ตอนที่ 3
‘กูเคนนะ คุยมาตั้งนานมึงชื่อไรวะ’
‘เดือน’ เดือนตอบกลับด้วยท่าทีหัวเราะเพราะพวกเขาคุยกันมาตั้งนานแต่กลับลืมถามชื่อของกันและกัน
‘อีกเดี๋ยวจะถึงจุดพัดรถล่ะ มึงจะลงไปปะ’ เคนหันไปถามเดือน
‘ไม่ว่ะ กูรอลงจุดพักรถถัดไปล่ะกัน’ เดือนตอบกลับเคนพร้อมกับหยิบลูกอมยื่นให้อีกฝ่าย
‘เออ ๆ อยากได้อะไรมึงก็โทรมาล่ะกันเดี๋ยวกูซื้อมาให้’ เคนตอบพร้อมกับหยิบลูกอมจากมือของอีกฝ่ายและลุกออกจากที่นั่งเพื่อลงไปซื้อของใช้ของตัวเอง พร้อมกับคนอื่น ๆ ในรถที่ตอนนี้เริ่มทยอยลงจากรถเหลือไว้เพียงไม่กี่คนที่ยังนั่งอยู่บนรถ
บรรยากาศภายในรถเริ่มกลับมาเงียบอีกครั้งตอนนี้เขารู้สึกง่วงแบบสุด ๆ คงเพราะเมื่อวานตื่นเต้นเกินไปจนไม่ได้นอนทั้งคืน อีกทั้งตอนเช้ายังต้องรีบออกจากบ้านแต่เช้าเพราะสถานที่นัดไกลจากบ้านของเขามาก
‘หวัดดี’
เฮือก!! เดือนสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะได้ยินเสียงของใครบางคนมากระซิบที่ข้างหูเขาจึงรีบหันกลับไปตามเสียงทันที ภาพตรงหน้าคือชายหนุ่มที่คุ้นเคย ผู้ชายที่เขาเคยไปจ้องหน้าที่ร้านแล้วถูกตามจนต้องนั่งกินข้าวด้วยกัน เดือนได้แต่อึ้งกับคนตรงหน้าสายตาที่จ้องประสานกันอย่างไม่วางตาปลายจมูกที่อยู่ใกล้กันจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย
‘ฮึ’ ตะวันหัวเราะในลำคอ
เดือนผลักคนตรงหน้าออกและรีบหันไปมองรอบ ๆ ทันทีเพื่อเช็กว่ามีคนอื่นที่เห็นเหตุการณ์นี้บ้างไหม แต่ดูเหมือนคนอื่น ๆ จะไม่มีใครสนใจพวกเขาสองคนสักเท่าไหร่
‘ทำบ้าอะไร’ เดือนหันไปต่อว่าคนตรงหน้าด้วยท่าทีที่ไม่พอใจ
‘อะไร’ ตะวันตอบกลับด้วยท่าทีกวน ๆ
เดือนไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเพราะตอนนี้เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรและไม่รู้ว่าคนตรงหน้า้าอะไร เฮ้อ.. เดือนถอนหายใจพร้อมกับหันหลังให้กับอีกฝ่าย ทั้งที่คิดว่าจะไม่ต้องมาเจอกันอีกแล้วแท้ ๆ ไหงกลายมาเป็เพื่อนในชั้นปีเดียวกัน
‘ลูกอม’ ตะวันพูดพร้อมกับยื่นมาที่ด้านหน้าของเดือน
‘ห้ะ’ เดือนอุทานด้วยความสงสัยเพราะอยู่ดี ๆ อีกฝ่ายก็ยื่นมือมาขอลูกอมกับตน แถมยังจ้องแบบไม่วางตาอีก
‘ลูกอมไง มีอยู่ไม่ใช่หรือไง’ ตะวันพูดพร้อมกับทำหน้ากวน ๆ
เดือนได้แต่หยิบลูกอมที่เหลืออยู่ในกระเป๋าของเขาออกมาให้อีกฝ่าย พร้อมกับทำสีหน้าที่แสดงออกว่าไม่อยากพูดคุยกับอีกฝ่ายแบบสุด ๆ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ไม่คิดแบบนั้นเพราะทันทีที่เดือนยื่นลูกอมให้ อีกฝ่ายก็จับข้อมือของเขาเอาไว้และยังจ้องหน้าเขาแบบไม่วางตาอีก
