ผมเปิดแผนที่จากระบบ S.O.U.L. แล้วชี้นำให้โนไปตามเส้นทางที่บอก พอได้แผนที่มาแล้วทำความเข้าใจกับระบบของ S.O.U.L. ก็ทำให้ผมสามารถคาดคะเนสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในอาคารนี้ได้ อย่างเช่น หน้าจอบอกศัตรูที่จำนวนเท่าใด อยู่ตรงไหนบ้าง อันนี้สะดวกเอามาก ๆ
อารมณ์ถ้าเราไม่เปิดหมอกในเกม Red อ่ะครับ ถ้าไม่เปิดก็ไม่มีทางรู้ว่า ศัตรูทำอะไรอยู่ และถ้ารู้ศัตรูอยู่ไหนทำอะไรก็ได้เปรียบ แต่ข้อเสียเหมือนกลายเป็ฝ่ายนั้นมันก็รู้ว่า มีคนทำอะไรด้วยเหมือนกันนี่แหละ กลายเป็ทั้งผมทั้งมันน่าจะใช้แผนที่เดียวกัน ดังนั้นทางเดียวคือ ต้องเร็วกว่าพวกมันสามก้าว
ผมกับโนวิ่งไปตามทางมุ่งหน้าไปตามทาง ด้วยการปลดล็อกระบบทั้งหลายเอาไว้แล้วทำให้ไปได้สะดวก แต่เหมือนว่า เส้นทางด้านหน้าจะมีหมาเหล็กดักรอเอาไว้แล้ว
“โน”
“รับทราบ”
โนหยิบแท่งเหล็กมาเปลี่ยนเป็ดาบสั้นที่ใช้ในอาคารแคบได้แทน เธอฟาดดาบใส่หมาตัวหนึ่ง แล้วผมก็เปิดระบบการควบคุมบลัสเตอร์ออกแล้วยิงออกไปโดนหมาอีกตัวจนร่วง
หมาที่ถูกยิงถึงจะช็อตไปแล้ว แต่มันยังส่งเสียงติ๊ดๆๆ ผมรู้ว่านั่นเป็สัญญาณที่มันส่งไปยังเพื่อนๆ เพื่อให้ส่งกำลังเสริมมาเพิ่ม
ผมมองดูในแผนที่ จุดสีแดงจำนวนมากเริ่มเคลื่อนไหว พวกมันรู้ตัวแล้วและกำลังไล่ตามเรามา
“โน ไปทางนี้!”
“รับทราบ อย่าห่างจากฉันนะคะ มาสเตอร์”
ผมกับโนฝ่าออกไปจนใกล้ถึงห้องควบคุมหลักของอาคาร เพื่อปลดล็อกระบบขึ้นสู่ผืนดิน แต่พวกหมาเหล็กยังปรากฏตัวออกมาเรื่อย ๆ ตามคาดเอาไว้
เร็วเข้า!
