ตอนที่ 2
การเริ่มต้นใหม่ของชีวิต
ซีหูที่รัก
ข้าได้มาเยือนเ้าแล้ว
เ้ารู้จักข้าหรือไม่ ข้าคือแม่นางน้อยผู้เลอโฉม แซ่ ชิว นามว่าจิงจิง
ชิวจิงจิง นั่นแหละเป็นามของข้าเอง
นี่สินะคือสิ่งที่บรรยายเอาไว้ในนิยาย ชีวิตของน้ำตาลช่างฟินอะไรอย่างนี้ รู้สึกดีจังเลย หญิงสาวเหยียดแขนออกกว้างก่อนจะสูดอากาศยามเช้าอย่างมีความสุข อยากจะสมมติตัวเองเป็ไป๋ซู่เจินเหลือเกิน
เกลียดก็แต่เ้าบัณฑิตหน้าขาวสวี่เซียนนั่นแหละ แทนที่จะเชื่อใจภรรยาดันไปเชื่อนักพรตบ้านั่นได้ หญิงสาวขบเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจก่อนจะสะดุ้งเมื่อเรือที่ล่องลำน้ำอยู่จอดเทียบท่าพอดี
แม่น้ำกว้างใหญ่มาก เมืองจีนน่าอยู่จังเลย
สองวันน้อยไปมั้ยเนี่ย รึเธอจะยอมตกเครื่องแล้วปักหลักสูดอากาศที่นี่สักอาทิตย์ดี
“ซีหูเหมือนนางไซซี ไซซีสวยทุกอริยาบท ซีหูสวยทุกฤดูกาล” อยากจะเกิดเป็สาวงามยุคนั้นจังเลยจะได้มีความงามเป็ที่จารึกโจษจันกับเขาบ้าง
ไม่ใช่สาวสวยที่อายุ 21 ปีแล้วก็ยังโสดแบบนี้อยู่ได้
“มิสคะ รบกวนช่วยถ่ายภาพให้หน่อยได้มั้ยคะ” มีชาวตะวันตกคู่รักมาสะกิดให้เธอถ่ายภาพให้ ดีนะสะกิดเป็ภาษาอังกฤษ เกิดสะกิดเป็จีน คงต้องเล่นงิ้วให้เขาดูแทนเพราะเธอพูดไม่เป็
มาถึงนี่ก็ใช้วิธีจิ้มแผนที่เอาทั้งนั้น
“ได้เลยค่า” เธอหันไปมองแฟนหนุ่มของอีกฝ่ายก่อนจะแอบถอนหายใจเบาๆ เขาไปแสวงหาผู้ชายหล่อๆ แบบนี้มาจากไหนกัน ทำไมเธอมองหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ พวกเขาเดินต่อไปยังสะพานมีคนเดินถ่ายรูปอย่างขวักไขว่ ซึ่งน้ำตาลก็ยกกล้องของตนเองถ่ายภาพและอัพเว่ยป๋อทันที
ไม่ต้องแปลกใจที่ทำไมเธอมีเว่ยป๋อ
เพราะติ่งระดับนี้ย่อมต้องมีไว้เพื่อส่องดาราในดวงใจกันบ้างสิ
อากาศกำลังดี สายหมอกก็งดงาม มณฑลเจ้อเจียงงดงามสมคำร่ำลือจริงๆ
“อากาศเป็ไงบ้างสบายดีมั้ย” เสียงข้อความดังขึ้นมาพร้อมกับชื่อออย ที่ทักมาหลังจากเธออัพภาพลงไปแล้วไม่นาน
“สวยมากเลยแหละ ตอนนี้เพิ่งล่องเรือเสร็จเลยแวะอัพภาพไว้ก่อน”
“ดูแลตัวเองดีๆ ก็แล้วกัน รีบกลับมานะ” แล้วเสียงข้อความก็หายไป หญิงสาวเพิ่งรู้ตัวว่าเดินมาไกลจากคนอื่นๆ มา แล้วเธอจึงคิดจะเดินกลับทางเดิม แต่ในระหว่างทางมีคนถือกระดาษมัดด้วยด้ายแดงตรงมาหาเธอพอดี
“นังหนูเชื่อเื่เทพเ้ามั้ย” รัวจีนมาเป็ชุดแบบนี้เธอก็คงเข้าใจหรอก
“ไหว้พระเหรอคะ หรือให้ขอพร” เธอพูดภาษาไทยตอบกลับไปแต่ก็ส่งภาษาใบ้ถามอีกฝ่ายว่าใช่ให้เอาไปไหว้ใช่มั้ย ทางนั้นก็เหมือนจะไม่เข้าใจเช่นกัน แต่ก็พยักหน้ากับท่าไหว้ของเธอ
“เท่าไหร่คะ” คราวนี้มาทุกท่าทุกภาษา โอ๊ยแม่เ้าทำไมภาษาจีนยากจังเลย เราจะถามเขายังไงดี ในขณะที่เธอกำลังมีสีหน้าเคร่งเครียดชายชราผู้นั้นก็ยื่นด้ายแดงให้เธอพร้อมทั้งโบกมือว่อนบอกว่าไม่เอาเงิน อยู่ดีๆ ก็ได้ของฟรีน้ำตาลชอบค่ะ เป็คนสวยและรวยมาก เื่ของฟรีนั้นก็ชอบมากเช่นกัน
“ขอบคุณมากนะคะ” เธอก้มลงไปพิจารณากระดาษมีถุงผ้าเล็กๆ มีเส้นด้ายสีแดงห้อยอยู่อย่างสนใจ คนจีนบอกว่ามีด้ายแดงแล้วจะเจอเนื้อคู่
เอาล่ะเว้ย!!!!
