้มขันเงินมาวางที่แคร่ไม้ไผ่“ในนี้มีอะไรเหรอครับหลวงตา?”
หลวงตาค่อยๆปลดเชือกสีขาวออกมาอย่างช้าๆ เห็นหยดเทียนไขเรียงเป็ตัวเลข 3.10ชัดเจนมากจนทำให้หลวงตาต้องเปล่งเสียงในลำคอ “หึ...หึ...หึ”
“ตัวเลขนี้คืออะไรเหรอครับหลวงตา?มีอะไรเหรอครับ?”
“อาตมาคิดว่าถึงเวลาแล้วที่โยมวีต้องใช้ความรู้ความสามารถของโยมไปช่วยเ้าส้มหน่อย...”
“ผมไม่เข้าใจ...หลวงตาหมายถึงอะไรเหรอครับ?”
“่นี้โยมวีมีแผนที่จะเข้ากรุงเทพบ้างไหม?”
“มีครับหลวงตาประมาณอาทิตย์หน้าครับ...”
“ถ้าโยมวีเสร็จงานแล้วแวะไปหาหลานส้มด้วยล่ะ”
พนักงานซีคอร์ปทั่วโลกยังคงตกอยู่ในภาวะช๊อคกับข่าวการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของวรวิทย์มีพนักงานจำนวนมากรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น หลายคนเลือกแสดงออกด้วยวิธีการแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็การร้องไห้,โพสต์ในแอดมี, เล่าเื่ราวต่างๆ ที่เคยได้ทำงานพูดคุยกับวรวิทย์บางคนต้องโพสต์คลิประบายความในใจถึงความสูญเสียครั้งนี้
อาคารสำนักงานต่างๆในเครือบริษัทซีคอร์ปทั่วโลกขึ้นไว้อาลัยผ่านทางหน้าจอขนาดั์ทุกที่บรรยากาศการทำงานในอาคารแฝดเต็มไปด้วยความโศกเศร้าพนักงานหลายคนยังไม่เชื่อว่าวรวิทย์เสียชีวิตแล้วจริงๆ
เลขานุ่นเป็อีกคนหนึ่งที่เสียใจอย่างมากต่อการจากไปของวรวิทย์เธอทำได้เพียงแค่นั่งคุกเข้าหน้าห้องทำงานของวรวิทย์ ยกมือไหว้ประตูห้องทำงานด้วยน้ำตานองหน้า
“บอส...บอสคะ....”
“คุณพลอยคุณส้มคะ ช่วยดูแลคุณหนูเป็พิเศษด้วยนะคะคุณหนูเอาแค่โทษตัวเองที่ทำให้นายท่านต้องตาย ป้าไม่รู้จะทำยังงัยแล้วป้าอับจนปัญญาจริงๆ แล้วนะคะ”
“ป้ามุกไม่ต้องเป็ห่วงค่ะหนูกับส้มจะมาอยู่ที่นี่ค่ะ...”
“ขอบคุณมากนะคะที่คุณพลอยป้าสับสนไม่รู้จะทำยังงัยแล้วนะคะ ไม่น่าจะเกิดเื่ร้ายแรงแบบนี้เลยมันกะทันหันเกินไป รับมือไม่ทันจริงๆ ค่ะ”
“เจนบอกยังคะว่าจะจัดงานกี่วันคะ?” พลอยเอ่ยปากถาม
“คุณหนูบอกว่าจัด3 วันค่ะ อยากเอากระดูกส่วนหนึ่งของนายท่านอยู่เคียงข้างนายหญิงด้วยค่ะคุณหนูอยากให้นายท่านกับนายหญิงอยู่ด้วยกัน”
“แล้ววันนี้จะไปวัดกันกี่โมงคะ?”
