ตอนนี้เลขาสาวตัวเล็กนอนหายใจสม่ำเสมออยู่บนเตียงคนไข้ในตัวเมืองภูเก็ต เ้านายที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างๆ มีท่าทีเป็ห่วงตลอดเวลาจนกระทั่งบอดี้การ์ดคู่ใจเดินกลับจากการพูดคุยกับหมอเรียบร้อยก็รีบรายงานตามที่ได้ฟังมา
“ตอนนี้คุณอัญมีอาการคงที่ไม่น่าเป็ห่วงแล้วครับ”
“ฉันสงสัยจริงๆ ว่ามันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้น ใครกันที่มันกล้าทำเื่ระยำแบบนี้ได้” ราฟได้แต่ถอนหายใจ เื่การประมูลโรงแรมที่เกิดขึ้นไม่น่าจะใช่สาเหตุหลักเพราะคู่แข่งอีกฝ่าย เขาก็ให้แดนจัดการสืบมาหมดแล้วซึ่งไร้วี่แววต้องสงสัย แต่เื่มันเกิดขึ้นได้อย่างไรนี่สิ ที่เขาคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก
“นายมีความเห็นว่ายังไงบ้าง” ราฟหันไปถามลูกน้องคู่ใจ
“เื่นี้ถ้าให้ผมคาดการณ์มันยากมากครับ ผมยังไม่เห็นสาเหตุที่น่าจะเกิดขึ้นเลย ยิ่งทางธุรกิจยิ่งเป็ไปได้ยากเพราะ่นี้ที่บริษัทแทบไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเลย แต่ผมจะลองสืบเื่นี้ดูอีกครั้งครับ”
“ส่วนเื่ข้อมูลบริษัท ที่รั่วไหล วันนี้ฉันให้แมรี่เรียกประชุมตอนบ่าย เดี๋ยวฉันคงจะต้องขึ้นเครื่องกลับเลย ส่วนยัยเลขาตัวยุ่งนั่นก็ฝากนายจัดการให้เรียบร้อยด้วย” ดวงตาสีเทาฉายแวววูบไหวห่วงใยหญิงสาวที่นอนหลับอยู่บนเตียงเมื่อเขาเอ่ยถึงเธอ แต่เื่ที่บริษัทก็ต้องรีบไปจัดการเพราะรูรั่วเพียงน้อยนิดนานวันเข้าก็สามารถจมเรือใหญ่ได้เช่นกัน และเขาจะไม่ยอมให้มันเป็แบบนั้นแน่
“ได้ครับ” แดนรับคำสั่งเ้านายเรียบร้อยก็จัดการส่งเ้านายไปกับบอดี้การ์ดมือดีคนใหม่อีกสองคนที่มาดามจัดหาไว้ให้ทันทีที่รู้เื่ ส่วนตัวเขาก็ต้องอยู่เฝ้าเลขาเ้านายตามคำสั่งจนกว่าอาการเธอจะดีขึ้น
เอสเคกรุ๊ป กรุงเทพมหานคร
ราฟนั่งปิดตาแต่คิ้วยังคงขมวดพิงเก้าอี้นวมทำงานตัวโตอย่างใช้ความคิด ั้แ่ประชุมเสร็จตอนบ่ายเขาแทบจะไม่ได้เื่อะไรคืบหน้า ถ้าขืนปล่อยให้สถานการณ์เป็แบบนี้อยู่ไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งเกิดข้อมูลที่ใหญ่กว่านี้รั่วไหลออกไป ตอนนั้นการจะแก้สถานการณ์ย่อมเป็ไปได้ยากกว่าตอนนี้แน่
“แมรี่เข้ามาพบผมหน่อย” ราฟกดโทรศัพท์ภายในเพื่อเรียกเลขามือดีเข้ามาทันที
“ค่ะ”
หลังจากวางสายเรียบร้อยแล้วแมรี่ก็รีบเข้ามาหาเ้านายที่น้ำเสียงตึงเครียดทันที และเขาก็ทำแบบที่เธอคิดจริงๆ งานนี้มาดามคงจะยังไม่ต้องออกโรงเองแล้ว
“คุณให้คนส่งแฟ้มประวัติพนักงานทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการประมูลครั้งนี้มาให้ผม เดี๋ยวผมจัดการที่เหลือต่อเอง”
“แต่ว่า...” แมรี่ทำท่าจะแย้งเพราะลำพังงานของรองประธานกรรมการก็มากพออยู่แล้ว ครั้นจะให้เ้านายมารับผิดชอบเื่นี้ด้วยตัวเองอีก เธอเกรงว่าเ้านายจะไม่ไหวเอาได้
“เถอะน่ะ... ผมจัดการได้ อีกอย่างผมก็มีเลขาส่วนตัวเพิ่มมาแล้ว คุณไม่ต้องเป็ห่วงหรอก” ราฟพูดเหมือนรู้ใจลูกน้อง
“คะ” แมรี่รับคำเ้านาย และยืนรออยู่พักหนึ่งแต่เ้านายไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอจึงตั้งท่าจะเดินออกไป แต่อยู่ๆ เสียงเ้านายก็รั้งเธอไว้อีกครั้ง
“ยัยตัวเล็ก... ไม่ใช่สิ... ยัยเลขาคนใหม่เป็ยังไงบ้าง” เ้านายหนุ่มถามไม่เต็มเสียงนัก
“เห็นแดนรายงานมาว่าตอนนี้ฟื้นแล้วอีกสักวันสองวันคงกลับมาทำงานได้แล้วละคะ”
“อย่าเพิ่งรีบเลยให้เธอพักอีกสักหนึ่งสัปดาห์ก็แล้วกัน ส่วนโต๊ะทำงานเธอก็วางไว้มุมห้องตรงข้ามโซฟาตรงนั่นแหละ” ราฟชี้แจงเสร็จสรรพก็เงยหน้ามองเลขาคู่ใจที่ยืนยิ้มอยู่หน้าโต๊ะ ก่อนจะขมวดคิ้วเข้มดังเดิมแล้วรีบพูดต่อ
“คือผมพาเขาไปลำบากจนเกือบตายจะไม่ให้ดูดำดูดีเลยก็คงจะไม่ได้ จริงมั้ย” ราฟกระแอมในคอหลังพูดจบ
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนิคะ เป็เ้านายที่ห่วงลูกน้องก็ดีอยู่แล้ว งั้นฉันขอตัวไปจัดการเื่ที่เ้านายสั่งก่อนนะคะ” แมรี่ยิ้มให้อย่างรู้ทันแล้วเดินออกไป
โรงพยาบาลรัฐ...
