นาตาลีตั้งใจเดินกลับห้องพักที่ตัวเองเพิ่งปฏิเสธยิกเมื่อครู่ว่า‘ไม่้า’ ด้วยใจพิศวง เธอได้พักหนึ่งในห้องที่ดีที่สุดของต้องฟ้าอย่างนั้นหรือ
แปลก!
บ้านเมืองนี้เขาให้เกียรติกันอย่างนี้เชียวหรือขนาดคนมีคดีติดตัวอย่างเธอยังถูกต้อนรับราวแขกบ้านแขกเมือง ถึงว่า ‘คุก’ จึงไม่ได้ใช้งาน อย่างนั้นถ้าเป็แขกคนสำคัญจริงๆ คงได้พักในห้องทองคำแหงๆ
ว่าแต่..เดินไปเดินมาชักงง
“เอ..ไม่ใช่ทางนี้นี่ ไม่คุ้นตาเลย” คนที่รู้ตัวว่ากำลังออกนอกลู่นอกทางเริ่มร้อนใจคิดว่าจะถามทางกับใครสักคนแถวนี้ก็ดันพากันหายไปหมด
กระทั่งมาหยุดยืนตรงหน้าห้องห้องหนึ่งซึ่งบานประตูเปิดแง้มอยู่ทำให้อดมองเข้าไปไม่ได้
“มีใครอยู่แถวนี้ไหมคะ”
ภายในเป็ห้องโถงทรงกลมกว้าง เหนือระดับสายตาขึ้นไปมีโคมไฟระย้าทำด้วยแก้วคริสตัลสวยงามการตกแต่งส่วนใหญ่เป็โทนสีฟ้า คละเคล้าด้วยสีน้ำเงินบางส่วนดูเข้ากันดีกับชุดผ้าม่าน พรม และสิ่งของอื่นๆ ที่จัดตั้งไว้อย่างเป็ระเบียบแม้กระทั่งดอกกุหลาบสีขาวระเรื่อแต้มเป็ริ้วด้วยสีฟ้าช่อใหญ่ในแจกันใบสวยที่โต๊ะริมหน้าต่างนั่น
นาตาลีมิอาจละสายตาไปได้แม้สักวินาทีราวกับต้องมนต์แต่แล้วต้องมาสะดุดอยู่ที่ภาพใหญ่สองบานตรงผนังห้องภาพหนึ่งทางซ้ายมือเป็ภาพนักรบวัยกลางคนที่ดูสง่างาม ส่วนภาพทางขวามือเป็ภาพสตรีวัยกลางคนที่ดูมีเมตตาโอบอ้อมอารีและที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองภาพนั้นก็คือตราสัญลักษณ์อะไรสักอย่าง
คุ้นๆ นะ
“เหมือนเคยเห็นที่ไหน” เธอพยามทบทวนความจำแต่สมองเ้ากรรมกลับไม่ค่อยพัฒนาเท่าที่ควร นึกอะไรยากเย็นไปหมด
“ใคร”
เสียงนั้นทำนาตาลีสะดุ้งโหยง หญิงสูงวัยรูปร่างสมส่วนในมือถือพัดที่ทำจากขนนกสีขาวกำลังยืนเชิดหน้ากังจ้าอย่างมิหวั่นเกรงต่อคนที่ยืนอยู่ก่อนแล้วหากแต่แววตาแฝงรอยแปลกใจ
“เข้ามาที่นี่ได้อย่างไร”
แหม! ถามอย่างนี้จะตอบยังไงดีนะ
นาตาลีมองอีกฝ่ายด้วยแววตาวาววับ “คือ..ฉันชื่อนาตาลีค่ะกำลังจะเดินกลับไปที่ห้องพัก แต่ว่า…” ใบหน้านั้นเด่นชัดขึ้นอีกเพียงแค่เธอเอ่ยนามหญิงสูงวัยปราดเข้ามาใกล้
“เ้าไม่ควรเข้ามาในนี้” หญิงสูงวัยพูดด้วยน้ำเสียงห้วนจัด“ทำเป็พวกหัวขโมยไปได้ เอาล่ะ..ตามข้ามา”
หญิงสาวถึงกับหน้าเบ้ในทันที ต้องพิจารณาตัวเองใหม่อย่างจริงจังสักทีเพราะที่ผ่านมาถูกกล่าวหาว่าเป็คนโกหกบ้างล่ะ เป็นางโจรบ้างล่ะ แล้วตอนนี้ก็...
