“เทียนสือ เทียนสือ” เสียงถังหว่านร้องเรียกอย่างร้อนรน
แม่เฒ่าถอยหลังไป ก้มหน้าลง ยืนหลังโกงอยู่ข้างโลงเย็น
ถังหว่านก้าวเข้ามา พอเห็นแม่เฒ่าก็อดแปลกใจไม่ได้
“แกเป็เพื่อนเก่าของปู่”ผมรับมืออย่างฉับไว มองออกว่าแม่เฒ่ามีเจตนาอะไร
แม่เฒ่าถือโอกาสสวมรอย แกยืนปาดน้ำตาอยู่หน้าโลงเย็นส่งเสียงสะอื้นเบาๆ จากนั้นจึงเดินช้าๆ ออกไป
ผมมองตามแกไปแกเดินผ่านลานบ้านออกจากประตูใหญ่ไป ผมจึงคลายความวิตกลง แต่นึกถามตัวเองสี่ข้อ“ผมคาดหวังว่าเยียนเกอสิงจะฆ่าแกหรือแกฆ่าเยียนเกอสิงงั้นหรือพวกเขาเป็แค่อาวุธของฉู่อ๋องกับเยียนอ๋องเท่านั้นโดยที่ตนเองไม่สามารถแยกดีชั่วได้งั้นหรือต่อให้ทั้งคู่ตายไปก็ยังจะมีคนอื่นมาที่จี่หนานเหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟอีกไหม และผมจะเอาตัวรอดท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านี้ได้นานแค่ไหน”
แม้ว่าในบ้านจะกลับคืนสู่ความสงบชั่วคราวแต่ผมกลับรู้สึกเหมือนมองเห็นพายุฝนที่ก่อตัวขึ้นแล้วกำลังมาประชิดกำแพงเมืองรอเพียงสัญญาณเท่านั้นก็จะเทลงมาเข้าท่วมบ้านเก่าทรุดโทรมหลังนี้และเขตเมืองเก่าที่เปราะบาง ในอดีตเมื่อร้อยปีก่อนกองทัพพันธมิตรแปดชาติ โจรญี่ปุ่นและไฟาไม่ได้ทำลายที่นี่ลงอย่างสิ้นเชิงแล้วอนาคตล่ะ ใครจะรับประกันว่าหลังจากจบการสู้รบระหว่างพลพรรคของเยียนเกอสิงกับแม่เฒ่าหนอนพิษจอมโหดแล้วเขตเมืองเก่า บ้านเก่าและชาวบ้านริมบ่อน้ำพุจะอยู่รอดปลอดภัย
ถ้าเป็อย่างนั้นจริงสกุลเซี่ยเราจะกลายเป็ต้นตอของหายนะครั้งใหญ่นี้
เราไม่ได้ทำความผิด แต่ผิดที่มีของล้ำค่าอยู่ในบางทีกระจกวารีโหรเทพอาจเป็ชนวนของศึกใหญ่ครั้งนี้ถ้า้าขจัดหายนะครั้งนี้ก็ควรหาสิ่งนี้ให้เจอ มอบให้ทางการจากนั้นเก็บรักษาอยู่ในโกดังของทางการที่มีการเฝ้าระวังอย่างแ่าเป็การทำลายความเพ้อฝันของพวกนอกกฎหมายเหล่านี้ลงอย่างสิ้นเชิง
“เทียนสือ เทียนสือ กำลังคิดอะไรอยู่”ถังหว่านถาม
ผมสั่นหัว สลัดความคิดที่สับสนทั้งหลายออกไปดึงสายตากลับมา เพ่งมองเธอ
เห็นได้ชัดว่าถังหว่านสงสัยฐานะของแม่เฒ่าแต่เวลานี้ไม่มีเวลาจะใส่ใจ เธอรีบเดินตรงมาใกล้ผม พูดเสียงเบาอย่างร้อนรนว่า“ป้ากวนตายแล้ว”
ผมใ แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “อะไรนะทำไมถึง...”