“ยาย” หญิงสาวที่ต้องนอนโรงพยาบาลที่ภูเก็ตถึงสามวันพอกลับมาถึงกรุงเทพฯ ก็รีบเข้ามาหายายนอมสุดที่รักเพราะเกรงว่ายายจะเป็ห่วง แม้เธอจะโทรมาทุกวันแต่ก็ไม่เหมือนกับการเข้ามาหาแล้วได้จับมือที่เหี่ยวย่นแต่อบอุ่นคู่นั้นด้วยตัวเอง
“เป็อย่างไรบ้างละยายอัญทำงานที่ใหม่เลยยุ่งๆ ใช่มั้ยเรานะ” ยายนอมลูบหัวหลานสาวที่กำลังกอดตนเองแน่น
“จ๊ะยาย ยุ่งจนอัญคิดถึงยายมากๆ เลย” หลานที่กอดยายแน่นจำต้องโกหกออกไปเพราะเธอไม่อยากให้ยายเป็กังวลเื่ที่เธอได้รับาเ็ตอนไปทำงาน เผลอๆ เกิดยายให้เธอลาออก งานใหม่ที่ได้เงินเดือนก็คงสู้ที่นี่ไม่ได้แน่นอน
“ดีแล้วละ ทำงานให้ดีๆ เ้านายจะได้รัก จะได้เมตตา”
อัญณิกาที่ได้ยินคำว่าเ้านายก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที ตัวต้นเหตุตาสีเทานั่นไม่เคยโผล่ไปเยี่ยมเธอสักครั้งเลย ชิ! พาเราไปลำบากแท้ๆ
“จ๊ะยาย อ่อ... ยายดูสิ อัญซื้ออาหารที่ยายชอบมาทั้งนั้นเลยนะ” พูดจบหญิงสาวก็นำถุงอาหารที่วางอยู่ข้างตัวไปใส่จาน และยกกลับมาอีกครั้งด้วยกลิ่นหอมหวน เธอนั่งทานกับยายสองคน หัวเราะร่าเริงอย่างมีความสุข
อัญณิกาเงยหน้าจากจานข้าวมองรอยยิ้มอันร่าเริงบนใบหน้าเหี่ยวย่น เธอคิดว่าชีวิตของเธอไม่ได้้าอะไรมากกว่านี้แล้ว ขอแค่ยายของเธออยู่กับเธอไปได้นานๆ แบบนี้ก็พอ ต่อให้เธอต้องลำบากกว่านี้อีกสิบเท่าเธอก็ยอม
เอสเคกรุ๊ป...
“อัญกลับมาแล้วเหรอ” พิมขวัญเอ่ยทักเมื่อเห็นอัญยิ้มร่าเดินออกมาจากลิฟต์
“คะ พี่พิมสบายดีนะคะ” อัญเอ่ยถามตามประสาเมื่อเห็นรุ่นพี่ทักเธอก่อน
“สบายดีสิ แต่ว่าคุณแมรี่บอกว่าถ้าอัญมาแล้วให้เข้าไปพบเธอในห้องด้วยนะจ๊ะ”
“คะ ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวรีบสาวไปยังห้องของแมรี่อย่างอารมณ์ดี
ก๊อก ก๊อก...
