ยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว]

    ตอนที่ 79 การมาเยือนอย่างกะทันหัน

    เซี่ยรุ่ยคางตายแล้ว 


    เฉินอันหลานกากบาทชื่อของเซี่ยรุ่ยคางบนกระดานกระจกทิ้งก่อนจะกากบาทชื่อผู้ชายที่ทำร้ายเหลียงลั่วหยินทั้งสองคนนั้นทิ้งตามไปด้วย ที่เหลืออยู่บนแผนผังต้นไม้บนกระดานกระจกในตอนนี้มีเพียงชื่อของหรงอันชิ่งเท่านั้น ที่จริงแล้วต้นตอของเรื่องเลวทรามทั้งหมดนี่ไม่ได้มีผลพวงมาจากยาเสพติด หรือจะพูดให้ถูกก็คือทั้งเหลียงลั่วหยินและเด็กวัยรุ่นคนอื่น ๆ ที่ถูกฆ่าต่างก็ตกเป็นเหยื่อให้กับผลประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้น แล้วผลประโยชน์ของคนพวกนั้นคืออะไรกันล่ะ?


    ยาเสพติด?


    เงิน?


    หรือว่าจะเป็นเพียงแค่การฆ่าเวลาของพวกผู้เสพยาเท่านั้นจริง ๆ ?


    ‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’


    “คุณชายสามครับ ผมนำอาหารมื้อค่ำมาส่งครับ”


    “เข้ามา”


    เฉินอันหลานใช้ปลายปากกาเคาะลงบนกระดานกระจกแผ่นนั้นสองที ไม่นานกระดานกระจกแผ่นนั้นก็เปลี่ยนเป็นพื้นที่ว่างเปล่าในพริบตา คุณชายสามของบ้านตระกูลเฉินวางปากกาที่อยู่ในมือลงแล้วหมุนตัวเดินเข้าไปในห้องรับแขก 


    ในตอนที่เดินผ่านหน้าต่างบานใหญ่ที่สูงตั้งแต่เพดานยาวลงมาจรดพื้นบานนั้น เท้าที่กำลังก้าวอยู่ของเฉินอันหลานก็หยุดชะงักไป เขาหันหน้ามองออกไปยังบ้านฝั่งตรงข้ามและพบว่าบานหน้าต่างที่ชั้นสองยังคงถูกปิดม่านทึบไว้เช่นเดิม


    เหลยจินเดินถือกล่องอาหารเข้ามาในห้อง เมื่อเดินมาถึงยังพื้นที่ประจำข้างโต๊ะตัวเดิม คนสนิทของพี่ชายที่บัดนี้ผันตัวมาดูแลคนน้องก็ทำการจัดแจงวางอาหารลงไปเพื่อรอคอยให้คุณชายของเขาเดินมารับประทานอาหารค่ำมื้อนี้


    “เหลยจิน”


    “ครับ คุณชายสาม”


    เฉินอันหลานจ้องเขม็งไปทางหน้าต่างบานสูงของบ้านตรงข้ามพร้อมกับดวงตาที่หรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามขึ้น


    “นายเคยเห็นสามีภรรยาที่อยู่บ้านตรงข้ามบ้างไหม?”


    “สามีภรรยา?” เหลยจินวางถ้วยและตะเกียบลงจากนั้นก็เงยหน้ามองไปยังสถานที่ที่เฉินอันหลานกำลังจ้องมองอยู่ หลังจากชะเง้อชะแง้แลมองอยู่ครู่หนึ่งจึงได้ส่ายหน้าและตอบกลับ


    “ไม่เคยเห็นเลยครับ”


    เฉินอันหลานยังคงจ้องมองไปทางบ้านหลังนั้นอยู่พักหนึ่งแล้วจึงเดินไปยังโต๊ะอาหารเพื่อรับประทานมื้อค่ำที่ถูกจัดวางเอาไว้


    “คุณชายสาม วันนี้คุณชายรองโทรศัพท์มาครับ”


    “ว่าไง?”