หัวขโมย
คิดไปพลางถอนใจเหนื่อยหันมองภาพและตรานั้นอีกครั้งอย่างคนมืดแปดด้าน แหม! เหมือนกำลังจะนึกออกแล้วเชียวนะถ้าไม่ถูกขัดจังหวะเสียก่อน
ระหว่างเดินตามหญิงสูงวัยไม่มีแม้แต่การสนทนาใดคนเดินนำยังคงยืดคอสูงราวนางหงส์ แล้วนกหลงรังตัวเล็กๆอย่างเธอจะกล้าแหยมได้อย่างไร ไม่นานปลายทางที่เฝ้ารอก็มาถึงมือเหี่ยวย่นด้วยวัยเคาะหนักๆ ยังประตูเสียงดังลั่น
แอ๊ดดดดด
ลินดาคือคนที่ยื่นหน้าออกมา พลันต้องเบิกตาโพลง “แม่หญิงไพลิน”นาตาลีกลืนน้ำลายลงคอดังเฮือก
แม่หญิงไพลินนี่ใครกัน
“ดูแลหน้าที่ของเ้าให้ดีกว่านี้หน่อย ต่อไปหากพวกเ้าบกพร่องอีกล่ะก็ฉันจะเป็คนดูแลแม่นางคนนี้เอง” คนประกาศบทคาดโทษหันพรวดจากไปอย่างไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ท้วงทิ้งไว้แต่ความอึ้งกับคนฟัง
เอาล่ะซิงานนี้
คนงงเป็ไก่ตาแตกยังไม่เท่าไก่ที่แตกฝูงทั้งเล้า
“แล้วยังมัวยืนเฉยอยู่อีก เ้ารีบเข้ามาข้างในสิ” ลินดากระทุ้งเตือน
“ผู้หญิงคนเมื่อกี้ใครเหรอ” นาตาลีถามขณะถูกดึงมือราวเด็กน้อย
“แม่หญิงไพลิน เป็ผู้ดูแลความเรียบร้อยที่นี่”
“อ้อ! แม่บ้าน”
“แม่บ้าน? เ้านี่ชอบใช้สำนวนแปลกหูอยู่เรื่อย” คนต่อว่าหน้านิ่วคิ้วขมวด
“ฉันก็หมายความถึงผู้ดูแลความเรียบร้อยนั่นล่ะ”
“จะอะไรก็ช่างเถอะ นางไม่เหมือนใคร แล้วเ้าก็ไม่มีใครเหมือนเดี๋ยวได้เกิดเื่ใหญ่กันเท่านั้น”
“ฟังดูน่ากลัวจัง”
“ข้าพูดจริง อย่าลองดีกับนางเป็อันขาด”
“ฉันเชื่อแล้วจ้ะว่าแม่หญิงคนนั้นน่ะเป็คนสำคัญและทรงอิทธิพลมาก”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เพียงแต่นางเป็คนที่ท่านพ่อกับท่านแม่ของท่านเนเรนไว้วางใจมากเพราะนางเป็คนซื่อสัตย์และทำงานเก่ง และที่นางเป็แบบนั้นก็เพราะคงจริงจังกับชีวิตมากเกินไปเงียบขรึมพูดน้อย ไม่เคยไว้หน้าใครทั้งนั้นนอกจากท่านเนเรนมีแต่ท่านเท่านั้นที่นางยอมฟัง นอกนั้น…” ลินดาไม่พูดต่อละไว้ในฐานที่เข้าใจ
“แล้วที่เขาพูดว่าจะดูแลฉัน หมายความว่ายังไง”
“ในตอนแรกท่านเนเรนไม่อนุญาตให้นางดูแลเ้าเพราะยกหน้าที่นี้ให้ข้ากับวารีนางก็ไม่ได้ว่าอะไร เ้านับว่าโชคดีแล้วที่ไม่ได้อยู่ในการดูแลของนาง” นาตาลียิ้มฝืด
จะซาบซึ้งดีไหมนะ
“แล้วทำไมถึงไปเจอกับนางได้ล่ะ วารีกำลังไปรับเ้าอยู่น่ะ” นาตาลีนิ่ง คิด
“เราไปเจอกันที่ห้องห้องหนึ่ง ในห้องนั้นเป็สีฟ้าและสีน้ำเงินเกือบทั้งหมดพูดง่ายๆ ก็คือฉันหลงทาง”
“ตายจริง! นั่นน่ะเป็ห้องที่ท่านเนเรนรักมากที่สุดเลยนะเพราะเป็ห้องโปรดของท่านพ่อกับท่านแม่ของท่านแม่หญิงไพลินจึงดูแลห้องนั้นเป็อย่างดี ออกจะหวงยิ่งกว่าท่านเนเรนด้วยซ้ำ ทีหน้าทีหลังอย่าผ่านไปแถวนั้นอีกนะ”
“แสดงว่าภาพที่ฉันเห็นในห้องก็ต้องเป็ท่านพ่อกับท่านแม่ของท่านเนเรน”
“ใช่”
“และก็มีตรา…”
“ตราแห่งผู้ปกครองแผ่นดิน ท่านเนเรนเท่านั้นที่มี”
ท่านเนเรนเท่านั้นที่มี
นาตาลีปวดหัวหนึบขึ้นมาทันทีคล้ายว่าเธอจะนึกอะไรบางอย่างออก..แต่ทำไม..