‘ชื่อไร’ ตะวันถามชื่อของคนตรงหน้าด้วยท่าท่าที่นิ่งเฉย แม้ว่ามือของเขาในตอนนี้จะจับแขนของอีกฝ่ายไว้ก็ตาม
‘……’ เดือนไม่ได้ตอบอะไรกลับไปและพยายามดึงมือของตัวเองกลับมาแต่ก็ไม่เป็ผลเพราะดูเหมือนเขาจะไม่สามารถสู้แรงของอีกฝ่ายได้
‘ทำไมถึงเอาแต่เงียบ ที่เมื่อกี้ยังเห็นคุยไม่หยุดอยู่เลยนี่’ ตะวันยิงคำถามใส่คนตรงหน้า เพราะที่นั่งของตะวันอยู่อีกฝั่งแม้จะนั่งด้านหลังแต่เขาก็มองเห็นอีกฝ่ายได้ชัดเจน
‘…….’ เดือนไม่ได้ตอบกลับอะไรและดึงมือของตัวเองออกจากมือของอีกฝ่ายพร้อมกับนั่งลงที่นั่งของตัวเอง
ตะวันที่เห็นอีกฝ่ายแบบนั้นจึงถอนหายใจและเดินกลับไปที่นั่งของตัวเองเช่นเดิม แม้การกระทำของเดือนอาจดูเหมือนไม่ค่อยชอบอีกฝ่ายสักเท่าไหร่ แต่ที่จริงเขาแค่ไม่รู้ว่าต้องคุยอะไรเพราะอีกฝ่ายดันเป็คนที่เขาเคยไปนั่งจ้องหน้าแบบไม่รู้ตัวมาก่อนเลยกลัวว่าอีกฝ่ายจะมาหาเื่ตนเองแค่นั้นเอง
‘เดือน’ เสียงเรียกจากเคนที่ดังขึ้นทันทีที่เขากลับขึ้นมาบนรถ ในมือถือถุงขนมและของใช้เต็มไปหมดราวกับว่าจะใช้ชีวิตอยู่บนรถทั้งสัปดาห์ยังไงอย่างงั้น
‘อ้ะ..’ เคนยื่นขนมจากในถุงให้กับเดือน เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายทำหน้าเหมือนกำลังหงุดหงิดอะไรสักอย่าง
‘ขอบใจ’ เดือนตอบกลับพร้อมกับหยิบขนมในมืออีกฝ่าย
‘20 ครับ’ เคนหันไปพูดพร้อมกับทำหน้ากวน ๆ ใส่อีกฝ่าย
‘มึงเก็บคืนไปเลย’ เดือนตอบกลับพร้อมกับเอาขนมที่ได้ไปถูกับหน้าของอีกฝ่าย
‘ฮ่า ฮ่า ฮ่า กูล้อเล่น ๆ มึงเอาไปเหอะ เห็นหน้าบูดก็นึกว่าน้ำตาลในเืต่ำ’ เคนพูดพร้อมกับเอามือไปลูบหัวของอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
‘ตะวัน เฮ้ย!!’ เสียงของนัทที่ถามเพื่อนของตนที่ตอนนี้กำลังนั่งจ้องคนที่นั่งอยู่อีกฝั่ง
‘จะะโทำไมวะ’ ตะวันตอบกลับเพื่อนของตนแต่สายตาก็ยังคงมองไปที่อีกคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าอยู่ดี
‘มึงรู้จักเขาเหรอ เห็นนั่งจ้องั้แ่ขึ้นมาบนรถล่ะ กูชวนมึงลงไปซื้อของก็ไม่ยอมไปยังเสือกมาใช้กูซื้อของมาให้อีก’
‘กูก็ให้เงินมึงไปแล้วนี่ จะบ่นอะไรนักหนา’ ตะวันตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเฉย
‘………’ นัทไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาทำได้เพียงเก็บความรู้สึกที่ยากจะชกหน้าเพื่อนสนิทคนนี้เอาไว้ พวกเขาสองคนรู้จักกันมาแต่เด็กเรียกได้ว่ารู้นิสัยกันแทบจะทุกจุด ถึงแม้นิสัยพวกเขาจะไม่ค่อยเหมือนกันสักเท่าไหร่แต่พวกเขากับสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้ง
