ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 24 ของฝาก
จางหย่งและเสี่ยวเหมาเดินมาถึงท้ายตลาด จุดที่พวกเขากางแผงขายของเอาไว้ อาเฟยลูกชายคนโตและลู่ต้าที่นั่งเบื่ออยู่ที่ร้านถึงกับตาโตด้วยความใ ก่อนจะรีบวิ่งไปรับของต่างๆที่บิดาเขาถือมาและที่ห้อยระโยงระยางอยู่บนตัวเสี่ยวเหมา ลู่ต้าเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยว่า
"พี่จางหย่งท่านไปขโมยของพวกนี้จากที่ไหนมา"
"เ้าก็พูดไปเรื่อย คนอื่นได้ยินเข้าจะเข้าใจผิดกันใหญ่ ของข้าซื้อมาฝากพวกเ้าและก็คนอื่นๆที่บ้าน"
"พี่ซื้อมาเองจริงๆหรือ!!"
"ถ้าข้าขโมยมาเ้าคิดว่าข้าจะเดินมาถึงตรงนี้ง่ายๆแบบนี้ได้หรือไง"
จางหย่งตอบ ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยของในมือให้ทั้งสองคนช่วยถือ แล้วหันไปเอาของจากเสี่ยวเหมาออกมา อาเฟยก็รู้สึกข้องใจเช่นกัน แต่เขาไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใดขึ้นมา เขารับของจากบิดาแล้วรีบไปวางที่แผงขายของ จางหย่งมองดูเวลา เขาไปเจรจาการค้าเกือบหนึ่งชั่วยาม พบว่าตอนนี้ล่วงเลยมาถึงยามเซินแล้ว เขาจึงบอกให้ทุกคนช่วยกันเก็บของกลับบ้าน แต่ของที่ซื้อและได้มาจากร้านขายผ้ามีมากเกินไป จางหย่งตัดสินใจเข้าในเมืองเพื่อเช่ารถม้ากลับบ้าน แม้การเช่ารถม้าจะมีราคาสูงอยู่บ้างเล็กน้อย แต่หากเทียบกับความสะดวกสบาย เขายอมเสียเงินเพื่อเช่ารถม้าดีกว่าต้องทนเห็นลูกของเขาช่วยแบกของกลับบ้านนานนับครึ่งชั่วยาม
หลังจ่ายมัดจำและนำของทั้งหมดขึ้นบนรถม้า สามคนกับอีกหนึ่งตัวก็ะโเข้าไปนั่งข้างในอย่างสบายใจ มีเพียงอาเฟยที่ยังมองไปทางบิดาของเขาด้วยสายตาเคลือบแคลง เมื่อผู้โดยสารพร้อมออกเดินทาง คนขับรถม้าก็บังคับรถม้าออกจากเมือง มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านซานซันที่เป็จุดหมายปลายทาง
ระหว่างทางอาเฟยได้เอ่ยถามถึงที่มาที่ไปขึ้นว่า
"ท่านพ่อ เหตุใดท่านไปเพียงหนึ่งเค่อ แต่กลับได้ของดีๆมามากมายเช่นนี้ขอรับ ท่านไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีใช่หรือไม่"
จางหย่งหัวเราะในจินตนาการของลูกชายคนโตก่อนจะเอ่ยตอบในสิ่งที่เขาเตรียมเอาไว้แล้วว่า
"บังเอิญพ่อได้ทำสัญญาการค้ากับร้านขายผ้ามา พ่อเลยได้สินน้ำใจจากคู่ค้ามาเล็กน้อย"
อนาคตจางหย่งยังต้องมาทำการค้าหลายๆอย่างกับร้านขายผ้าตระกูลหลัวจึงคิดว่ามันไม่ควรเก็บไว้เป็ความลับ เพียงแต่ก็ไม่ได้เปิดเผยสู่สาธารณชนมากนัก เพราะหากคู่แข่งทางการค้าของร้านขายผ้าตระกูลหลัวรู้เข้า คนพวกนั้นที่ไม่สามารถทำอะไรตระกูลหลัวได้ อาจหันดาบเข้ามาใส่เขาแทน ดังนั้นเขาจึงกำชับทั้งสองถึงเื่นี้ ตอนนี้ขอให้มีเพียงแค่ลู่ต้ากับอาเฟยสองคนเท่านั้นที่รู้ ส่วนคนอื่นๆจางหย่งจะบอกให้รู้เองในภายหลัง
ลู่ต้าและอาเฟยที่ได้ฟังก็พยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปสนใจของกินที่จางหย่งซื้อมาฝาก มีซาลาเปาไส้เนื้อเป็ของคาว ตามด้วยถังหูลู่ที่เป็ของหวาน ทำให้ความเคลือบแคลงในใจอาเฟยหายวับไปในพริบตา ทั้งสองนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย ในขณะที่จางหย่งนั่งใช้ความคิดอยู่ข้างๆ เขากำลังคิดถึงวิธีทำผ้าห่มและเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ตัวเองและเด็กๆ ของที่สุ่มมาได้มีตุ๊กตาเห็ดขนาดใหญ่พิเศษถึงสองตัว แต่เขาไม่สามารถนำออกมาใช้ได้ เพราะรูปร่างของตุ๊กตามัน...เอ่อ....ค่อนข้างมีลักษณะเฉพาะตัวเกินไป เขาจึงคิดจะนำใยสังเคราะห์ที่เป็ไส้ในตุ๊กตามาทำเป็ไส้ของผ้าห่มแทน แต่ก่อนที่จะนำมาทำไส้ในได้ เขาก็ต้องมีตัวปลอกผ้าห่มเสียก่อน