“คุณแมรี่คะ สวัสดีค่ะ” อัญณิกาเอ่ยทักเลขารุ่นพี่ที่กำลังสาละวนกับเอกสารตรงหน้าด้วยน้ำเสียงสดใส
“อืม นั่งสิ” แมรี่เอ่ยขึ้นแต่สายตายังไม่ละจากเอกสารกองโตตรงหน้า จนกระทั่งอัญณิกานั่งได้สักพัก แมรี่จึงเงยหน้าขึ้นมาเพื่อพูดคุยด้วย
“เป็ยังไงบ้างหายดีแล้วเหรอ” แมรี่ถามด้วยน้ำเสียงเจือความเป็ห่วงเพราะเหตุการณ์ที่เ้านายเธอเล่ามันฟังดูน่ากลัวมาก ถ้าเป็เธอเจอเหตุการณ์แบบนั้นมาคงจะไม่สดใสขนาด ยัยเด็กผู้หญิงคนนี้เป็คนประเภทไหนกันนะ ถึงได้ดูสดใสตลอดเวลาแบบนี้ แค่คิดแมรี่ก็ส่ายหัวน้อย
“ดีขึ้นมากแล้วคะ” หญิงสาวตัวเล็กยังคงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
แต่สิ่งที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือ แมรี่รู้สึกว่าอัญณิกาที่เธอเจอวันนี้ดูจะผ่อนคลายกว่าวันแรกที่เจอค่อนข้างมาก เช่นเดียวกันกับเ้านายตัวดีของเธอ อาจจะเพราะหลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ภูเก็ตทั้งคู่เผชิญมาด้วยกันก็เป็ได้ เพราะตามที่แดนโทรมาบอกเล่ากับเธอ บางเหตุการณ์ก็ดูนอกเหนือการคาดการณ์ของเธอค่อนข้างมาก
“ดีแล้วละ ฉันจัดโต๊ะไว้ให้เธอในห้องคุณราฟเรียบร้อยแล้วนะ แล้วก็ต่อไปนี้เธอก็มารับแฟ้มเอกสารที่ฉันจะให้คุณราฟเซ็นไปวางที่โต๊ะ แล้วก่อนจะมาส่งคืนฉันก็ตรวจเช็คอีกครั้งว่าคุณราฟเซ็นครบหรือเปล่าแล้วส่งคืนมาให้ฉัน แต่อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ เธอคงจะวุ่นหน่อย เพราะมีเอกสารประวิติการทำงานของพนักงานบางส่วนที่เธอจะต้องเตรียมและจัดการเรียบเรียงส่งให้คุณราฟ ส่วนหน้าที่ตอนเช้าในห้องชุดข้างบนเธอก็เข้าไปจัดการเหมือนเดิม เข้าใจนะ”
“คะ” อัญณิกาฟังหน้าที่จบก็นึกได้ว่าเธอต้องไปเตรียมจัดการข้าวของส่วนตัวของเ้านายขั้วโลกเหนือบนห้องชุดของเขา เธอจึงขอตัวออกไปก่อนแล้วเธอจะมาจัดการกับกองเอกสารที่แมรี่สั่งอีกครั้ง
ห้องชุดสุดหรู ตึก เอสเค กรุ๊ป
หญิงสาวยืนฮัมเพลงอยู่ในครัวภายในห้องชุดเ้านายอย่างมีความสุข แต่อยู่ๆ ใบหน้าต้องเจื่อนลงทันทีเมื่อเห็นเ้านายตัวดีที่ไม่เจอกันหลายวันเดินออกมาด้วยผ้าเช็ดตัวพันเอวสอบอย่างิ่เหม่ผืนเดียวอีกแล้ว
“คุณราฟ ทำไมไม่รู้จักใส่เสื้อผ้า ฉันอุตส่าห์เตรียมไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้วนะ”
“ฟื้นมาได้ก็ปากดีเลยนะยัยตัวเล็ก” เ้านายตาสีเทาบ่นอุบอิบอย่างไม่จริงจังนัก
“ก็จริงนิ คุณไปแต่งตัวเลยนะ ฉันเห็นแล้วอุจาดตา” หญิงสาวที่บ่นได้แต่ก้มหน้างุดจัดการกับจานอาหารเช้าไม่ได้สนใจเ้านายที่เดินเข้ามาสักนิด จนกระทั่งได้กลิ่นหอมสะอาดของสบู่ใกล้ๆ หัวใจก็พาลเต้นกระหน่ำ เ้านายตัวดีนึกสนุกจึงเดินเข้ามาเป่าหูจากด้านหลังของหญิงสาวที่ยืนจัดจานอยู่ จนคนตัวเล็กสะดุ้งมะเขือเทศหลุดจากมือแต่ยังดีที่คนแกล้งรับไว้ได้ทัน
“นี่ มารยาทเธออยู่ที่ไหนไม่ทราบ คุยกับเ้านายก็หันมาคุยดีๆ สิ” เ้านายที่ตีเสียงขรึมแทบจะหลุดขำถ้าไม่ติดว่ายายตัวเล็กนี่หันหน้ากลับมาเสียก่อน
“คุณสิไม่มีมารยาท ก็เห็นอยู่ว่ามีผู้หญิงอยู่ด้วยยังมาแต่งตัวแบบนี้อีก” ตาสีน้ำตาลกลมโตถลึงตาใส่ตาสีเทาดุคู่นั้น เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ที่เธอเลิกประหม่าการสบสายตาดุกร้าวสีเทาของเขาแต่ที่รู้ๆ คือเธอกลับอบอุ่นใจยามนึกถึงอ้อมกอดเขาคืนนั้น
“ฉันจะใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน” ใบหน้ายียวนถูกส่งมาพร้อมคำพูด
“แต่ฉันเตรียมชุดทั้งหมดไว้ให้คุณแล้วนิคะ”
“อย่าให้ฉันพูดซ้ำ...” ดวงตาสีเทาฉายแววไม่พอใจ ตามด้วยการยักคิ้วขึ้นข้างนึงแล้วพยักหน้าไปทางห้องแต่งตัวเพื่อให้เธอไปจัดการเื่ที่เขาบอกทันที
หญิงสาวที่โดนสั่งแทบจะถลาไปทิ่มตาคู่นั้นจริงๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จนเธอต้องยอมเดินไปห้องแต่งตัวเพื่อจัดหาเสื้อตัวนั้นให้เขา
“นี่คุณราฟ เสื้อสีฟ้าคุณนะไม่เห็นมีเลยนะคะ” หญิงสาวเดินออกมาหาคนที่นั่งสบายใจอยู่ที่โซฟา จนเขาเหลือบมองเธออีกครั้ง ก่อนที่จะตามมาด้วยน้ำเสียงยียวน
“แล้วฉันบอกเธอหรือไงว่ามันอยู่ในตู้...”
