‘ช่างเถอะ ไว้ข้าค่อยรื้อฟื้นความทรงจำของเ้ากลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งหน้าข้าจะทบต้นทบดอก เอาให้เ้าไม่มีวันลืมอีกเลยตลอดชีวิตนี้’
“รู้สึกเช่นไรบ้าง” ถังหลี่เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“เจ็บแผลอยู่บ้าง แต่ดีขึ้นมากแล้ว” หยวนอิงรีบเอ่ยตอบเพราะรับรู้ได้ว่าก่อนหน้านี้ถังหลี่อารมณ์ไม่ค่อยดีนัก แต่ไม่อาจรู้ได้ว่าด้วยเหตุใด
“แล้วพี่ใหญ่เล่า ทำไมข้าไม่เห็นพี่ใหญ่เลย”
‘ดีนักนะเ้า ตื่นมาก็ถามหาชายอื่น สามีเ้าอยู่ยืนอยู่ตรงหน้าแท้ๆ’ ถังหลี่ยิ่งหงุดหงิดขึ้นไปอีก
“เอ่อ พี่หลี่ข้าพูดอันใดผิดไปหรือไม่” หยวนอิงเมื่อเห็นถังหลี่เงียบไป สองคิ้วขมวดเข้าหากัน คล้ายไม่พอใจบางสิ่ง จึงรีบเอ่ยถามด้วยความกังวล
เมื่อเห็นสีหน้า กังวลของอีกฝ่าย ความหงุดหงิดโกรธเคือง ภายในใจพลันสลายหายไปอย่างรวดเร็ว
“ลู่อู๋ซูาเ็ไม่สามารถลุกขึ้นจากเตียงได้ ข้าจึงให้เขาแยกไปพักอีกหลังหนึ่ง มีคนคอยดูแล ตอนนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว เ้าไม่จำเป็ต้องห่วง ระหว่างนี้เขาคงไม่สามารถมาหาเ้าได้สักระยะหนึ่ง”
“เช่นนั้นข้าไปเยี่ยมพี่ใหญ่ดีหรือไม่”
‘ยัง ยังจะคิดไปหาชายอื่นถึงชายคาขณะอยู่กับข้าอีก’ ถังหลี่หน้าตาเริ่มบูดบึ้งอีกครั้ง
“ให้เขาพักผ่อนอย่างเงียบๆ เถอะ หากเ้าไปจะเป็การรบกวนเปล่าๆ” ถังหลี่กล่าวอย่างชอบธรรม
หยวนอิงครุ่นคิดตามคำพูดของถังหลี่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับ “เช่นนั้นเอาตามที่ท่านว่า”
“เอ่อ แล้วท่านพักอยู่ที่ไหนหรือ”
“ที่นี่”
“อ๋อ ท่านพักอยู่ห้องพี่ใหญ่นี่เอง” หยวนอิงแกล้งทำเสมือนไม่รู้เื่รู้ราวว่าถังหลี่มานอนอยู่ข้างกายตน เมื่อคืนที่ผ่านมา
‘ห้องพี่ใหญ่อะไรของเ้า ข้านอนกอดเ้าแนบอกตลอดคืน ตื่นเช้ามาเ้าเล่นพูดออกมาอย่างนี้แล้วข้าจะตอบสิ่งใดได้อีก’ ถังหลี่รำพึงรำพันในใจ
“อืม” ถังหลี่เสหน้ามองไปทางอื่นขณะตอบรับ ความรู้สึกของเขายามนี้ผสมปนเป หงุดหงิดแต่ก็มีความสุข ยามได้มองหน้าและพูดคุยกับคนที่ยามนี้กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนฟูก
“เ้าหิวแล้วหรือไม่ ข้าจะให้คนจัดเตรียมอาหารมาส่ง”
หยวนอิงเมื่อได้ยินคำว่าอาหาร ความหิวโหยก็เริ่มแสดงอาการออกมาทันที เขารีบพยักหน้ารับหงึกหงัก
“เช่นนั้นเ้านอนพักสักครู่ ข้าจะให้คนไปจัดการให้” พูดจบถังหลี่ก็หันกายจากไป
หยวนอิงงุนงงเล็กน้อย ‘ทำไมพี่หลี่ไม่เรียกคนเข้ามาสั่งการ’ โดยที่เขาไม่รู้ว่าความจริงแล้ว ถังหลี่ได้ออกคำสั่งห้ามใครก็ตามเข้ามาในห้องนี้ไม่เว้นแม้แต่ลู่อู๋ซู เนื่องจากไม่้าให้ใครหน้าไหน มาเห็นหยวนอิงในรูปลักษณ์เช่นนี้บนเตียงนอน
วันเวลาแห่งความสุขสงบและความเอาใจใส่จากถังหลี่ หยวนอิงรู้สึกมีความสุขมาก เขาอยากให้เวลาเหล่านี้คงอยู่เช่นนี้ตลอดไป แต่เขารู้ดีว่า ไม่สามารถเป็ไปได้ พวกเขาสองคนล้วนมีภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงต้องกระทำ