“ไปสงสัยอะไรมาอีกล่ะ เ้านี่จริงๆ เลย”ลินดาส่งเสียงกลบสมาธิคนใช้ความคิดให้ขาดผึง
หมดกัน
“แล้วดูทำหน้าเข้า ปวดท้องหรือไง เดินมากๆ ก็เป็แบบนี้แหละข้าว่าเ้าไปอาบน้ำแล้วเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ดีกว่าจะได้ไปเยี่ยมคนป่วยแทนการคิดมากอยู่นั่น”
เพียงเท่านั้น นาตาลีก็ดีดตัวขึ้นกระวีกระวาดในทันที
“จริงด้วย ต้องไปหาเนล งั้นฉันรีบไปอาบน้ำก่อนนะ” ลินดาไม่ทันได้พูดอะไรต่อเพราะอีกฝ่ายวิ่งปรู๊ดไปรวดเร็ววารีโผล่เข้ามาในห้องพร้อมเสียงบ่นอุบว่าหานาตาลีไม่เจออีกฝ่ายจึงเล่าให้ฟังจนหมดเปลือก
“แย่จริง!”
“ต่อไปพวกเราต้องช่วยกันดูอย่าให้นางคลาดสายตาเชียว”
นาตาลีเร่งทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยเพื่อ้าไปหาเนลให้เร็วที่สุดโดยมีสองสาวตามติดเป็เงาไม่ห่าง
“เป็ยังไงบ้าง ค่อยยังชั่วขึ้นบ้างไหม แล้วยังเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า…”คนฟังมองคนช่างซักอย่างรู้นิสัยมันกลายเป็ความเคยชินั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้เพียงว่ามันไม่น่ารำคาญอย่างเคย
“...มีนักยามาดูอาการอีกหรือยัง แล้ว...”
“ตกลงเ้าอยากฟังคำตอบไหนก่อน” เขาเหยียดยิ้ม เธอค้อนขวับ
ก็คนเป็ห่วง
คนอยากฟังคำตอบใจแทบขาดก็ดันไม่ตอบมาสักข้อเ้าหล่อนจึงหันไปทางสองสาว
“มีใครจัดอาหารให้เขาหรือยังจ๊ะ”
“มีแล้ว เดี๋ยวคงมา เ้านี่ถามมากจริง”ไม่เกินอึดใจสิ่งที่เธอ้าก็ถูกจัดวางราวเนรมิต
“เมื่อวานเย็นฉันได้เจอกับท่านเซออน” นาตาลีบอกขณะใช้ช้อนคนถ้วยข้าวต้มให้คลายร้อน
“เจอแล้ว ยังไงต่อ”คนถูกถามไม่ตอบอะไรนอกจากเพ่งมองถ้วยข้าวในมือ
“เอ๊ะ! ทำไมวันนี้ไม่เห็นมีแครอทกับข้าวโพดเลย” ก็ถ้วยเมื่อวานยังสีสันน่ากินด้วยผักหลากชนิด แต่นี่..
“แครอทเป็ยังไง”
“ก็..ไอ้ที่คล้ายหัวไชเท้าแต่สีออกส้มๆ ไงคะ”
“อ้อ! ผักส้ม” เขาครางพร้อมเผยสีหน้าพะอืดพะอม
“ข้าไม่ชอบกลิ่น..มึนหัว ทางโรงครัวเขารู้” คนฟังพยักหน้ารับอันนี้เข้าใจอยู่ เพราะเธอเองยังขยาดกลิ่นทุเรียนเหมือนกัน ว่าแต่คนที่นี่เรียกแครอทว่าผักส้มสินะอย่างนั้นเมื่อวานทางคนครัวคงเข้าใจว่าเธอจะกินเองแหงๆ ถึงได้ระดมผักมาเพียบ
“พบท่านเซออน แล้วยังไงต่อ” เขาท้วงถามเื่ที่เธอเกริ่นค้างไว้
“ฉันเล่าเื่ทั้งหมดให้ท่านฟัง แล้วก็คืนตราประจำตัวให้ท่านไปโล่งใจนะที่ท่านยอมยกโทษ” เธอหยุดพักหายใจไปครู่หนึ่ง “แต่ท่านดันบอกว่าสูงสุดแห่งแผ่นดินจะยกโทษให้หรือเปล่าก็อีกเื่หนึ่งแถมท่านฟาลีทำท่าจะจับฉันยัดคุกมืดอีก แย่จัง!” คนฟังหลุดหัวเราะจนเกือบสำลักอาหารที่กินอยู่
เธอไม่รู้จะสมน้ำหน้าหรือเห็นใจดีแต่ไอ้ที่ยื่นแก้วน้ำให้คงเพราะเห็นแก่มนุษยธรรม ซ้ำเติมคนกำลังเจ็บไข้บาปเปล่าๆ