“คุณ... นี่มัน... นะ...คะ” หญิงสาวกัดฟันกรอดๆ แทบจะถลาไปหักคอชายหนุ่มที่นั่งไม่เดือดร้อน แถมยังมากวนประสาทเธอแต่เช้าอีก ก็เขาไม่ใช่เหรอที่เป็คนพยักพเยิดหน้าให้เธอเดินกลับเข้าไปในห้องนั่น
“นู่น... อยู่ในเครื่องอบผ้านู่น” ชายหนุ่มชี้นิ้วไปที่ห้องเล็กที่มีกระจกใสกั้นเผยให้เห็นเครื่องซักผ้า และเครื่องอบผ้าใบใหญ่อยู่ด้านใน
“เครื่องอบผ้า!” เลขาสาวตัวเล็กทวนคำที่ได้ยินอีกครั้ง
“อืม” ราฟยักคิ้ว
“หมายความว่าฉันต้องรีดให้คุณด้วยงั้นสิ”
“ก็งั้นสิ... หรือจะให้ฉันรีดเอง”
“ชิ! พูดเหมือนทำเป็...” หญิงสาวที่ถูกใช้ยืนบ่นพึมพำ
“อ้าว ไปทำสิ... ยืนรออะไร เดี๋ยวฉันต้องไปทำงานอีก”
“คะเ้านาย” เลขาสาวรับคำเรียบร้อยก็ยกชายกระโปรงขึ้นถอนสายบัวหนึ่งครั้งเพื่อเป็การประชดเ้านายตัวดีที่ขยันหางานให้เธอแต่เช้า
“เสื้อบ้าอะไรรีดยากจริงๆ น่ารำคาญเหมือนเ้าของเสื้อเลย โอ้ย... หน้าที่ฉันนี่มันส่วนตัวจริงๆ แต่ไม่เป็ไรอัญณิกาท่องไว้เพื่อเงิน เพื่อเงิน...” เลขาส่วนตัวยืนรีดผ้าอยู่ในห้องก็บ่นอุบอิบพลางรีดผ้าไปพลาง
“กาแฟ...” เสียงเ้านายตัวดีลอยออกมาจากโต๊ะรับประทานอาหาร
จนหญิงสาวที่ยืนรีดผ้าอยู่ได้ยินก็ทำหน้ายุ่งทันที เลขาหรือ ‘คนใช้’ เนี่ย แต่อย่างว่าพวกคนรวยนี่นะ ให้เงินเดือนเยอะก็ต้องใช้ให้คุ้มสินะ
“คะ... ได้ยินแล้วคะ” อัญณิกากรอกตาไปมาอย่างรำคาญ และรีบเดินไปชงกาแฟให้เ้านายทันที แต่ด้วยความคิดอะไรบางอย่างเพียงชั่วครู่ หญิงสาวที่กำลังจะยกกาแฟไปเสิร์ฟวางแก้วลงอีกครั้ง แล้วยกยิ้มมุมปากอย่างสะใจ
“ได้หรือยัง...” เ้านายที่นั่งทานอาหารเช้าไป อ่านหนังสือพิมพ์ไป เร่งเลขาตัวเล็กอย่างสบายอารมณ์
“มาแล้วคะเ้านาย ดื่มให้อร่อยนะคะ” อัญณิกาวางแก้วกาแฟให้เ้านายเรียบร้อยก็ยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มกว้างประหนึ่งว่า เธอแสนจะเต็มใจรับใช้เขา
จนเ้านายที่ถือแก้วกาแฟอยู่มองแล้วส่ายหน้าไปมา ยายเลขาตัวเล็กช่างเป็ผู้หญิงที่มีความน่ารำคาญครบเครื่องจริงๆ คิดเสร็จ ราฟยกกาแฟขึ้นดื่มทันทีก่อนที่จะสำลักออกมาจนเลอะเปรอะเปื้อนเนื้อตัวและโต๊ะไปหมด
“นี่เธอทำบ้าอะไรกับกาแฟฉัน” ราฟหันไปถามเลขาที่กำลังแสร้งตีหน้าใ เมื่อครู่เขายังเห็นเธอหัวเราะเขาอยู่เลย
“ฉันเปล่านะคะ ฉันก็ชงกาแฟปกติเหมือนทุกครั้ง” หญิงสาวรีบแก้ตัวพัลวันทั้งที่ความจริงเธอแทบจะหลุดขำออกมาซะให้ได้ ชอบกวนประสาทเธอดีนักเจอเกลือไปแค่สองช้อนก็ดีเท่าไหร่แล้ว
ราฟที่ยืนดุหญิงสาวต้องพักเื่นี้ไว้ก่อน และทำจมูกฟุดฟิดเหมือนสงสัยกับอะไบางอย่าง
“กลิ่น... เธอทำอะไรไว้ในครัวหรือป่าว” ราฟถามขึ้นเมื่อได้กลิ่นเหมือนมีอะไรไหม้โชยมา
“เสื้อ... แม่เ้า... เสื้อคุณ” อัญณิการีบคว้าแขนราฟไว้แล้วเขย่าอย่างใ