เมื่อเวลาล่วงเข้าวันที่เจ็ด ลู่อู๋ซูมาเยี่ยมหยวนอิงอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เขาก็มาหลายครั้งแล้วแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป
จึงทำได้เพียงสอบถามข่าวคราวผ่านองครักษ์ แต่ยามนี้หยวนอิงอาการดีขึ้นจนลงมานั่งเล่นยังชั้นล่างได้แล้วจึงสามารถพบน้องรองได้เสียที
เมื่อหยวนอิงเห็นคนที่เดินเข้ามาก็เผยรอยยิ้มกว้าง “พี่ใหญ่อาการท่านดีขึ้นมากแล้ว ข้าทราบข่าวมาว่าท่านาเ็หนักจนไม่สามารถลุกขึ้นจากเตียงได้ ใจจริงข้าอยากไปเยี่ยมท่านหลายครั้งหลายครา แต่กลัวจะไปรบกวนการพักผ่อน ดูท่าการตัดสินใจไม่ไปจะเป็เื่ดี ส่งผลให้ท่านได้พักผ่อนเต็มที่
จึงหายดีรวดเร็วเช่นนี้”
ฟังคำกล่าวของหยวนอิง ลู่อู๋ซูย่อมเข้าใจแล้วว่าความคิดเช่นนี้มาจากผู้ใด จึงทำได้เพียงแค่ยิ้มรับอย่างเสียมิได้
“ดูอาการของเ้าก็ดีขึ้นรวดเร็วเช่นกัน น่าจะเพราะได้ยาดี” ลู่อู๋ซูกล่าวกลั้วหัวเราะ
ทั้งสองคนพูดจาหยอกล้อประสาพี่น้องได้เพียงไม่นาน ถังหลี่ซึ่งถูกเรียกตัวออกไปรับราชโองการยังโถงใหญ่ของสำนักพิภพดาราก็กลับมา
เมื่อหยวนอิงเห็นถังหลี่กลับมาก็รีบเงยหน้ามองก่อนจะรีบซักถามข้อสงสัย โดยที่ไม่ทันสังเกตสายตาถังหลี่ที่มองมายามพบว่าลู่อู๋ซูนั่งอยู่ข้างกายตน
ลู่อู๋ซูเห็นสายตาที่มองมาก็รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ รีบลุกขึ้นคารวะถังหลี่ และถอยห่างจากหยวนอิงอย่างแเี
“มีเหตุอันใดร้ายแรงหรือไม่ ฝ่าาจึงมีราชโองการมาถึงท่าน” หยวนอิงรีบซักถามด้วยความกังวล เพราะเขาย่อมรู้ดีว่าการมาของถังหลี่ครั้งนี้เป็การลอบออกมาอย่างลับๆ แต่ราชโองการถูกจัดส่งมาถึงที่นี่ นั่นหมายความว่าฝ่าาย่อมทราบเื่แล้วว่าถังหลี่พำนักอยู่ที่ใด
ถังหลี่ยังคงไม่ตอบคำถามของหยวนอิง สายตาของเขายามนี้ยังคงตกอยู่บนตัวลู่อู๋ซู ก่อนจะเผยรอยยิ้มขณะกล่าวถามลู่อู๋ซู “อาการเ้าดีขึ้นมาก อีกทั้งยังสามารถลุกขึ้นจากเตียงได้แล้ว”
ลู่อู๋ซูขนลุกซู่ทั่วกายเมื่อฟังคำกล่าวถามอย่างห่วงใยของถังหลี่ แต่ทำไมข้าถึงรู้สึกถึงอันตรายแปลกๆ เช่นนี้กัน เสมือนมีกระบี่ที่มองไม่เห็นกำลังจ่ออยู่ใกล้ๆ ลู่อู๋ซูขยับถอยห่างจากหยวนอิงอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว เขาแค่รู้สึกว่ายิ่งห่างออกมาแรงกดดันที่มองไม่เห็นนั้นค่อยๆ เบาบางลง
“ดีขึ้นมากแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ลู่อู๋ซูน้อมรับก้มศีรษะลงต่ำ
“พี่หลี่ พี่หลี่ ว่าอย่างไรเล่า ฝ่าาทรงมีรับสั่งถึงสิ่งใด”
เมื่อได้ฟังน้ำเสียงใสกังวานเรียกขานชื่อตน อารมณ์หงุดหงิดในใจพลันค่อยๆ เบาบางลง ก่อนจะหันไปตอบคำถามของคนตัวเล็ก
“เ้าอยากรู้หรือ” ถังหลี่เอ่ยถามหยวนอิงขณะก้าวเข้าไปนั่งข้างกายร่างบอบบาง
“เป็ความลับหรือไม่” หยวนอิงเอ่ยถาม
“ไม่”
“เช่นนั้นท่านเล่าให้ข้าฟังได้หรือไม่” หยวนอิงจ้องมองถังหลี่อย่างรอคำตอบขณะกล่าว
“เหตุใดไม่ได้กันเล่า เื่มันเป็เช่นนี้” ถังหลี่จึงเริ่มเล่าทุกสิ่งที่หยวนอิงสงสัยให้ฟัง