จางหย่งเองไม่ได้มีทักษะด้านเย็บปักถักร้อย แม้แต่สนเข็มเขายังแทบไม่เคยเสียด้วยซ้ำไป คงไม่มีทางที่ตัวเขาจะเย็บผ้าห่มออกมาได้ ก่อนหน้านี้เขาลองถามคุณหนูหลัวว่าสามารถให้ช่างในร้านช่วยเย็บได้ไหม คุณหนูหลัวไม่ได้ปฏิเสธ เนื่องจากร้านขายผ้าตระกูลหลัวมีลูกค้าสั่งตัดเย็บเสื้อผ้าเป็จำนวนมาก ระยะเวลาที่ต้องรอจึงอาจนานเกินไป หากเขาไม่ได้้าความประณีตมากนัก นางแนะนำให้ลองว่าจ้างชาวบ้านในหมู่บ้านของตัวเองดู
"ลู่ต้า ท่านป้าลู่ตอนนี้ทำงานอะไรอยู่หรือ?"
"แม่ของข้าคอยดูแลบ้าน พี่จางหย่งมีอะไรหรือ"
"ข้าแค่อยากหาคนช่วยเย็บผ้าห่มกับเสื้อผ้าให้ลูกๆ ท่านป้าลู่พอจะทำได้หรือไม่"
ลูต้ากลืนซาลาเปาชิ้นใหญ่ที่กินเข้าไปลงคอ ก่อนจะตอบขึ้นว่า
"พอจะทำอยู่นะ แต่พี่หญิงของข้าฝีมือเย็บผ้าดีกว่าท่านแม่ข้ามากเลยล่ะ"
"เ้ามีพี่สาวด้วยหรือ?"
"มีสิ นางแต่งออกไปกับคนหมู่บ้านข้างๆเมื่อหลายปีก่อนเอง ก่อนหน้านี้นางยังเคยมาช่วยท่านดูแลเด็กๆอยู่เลย ท่านจำไม่ได้หรือ"
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าจางหย่งความจำเสื่อม ลู่ต้าก็เงียบเสียงลง อาเฟยที่ได้ยินว่าตนจะได้ผ้าห่มกับเสื้อผ้าก็ดวงตาเป็ประกายขึ้นมาทันที มีใครบ้างไม่อยากได้ของใหม่ เขาจึงเอ่ยกับบิดาของเขาขึ้นว่า
"พวกเราจะได้ผ้าห่มกับเสื้อผ้าใหม่จริงๆหรือขอรับ"
จางหย่งที่กำลังคิดเื่ที่คุยกับลูต่าก่อนหน้านี้ ก็หันกลับมาตอบลูกชายคนโตขึ้นว่า
"แน่นอน เพราะลูกและน้องๆเป็เด็กดี พ่อเลยมีรางวัลให้อย่างไรล่ะ"
"แล้วถ้าข้าเป็เด็กดีบ้าง ข้าจะได้ด้วยไหม?" ลู่ต้าเอ่ยถาม
"เ้าก็ต้องไปขอจากพ่อแม่ของเ้าสิ"
ฮ่าๆๆ ลู่ต้าที่ได้ยินคำตอบก็หัวเราะออกมา โถ่ นึกว่าจะหลงกลตอบว่าได้เสียอีก ตลอดเวลาการเดินทางของพวกเขาทั้งสามได้มีเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขไปตลอดทาง
หลังจากที่มาถึงบ้านตระกูลลู่ จางหย่งก็ทยอยเอาของลงจนหมด บ้านของพวกเขาอยู่ไม่ไกลกันมากนัก จึงไม่เป็ปัญหาที่จะขนของจากที่นี่กลับบ้าน อีกทั้งยังมีของอีกหลายๆอย่างที่จางหย่งตั้งใจซื้อมาฝากครอบครัวลู่เพื่อเป็การขอบคุณ
อาฟู่และอาฟงกำลังเล่นอยู่ที่ลานบ้านตระกูลลู่เห็นพ่อและพี่ชายลงจากรถม้าก็รีบวิ่งกรูเข้าไปหา ก่อนที่อาฟู่ลูกชายคนรองจะเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้นว่า
"ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พวกท่านได้นั่งรถม้ากันด้วยหรือขอรับ"
"ม้าๆ"
เหล่าลู่กับลู่ซื่อที่เห็นพวกจางหย่งลงจากรถม้าก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน นอกจากลงจากรถม้าแล้ว ยังมีของมากมายที่คาดว่าพวกเขาจะซื้อกลับมาอีก ตอนที่ทั้งสามออกไป ลู่ซื่อเห็นเพียงของป่าไม่กี่ชนิดเท่านั้น แม้จะขายหมดแต่ไม่น่าจะมีเงินพอซื้อของเหล่านี้ จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นว่า
"จางหย่ง เ้าเป็คนซื้อของพวกนี้หรือ?"