ราฟได้ยินก็รีบวิ่งไปที่ห้องซักผ้าทันที ควันจากบนเตารีดที่ทับเสื้อกำลังไหม้ลอยอบอวนเต็มห้องซักผ้าเล็ก ราฟถึงกับลักควันจนต้องรีบไปเปิดหน้าต่างและถอดปลั๊กเตารีดออกทันที อัญณิกาที่วิ่งตามเข้ามาได้แต่สำลักควันจนหน้าดำหน้าแดง เธอต้องวิ่งหลบออกมาก่อน
“เธอทำบ้าอะไรของเธออีก!” ราฟตวาดใส่หญิงสาวตัวเล็กที่ยืนก้มหน้าก้มตาอย่างสำนึกผิดอยู่หน้าห้องซักผ้า
“ฉันขอโทษ ฉันลืมไปเลย...” อัญณิกากล่าวด้วยน้ำเสียงหงอยๆ
“เธอนี่นะ... เกือบเผาห้องฉัน... ไม่สิ! เกือบเผาตึกเอสเคกรุ๊ปทั้งตึก แล้วเมื่อกี้ยังประทุษร้ายฉันโดยการให้ดื่มไอกาแฟบ้าบอนั่นอีก ไหนเธอบอกมาสิว่าฉันควรทำยังไงกับเธอดี” ราฟกระชากน้ำเสียงไม่พอใจอย่างแรง
“จริงๆ ฉันก็ไม่ตั้งใจนิ ก็คุณสร้างความยุ่งยากนี้ให้เกิดขึ้นเอง ถ้าคุณใส่เสื้อที่ฉันเตรียมไว้...” หญิงสาวตัวเล็กที่ก้มหน้างุดๆ พูดด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มยังไม่ทันจบ เ้านายตัวดีก็ดันแทรกขึ้นมาก่อน
“งั้นเป็ความผิดฉันอย่างนั้นสิ” ชายตาสีเทาถามพร้อมด้วยคิ้วที่เลิกขึ้น
“คะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นแต่ก็ต้องก้มลงอีกครั้งเมื่อเ้านายชี้นิ้วและตวาดใส่หน้า
“เธอ!”
“คุณราฟเกิดอะไรขึ้นครับ!” เสียงห้ามทัพจากแดนดังมาจากหน้าห้อง เมื่อเขาเข้ามาแล้วได้กลิ่นไหม้คละคลุ้งไปทั่ว
“ฮึ... ถามยัยเลขาตัวดีนี่ดูสิ อ่อ... แล้วก็ฝากกินกาแฟแก้วบนโต๊ะให้หมดด้วยนะ” พูดจบราฟก็ชี้หน้าคาดโทษเลขาตัวดีที่ตอนนี้เงยหน้าขึ้นมาได้แล้วเมื่อเห็นว่ามีพวกพ้องตัวเองเดินเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับคุณอัญ” แดนหันไปถามอัญณิกาที่ยิ้มด้วยความสะใจอย่างงงๆ
“ไม่มีอะไรหรอกคะ แค่อัญทำเสื้อผ้าคุณราฟไหม้นิดเดียวเอง” อัญณิกาตอบแบบยิ้มแห้งๆ ให้กับคนถาม
“เดี๋ยวอัญลงไปจัดการงานข้างล่างให้คุณราฟก่อนดีกว่านะคะ ก่อนทีู่เาไฟจะะเิอีกรอบ”
“ครับ” แดนรับคำเลขาตัวยุ่งของผู้เป็นายแล้วยิ้ม
ั้แ่มีเลขาคนใหม่เข้ามาดูผู้เป็นายของเขาจะเหมือนคนขึ้นมาหน่อย ก่อนหน้านี้เหมือนหุ่นยนต์ที่ไร้อารมณ์ความรู้สึกยังไงชอบกล อ่อ... แต่ไม่นับเวลามีคนขัดใจและทำงานผิดพลาด
“นี่คะ แฟ้มงานที่ต้องเซ็นวันนี้ คุณแมรี่กำชับมาว่าคุณราฟต้องจัดการให้เสร็จภายในวันนี้นะคะ” เลขาตัวเล็กพูดจบก็หมุนตัวเดินมานั่งที่โต๊ะประจำตำแหน่งทันที ใจจริงเธออยากจะไปนั่งกับพิมขวัญและมาดามากกว่ามานั่งกับเ้านายขั้วโลกเหนือที่แผ่รัศมีความเย็นไปทั่วห้องแบบนี้มันทำให้เธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องยังไงชอบกล
ราฟที่นั่งจัดการกับเอกสารตรงหน้าอย่างเคร่งเครียด เขาดูคล่องแคล่วว่องไวในการทำงาน และสีหน้าจริงจัง ที่แฝงไปด้วยเสน่ห์ สายตาคมกริบสีเทาที่ไล่ดูเอกสารแต่ละบรรทัด มันทำให้เขาที่ดูหล่ออยู่แล้ว หล่อเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว จริงๆ จะว่าไปนี่ก็เป็วันแรกที่ได้เข้ามานั่งทำงานเอกสารกับเขาในห้องทำงานปกติ เวลาทำงานเขาดูจริงจังจนผิดกับเ้านายหน้าหล่อจอมยียวนเมื่อเช้าลิบลับ