“คุณหนูอยากไปให้เร็วที่สุดทางเราไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต ไม่้าให้ผ่าพิสูจน์ค่ะ”
“ตอนนี้เหลือเวลาประมาณ2 ชั่วโมง ถ้างั้นเดี๋ยวหนูไปทำข้าวต้มไว้ก่อน หนูอยากให้มีอะไรรองท้องไว้หน่อยั้แ่เช้าแล้วยังไม่มีอะไรลงท้องกันเลย”
เจนจิรายังคงนอนร้องไห้เสียใจอย่างหนักเก็บตัวในห้องนอนตัวเอง“หนูผิดไปแล้วหนูไม่น่าทำแบบนี้กับพ่อจริงๆ...หนู...หนูเสียใจ...หนูอยากขอโทษพ่อ...หนู...หนู...หนูเสียใจจริงๆพ่อ...พ่อ...”
เธอทำได้เพียงแค่ระบายความในใจกับรูปภาพของพ่อที่อยู่ในมือพลอยกับส้มเดินเข้ามาเห็นเจนจิรานอนกอดกรอบรูปตลอดเวลา “มึงอย่าลืมสิว่ายังมีกู 2 คนอยู่เป็เพื่อนมึงนะ...และจะอยู่ข้างๆ มึงตลอดไป...”
คำพูดของพลอยทำให้เจนลุกขึ้นมาโผเข้ากอดทั้งน้ำตา“พ่อตายเพราะกูกูทำให้พ่อตาย...กูมันเป็ลูกที่สารเลว กูฆ่าพ่อตัวเอง”
“ไม่เอาๆมึงห้ามคิดแบบนี้เด็ดขาด ถ้าพ่อมึงรู้ว่ามึงคิดแบบนี้ พ่อมึงจะเสียใจขนาดไหนกูรู้ว่ามึงเสียใจแต่กูก็ไม่อยากให้มึงเอาแต่โทษตัวเองแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้หรอก...จริงไหม?”
“พี่เจน...หนูก็เสียใจเหมือนกันค่ะแต่หนูไม่อยากให้พี่เจนโทษตัวเองแบบนี้นะคะ หนูขอร้อง พี่เจนอย่าโทษตัวเองนะคะ”ส้มอ้อนวอนยกมือไหว้เจนจิรา “หนูขอนะคะหนูไม่อยากเห็นพี่เจนเป็แบบนี้จริงๆ”
“ใกล้จะถึงเวลาไปวัดละมึงไปล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อย...ตอนนี้มึงต้องทำหน้าที่ลูกให้ดีที่สุดมึงต้องพาพ่อไปอยู่กับแม่มึง พ่อมึงจะได้ไม่เป็ห่วงอะไรอีกนี่คือหน้าที่ลูกที่ดีและมึงต้องทำให้ดีที่สุด”
“สวัสดีค่ะดิฉันจูน กมลชนกกับรายการเศรษฐกิจยามเย็น วันนี้เรามาพบกันเป็กรณีพิเศษตอนนี้ทุกคนได้ทราบกันแล้วนะคะว่าเราได้สูญเสียบุคคลในแวดวงธุรกิจอย่างกะทันหัน...คุณวรวิทย์ประธานเ้าหน้าที่บริหารบริษัทซีคอร์ปด้วยสาเหตุเส้นเืในสมองแตกเฉียบพลันผลการชันสูตรยืนยันแล้วนะคะว่า คุณวรวิทย์เสียชีวิตเวลาประมาณ ตี 3.10น.ใน่รุ่งเช้าวันนี้นะคะ”
“ก่อนอื่นเลยดิฉันอยากให้ทีมงานแพนกล้องไปที่บริเวณหลังกล้องด้วยค่ะตอนนี้พนักงานในบริษัทมายืนดูดิฉันจัดรายการวันนี้ทั้งบริษัทเลยค่ะดิฉันไม่เคยคิดว่าคุณวรวิทย์จะมาออกรายการดิฉันเป็ครั้งแรก...และครั้งสุดท้าย....”น้ำเสียงที่สั่นเครือทำให้พนักงานหลายคนต้องโผกอดร้องไห้กันทั้งสตูฯจูนพยามยามกดอารมณ์ตัวเองแต่ก็ไม่ไหวต้องใช้มือปาดน้ำตาตัวเองฝืนจัดรายการต่อ