‘น้อง ๆ คะ อีกเดี๋ยวจะถึงที่พักแล้วนะคะ เดี๋ยวพี่จะให้เบอร์ห้องแล้วก็กุญแจกับแต่ละคนนะคะ ส่วนรูมเมทก็ให้แต่ละคนไปลุ้นเอาอีกที สำหรับวันนี้เรายังไม่มีกิจกรรมอะไร ให้น้อง ๆ เดินเที่ยวพักผ่อนตามอัธยาศัยได้เลยค่ะ’ เสียงจากรุ่นพี่ที่ทำการแจ้งกำหนดการในวันนี้
รถทัวร์เริ่มทำการเลี้ยวเข้าเขตที่พักนักศึกษาเรียกได้ว่าเป็เป็การจัดสรรที่พักได้อย่างดีเลยทีเดียว วิวธรรมชาติที่ทำให้รู้สึกสบาย ่เวลาที่มาถึงก็เกือบเย็นพอดีอากาศที่เย็นสบายบวกกับมีลมพัดผ่านเล็กน้อย วันนี้คงได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แน่ ๆ
ถึงอย่างนั้น......
(ดูเหมือนว่าตอนนี้โชคชะตาจะเล่นตลกเพราะรูมเมท ดันเป็คนที่พยายามเลี่ยงที่สุดซะแล้ว เอาไงดีเปลี่ยนก็ไม่ได้ จะอยู่ด้วยก็กลัวโดนลอบฆ่า เฮ้ออ...ชีวิตในค่ายช่างน่าเวทนายิ่งนัก) เดือนได้แต่คิดในใจ
1 ชั่วโมงก่อนหน้านี้.......
ทุกคนเริ่มทยอยลงจากรถพร้อมกับถือสัมภาระของตนเอง เดือนกับเคนเริ่มเดินตามกลุ่มเพื่อนเพื่อไปรับกุญแจห้องของตนเอง ตอนนี้สิ่งเดียวที่รู้คือพวกเขาสองคนไม่ใช้รูมเมทของกันและกัน ดูเหมือนว่าพวกเขาคงต้องไปลุ้นเอาเองที่ห้องแล้วล่ะว่าจะได้ใครเป็รูมเมท
‘มึงได้ห้องไหนวะ’ เคนถามเดือนที่พึ่งเดินกลับมาจากการไปรับกุญแจห้อง
‘13 มึงล่ะ’ เดือนพูดพร้อมกับหันหมายเลขห้องของตนให้อีกฝ่ายดู
‘กูได้ 17 ว่ะ ไม่ไกลกันมากโว้ย’ เคนพูดพร้อมกับตบไปที่บ่าของเดือน
‘งั้น เดี๋ยวกูเอาของไปเก็บที่ห้องก่อนละกัน ไว้เจอกัน’ เดือนพูดพร้อมกับเดินไปยังห้องพัก ดูเหมือนคนอื่น ๆ จะเริ่มทยอยเอาสัมภาระไปเก็บที่ห้องพักกันแล้ว เดือนที่ตอนนี้เดินมาจนถึงหน้าห้องพักของตัวเองแต่ดูเหมือนว่าเขาจะมาถึงคนแรก เดือนเริ่มไขกุญแจห้องและนำของใช้ของตัวเองไปจัดเรียงเอาไว้ดูเหมือนห้องจะเป็แบบเตียงแยก มีห้องน้ำ และเฟอร์นิเจอร์ ที่อำนวยความสะดวกได้ครบครัน ตอนนี้เขาได้แต่คิดว่าควรออกไปข้างนอกหรือว่าจะนั่งรอรูมเมทของเขาก่อนดี แต่คงเพราะความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันจึงทำให้เขาเผลอหลับไปแบบไม่รู้ตัว
..............................................................................................................................................................................