น้ำตาลจะมีคู่กับเขาแล้วเว้ยหลังโสดมานานยี่สิบเอ็ดปีเต็ม
ตอนเด็กพ่อแม่หวงมากเลยไม่มีคนมาใกล้ชิด โตเป็สาวมาก็เป็สาวกซีรี่ย์ สุดท้ายเลยไม่มีเวลาให้ผู้ชาย
ผลก็คือ โสดไปยาวๆ แบบนี้แหละ หญิงสาวก้มมองไปมาจึงได้พบว่ามันมีรอยต่อของผ้าเหมือนลายมันยังไม่สุด ลายเมฆนั้นปักมาถึงครึ่งทางแล้วขาดไปเฉยๆ คุณตาทำไมไม่ให้ลายที่มันสมบูรณ์เลยเล่า มาขาดครึ่งแบบนี้จะเอาไปอวดใครได้
“คุณตาคะ” เธอเงยหน้าขึ้นหมายจะถามว่ามีอันงามกว่านี้ไหม แต่กลับมองหาผู้ชายคนนั้นไม่เจอเสียแล้ว
แล้วกัน!!!!
ในเมื่อเปลี่ยนไม่ได้แล้วก็แล้วไปเถอะ หญิงสาวหันไปคว้ากล้องถ่ายภาพไล่เดินเก็บภาพต่างๆ แทน เจดีย์ ทะเลสาบ สะพาน การล่องเรือ มันคือ์ของทริปนี้จริงๆ
ขาดแต่คู่เดินเคียงข้างนี่แหละ
์ ทำไมไม่ส่งผู้ชายมาให้หนูบ้างคะ
หนูอยากมีแฟนกับเขาบ้างจังเลย
น้ำตาลมัวแต่ถ่ายภาพไม่ทันมองทางเลยไปสะดุดก้อนหินล้มคว่ำไม่เป็ท่า โชคดีนะที่ไม่มีคนเดินมาทางนี้เธอไม่ได้อับอายอะไรมาก ความซุ่มซ่ามมันก็ต้องมีกันบ้างแหละน่าแต่หลายๆ คนอาจจะไม่มากเท่าเธอ
นั่นอะไร
เธอเขม้นมองภาพเบื้องหน้า สายหมอกที่ปกคลุมสะพานมองเห็นแบบเลือนราง สวยงามมาก เธอจะต้องถ่ายภาพนี้ไปอัพไอจีให้ได้
หญิงสาวปัดฝุ่นและเศษหญ้าออกจากตัวเองแล้วจึงรีบสาวเท้าไปยังภาพเบื้องหน้าทันที เหมือนดินแดนในความฝันเลย ผู้คนก็ไม่มีขอเซลฟี่หรือไลฟ์สดก่อนดี
ภาพในสายหมอกนั้นถ่ายเท่าไหร่ก็ไม่ชัดสักที สาวสวยผู้เอาแต่ใจเริ่มหงุดหงิดเลยเดินไปใกล้มากขึ้น มากขึ้นจนเธอเองก็ยังไม่รู้สึกตัวว่าขาของตนได้ก้าวเข้าไปในสายหมอกลอยวนกว่าครึ่งแล้ว
ขอถ่ายอีกภาพเดียวน่า
แช๊ะ..........
เสียงแช๊ะ ดังพร้อมกับเสียงอะไรร่วงกระทบน้ำ มีเสียงผู้คนหวีดร้องด้วย
ในหูของเธออื้ออึงเกินไปและเหมือนมีแรงอัดมหาศาลกำลังโถมทับตนเองเอาไว้ สายโซ่ที่มองไม่เห็นกำลังรัดตัวเธอโดยรอบ น้ำตาลจึงรู้สึกตัวว่าน้ำกำลังล้อมรอบตัวเธอทุกทิศทาง
นี่เธอตกน้ำเหรอ
แย่แล้ว
เธอยังไม่ได้กลับไปพบมารดาเลย จะให้มาตายตรงนี้ไม่ได้นะ
แฟนก็ยังไม่มี โอ๊ยยยยย เธอจะตายไม่ได้เด็ดขาด
ยัยป้าหมอดูหลอกลวงที่สุด ไหนล่ะดวงคู่
ว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!