    “คุณชายรองบอกให้คุณชายสามกลับไปที่คฤหาสน์ด้วยครับ เพราะคุณผู้ชายและคุณนายกำลังจะกลับมาแล้ว”


    มือที่กำลังตักอาหารอยู่ของเฉินอันหลานหยุดชะงักไปในทันที แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น ไม่นานชายหนุ่มก็กลับมาก้มหน้าก้มตากินอาหารต่อคล้ายเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น 


    “วันไหน?”


    “วันที่ 8 ครับ” เหลยจินตอบ 


    “ฉันรู้แล้ว”


    “แล้วคุณชายจะกลับไปไหมครับ?”


    “ไม่ใช่เรื่องที่นายต้องกังวล”


    “แต่คุณชายรองบอกว่าครั้งนี้คุณชายสามต้องกลับไปนะครับ”


    จบประโยคนั้นเฉินอันหลานก็วางตะเกียบและถ้วยลงบนโต๊ะทันที 


    “เอาออกไป”


    เหลยจินเห็นท่าทางนั้นก็ร้อนใจจนต้องรีบพูดขึ้น


    “คุณชายสามอย่าเพิ่งโกรธนะครับ ผมไม่พูดแล้วก็ได้ครับ คุณชายสามกินต่อเถอะครับ”


    “ฉันไม่มีอารมณ์จะกินแล้วล่ะ” เฉินอันหลานยืนขึ้นแล้วเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าต่างสูงบานนั้น


    “ฉันไม่ได้โกรธ นายเก็บโต๊ะแล้วออกไปก่อนเถอะ”


    เมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของคุณชายสามเหลยจินจึงไม่กล้าพูดอะไรมากไปกว่านี้ ทำเพียงแค่เก็บกล่องอาหารที่เฉินอันหลานกินไปได้แค่ไม่กี่คำกลับใส่ถุงดังเดิม เมื่อเก็บเรียบร้อยชายหนุ่มก็เดินอ้อมผ่านหลังเจ้านายเพื่อนำอาหารออกไป


    “เหลยจิน” เสียงของเฉินอันหลานเอ่ยรั้งเหลยจินขึ้นมาอย่างกะทันหัน


    เหลยจินชะงักค้างอยู่หน้าประตูก่อนจะค่อย ๆ หมุนตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับคุณชายของตน


    “คุณชายสามมีอะไรหรือเปล่าครับ?”


    “ฉันได้ยินมาว่าอีกไม่กี่วันนี้ภรรยาของนายจะคลอดลูกแล้ว”


    “คุณชาย?”


    “นายไม่อยากกลับไปอยู่เป็นเพื่อนเธอหน่อยเหรอ?”


    เมื่อพูดถึงเรื่องราวของภรรยาที่กำลังจะคลอดลูก เหลยจินเองก็รู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาเล็กน้อย ทว่าในใบหน้านั้นกลับฉาบไว้ซึ่งร่องรอยแห่งความสุขอย่างไม่อาจปิดบัง


    “มันก็อยากอยู่หรอกครับ เพียงแต่ถ้าเทียบกันแล้ว คุณชายสามต้องการคนดูแลมากกว่าภรรยาของผมครับ”


    แววตาที่ทอดมองมาฉายแววประหลาดใจขึ้นในทันที หลังจากนิ่งเงียบกันอยู่ครู่หนึ่งเฉินอันหลานก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


    “ฉันจำเป็นต้องมีคนดูแลมากกว่าเหรอ?”


    “ภรรยาผมเธอดูแลตัวเองได้ครับ แต่คุณชายสามไม่ได้”


    “ขนาดคนท้องก็สู้ฉันไม่ได้?”