“ดิฉันเคยเจอคุณวรวิทย์หลายครั้งในสถานที่ต่างๆท่านเป็คนมีเมตตามากต่อดิฉัน สั่งสอนให้คำแนะนำดิฉันหลายครั้ง บางครั้งมีข่าวที่ดิฉันไม่เข้าใจข้อมูลตัวเลขต่างๆอย่างแท้จริง ท่านก็ให้คำแนะนำ สอนจนดิฉันเข้าใจอย่างแท้จริง”
“รายการในวันนี้ดิฉันขอเรียนตามตรงค่ะ เป็วันที่ดิฉันไม่อยากทำรายการด้วยบรรยากาศแบบนี้จริงๆค่ะ...ตัวดิฉันเองได้กับคุยกับทีมงานและสปอนเซอร์ของรายการได้ข้อสรุปตรงกันว่าวันนี้ดิฉันขอนุญาตรีรันเทปของคุณวรวิทย์ที่เคยมาออกกับทางรายการ 2 เทปที่ด้านล่างจะขึ้นแถบสปอนเซอร์ไว้ เงินรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายของรายการทั้งหมดเราขอมอบให้กับทางบริษัทซีคอร์ปเพื่อใช้ประโยชน์ตามเจตนารมณ์ของคุณวรวิทย์”
“ก่อนที่จะรีรันเทปดิฉันมีเื้ัของรายการวันนั้นมาฝากค่ะ ดิฉันอยากให้ทุกคนเห็นว่า เมื่ออยู่หลังกล้องคุณวรวิทย์เมตากับทีมงานมากขนาดไหนมีหลายเื่ที่ตัวดิฉันเองก็เพิ่งทราบเช่นกันค่ะ”
“ทางทีมงานเอาภาพหน้าประตูขึ้นเลยๆๆในวันออกอากาศวันนั้น คุณวรวิทย์เดินทางมาที่สตูฯเป็ครั้งแรกท่านไม่ทราบว่าห้องส่งอยู่ตรงไหน อาคารนี้ไม่ใช่ห้องออกอากาศค่ะ ภาพวงจรปิดที่ทุกคนเห็นทำให้พวกเรารู้ว่าท่านมีเมตตาจริงๆ”
ภาพวงจรปิดบริเวณมุมทางเข้าแสดงให้เห็นว่ามีแม่บ้านคนหนึ่งใส่ถุงมือสีส้ม มือข้างหนึ่งถือถุงดำส่วนอีกข้างถือไม้กวาดกำลังก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดบริเวณทางเข้าตึก
วรวิทย์ค่อยๆเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับยกมือไหว้แม่บ้าน มีการพูดคุยกันเล็กน้อยก่อนที่แม่บ้านทำท่าทางถ่ายเซลฟี่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มก่อนที่เขาจะเปิดประตูเดินออกไป
“แม่บ้านเพิ่งมาเล่าให้ดิฉันฟังว่าแว็บแรกที่คุณวรวิทย์เห็นยกมือไหว้ป้าทันทีและถามว่าที่นี่เป็อาคารออกอากาศใช่ไหม? แล้วป้าก็ขอถ่ายรูปด้วยเพราะว่าป้าเคยเห็นคุณวรวิทย์ในแอดมีบ่อยมาก”
“คุณวรวิทย์เอารถทำอาหารแบบเคลื่อนที่มาที่สตูฯ5 คันค่ะ ดิฉันทำงานเป็พิธีกรมาหลายปี ไม่เคยมีผู้บริหารระดับสูงทำแบบนี้และไม่คิดว่าจะมี หลังจากบันทึกรายการเสร็จ ท่านขอเลี้ยงอาหารพวกเราทั้งบริษัทค่ะมีอาหารไทย, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ยุโรป อเมริกาให้เราเลือกครบถ้วนการทำงานวันนั้นเหมือนมีงานปาร์ตี้ในบริษัทจริงๆ ค่ะ”น้ำเสียงของจูนยังคงสั่นเครือตลอดเวลา เธอเก็บอารมณ์ตัวเองไม่อยู่แล้วปล่อยโฮออกมาจนทีมงานคนหนึ่งต้องเดินตัดหน้ากล้องยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ในรายการสดๆ