ตอนที่ป้ากวนไปจากที่นี่สภาพจิตใจและร่างกายแกไม่มีอะไรผิดปกติ อยู่ห่างไกลกับคำว่าความตายเื่วันนี้ต้องพึ่งแก ทำไมแกถึงมาตายตอนนี้
“จริงๆ จริงๆ จริงๆ” ถังหว่านพูดย้ำสามรอบกำสองหมัดแน่น หน้าผากมีเหงื่อซึม
เราสบตากันเงียบๆต่างมองเห็นความตื่นตระหนกและความกลัวในสายตาของกัน
“ฉันไม่ได้บอกใคร นี่เป็ลางร้ายยังต้องคิดหาวิธีอุดช่องโหว่” ผ่านไปครู่หนึ่งถังหว่านจึงพูดขึ้น
ป้ากวนมีฐานะพิเศษอีกทั้งก่อนหน้านี้เกิดเื่แบบนั้นที่โรงพยาบาล เวลานี้แกเสียชีวิตอย่างกะทันหันทำให้ผมรู้สึกหวั่นใจยิ่งขึ้น
“พอจะจัดการงานพิธีข้างนอกได้แต่ว่า...แต่ว่า...” ถังหว่านลังเล
“แต่ว่าอะไรหรือ”ในสมองผมเหมือนว่างเปล่าไปชั่วเวลาหนึ่ง แล้วตามคล้อยตามที่เธอพูด
“แต่ว่าคุณควรไปดูที่บ้านแกหน่อยแกทิ้งยันต์แผ่นหนึ่งไว้ ข้างๆ เขียนชื่อคุณด้วย” ถังหว่านตอบ
“แล้วยันต์แผ่นนั้นล่ะคุณไม่ได้เอาติดตัวมาหรือ...อ้อ จริงสิ แกไม่ได้เขียนยันต์ลงบนกระดาษใช่ไหม”ผมฉุกคิดขึ้นได้ ยังไงก็ไม่ได้เสียเวลาไปกับคำถามโง่ๆ ของตัวเอง
“ใช่ค่ะ แกเขียนยันต์ลงบนพื้น เขียน...เขียนด้วยเืของแกเองที่อาเจียนออกมา”ถังหว่านคิ้วขมวด
ผมหนักใจทันที ตำราโบราณล้วนบอกว่าคนเป็หมอผีมีความสามารถพิเศษในการเขียนยันต์เป็ความสามารถที่์ประทาน เป็สิ่งที่เทพช่วยและผีให้มีเพียงคนที่มีพลังที่ไร้รูปของฟ้า เทพและผีเท่านั้น ยันต์ทุกแผ่นที่เขียนออกมาจึงจะมีอานุภาพขจัดเคราะห์ภัยและป้องกันสิ่งชั่วร้าย
คนที่เป็หมอผีชั่วชีวิตจะไม่กล้าเขียนยันต์ให้ตัวเองเหมือนหมอที่จะไม่รักษาตัวเอง
ยามเมื่อจะเสียชีวิต ขณะที่พลังแห่งฟ้าเทพและผีกำลังจะสลายไป หลังจากที่แกอาเจียนเป็เืสามลิตรแล้วพลังทิพย์ไปถึงจุดสูงสุด จึงสามารถมองทะลุทุกสิ่งในนี้ประกอบด้วยการมองเห็นชาติก่อน ชาติปัจจุบันและชาติหน้ายันต์เืที่แกเขียนทิ้งไว้จึงมีความหมายลึกล้ำ ใครที่อ่านเข้าใจต้องได้ประโยชน์มากแน่นอน
“แกทิ้งยันต์เืไว้หรือ”ผมถาม“คุณมองเห็นอะไรในนั้นไหม”
ถังหว่านมีท่าทางละอายใจ เธอสั่นหัวช้าๆ“เหมือนจะเข้าใจ พอคิดดูอย่างละเอียดกลับจับอะไรไม่ได้เลย คุณเองก็รู้ฉันฝึกวิชาคลำกระดูก หลักการเน้นที่การัักับวัตถุ มักจนปัญญาถ้าเจอปริศนาด้านจิตใจ”
ที่เธอเป็อย่างนี้ ทำให้เห็นว่าเธอเป็คนถ่อมตนไม่โอ้อวด
“เราไปดูกัน” ผมะโลงจากเตียงโงนเงนสองก้าว แล้วฝืนยืนได้มั่นคง