“อัญ!” เสียงเ้านายที่กำลังก้มดูเอกสารเรียกจนเธอใหลุดจากภวังค์ความคิด
“คุณเตรียมเอกสารพนักงานที่แมรี่จัดทำรายชื่อไว้ให้เร็วที่สุด และที่สำคัญคือข้อมูลทุกอย่างต้องละเอียดที่สุดห้ามพลาดแม้แต่บรรทัดเดียว เข้าใจใช่มั้ย”
“คะ” หญิงสาวที่รับคำเ้านายเรียบร้อยก็ก้มลงจัดการกับรายชื่อที่ได้รับจากแมรี่ต่อ เธอพยายามเรียกแฟ้มข้อมูลประวัติของทุกคนจากฝ่ายบุคลขึ้นมาดูอย่างละเอียดผ่านคอมพิวเตอร์ภายในห้องทำงาน เนื่องจากฝ่ายบริหารระดับสูงจะสามารถเรียกดูข้อมูลของทุกฝ่ายได้ ในขณะที่ฝ่ายที่ทำงานปฏิบัติการอยู่ด้านล่างจะสามารถดูได้เฉพาะข้อมูลของฝ่ายตัวเองเท่านั้น
อัญณิกาก้มมองนาฬิกาก็พบว่าเป็เวลาเที่ยงกว่าๆ แล้ว แม้ร่างกายตอนนี้จะยังไม่บ่งบอกอาการหิวแต่ถ้าเลยเวลานี้ไปเธอก็ไม่สามารถไว้ใจกระเพาะตัวเองได้เช่นกัน
“คุณราฟคะ หิวข้าวหรือยัง...” อัญณิกาเงยหน้ามองเ้านายที่ยังคงจดจ่อกับแฟ้มเอกสารกองโต
“ยัง เธอไปกินข้าวเถอะ” ราฟยังคงไม่ละสายตาจากเอกสารที่ตรวจดูอยู่
“ถ้าอย่างงั้นฉันซื้ออาหารขึ้นมาให้คุณก็แล้วกันนะคะ”
“อืม... ยังไงก็ได้”
หญิงสาวที่เห็นว่าก่อกวนเ้านายด้วยคำถามเื่อาหารมาพอสมควรแล้ว เธอจึงหันหลังและรีบเดินออกไปทันที ทิ้งให้เ้านายผู้บ้างานก้มหน้ากับกองเอกสารต่อไป ส่วนเธอก็มาทานข้าวแกงร้านประจำข้างสำนักงานที่มีแกงส้มหมูสามชั้นหยวกกล้วยรสจัดจ้านจากภาคใต้แท้ที่เธอชอบอยู่ด้วย แต่สายตาก็ดันเห็นพิมขวัญกับมาดานั่งอยู่ก่อนแล้ว เธอจึงรีบตามเข้าไปนั่งด้วยทันที ก่อนจะมีชายหนุ่มหน้าตาดียกน้ำเย็นมาให้ทั้งคู่และนั่งลงข้างๆ มาดา
“นี่คุณวาริชอยู่ฝ่ายการตลาดนะ” มาดาแนะนำผู้ชายที่เธอกำลังคบหาให้อัญณิการู้จัก เมื่อเห็นรุ่นน้องส่งสายตาแพรวพราวด้วยความอยากรู้ แกมหยอกเย้าเธออยู่ในที
ชายหนุ่มหนึ่งเดียวในโต๊ะจึงยิ้มและพยักหน้าให้เป็การทักทายเพราะปกติเขาก็พูดน้อยอยู่แล้ว
“อ่อ... แค่เพื่อนเหรอคะ” อัญณิกายังไม่หยุดทำสายตาอยากรู้อยากเห็น เมื่อรุ่นพี่แนะนำแค่ชื่อโดยปราศจากสถานะ
“อืม... กินต่อเถอะ เดี๋ยวก็เลยเวลาทำงานหรอก เ้านายเธอจะได้เอ็ดเอา” มาดาบอกเลขาสาวรุ่นน้อง
“กลัวที่ไหน” คนไม่กลัวพูดลอยหน้าลอยตาสบายใจ แต่ก็แอบเหลือบมองนาฬิกา เพราะเป็ห่วงเ้านายตัวยุ่งที่ยังไม่ได้กินข้าว
“ไม่กลัวแต่จ้องนาฬิกาจังเลยนะเรานะ” พิมขวัญเห็นจึงแซวขึ้นบ้าง
อัญณิกาได้แต่แสยะยิ้มให้รุ่นพี่เลขาทั้งสองคน ก่อนที่จะรีบกินและสั่งอาหารใส่กล่องไปให้เ้านาย
“ฮึ... นึกว่าจะเก่งขนาดไหน ที่แท้ก็หมดแบตได้เหมือนกันนะเนี่ย” เลขาสาวที่กลับมาพร้อมข้าวกล่องสำหรับเ้านาย แม้เธอไม่มั่นใจว่าเขาจะกินอาหารข้างทางได้ไหม แต่ตอนนี้เ้าของข้าวกล่องในมือกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนโซฟานุ่มแสนสบายภายในห้องทำงาน