จางหย่งที่ได้ยินคำถามของลู่ซื่อก็หยิบเนื้อหนึ่งห่อกับขนมสองห่อเดินมายื่นให้ลู่ซื่อแล้วเอ่ยขึ้นว่า
"อันนี้เป็ของฝากให้พวกท่านขอรับ"
"ไม่ได้ๆ ป้ารับไว้ไม่ได้หรอก"
ลู่ซื่อเอ่ยพร้อมโบกมือปฏิเสธ ใครไม่รู้บ้างว่าสี่พ่อลูกอยู่กันอย่างลำบากขนาดไหน จะให้นางรับของจากพวกเขาได้อย่างไร จางหย่งที่เห็นเช่นนั้นจึงยื่นของให้อีกครั้งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ป้าลู่ ช่วยรับไว้เถิดขอรับ ถือเป็ของแทนการขอบคุณที่ช่วยดูแลลูกๆทั้งสองคนให้ อีกอย่างข้ายังมีเื่ต้องรบกวนท่านอีก หากท่านไม่รับ ต่อไปไหนเลยข้าจะกล้ารบกวนท่าน"
ลู่ซื่อมีสีหน้าลังเล เหล่าลู่ที่เห็นเช่นนั้นจึงรับไว้แทนก่อนถามว่า
"ขอบใจมาก นี่เ้าไปทำอะไรมาถึงได้มีเงินมากมายเช่นนี้"
จางหย่งเล่ารายละเอียดเหมือนกับที่เล่าไปแล้วให้ทุกคนฟังอีกรอบหนึ่ง พร้อมทั้งกำชับให้ช่วยเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับ เมื่อลู่ซื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกสบายใจขึ้น นี่ถือเป็โชคดีของพวกจางหย่ง
"ท่านพ่อ หม่ำ"
"เ้าตัวเล็กนี่กินเก่งจริงๆ เขาเพิ่งกินขนมไปสามชิ้นเชียวนะ"
"ใช่ๆ น้องเล็กกินเก่งจริงๆ ท่านพ่อข้ายังกินได้แค่สองชิ้นเอง"
"หม่ำๆ"
อาฟงลูกชายคนเล็กยังคงเอ่ยอย่างต่อเนื่อง จนทุกคนถึงกับหัวเราะออกมา ก่อนที่จางหย่งจะขอตัวพาเด็กๆกลับบ้านเพื่อไปทำอาหารเย็น แต่เหล่าลู่ได้ชวนจางหย่งและลูกๆอยู่ทานอาหารที่บ้าน ลู่ซื่อที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับ ก่อนจะลุกไปทำอาหารในครัวเพิ่มเติม
จางหย่งเองก็รู้สึกเหนื่อย จึงไม่ได้เอ่ยปฏิเสธ เขาหยิบเนื้ออีกห่อส่งให้ลู่ต้า ลู่ต้ามองหน้าบิดา เมื่อเห็นว่าบิดาพยักหน้าให้เขาก็รับเนื้อชิ้นนั้นวิ่งไปหามารดาในห้องครัว เสี่ยวเหมาเองที่ได้ยินเช่นนั้นก็หางกระดิกขึ้นมาทันที เ้านายทำอาหารไม่อร่อยเลย ลาภปากของมันแล้ววันนี้ มันได้แต่คิดในใจ