    “ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ที่ผมหมายถึงก็คือ...เอ่อ จะยกตัวอย่างให้ฟังนะครับ ถ้าสมมติว่าภรรยาผมหิว เธอจะไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองลำบากแน่นอนครับ แค่เดินออกไปซื้อที่ร้านค้าใกล้ ๆ หรือไม่ก็ทำอะไรง่าย ๆ ทานเอง หรือหากต้องการจะทานอะไรที่ไกลหน่อยก็สามารถสั่งทางออนไลน์ได้ แต่ละมื้อก็มีรูปแบบอาหารรวมถึงวิธีการมากมายที่แตกต่างกันออกไป แต่กับคุณชายสามนั้นไม่ใช่ครับ ผมต้องเป็นคนออกไปซื้ออาหารที่รสชาติเหมือนกับเมื่อสักครู่กลับมา แถมคุณชายยังกินน้อยเสียยิ่งกว่าแมวที่ภรรยาผมเลี้ยงไว้อีกครับ”


    “ตอนนี้แม้แต่แมวของนายก็ยังไม่เรื่องมากเท่าฉันงั้นสิ?”


    “...ผมผิดไปแล้วครับคุณชาย”


    “เอาเถอะ ยังไงตอนค่ำนายก็กลับไปดูเธอหน่อยแล้วกัน”


    “ขอบคุณครับ แล้วคุณชายล่ะครับ?”


    “นอน”


    “แน่ใจนะครับ?”


    เฉินอันหลานหันกลับมามองเหลยจินด้วยสายตานิ่ง ๆ


    เหลยจินรู้สึกตัวหดลีบลงในทันใด เขาหันมาโค้งหัวให้เฉินอันหลานเล็กน้อยก่อนจะรีบนำอาหารออกจากห้องและรีบวิ่งลงบันไดไปจนเกิดเสียงตึงตังจนถึงชั้นล่าง เงียบไปได้ไม่นานก็เกิดเสียงตึงตังกลับมาอีกครั้งพร้อมกับร่างของเหลยจินที่วิ่งกลับมาปิดประตูห้องแล้วจึงจากไป


    เฉินอันหลานขมวดคิ้วเล็กน้อย คิดถูกจริง ๆ ที่เลือกบอกพี่รอง ทำไมพี่ชายของเขาถึงได้เลือกคนท่าทางเซ่อ ๆ ซ่า ๆ แบบนั้นมาไว้ข้างกายได้กันนะ นอกจากจิตใจที่จงรักภักดีแล้วก็ดูเหมือนจะไม่มีความสามารถที่ดูพิเศษอะไรอีก พี่รองของเขานั้นต่างจากใครอีกคนมากทีเดียว...คิดมาถึงตรงนี้เฉินอันหลานก็นิ่งงันไป ทำไมจู่ ๆ ก็คิดถึงคนคนนั้นขึ้นมาได้?


    ‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก—’


    ในตอนที่เฉินอันหลานกำลังนึกตกใจกับตัวเองอยู่นั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาอย่างฉับพลัน


    ‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’


    “ไม่ได้ล็อก”


    ‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’


    คนที่อยู่ด้านนอกไม่ได้ส่งเสียงใด ๆ กลับมาแถมยังคงเคาะประตูต่อไปเรื่อย ๆ การกระทำนั้นสร้างความหัวเสียให้เฉินอันหลานได้ไม่น้อยจนกระทั่งชายหนุ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป แต่นอกจากความไม่พอใจแล้ว เฉินอันหลานยังมีความสงสัยเกิดขึ้นในใจอีกด้วย นี่มันผิดปกติ เหลยจินไม่ใช่คนแบบนี้ เขาไม่ใช่คนประเภทที่ชอบเคาะประตูซ้ำ ๆ โดยไม่พูดไม่จาแบบนี้แน่นอน


    คิดได้ดังนั้นเฉินอันหลานจึงก้าวไปหยิบปืนออกมาจากลิ้นชักในตู้ก่อนจะเดินตรงไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้อง ลูกบิดประตูถูกจับไว้แน่น และในตอนที่กำลังจะบิดมันเพื่อเปิดประตูออกนั้น ไฟที่ส่องสว่างทั่วทั้งห้องก็ดับลงพร้อมกัน เฉินอันหลานกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องที่มืดสนิท ชายหนุ่มละมือออกจากประตูแล้วก้าวถอยไปด้านหลังเพื่อรอคอยโอกาส


    ‘แก็ก’