หมื่นจักจั่นกรีดร้องเป็หนึ่งในไสยเวทของแม่เฒ่าหนอนพิษจักจั่นสลักหน้าผีตายแล้ว แต่มันต้องทิ้งอะไรในหัวใจผม กลายเป็ภัยที่มองไม่เห็น
ยอดฝีมือด้านหนอนพิษแห่งดินแดนซานเหมียวสามารถอาศัยลมสายหนึ่งน้ำหยดหนึ่งใบไม้ใบหนึ่งหรือแม้แต่สายตาแวบหนึ่งและความคิดแวบหนึ่งทำให้เป้าหมายถูกหนอนพิษเล่นงานทำให้คนไม่อาจป้องกันได้เมื่อกี้ผมอยู่ใกล้กับแม่เฒ่าหนอนพิษจอมโหดเกือบยี่สิบนาที ถ้าแกจะปล่อยหนอนพิษใส่ผมละก็พอที่จะลงมือได้หลายสิบครั้งหรือกระทั่งหลายร้อยครั้ง โดยที่ผมไม่สามารถป้องกัน
ถังหว่านเข้ามาพยุงผม “คุณทนไหวไหม”
ผมยิ้มเจื่อนๆ “ถ้าไม่ทนแล้วจะทำอย่างไรเมื่อภัยมาถึง ทุกคนล้วนตกอยู่ในอันตราย รอจนทุกคนตายหมดแล้ว สุดท้ายก็วนมาถึงเราถึงตอนนี้ต่อให้ต้องกัดฟันฝืนทนก็ต้องเดินต่อไป”
เราเดินออกไปข้างนอกตอนที่ผ่านโลงเย็นจู่ๆ ถังหว่านก็เอ่ยถาม“แม่เฒ่าคนนั้น...มาจากดินแดนเหมียวใช่ไหม”
เธอหันหน้าไป มองดูรูเล็กๆ ที่ลูกแก้วทิ้งไว้บนกำแพงมีสีหน้าหนักใจ แล้วถอนหายใจ “กลัวอะไรก็มักเจอสิ่งนั้น”
ผมอยากตอบเธอ แต่รู้สึกว่าเธอเดาความจริงได้แล้ว
และแล้วเธอก็กุมมือผม แล้วกำชับกับผมว่า“เทียนสือ วิชาหนอนพิษเผ่าเหมียวถูกเรียกขานว่าไสยเวทผีไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้ นับจากโบราณถึงเดี๋ยวนี้ แทบจะไม่มีนักไสยเวทภาคเหนือที่กล้าก้าวออกมาท้าทายนักหลอมหนอนพิษดินแดนเหมียวชีวิตมีค่า ถ้าหลับหูหลับตาอวดความกล้าหาญ มีแต่จะถูกหัวเราะเยาะ”
ผมพยักหน้า “เมื่อกี้ไม่ทันเล่า เดี๋ยวค่อยคุยรายละเอียดระหว่างทาง”
ถังหว่านพยักหน้า เธอหายใจเข้าลึกๆยิ้มแหยๆ “แม่เฒ่าคนนี้มีไอชั่วร้ายรุนแรงมาก อยู่ต่อในห้องไม่ไหวแล้วเราออกไปก่อนเถอะ รอให้ไอชั่วร้ายสสลายหมดแล้วค่อยกลับเข้ามา”
เราเดินออกจากห้องไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่บันไดนอกธรณีประตูเต็มไปด้วยมดที่ย้ายรังอย่างร้อนรนเต็มพื้นไปหมด
ถังหว่านชี้ไปที่พื้น ไม่พูดอะไรเราต่างรู้แก่ใจดี
แม่เฒ่าหนอนพิษจอมโหดเป็นักหลอมหนอนพิษดินแดนเผ่าเหมียวมาชั่วชีวิตในตะกร้าไม้ไผ่เต็มไปด้วยแมลงพิษ แม้แต่ตามตัวและเสื้อผ้าก็ติดกลิ่นไอของแมลงพิษเมื่อแกเข้ามาในห้อง มดที่อาศัยอยู่ตามซอกตามมุมต่างตื่นกลัว ทนต่อไอพิษที่แผ่ซ่านไม่ได้จึงต้องรีบย้ายหนี
ที่ทำให้ผมใยิ่งขึ้นก็คือขณะที่มดจำนวนมากกำลังหลบหนีจู่ๆ ทั้งหมดก็ล้มลง สั่นกระตุกแล้วตาย
“เป็ไอพิษเป็ไอแห่งความตายด้วย...ทำให้คนปวดหัวจนแทบจะะเิออกมา” ถังหว่านถอนหายใจ