“ดิฉัน...ดิ...ดิฉันเรียนตามตรงนะคะ...ดิฉันรับ...รับ...ดิฉันรับไม่ได้จริงๆค่ะที่ท่านจากไปกะทันหันแบบนี้ ทางทีมงานเอาภาพงานขึ้นเลยค่ะ”
ภาพและคลิปเลี้ยงฉลองหลังถ่ายทำเสร็จเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพนักงานทุกคนเสียงเฮเป็ระยะๆ ปนกับเสียงร้องเพลงเพี้ยนๆ บนเวทีเล็กๆกลับสร้างความสลดให้บรรยากาศในห้องส่งเงียบสงัด
“คุณวรวิทย์เป็กันเองกับพวกเราทุกคนทั้งๆที่เราไม่ใช่พนักงานในบริษัทของท่าน...ดิฉันเสียใจมากเสียใจมากที่สุด...ครั้งหนึ่งในชีวิตการทำงานของดิฉัน...ดิ...ดิฉันค่ะ”
ระหว่างการออกกาศของรายการในวันนี้ทำให้แฮชแท็ก #วรวิทย์ #ซีคอร์ปและ #RIPวรวิทย์ ติดเทรนในแอดมีอีกครั้งด้วยยอดรวมกว่า50 ล้านคน
เจนจิราเป็อีกคนหนึ่งที่ดูรายการวันนี้ยิ่งทำให้เธอเสียใจและรู้สึกผิดอย่างมากต่อการกระทำของตัวเองที่ผ่านมาในอดีต “มี...มี..มีแต่คนรักพ่อมีแต่คนเป็ห่วงพ่อเต็มไปหมด...แต่กู..กู...กูที่เป็ลูกสาวคนเดียว...กลับเกลียดพ่อตัวเองกู...กูนี่มันเลวชั่วช้าจริงๆ...คนที่ตายควรจะเป็กูมากกว่าพ่อลูกสารเลวชั่วช้าอย่างกูไม่น่าเกิดมาเป็ลูกพ่อเลย...กู...กูไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้วกูอยากตาย กูอยากตาย...”
คำพูดของเจนทำให้พลอยต้องรีบโผกอดเข้ามาด้วยความเป็ห่วงอย่างถึงที่สุด“มึงอยากระบายอะไร พูดออกมาให้หมดตอนนี้มึงไม่ต้องเก็บความรู้สึกอะไรทั้งนั้นๆ กูกับไอ้ส้มจะฟังมึงทุกอย่างมึงต้องระบายออกมาให้หมด!!!!”
ส้มกำลังขับรถอยู่ด้านหน้าทำได้แต่หันมามองด้วยความห่วงใยไม่แพ้กัน“พี่เจน...”
ป้ามุกสังเกตสีหน้าท่าทางเจนมาโดยตลอดรู้สึกวิตกกังวลอย่างมากกับนิสัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว“คุณหนูกลายเป็คนเก็บตัวเงียบ พูดจาน้อยลงพูดออกมาก็เอาแต่โทษตัวเองอยู่ตลอดเวลา”
“แม่คิดมากไปหรือเปล่า?...คนที่อยู่ในภาวะเสียใจก็คงต้องมีอารมณ์ความรู้สึกแบบนี้บ้างแหละ”
“แต่แม่รู้สึกผิดปกติจริงๆเป็การเปลี่ยนแปลงที่เร็วเกินไปจริงๆ นะพ่อ”
“แล้วตอนนี้...ตอนนี้แม่กำลังคิดอะไรอยู่เหรอ?”
“…”
“แม่พูดออกมาเถอะ...พ่อจะได้ช่วยกันคิดช่วยกันตัดสินใจ”
“ตอนนี้นายท่านไม่อยู่แล้วแม่อยากให้นายใหญ่มาถึงเร็วๆ...เรา 2 คนจะดูแลคุณหนูได้ดีพอเหรอพ่อ? ตอนนี้แม่คิดว่าเราดูแลคุณหนูไม่ไหวแล้วนะ”
“นายใหญ่...”
“แม่ยอมรับว่าแม่ไม่ไหวแล้วจริงๆ”