‘ตะวันมึงได้เบอร์ห้องมายัง’ นัทถามเพื่อนสนิทของตนที่ตอนนี้กำลังเดินกลับมาจากห้องน้ำ
‘เออ กูไปเอามาแล้ว’ ตะวันตอบและหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของตนเอง
‘เบอร์ไหนวะ’ นัทถามพร้อมกับชะเง้อไปมองดูเลขห้องของตะวัน
‘…..’ ตะวันพลิกป้ายห้องลงจึงทำให้นัทมองไม่เห็นเลขห้องของเพื่อนสนิทตน
‘เออ..กูไม่ดูก็ได้ เจอกันพรุ่งนี้เลยละกันอย่าโทรมาชวนกูไปเที่ยวตอนเย็นล่ะ’ นัทพูดพร้อมกับเดินตรงไปยังห้องพักของตนเอง
ตะวันที่ตอนนี้กำลังเก็บสัมภาระของตนเองเพื่อไปยังห้องพัก สายตาของเขาเหลือบไปเห็นสิ่งของบางอย่างที่ดูเหมือนจะไม่ใช้ของของเขาแต่กลับมาอยู่ในกระเป๋าของเขา พอหยิบขึ้นมาดูของสิ่งนั้นก็คือเสื้อยืดสีชมพูของผู้หญิง
‘เฮ้อ...ไอ้ตัวแสบเอ้ย’ ตะวันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเบา ๆ พร้อมกับส่ายหัว ดูเหมือนว่าน้องสาวของเขาจะแอบเอามาใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทาง ทุกครั้งที่เขาจะไปค้างที่อื่นน้องสาวของเขาก็มักจะเอาสิ่งของบางอย่างใส่ไว้ในกระเป๋าของเขาตลอด ดูเหมือนรอบนี้ก็ด้วย
(คงต้องโทรไปสักหน่อยล่ะสิ) ตะวันคิดพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงของเขา แต่กดไปที่เบอร์ของน้องสาวของเขาทันที
ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด
< ว่าไงคะพี่ เห็นของดูต่างหน้าน้องหรือยัง > เด็กสาวพูดขึ้นทันทีหลังจากกดรับสาย
< เอาของมาใส่ในกระเป๋าพี่อีกแล้วนะ แอบเอามาใส่ั้แ่เมื่อไหร่ > ตะวันพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูดุเล็กน้อย
< แหม..แค่ตัวเดียวเอง ที่เอาใส่ไปก็เสื้อ oversize ผู้ชายใส่ได้ค่ะ > น้องสาวตอบกลับด้วยเสียงหัวเราะ
< แต่พี่ใส่ไม่ได้ >
< โห..พี่คะใส่ไม่ได้ก็เอาไว้ให้คนอื่นใส่สิคะ เผื่อได้แฟนกลับมาพี่ก็เอาเสื้อน้องนั่นแหละให้ใส่ไปก่อน เสื้อพี่มีแต่สีดำใส่ออกมาดูหม่นหมองหมด >
< เดี๋ยวเหอะเด็กคนนี้
>
< ฮ่า ฮ่า ฮ่า แค่นี้นะคะ ถ้าคุยนานกว่านี้หูหนูคงช้าเพราะคำด่าพี่แน่เลย > พอพูดจบก็ตัดสายทันที
(เด็กคนนี้ กลับไปคงต้องคุยกันหน่อยซะแล้ว) ตะวันคิดพร้อมกับเดินตรงไปที่ห้องพักของตนเพราะตอนนี้ดูเหมือนทุกคนเข้าไปที่ห้องกันหมดแล้ว