    ทันใดนั้นเสียงลูกบิดประตูก็ดังขึ้น


    เฉินอันหลานไม่ได้บุ่มบ่ามลงมือไปก่อน ชายหนุ่มยังคงหลบอยู่หลังบานประตูพร้อมกับสังเกตความเคลื่อนไหวจากด้านนอกด้วยท่าทีระแวดระวัง จากที่เฉินอันหลานเฝ้าสังเกตการณ์ดูแล้วเขาพบว่าไม่เพียงแต่ในห้องของเขาเท่านั้นที่ไฟดับแต่ทั้งโถงทางเดินด้านนอกก็มืดสนิทด้วยเช่นเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นแสงไฟจากนอกตัวบ้านที่ทะลุผ่านหน้าต่างบานใหญ่ก็ทำให้ชายหนุ่มยังสามารถมองเห็นเงาของใครคนหนึ่งได้อย่างชัดเจน 


    เฉินอันหลานหรี่ตาลงเล็กน้อยพร้อมกับค่อย ๆ กระชับด้ามปืนที่อยู่ในมือให้แน่นขึ้น เงานั้นหยุดยืนอยู่ด้านนอกครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเดินเข้ามาในห้องช้า ๆ 


    กระทั่งปลายเท้าของใครคนหนึ่งก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาเฉินอันหลานก็รีบยกปืนขึ้นจ่อศีรษะใครคนนั้นทันที แต่เรื่องไม่ง่ายขนาดนั้น ดูเหมือนผู้บุกรุกเองก็เตรียมตัวมาดีเช่นกัน อีกฝ่ายยกมือขึ้นปัดกระบอกปืนของเฉินอันหลานให้เบี่ยงไปทางด้านข้างอย่างรวดเร็ว และไม่รอให้อีกคนตั้งตัวได้ทัน มือข้างหนึ่งของผู้บุกรุกก็คว้าจับแขนของอีกฝ่ายเอาไว้ก่อนจะล็อกตัวโอเมก้าหนุ่มให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของตนทันที


    เฉินอันหลานดิ้นพล่านอยู่สองสามครั้งก่อนยอมสงบลงพร้อมกับนัยน์ตาที่ทอประกายวาวโรจน์ด้วยโทสะ


    ‘ปึก!’


    โอเมก้าหนุ่มยกขาขึ้นเตะไปตรงกลางเป้าของอีกฝ่าย แต่ใครอีกคนก็รู้ทันเสียก่อนจึงได้ยกขาของตนขึ้นมากันไว้ คนทั้งสองต่อสู้กันอยู่ท่ามกลางความมืดแบบไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งในช่วงสุดท้ายที่เฉินอันหลานได้จังหวะใช้ข้อศอกกระทุ้งเข้าไปที่หน้าอกของอีกฝ่ายและถือโอกาสตอนที่ยังไม่ถูกโต้กลับรีบดิ้นให้หลุดออกจากอ้อมแขนที่รัดตัวเองไว้ เขาเดินถอยหลังออกห่างจากผู้บุกรุกไปอีกสองสามก้าวก่อนจะหันมายืนจ้องหน้าอีกฝ่ายในความมืดด้วยดวงตาเย็นชา


    “ฝีมือยังร้ายกาจเหมือนเดิมเลยนะ”


    ในที่สุดผู้บุกรุกในความมืดก็เปิดปากพูดขึ้นมาเป็นครั้งแรก เสียงอันแสนคุ้นเคยที่ลอยเข้าหูมาอย่างกะทันหันทำให้เฉินอันหลานอดรู้สึกตกใจไม่ได้ โอเมก้าหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะพูดขึ้น


    “ทำไมถึงเป็นนายอีกแล้ว?”


    ลานเซลอตลูบไปมาบนหน้าอกที่ถูกกระทุ้งของตัวเองสองสามครั้งก่อนจะเดินลึกเข้ามาภายในห้องมากยิ่งขึ้น


    “หยุดอยู่ตรงนั้นเลย” เฉินอันหลานเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา


    เท้าที่กำลังจะก้าวเดินต่อหยุดชะงักลงในทันที และไม่นานหลังจากนั้นเสียงหัวเราะทุ้มต่ำก็ดังขึ้นมาในความมืด


    “ทำไมนายถึงปฏิบัติกับผู้มีพระคุณของนายแบบนี้ล่ะ? ไม่เชิญฉันเข้าไปนั่งข้างในหน่อยเหรอ?”


