พอเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวร้องไห้จนน้ำตาคลอเบ้าทุกคนก็รู้สึกเห็นใจเธอขึ้นมา
บ้านนี้มีลูกติดสองคนที่อยู่ในวัยกำลังโตแถมยังมีเด็กที่รับมาเลี้ยงไว้อีกคน
เด็กกำลังโต กินเท่าไหร่ก็ไม่พอหรอก
เด็กทั้งสามคนกินเก่งมากแถมในบ้านยังมีฉินซู่ที่นอนป่วยอยู่บนเตียงอีกคน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวต้องทำงานหนักตั้งแต่เช้าจรดค่ำถึงจะหาเลี้ยงครอบครัวได้แล้วยังถูกขโมยขึ้นบ้านอีก
"สหายต่งก็ลำบากเหมือนกันนะ"
"ผู้หญิงคนเดียวเลี้ยงดูครอบครัวได้ขนาดนี้ก็เก่งมากแล้วจะปล่อยพวกโจรนี่ไปง่ายๆ ไม่ได้!"
"ใช่พวกเราขอเสนอว่าให้ลงโทษพวกมันอย่างหนัก"
...
ดูเหมือนชาวบ้านจะรู้สึกเหมือนกันในตอนนี้ทุกคนพูดคุยกันเสียงดัง ส่วนหัวหน้าหมู่บ้านและเลขาหมู่บ้านก็ขมวดคิ้วแน่น
เรื่องนี้สำคัญมาก
หวังจวินกับเพื่อนร่วมทีมต่างด่าทอกันอย่างไม่ลดละ
ทะเลาะกันไปได้สักพักหวังจวินก็คลานเข่าเข้าไปหาผู้ใหญ่บ้าน กอดขาเขาไว้แน่น"ผู้ใหญ่บ้านอย่าส่งผมไปที่หน่วยผลิตเลยนะครับ ถ้าคนทางนั้นรู้ผมไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุขแน่ๆ"
เขาเคยติดคุกมาก่อนถ้าคนในหน่วยผลิตรู้เรื่องนี้ เขาคงต้องไปรายงานตัวทุกวัน
แถมยังมีงานให้ทำไม่รู้จักจบจักสิ้น
ผู้ใหญ่บ้านรู้สึกลังเลเล็กน้อยหวังจวินมักจะวิ่งมาที่บ้านของเขา เอาของดีๆ มาให้เสมอ
ก็เพื่อหวังว่าตอนมีเรื่องเขาที่เป็นผู้ใหญ่บ้านจะช่วยปกป้องเขาได้บ้าง
แต่ตอนนี้...
"ผู้ใหญ่บ้านคะ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวแกล้งทำเป็นร้องไห้ จริงๆ แล้วตอนที่ผู้ใหญ่บ้านลังเลเธอก็คอยสังเกตท่าทีของเขา
ผู้ใหญ่บ้านกับหวังจวินแอบสบตากันชัดๆ
ดูเหมือนว่าคนทั้งสองจะมีผลประโยชน์ร่วมกันสินะ
ฮึ!
ต่งเสี่ยวเสี่ยวแค่นหัวเราะเธอเรียกผู้ใหญ่บ้านแล้วใช้มือปาดน้ำตาบนหน้า "โดนขโมยขึ้นบ้านตั้งสองครั้งแถมยังทำให้ฉินซู่อาการหนักขึ้นอีก ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างฉันจะอยู่ต่อไปยังไง!"
"ถ้ามันไม่มีทางออกจริงๆ"ต่งเสี่ยวเสี่ยวสูดน้ำมูกพลางสะอึกสะอื้น "ฉันคงต้องพาลูกๆ ไปหาหัวหน้าหน่วยผลิตแล้วล่ะอย่างน้อยก็ต้องมีใครสักคนมาเป็นที่พึ่งให้พวกเราไม่ใช่เหรอ?"
ถึงจะรู้ว่าคนทั้งสองมีผลประโยชน์ร่วมกันต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ไม่มีวันปล่อยเขาไปง่ายๆ แน่นอน
ผู้ใหญ่บ้านอย่างนั้นเหรอ?
พวกคุณสองคนสนิทสนมกันมากใช่ไหม?
ไม่เป็นไร ฉันจะบีบให้เขาลงมือเอง!