หญิงสาวนั่งมองใบหน้าหล่อเหลาของเ้านายอยู่พักใหญ่ เมื่อเห็นเขาเปลี่ยนท่านอนคุดคู้ดูเหมือนกำลังหนาว เธอจึงไปหยิบเสื้อสูทที่พาดอยู่บนเก้าอี้บุหนังตัวใหญ่ที่โต๊ะทำงานมาคลุมให้ และดึงขึ้นมาเพื่อให้ปิดหน้าอก แต่อยู่ๆ เ้านายตัวดีก็ดันดีดตัวลุกขึ้นมา จนหญิงสาวที่ก้มหน้าอยู่ไม่ทันตั้งตัว ศรีษะของทั้งคู่จึงชนกันอย่างแรง
“โอ๊ะ / โอ้ย” เสียงร้องดังมาจากคนทั้งคู่
“เธอนี่มันนอกจากน่ารำคาญแล้วยังเป็ตัวซวยชัดๆ” เ้านายที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนแล้ว และเอามือกุมหน้าผากอยู่เอ่ยขึ้น
“อ้าว คุณพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ คุณลุกขึ้นไม่เปิดตาก่อนได้ไง” เลขาสาวเถียงกลับบ้าง
“ฉันขอสั่งเธอไว้เลยนะ ต่อไปนี้อยู่ห่างๆ ฉันไว้ เข้าใจมั้ย”
“คะเ้านาย” หญิงสาวรับคำเสร็จก็กรอกตาไปมา และส่งกล่องข้าวให้เ้านายทันที
เ้านายที่เห็นท่าทางน่าหมั่นไส้เลยดีดหน้าผากให้อีกรอบ จนหญิงสาวที่เจ็บหน้าผากจากเหตุการ์เมื่อครู่อยู่แล้วต้องนิ่วหน้า จนเธอชักมือที่ยื่นกล่องข้าวออกไปกลับ
“ถ้าทำแบบนี้ ข้าวก็ไม่ต้องกินมันละคะ” อัญณิกาขยับกล่องข้าวที่กำลังจะส่งให้ออกทันที จนเ้าของในตาสีเทาทำหน้าเสียดายและรีบรั้งข้าวกล่องเอาไว้
“อ้าว เดี๋ยวสิ เธอนี่ชักจะพยศกับฉันมากเกินไปแล้วนะ ข้าวแค่กล่องละไม่กี่บาท ขี้เหนียว!”
“แล้วยังไง ถ้าไม่กี่บาทก็ไปซื้อกินเอาเองก็แล้วกันนะคะ เ้านาย”
“ได้ยังไง เธอยังติดหนี้ฉันอีกแปดหมื่นห้าเลยนะ”
“จะบ้าเหรอฉันไปติดหนี้คุณตอนไหนมากมายขนาดนั้น” หญิงสาวที่ประหยัดมาทั้งชีวิตเถียงขึ้นทันที
“เมื่อเช้าไง...” ราฟพูดจบก็ยกยิ้มอย่างเป็ต่อ
“เมื่อเช้า!” ส่วนเลขาร่างเล็กได้แต่นั่งครุ่นคิด
“ทำมาเป็ลืม ค่าเสื้อฉันไง”
“คุณจะบ้าเหรอ เสื้อบ้าบออะไรตัวละเกือบแสน” สาวขี้งกเถียงคอขึ้นเอ็นคนบ้าที่ไหนจะซื้อเสื้อตัวเดียวเกือบแสน รวยอย่างเดียวไม่ได้แต่ต้องเสียสติด้วย
“ก็เสื้อฉันไง...” ราฟทำหน้าภาคภูมิใจกับเสื้อตัวโปรดที่เพิ่งโดนเลขาตัวเล็กทำลายด้วยเตารีดไปเรียบร้อย
“ไม่จริง!” ยังไงเธอก็ไม่มีทางเชื่อเื่นี้เด็ดขาด
“แล้วเนคไทเส้นละเท่าไหร่” อัญณิกาถึงกับรีบถามหาราคาข้าวของอื่นๆ ด้วยสีหน้าสงสัย
“ราคาเฉลี่ยก็ประมาณสองหมื่นกว่าๆ” ราฟบอกด้วยท่าทีสบายๆ ติดจะภูมิใจด้วยซ้ำ
“บ้าบอ! เนคไทอะไรของคุณราคาสองหมื่น ผลิตจากด้ายทองคำหรือไง” เธอประชดตาโต
“แล้วนาฬิกา ถุงเท้า รองเท้า”
“นาฬิกา... ฉันว่าเธออย่ารู้ราคาดีกว่า ส่วนถุงเท้าก็ประมาณสองพัน รองเท้าแปดหมื่นถึงสองแสน ได้มั้ง” ราฟพูดจบก็หันไปมองเลขาตัวเองก็แทบจะหลุดขำแต่ต้องตีหน้าขรึมไว้เช่นเดิม
อัญณิกาที่ได้ยินราคาข้าวของเครื่องใช้ของเ้านายสุดที่รักถึงกับยืนตาโตเป็ไข่ห่าน ถ้าเธอทำอะไรของเขาพังอีกชาตินี้ทั้งชาติเธอจะมีปัญญาหาเงินมาคืนเขาไหม
‘นี่ฉันทำงานที่มีความเสี่ยงสูงขนาดเลยเหรอนี่ ราคาแต่ละอย่างนี่เอาชีวิตเป็เดิมพันทั้งนั้น’