    “นายเป็นคนปิดไฟใช่ไหม?”


    “ก็ใช่”


    “แล้วทำไมต้องทำตัวมีลับลมคมในแบบนี้ด้วย?”


    “ก็แบบนี้มันรู้สึกลึกลับดี”


    “งั้นเหรอ?” เฉินอันหลานยกปืนขึ้นมาเล็งไปทางเงาที่อยู่ในความมืดนั้น 


    “สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดก็คือความลึกลับ ประตูอยู่ด้านหลัง ออกไป”


    ลานเซลอตไม่ขยับและยังคงยืนจ้องมองเฉินอันหลานอยู่อย่างนั้น 


    “อย่าบีบให้ฉันต้องยิง” เฉินอันหลานเอ่ยเตือน


    “นายทำไม่ได้หรอก”


    “งั้นนายก็ลองก้าวเข้ามาข้างหน้าสิ”


    เมื่อเฉินอันหลานพูดจบ ชายที่อยู่ในความมืดก็ก้าวไปข้างหน้าทันที การกระทำนั้นทำให้คิ้วของเฉินอันหลานขมวดเข้าหากันแต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้ลั่นไกออกไปยิงศีรษะอีกฝ่ายอย่างที่ขู่ไว้


    “ฉันบอกแล้วว่านายไม่กล้านายก็ยังไม่ยอมรับ” ผู้ชายคนนั้นหัวเราะเสียงต่ำ ๆ ออกมา


    เฉินอันหลานกำด้ามปืนในมือแน่น


    ยิ่งเห็นสีหน้าของเฉินอันหลาน ลานเซลอตก็ยิ่งได้ใจ ผู้บุกรุกยังคงก้าวไปข้างหน้าเรื่อย ๆ ในขณะที่อีกคนก็ยังไม่ยอมยิงออกมา ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งปลายกระบอกปืนของเฉินอันหลานมาจ่อติดอยู่ตรงหน้า


    “นายตามฉันมาตั้งนาน ตั้งแต่โรงแรมจนมาถึงที่นี่ ต้องการอะไรกันแน่?”


    “ปกป้องนาย”


    “ฉันบอกนายแล้วนะว่าฉันไม่ต้องการให้นายมาปกป้อง ดังนั้นตอนนี้นายสมควรไปได้แล้ว”


    ลานเซลอตยกมือขึ้นมาจับปากกระบอกปืนนั้นไว้ แล้วค่อย ๆ ลดมันลงมา 


    “ฉันพึ่งพาได้มากกว่าพวกขยะหน้าบ้านนาย เสียอีก”


    เฉินอันหลานแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย็นชาก่อนจะยกปืนขึ้นมาจ่อหน้าผากของลานเซลอตอีกครั้งพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


    “นายทำอะไรพวกเขา?”


    “ก็ไม่ได้ทำอะไร” ลานเซลอตมองไปทางปืนที่อยู่ในมือของเฉินอันหลาน 


    “แค่ทำให้พวกเขาหลับไปก่อนเท่านั้น”


    “นายคิดว่าฉันจะเชื่อนายหรือไง?”


    “ให้ฉันพานายไปดูก็ได้นะ?”


    “งั้นไป”


    เฉินอันหลานออกคำสั่ง 


    ลานเซลอตหมุนตัวกลับหลังในขณะที่เฉินอันหลานก็ลดปืนลงจ่อที่ข้างบนเอวของอีกฝ่ายพร้อมกันใช้ปลายกระบอกปืนผลักให้อีกคนเดินไปที่ประตูอย่างช้า ๆ 


    “อาการบาดเจ็บของนายดีขึ้นแล้วใช่ไหม?”


    “นายไม่ต้องทำมาเป็นห่วงฉัน”


    “ฉันได้ยินมาว่าวันนี้มีคนตายในเซ็นทรัลสตรีท 2 คน”


    เท้าที่ก้าวอยู่ของเฉินอันหลานหยุดชะงักลงทันที ปืนที่จ่ออยู่บนเอาของลานเซลอตก็เลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งขึ้นมาจ่อที่หลังท้ายทอยแทน


    “นายรู้เรื่องนี้ได้ยังไง? นายไปเซ็นทรัลสตรีทมาเหรอ?”