หัวหน้าหน่วยผลิตเป็นผู้จัดการการผลิตในพื้นที่ของพวกเขาถ้าพูดกันตามตรงแล้ว ตำแหน่งใหญ่กว่าผู้ใหญ่บ้านซะอีก
ถ้าคนจากหน่วยผลิตเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มันก็จะเกี่ยวกับแต้มแรงงาน ปัญหาคงจะไม่จบง่ายๆ แน่นอน
พอได้ยินต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดแบบนี้ผู้ใหญ่บ้านก็แสดงสีหน้าไม่พอใจและหงุดหงิดเขายกเท้าขึ้นเตะคนที่อยู่ข้างหน้าออกไป "กล้าขโมยของแล้วยังไม่กล้ายอมรับอีกเหรอ?"
หวังจวินกำหมัดแน่นเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
ตอนที่เขากำลังจะระเบิดอารมณ์ก็มีคนตะโกนมาจากข้างนอกว่า "หัวหน้าหน่วยผลิตมาแล้ว!"
ในใจของต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกตกใจขึ้นมาทันทีก่อนที่ทุกคนจะได้ทันตั้งตัว หัวหน้าของหน่วยผลิตก็เดินเข้ามาข้างในด้านหลังของเขามีคนตามมาอีกหลายคน
เพราะฉินซู่บาดเจ็บ แถมในบ้านยังมีเด็กสองคนพวกเขาจึงไม่ต้องไปทำงานเพื่อแลกแต้มแรงงานสักพัก
พักหลังมานี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้โผล่หน้าไปแถวนั้นเลยแถมเมื่อก่อนเธอก็ให้ฉินซู่ไปช่วยหาแต้มแรงงาน เธอเลยไม่รู้จักใครเลย
คนที่เดินเข้ามาสวมแว่นกรอบดำ ผิวคล้ำสองมือไพล่หลัง
"ได้ยินว่ามีคนมาขโมยของแล้วถูกจับได้คาหนังคาเขาใช่ไหม?"เขาดันแว่นบนหน้า แล้วกระแอมเบาๆ "คนที่นั่งอยู่ตรงนี้เห็นกันทุกคนใช่ไหม?"
ชาวบ้านรีบพยักหน้า
"งั้นก็ไปทำงานที่หน่วยผลิตถ้าทำงานไม่ดี ก็แจ้งความได้เลย"
พูดจบ ชายคนนั้นก็เหลือบมองต่งเสี่ยวเสี่ยว"เวลาเหลือไม่มากแล้ว อย่างมากอีกสามวัน เธอก็ต้องกลับไปทำงาน"
"ถ้าหาแต้มแรงงานไม่ได้ก็ไม่มีสิทธิ์ซื้อคูปองอาหาร พวกเธอก็จะเอาไปแลกซื้อข้าวไม่ได้"
พูดจบ เขาก็กำลังจะเดินออกไปแต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เสียงดังขึ้นมาก่อน "หัวหน้าคะไหนๆ ก็มาแล้ว ไม่นั่งพักหน่อยเหรอคะ?"
หัวหน้าส่งสัญญาณให้คนที่อยู่ข้างหลังพวกเขาลากหวังจวินและโจรอีกคนออกไป
ตอนนี้ฟ้าก็ใกล้สางแล้วหัวหน้าหันกลับไปมองผู้ใหญ่บ้านและเลขาหมู่บ้าน ก่อนจะพูดว่า"ต่อไปถ้ามีเรื่องอะไร ผมหวังว่าพวกคุณจะจัดการให้เหมาะสมถ้าทำไม่ไหวก็ให้คนอื่นมานั่งตำแหน่งนี้แทน"
คนทั้งสองพยักหน้าอย่างรู้สึกผิดผู้ใหญ่บ้านรู้ว่าสถานการณ์เริ่มไม่ค่อยดีแล้ว จึงรีบชิ่งหนีไป
คนที่มามุงดูก็แยกย้ายกันไป
แต่หวังจวินที่ถูกลากออกไปกลับร้องตะโกนเสียงดัง"อย่าคิดว่าจะรอดนะ ฉันไม่ปล่อยแกไปแน่ แกวางยาอะไรฉัน!"
"คันจะตายแล้วโว้ย!"