“ตกลงฉันจะกินข้าวได้หรือยัง” เ้านายที่ยืนมองกล่องข้าวถามขึ้น เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าเงียบไป
“อืม” อัญณิการีบยื่นกล่องข้าวให้เ้านายทันทีด้วยกลัวจะถูกหักเงินจริงๆ อย่างที่เขาขู่
เ้านายที่กำลังหิวจัดรับข้าวกล่องมา และนั่งลงบนเก้าอี้โซฟาตัวใหญ่ จนเลขาสาวต้องรีบเด้งตัวลุกขึ้นโดยอัติโนมัติ จากนั้นเ้านายผู้หิวโหยหน้านิ่วขึ้นทันทีหลังจากจัดแจงเปิดกล่องอาหารมื้อเที่ยง มันมีแต่ของเผ็ดทั้งนั้น ทั้งแกงส้ม ทั้งทอดมัน แถมน้ำแกงส้มนี่ราดมาซะชุ่มเชียว
“นี่เธอตั้งใจซื้อมาให้ฉันกินจริงๆ ใช่มั้ย” ราฟหันไปถามเลขาสาวที่ยืนภาคภูมิใจกับฝีมือการดูแลเ้านายของตัวเอง
“ใช่สิคะ”
“มานี่มา” ราฟกวักมือเรียกหญิงสาวที่ยืนอยู่มานั่งลงข้างๆ ตัวเอง
อัญณิกาจำต้องยอมนั่งลงอย่างจนใจ แม้จะรำคาญท่าทีเื่มากของเ้านาย
“แกงส้ม... ทอดมัน...” ราฟบอกและชี้ลงไปในกล่องข้าว
“อืม แล้วไง...” หญิงสาวที่ไม่เห็นความผิดปกใดๆ จ้องหน้าเ้านายอย่างสงสัย
“ฉันกินเผ็ดไม่ได้” ราฟบอกหญิงสาวที่ทำหน้าไม่ลุแก่โทษตัวเองสักนิด
“อ้าว ก็ฉันไม่รู้นิ”
“นี่เธอเป็เลขาฉันจริงๆ หรือป่าว ถึงไม่รู้เื่เ้านายสักเื่”
เลขานุการส่วนตัวที่โดนว่าถึงกับเงียบกริบ คราวนี้เธอเถียงไม่ออกเพราะสิ่งที่เขาพูดเป็เื่จริงทุกประการ เื่เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเขาแค่นี้เธอน่าจะต้องรู้สิ จนหญิงสาวที่นั่งสำนึกผิดนึกถึงกระดาษปึกใหญ่ที่แมรี่ให้วันแรกได้ เห็นทีเธอคงต้องกลับไปทบทวนมันซะแล้ว
“ขอโทษ...” อัญณิกาพูดเสียงอ้อมแอ้ม
จนเ้านายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ ต้องลอบยิ้ม แต่พอหญิงสาวหันกลับมาจ้องมองที่เขา เขาก็ตีสีหน้าขรึมตามเดิม
“รู้ตัวว่าผิดก็ดีแล้ว จัดอาหารเที่ยงฉันมาใหม่” พูดจบราฟก็ลุกขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ที่โต๊ะทำงานแทน ส่วนหญิงสาวที่โดนสั่งก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม จนราฟต้องะโสั่งอีกรอบ
“ภายในสามสิบนาทีนะ”
อัญณิกาสูดหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้งและลุกขึ้นก้าวเดินไปจากห้องทันที ทิ้งให้เ้านายหนุ่มที่อยู่ในห้องหัวเราะชอบใจอยู่คนเดียว
‘เื่มากก็ที่หนึ่ง เื่เยอะก็ทีหนึ่ง เดี๋ยวใส่สลอดให้กินซะเลยนิ’
...............................................................................................................................................
ขอบคุณสำหรับการติดตาม อย่าลืมเพิ่มเข้าชั้นหนังสือกัน และกดlove เพื่อรออัพเดตนะจ้า
มาพูดกับไรท์ได้นะจ๊ะ ด่าได้ถ้าไรท์ทำร้ายตัวละครเกิน แต่อย่าแรงเดี๋ยวไรท์เจ็บนะจ๊ะ รีดที่รัก ....
ฝากติดตามเพจในลิิ๊งค์ด้านล่าง หรือ คลิ๊กที่นี่
https://www.facebook.com/ainkfanamtalay/