“หัวเราะอะไรไม่เห็นตลก” น้ำเสียงปนเคืองช่วยทอนเสียงหัวเราะลงหากแต่คนที่เพิ่งมีสีเืเพราะฟื้นไข้บนใบหน้ายังคงลอบยิ้มไม่หุบ
คนหนึ่งจริงจังจนแทบนั่งไม่ติดส่วนอีกคนนึกชื่นชมคนของตัวที่หยิบยกความสำคัญของตนไว้ข่มนางได้อยู่หมัดและดูท่าว่าจะเป็ต่อเสียด้วย
ลินดากับวารีกะพริบตาถี่อย่างไม่เชื่อสายตาสิ่งที่เห็นหากเอาไปเล่าต่อจะมีใครเชื่อไหมหนอ เ้าแผ่นดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนแล้วการอยู่ท่ามกลางปรากฏการณ์ประหลาดคาตาเช่นนี้
มันขนลุก
“เออ..วะ..วันนี้ แม่นางอันนากับพ่อค้ากาวางจะเข้ามานี่นา” ครั้งนี้ดูเหมือนวารีจะรู้สึกเร็วกว่าอีกคนที่ยังคงนึกและทำอะไรไม่ถูก
“ฮืม! ใช่! ใช่!”
หากการเอ่ยชื่อ อันนา ก็ทำให้สีหน้าของสองสาวเข้มชัดขึ้นก่อนพากันพรวดพราดออกไปอย่างไม่มีล่ำลา
“เอ้าเดี๋ยวสิ!ลินดา วารี” นาตาลีได้แต่มองตาค้าง พลางเกาหัวแกรก
“สองคนนี่แปลกจริง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคนพวกนั้นด้วยนะ”
“พวกเขาเป็เ้าของร้านผ้าแพรพรรณที่ใหญ่ที่สุดในต้องฟ้า ทุกๆสิบวันจะนำผ้านานาชนิดเข้ามาจำหน่าย”
“ร้านผ้าแพรพรรณ” เธอทวนคำเบาๆนึกย้อนถึงครั้งเดินทางมาที่นี่
ผู้หญิงสวยคนนั้นบนระเบียงชั้นบน
“พวกนางหวงพี่ชาย” คนฟังรู้แจ้งในทันที
“เขาปิ๊งกันหรือคะ”
“อะไรนะ?”
“แหม! ก็หมายความว่าท่านฟาลีกับผู้หญิงที่ชื่ออันนา เขาชอบกันใช่ไหมล่ะ น้องๆเลยออกอาการหวง เป็ธรรมดาน่ะค่ะ”
คนที่เข้าใจความรู้สึกคนอื่นดีจนออกนอกหน้าหวนนึกถึงอดีตของตนมันเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง..วันแรกที่พี่ยุทธพาพี่น้ำหวานมาที่บ้านเธอออกอาการเบ้งสุดๆ พาลไม่พูดไม่จากับใครไปหลายวันแต่สุดท้ายต้องยอมแพ้ความดีของว่าที่พี่สะใภ้
“ฉันเข้าใจ”รอยยิ้มปนปลื้มบ่งบอกถึงความสุข
“พี่ชายฉันก็มีคนรักแล้วเหมือนกันคงเป็ความโชคดีของฉันด้วยมั้งที่ได้พี่สาวแสนดีมาอีกคน” สายตาที่จับจ้องมิอาจละไปทุกครั้งที่หญิงสาวบรรยายความอิ่มเอมใจเมื่อพูดถึงพี่ชายเ้าของสายตาคมกริบพยายามข่มความรู้สึกแปลกๆ บางอย่างที่เกิดขึ้นในใจ เหมือนมีกลองใบใหญ่ถูกรัวยิบจนน่ารำคาญ
เธอหันขวับมาทำตาโต “เนลฉันอยากจะไปดูผ้ามั่งแล้วสิ” แล้วอีกฝ่ายจะดูไม่ออกเชียวหรือว่านั่นคือ’ข้ออ้าง’ นางไม่ได้้าเพียงแค่นั้น
เธอหัวเราะแหะเมื่อเขาทำหน้าเหมือนว่ารู้ทัน
“ฉัน..จะไปดูผู้หญิงคนนั้น เดี๋ยวมานะ ไม่นานหรอกจะรีบกลับ” คงไม่มีอะไรขวางคนอยากรู้ไปได้ เขาได้แต่มองตามร่างเล็กๆถลาออกไปจากห้องด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
เ้ากี้เ้าการไปทุกเื่