เสียงเริ่มห่างออกไปเรื่อยๆต่งเสี่ยวเสี่ยวมองไปที่หัวหน้าฝ่ายผลิตแล้วถอนหายใจก่อนจะหันหลังแล้วเดินเข้าบ้าน
ตอนเข้าไป ฉินซู่ก็ลุกขึ้นมานั่งแล้ว เด็กๆที่ซุกตัวอยู่ที่มุมห้อง ดวงตาของพวกเขาก็เป็นประกาย
"เด็กคนนี้?" หัวหน้าสนิทกับฉินซู่พอสมควร เพราะฉินซู่เป็นทหารเก่า แถมยังเป็นคนซื่อตรงหลายๆ คนเลยชอบคบกับเขาเป็นเพื่อน
ฉินซู่เล่าเรื่องให้เขาฟังคร่าวๆต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นว่าฟ้าใกล้สางแล้ว "ฉันไปทำแป้งทอดให้เด็กๆกินก่อนนะ!"
พูดจบ เธอก็เดินออกจากบ้านไปก่อนจะบิดขี้เกียจเล็กน้อย
หัวหน้าหน่วยผลิตชื่อหวังฮั่นเหลียงเขานั่งอยู่ข้างเตียง ถามด้วยเสียงต่ำว่า "ทำไมฉันรู้สึกว่าเมียนายดูเปลี่ยนไปนะก่อนหน้านี้ยังไม่อยากไปทำงานแลกแต้มแรงงานเลยไม่ใช่เหรอ?"
เมื่อก่อนหวังฮั่นเหลียงก็เคยมาที่บ้านหลังนี้ครั้งหนึ่งแต่ถูกเจ้าของร่างเดิมด่าทออย่างรุนแรงบอกว่าบ้านพวกเขามีคนไปหาแต้มแรงงานคนเดียวก็พอแล้ว
ครั้งนี้ที่มาหวังฮั่นเหลียงรู้สึกว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง!
ฉินซู่แค่ยิ้มๆ ไม่ได้พูดอะไรเขาหันมองไปทางห้องครัว ดวงตาเต็มไปด้วยความอบอุ่น "เธอดีขึ้นมากแล้ว เมื่อก่อนเป็นความผิดของผมเองตอนนี้พวกเราเปิดอกคุยกันแล้วครับ"
พอเปิดอกคุยกันแล้วชีวิตคู่ก็ดำเนินต่อไปได้
"ขานาย..." หวังฮั่นเหลียงไม่ได้ติดใจเรื่องของต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้วฉินซู่จึงพูดต่อ"เธอมีวิธีรักษาขาของผม ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอกครับ"
"ส่วนแต้มแรงงาน..."
ทั้งสองคนยังคุยกันไม่จบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ถือขนมแป้งทอดร้อนๆ เดินเข้ามาเธอยิ้มกว้างแล้วยื่นแป้งทอดไปให้เขา "หัวหน้าลองชิมดูหน่อยไหมคะอีกสามวันฉันจะกลับไปทำงานแล้ว แต้มแรงงานที่ต้องส่งของพวกเราไม่ขาดแน่นอนค่ะ"
"เธอ..."
หวังฮั่นเหลียงลังเลที่จะพูดออกมาในเมื่อต่งเสี่ยวเสี่ยวดีขึ้นแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรที่ต้องพูดอีก
เดี๋ยวจะส่งผลเสียมากกว่า
พูดคุยกันไปได้อีกสักพักสุดท้ายหวังฮั่นเหลียงก็กินแป้งทอดไปเล็กน้อย แล้วรีบจากไป
ในหมู่บ้านเกิดเรื่องใหญ่โตเพราะเรื่องนี้
แต่หัวหน้าหน่วยที่ดูแลการผลิตในพื้นที่ของพวกเขากลับตั้งใจมาที่บ้านของต่งเสี่ยวเสี่ยวเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม มันฟังดูแปลกๆไม่ใช่หรือไง?
แต่ก็มีหลายคนที่ไม่ได้คิดแบบนั้น
พวกเขารู้สึกว่าฉินซู่ไม่ธรรมดาดูเหมือนว่าต่อไปจะต้องเข้ากับครอบครัวต่งเสี่ยวเสี่ยวให้ดี
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเพิ่งจะให้เด็กๆกินแป้งทอดเสร็จ เธอกำลังจะพาเด็กๆ สามคนขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร
พอเปิดประตูออกก็เห็นผู้หญิงวัยกลางคนหลายคนยืนอยู่ที่หน้าประตู