เราเดินผ่านผู้คนเต็มลานบ้านออกไปทางประตูใหญ่ทางถนนฝูหรงคนมากเกินไป เราจึงเลี้ยวซ้ายไปทางตะวันออกผ่านบ่อน้ำพุเถิงเจียวแล้วเลี้ยวซ้ายอีก ผ่านบ่อน้ำพุตระกูลหลิวขึ้นบนถนนชวีสุ่ยถิง
สองสามปีมานี้ฝ่ายบริหารเมืองจี่หนานระดมบูรณะถนนและสิ่งก่อสร้างโบราณเพื่ออาศัยสิ่งเหล่านี้พัฒนาการท่องเที่ยวน้ำพุของจี่หนาน ดังนั้นสองฝั่งแม่น้ำจึงได้รับการบูรณะใหม่เอี่ยมริมตลิ่งทั้งสองด้านปูด้วยหินสีน้ำเงินเนื้อละเอียด พืชน้ำที่ก้นแม่น้ำขึ้นหนาแน่นเขียวสดใสถนนชวีสุ่ยถิงอยู่ด้านตะวันตกของแม่น้ำ บ้านเก่าและร้านค้าเก่าริมถนนก็มีการก่ออิฐใหม่ซ่อมแซมประตู ล้วนทำตามแบบสิ่งปลูกสร้างบนถนนโบราณ มองออกไปให้บรรยากาศแบบโบราณตามบ้านเรือนแต่ละหลังจะแขวนแผ่นป้ายหลากสี บางป้ายเขียนว่า “ดินแดนแห่งเซียน”บางป้ายเขียนว่า “ดินแดนแห่งบ่อน้ำพุ” ยังมีป้ายที่เขียนว่า “์บนดิน”ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศให้มาเยือน
ผมเดินผ่านถนนสายนี้ทุกวันทัศนียภาพสวยงามที่นักท่องเที่ยวพูดด้วยความตื่นเต้นว่าสวยแข่งกับเจียงหนานได้ส่วนผมคุ้นเคยจนไม่รู้สึกแปลก แต่ผมไม่เคยเป็อย่างวันนี้ ถึงกับรู้สึกหลงรักถนนที่คุ้นเคยสายนี้และทัศนียภาพที่สวยงามอย่างสุดซึ้ง
เมื่อชีวิตเผชิญกับปัจจัยที่ไม่แน่นอนและไม่ปลอดภัยมากเกินไปคนจะหวาดระแวงสุดขีด รู้สึกเหมือนเทียนไขที่สะบัดไหวท่ามกลางลมอาจถูกพัดดับได้ตลอดเวลา จนสูญเสียทุกอย่าง
“ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าชีวิตช่างสวยงาม”ถังหว่านพูดช้าๆ
ั้แ่มาจากบ้านเก่าเธอกุมมือผมตลอดเวลาไม่ได้ปล่อยมือแม้แต่วินาทีเดียว
เธอพูดคำพูดในใจของผมออกมาไม่ผิดแม้แต่คำเดียว
ผมหันมามองเธอ อยากยิ้ม แต่รู้สึกแสบจมูกน้ำเสียงแฝงด้วยความเศร้า “ผมก็เหมือนกัน”
“รับปากฉันนะ ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน ขอให้มีชีวิตอยู่ต่อไป”เธอบีบมือผมแรงๆ
“วิชาคลำกระดูกของคุณบอกอะไรเราได้บ้าง” ผมถาม
เธอหายใจเข้าลึกๆ “เทียนสือ ไสยเวท (ศาสตร์เร้นลับ)โบราณแบ่งออกเป็ห้าแขนง คือวิชาเซียน วิชาแพทย์ โหราศาสตร์ นรลักษณ์ศาสตร์ และวิชาเสี่ยงทายแต่ละแขนงนั้นหลักการที่มีอำนาจที่สุดและจริงที่สุดนั้นล้วนเหมือนกันหมดนั่นก็คือลักษณ์เกิดจากใจดูลักษณ์ไม่ดูใจ จนตายก็ไม่พบรากเหง้า มีแต่มองเห็นภายในใจของคน จึงจะเข้าใจแก่นแท้ของนรลักษณ์ศาสตร์ได้วิชาคลำกระดูกบอกอะไรเราไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือในใจคุณมีอะไร”
ผมจ้องมองดวงตาเธอควบคุมความรู้สึกของตนเอง แล้วพูดอย่างสงบนิ่งว่า“ในใจผมมีเพียงคำว่ามีชีวิตต่อไป”
นั่นเป็ความจริงหลังจากที่ได้ััใกล้ชิดกับแม่เฒ่าหนอนพิษจอมโหดแล้วผมเหมือนมองเห็นเคียวของพญามัจจุราชกวัดแกว่างอย่างบ้าคลั่งอยู่เหนือบ้านเก่าผม มันพาคนไปหลายคนแล้วอนาคตยังจะพาไปอีกหลายคน ที่ผมต้องทำคือพยายามเอาตัวรอดทุกครั้ง หนีให้พ้นจากเคียวของพญามัจจุราช
“ดี งั้นฉันก็วางใจแล้ว” มีความปลื้มปีติในดวงตาถังหว่าน
“ดูสิ ปลาตาย ปลาตายแยะเลย”นักท่องเที่ยวข้างหน้าะโขึ้น พากันชี้ไปที่แม่น้ำริมถนน
ผมมองไปทางนั้น บนแม่น้ำมีปลายาวราวสองศอกนอนหงายท้องสิบกว่าตัวทั้งปลาเฉ่า ปลาฮวาเหลียน ยังมีปลาหลี่และปลาหมู ลอยไปตามสายน้ำผลุบๆ โผล่ๆทางทิศเหนือ ไปยังสระไป่ฮวาโจว
ปลาใหญ่ขนาดนี้อึดมาก ไม่ตายง่ายๆยกเว้นมีคนวางยาพิษ
ผมมองไปทางต้นน้ำ ตรงบริเวณสุดสายตาเป็จุดเชื่อมต่อระหว่างทางน้ำตะวันออกกับตะวันตกที่ด้านตะวันออกของบ่อน้ำพุตระกูลหลิว
น้ำใสมากมาจากบ่ออิวเฉวียนลึกเข้าไปในตรอกซีหนาน คุณภาพน้ำยังเหนือกว่าน้ำแร่บรรจุขวดปลาที่โตในลำธารสายนี้แข็งแรงมาก จู่ๆ ย่อมไม่หงายท้องอยางไม่มีสาเหตุ
“เป็แม่เฒ่าหนอนพิษจอมโหด”ผมคาดคะเนทันที
พลังทำลายล้างของแกช่างใหญ่โตถึงจะไม่ได้ลงมือจริง ยังทำให้สายน้ำเสียหาย ปลาในน้ำตาย
“เป็ลางร้าย!”คิ้วถังหว่านขมวดแน่นขึ้นอีก
นักท่องเที่ยวไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ต่างยืนวิพากษ์วิจารณ์อยู่ริมแม่น้ำเสียงอื้ออึง
“พวกเขาเป็ผู้บริสุทธิ์ รู้ยิ่งน้อยยิ่งดี”ถังหว่านถอนหายใจยาว
เป็ความจริงที่การเป็คนธรรมดาที่ไม่เข้าใจอะไรเลยและไม่ถามอะไรเลยย่อมดีกว่าอย่างน้อยพวกเขาไม่ต้องคอยวิตกกังวลกับอนาคตของจี่หนาน อนาคตของมนุษยชาติ กินได้ นอนหลับดื่มเหล้าเคล้าเสียงเพลงหาความสำราญ
ย้อนมาดูผมกับถังหว่านสองสามวันมานี้ถูกทรมานจากเื่ที่ห้อมล้อมกระจกวารีโหรเทพจนหัวปั่นกินไม่ได้นอนไม่หลับ
ทางปลายน้ำมีคนงานของภัตตาคารใช้สวิงตักปลาขึ้นมาพากันร้องด้วยความดีใจ
คนพวกนี้ช่างไม่ประสีประสาเลย คิดจะเอาปลาที่ตายอย่างไม่รู้สาเหตุมากินคิดว่าเป็อาหารที่ฟ้าประทานให้
“ต้องไปห้ามพวกเขาไหม” ถังหว่านถาม
ผมสั่นหัว คนที่โตบนถนนชวีสุ่ยถิงและริมทะเลสาบต้าิรู้จักปลาดีพอช้อนขึ้นมาจะดูออกว่าปลาอะไรกินได้ ปลาอะไรกินไม่ได้ ตอนนี้จู่ๆ ไปพูดมาก อาจถูกพวกนั้นหาว่าเป็บ้า