ช่วยชั้นสักคนหน่อยสิ เร็วๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
+++++++++++
ฝนที่ตกหนักชนิดไม่ลืมหูลืมตาทำให้เกิดอุทกภัยอย่างหนักในเมืองซานหู ทำเลที่ตั้งของเมืองนี้้าคือขุนเขาด้านล่างคือสายน้ำโดยปกติแล้วเขาเดินผ่านหนทางเหล่านี้มักจะพบเจอแต่ความสวยงามและเงียบสงบ ไม่คาดคิดเลยว่ามาหนนี้จะมาประสบกับภาพที่รันทดยิ่ง ชาวบ้านที่อาศัยในเมืองนี้พวกเขาล้มตายสูญหายไปเป็จำนวนมาก เพราะกระแสน้ำเชี่ยวกรากไหลลงมารุนแรงเกินไป
“คุณชายพวกเรารีบเดินทางกันเถิดขอรับ” เสียงของหลิ่งเฟยเตือนสติผู้เป็นายที่ยังไม่ขยับเขยื้อนไปไหน สายตาของเขาทอดมองไปยังแม่น้ำที่ตอนนี้นิ่งสงบไปแล้ว มีความช่วยเหลือลงมาแล้วและกำลังเร่งติดตามหาผู้ประสบภัยอีกจำนวนหนึ่ง ภาพเหล่านี้ไม่ได้ชวนให้บันเทิงใจนัก เขาจึงรีบทักท้วงผู้เป็นายให้ขึ้นรถม้าแล้วออกเดินทางต่อไปสักที
“อืม” เขาตอบรับอีกฝ่ายแล้วหมุนกายจะเดินขึ้นไปยังรถม้าของตนเอง แต่สายตาก็ไปพบเจอบางสิ่งอยู่บนกอหญ้าริมแม่น้ำ เหมือนจะเป็คน
“หลิ่งเฟย ให้คนไปดูซิ นั่นคนหรือซากศพกันแน่”
“คุณชาย คือ...” คนสนิทของเขาอยากจะทักท้วงแต่ก็จำต้องกลืนคำเ่าั้ลงไปในคอ เขาไม่ได้้าให้นายน้อยไปสนใจอย่างอื่น แต่ถ้านายน้อยสั่งแล้วเขาไม่ทำสุดท้ายเ้านายก็ต้องเดินไปดูเอง
ดังนั้นเขาไปเองจะดีกว่า
เกิดเป็คนจริงๆ แล้วตาย มีโรคระบาดอันตรายจะแย่เอาได้
“ได้ขอรับ บ่าวจะไปดูเดี๋ยวนี้” ร่างสูงใหญ่ของหลิ่งเฟยที่ทำหน้าที่เสมือนองครักษ์ เสมือนที่ปรึกษา เขาเป็คนเดียวที่บิดามั่นใจจึงได้ส่งมารับใช้เขาตอบรับคำสั่ง แล้วก้าวไปยังทิศทางที่ผู้เป็นายผินหน้าไปเมื่อครู่
ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มยืนสงบนิ่งมองตรงไปยังสถานที่นั้นด้วยใจที่ค่อนข้างคาดหวัง เขาเดินทางผ่านมายังไม่พบเจอผู้รอดชีวิตเลย หากพบสักคนก็คงมีกำลังใจไม่น้อย
“นายน้อยขอรับเป็เด็กผู้หญิงขอรับ ยังมีลมหายใจอยู่” เสียงหลิ่งเฟยดังขึ้นมาทำให้เขาขยับขาเข้าไปดูทันที ฝ่ายนั้นพลิกเด็กหญิงที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเม็ดทรายของแม่น้ำเต็มไปหมด ชีพจรยังมีนับว่านางดวงแข็งจริงๆ เขารีบเขย่าตัวอีกฝ่ายแต่ก็ไม่ได้ผลจึงรีบยกร่างน้อยขึ้นบ่าแล้วเขย่าอย่างแรง แม้ว่าผู้เป็นายจะยืนนิ่งเช่นเดียวแต่แววตาของเขากลับฉายแววแห่งความคาดหวังว่านางจะรอดชีวิต
แค่ก แค่ก ในที่สุดก็มีเสียงไอหลุดออกมาจากปากของเด็กหญิงผู้นั้นจนได้