    ลานเซลอตหัวเราะต่ำ ๆ ออกมา


    “ฉันเคยบอกแล้วว่าฉันจะปกป้องนาย”


    “นายคงจะไม่ได้ฆ่าคนตายหรอกใช่ไหม?”


    “ใคร?”


    “ฆาตกรคนนั้น”


    “ไม่ใช่”


    “แล้วมันเป็นใคร?”


    “เรื่องนี้นายต้องไปถามคนที่ฆ่าเอาเองนะ”


    เฉินอันหลานเน้นน้ำหนักที่ปากกระบอกปืนมากยิ่งขึ้น 


    ลานเซลอตค่อย ๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้น


    “ถ้าไม่ระวัง มันจะลั่นเอานะ”


    “งั้นก็บอกความจริงมา ไม่อย่างนั้นมันได้ลั่นจริง ๆ แน่”


    “นายคิดจะใช้ปืนนี่ขู่ฉันจริง ๆ เหรอ?”


    “นายจะลองดูไหมล่ะ?”


    มือแกร่งใต้ถุงมือหนังค่อย ๆ กำเข้าหาอย่างช้า ๆ ดวงตาของลานเซลอตฉายประกายบางอย่างขึ้นวูบหนึ่งและในวินาทีต่อมาชายหนุ่มก็เบี่ยงศีรษะไปด้านข้างก่อนจะยกมือขึ้นคว้าปืนในมือของเฉินอันหลานอย่างรวดเร็ว การกระทำทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาอันสั้นและไม่เหลือเวลามากพอให้คนถูกจู่โจมได้ตั้งตัว 


    เฉินอันหลานเมื่อรู้สึกตัวว่าถูกจับได้จึงพยายามดิ้นหนีอย่างสุดกำลัง ลานเซลอตเห็นท่าทางดังกล่าวก็รีบคว้าจับไปที่ข้อมือของอีกฝ่ายและออกแรงบีบ การเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันทำให้เฉินอันหลานคาดไม่ถึง วินาทีต่อมาความชาก็แล่นวาบไปถึงปลายนิ้ว โอเมก้าหนุ่มไร้เรี่ยวแรงที่จะจับปืนจนจำต้องปล่อยมันให้ร่วงหล่นกระแทกกับพื้นไป


    ในขณะที่ปืนของเขาหล่นลงไปนอนอยู่บนพื้น เฉินอันหลานก็ถูกอีกฝ่ายไล่ต้อนจนต้องถอยร่นไปด้านหลังเรื่อย ๆ กระทั่งร่างทั้งร่างล้มลงไปกองอยู่บนเก้าอี้ที่อยู่ด้านหลัง ลานเซลอตอาศัยโอกาสนี้โน้มตัวลงมาใกล้แล้วกดแขนทั้งสองข้างของคนรั้นไว้กับแขนของเก้าอี้ ดังนั้นสถานการณ์ในตอนนี้จึงกลายเป็นเฉินอันหลานถูกขังอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่ายไม่อาจขยับตัวไปไหนได้อีก! 


    เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน นายตำรวจคนเก่งก็ตั้งรับไม่ทัน แม้แต่วิธีจะต่อต้านก็ยังลืมไปหมดสิ้น ทำได้เพียงแค่จ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่ขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ แสงจันทร์จากนอกหน้าต่างที่สาดส่องเข้ามากระทบใบหน้าซีกหนึ่งของคนตรงข้ามช่วยให้เฉินอันหลานสามารถมองเห็นสายตาที่ยากจะคาดเดาคู่นั้นได้ชัดเจน


    และในวินาทีนั้น มือทั้งสองข้างซึ่งถูกกดล็อกเอาไว้ก็จิกเข้ากับที่วางแขนของเก้าอี้โดยไม่รู้ตัว


     

    คล้ายกับเรื่องยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747