“ฉันไม่เข้าใจจริงๆเดี๋ยวนี้คนจีนกล้ากินทุกอย่าง ความโลภไม่เคยพอ คิดจะเอาอย่างงูกลืนช้าง”ถังหว่านพูดอย่างไม่พอใจ
“นี่เป็ชีวิตปกติของชาวบ้านยากจนในเมืองเพื่อให้มีชีวิตต่อไปและมีชีวิตที่ดีขึ้น พวกเขาจะไม่ปล่อยโอกาสทุกอย่างเด็ดขาด”ผมเองก็สะท้อนใจ
ย้อนกลับไปสิบปีผมอยู่อย่างลำเค็ญในบ้านเก่า ไม่มีความสามารถพิเศษ ทั้งไม่มีสติปัญญาล้ำเลิศอะไร เป็เหมือนคนอื่นที่รายได้ไม่พอกับรายจ่ายอยู่อย่างกระเหม็ดกระแหม่ ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุพลิกผันที่เกิดจากการตายของปู่ชีวิตผมคงไม่ต่างจากคนที่ช้อนปลาขึ้นมา
เรามาถึงจุดเชื่อมระหว่างถนนชวีสุ่ยถิงกับถนนลู่ลูปาเลี้ยวซ้ายเดินต่ออีกไม่กี่สิบก้าวก็จะถึงบ้านป้ากวนในตรอกเล็กไม่มีชื่อ
ตรอกนั้นลึกเพียงสิบห้าก้าวมีบ้านเพียงห้าหลัง ด้านซ้ายสามหลัง ด้านขวาสองหลัง บ้านป้ากวนอยู่ด้านในสุดประตูบ้านแกมีลักษณะพิเศษ นั่นคือไม่ว่าเมื่อไหร่จะมีม่านไม้ไผ่แบบเก่าห้อยอยู่ ต้องเลิกม่านขึ้นทางด้านข้างจึงจะเข้าไปได้
“ตอนที่ฉันมาถึง ประตูปิดแง้มไว้ไม่ได้ใส่กลอน” ถังหว่านบอก
ป้ากวนอาศัยอยู่ตามลำพังตลอดมานี่เป็เื่ที่เพื่อนบ้านเก่าแก่บนถนนชวีสุ่ยถิงรู้ดี
ผมยกมือขึ้นเตรียมจะเคาะประตูแล้วฉุกคิดว่าเวลานี้เคาะประตูก็ไม่มีประโยชน์ จึงดึงมือลง ค่อยๆผลักประตูไม้เปิดออก
ด้านในเป็ห้องรับแขกที่แสงสลัวลึกราวห้าก้าว กว้างหกก้าว เครื่องเรือนริมผนังล้วนเป็ของเก่าสิบกว่าปีแล้วมีกลิ่นของความเก่าลอยออกมาจางๆ
“ที่ห้องด้านใน” ถังหว่านบอก
ห้องด้านในอยู่ทางขวามือผม ไม่มีประตูมีเพียงม่านประตูสีน้ำเงินกั้นไว้
ก่อนหน้านี้เวลาผมมาจะยืนคุยกับป้ากวนในห้องรับแขกไม่เคยเข้าไปในห้องด้านใน
ผมหายใจเข้าลึกๆแล้วเลิกม่านประตูขึ้นมองเข้าไป
ในนี้เป็ห้องนอนของป้ากวนที่มุมด้านตะวันตกเฉียงใต้เป็เตียงเดี่ยวหลังหนึ่งปูด้วยผ้าปูที่นอนสีเดียวกับประตู ผ้าห่มบางพับเป็รูปสี่เหลี่ยมวางอยู่ที่หัวเตียง
ป้ากวนนั่งบนพื้น หลังพิงเฉียงกับขาเตียงสองขาชิดกันยืดไปข้างหน้า ที่หน้าอกและชายเสื้อชุ่มไปด้วยเื
ใบหน้าแกมีรอยยิ้มเศร้าๆมุมปากเชิดขึ้นเล็กน้อย ราวกับผิดหวังอย่างยิ่ง
ผมเดินเข้าไป มองไปทางซ้าย บนพื้นมีแผ่นยันต์ขนาดใหญ่ยาวสองเมตรกว้างหนึ่งเมตรทุกเส้นพู่กันเขียนขึ้นด้วยเื
“ป้าแกตายตาไม่หลับ” ถังหว่านพูดเบาๆ