ผมมองดูจุดสีแดง ต้องไปให้ถึงตรงนั้นก่อนที่จะสายเกินไป
เสียงฝีเท้าของพวกเราดังก้องอยู่ในทางเดินใต้ดิน ขณะที่ระบบ SOUL แจ้งเตือนให้ผมรู้ว่า จุดสีแดงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้า พร้อมเสียง “Ping” แหลมสูงที่ชวนสั่นประสาท
ผมหยุดชะงัก
ไฟสลัว ๆ จากเพดานสะท้อนกับโลหะบางอย่างในเงามืดด้านหน้า ก่อนที่เงานั้นจะขยับ เงาขนาดมหึมา พร้อมขาทั้งหกข้างที่ยื่นออกมาจากมุมมืดราวกับสัตว์ประหลาดจากนรก
เสียง “แคร้งงง… แคร้งงง…” ดังขึ้นเมื่อมันเคลื่อนที่ โลหะกระแทกพื้นเหมือนค้อนั์ตีลงกับเหล็กกล้า เสียงดังจนพื้นสั่นะเื
แมงมุมเหล็ก ร่างมหึมาของมันครอบคลุมเกือบทั้งทางเดิน ดวงตาสีแดงเรืองแสงราวกับเลเซอร์จับเป้าหมาย สแกนมาทางผมและโนช้า ๆ ก่อนจะหยุดที่ผมเหมือนพิจารณาว่าใครคือภัยคุกคามที่แท้จริง
แขนหน้าติดโล่ของมันชูขึ้น กระทบกันเสียงกริ๊กๆ จนแทบรู้สึกถึงแรงกระเพื่อมในอากาศ โล่นั้นไม่ใช่แค่เครื่องป้องกัน แต่มัน “ข่มขู่” เตือนว่า สิ่งใดก็ตามที่กล้าเข้าใกล้จะถูกทำลาย
อีกสองแขนของมันคล้ายเคียวโค้งั์ เปล่งแสงสีเงินวาววับเหมือนพร้อมจะหั่นเหล็กให้ขาดครึ่งได้ในพริบตา มันไม่รีบร้อน ไม่พุ่งเข้ามาเหมือนหมาเหล็ก แต่มัน “เฝ้า” เหมือนนักล่าที่มั่นใจว่าหนูจะไม่มีทางรอดจากกรง
ผมก้าวถอยอย่างช้า ๆ
โนหยุดยืนเบื้องหน้า สายตาของเธอแน่วแน่และนิ่งเฉียบ แต่ถึงอย่างนั้น แม้เธอจะไม่พูด ผมก็ััได้ถึงแรงกดดันที่แม้แต่ AI ยังประเมินได้ว่า…ศัตรูเบื้องหน้าคือระดับสูงสุด
ผมหันขวับไปมองทางแยกซ้าย — ถูกปิด
ขวา — ถูกหมาเหล็กปิดล้อม
เบื้องหน้า — แมงมุมเหล็กจ้องมองมาราวกับเทพมรณะที่เพิ่งตื่นจากนิทรา
“โน…ถอย!” ผมะโ
ผมให้โนถอยออกมาแล้ววิ่งย้อนตามแผนที่กลับไปทางเดิม พร้อมกับรับมือกับพวกหมาที่ไล่ตามมาไปพร้อม ๆ กัน กระทั่งมาถึงบริเวณสะพานเชื่อมระหว่างตึกที่อยู่ใกล้กับห้องตอนแรกสุด
เสียงฝีเท้าของพวกหมาเหล็กกระทบพื้นโลหะดังก้องไปทั่วทางเดินใต้ดิน ผมและโนวิ่งหนีอย่างไม่หยุดยั้ง
ผมกับโนวิ่งสุดฝีเท้าในทางเดินแคบ เสียงของพวกเครื่องจักรยังไล่มาเรื่อย ๆ เสียงคำรามของแมงมุมเหล็กสะท้อนตามผนังอย่างต่อเนื่อง พวกหมาเหล็กเห่าหอนลั่น ราวกับเสียงปีศาจที่คอยเร่งฝีเท้าเราให้เร็วขึ้นอีก
เราพุ่งเข้าทางแยกที่จำได้ว่าเคยใช้มาก่อน แล้วหันซ้าย — ทันใดนั้นผมก็ต้องเบรกตัวเองแทบไม่ทัน
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือ “ซากปรักหักพัง” ของกำแพงที่พังถล่มลงมาปิดทางไว้ทั้งหมด
ควันฝุ่นยังคละคลุ้ง เศษซากเหล็ก ผนังคอนกรีต และท่อที่หักพังทับซ้อนกันเหมือนโดนแรงะเิมหาศาลถล่มไว้ก่อนหน้า ไม่มีช่อง ไม่มีช่องว่างให้ลอด ไม่มีทางให้ปีน
ผมพุ่งเข้าหากองซาก ผลัก เศษเหล็กออก โยนเศษปูนที่เกยกันอย่างไร้ทิศทาง แต่ยิ่งดันก็ยิ่งมั่นใจว่า “มันตันจริง ๆ”
โนเข้ามายืนข้างผม เธอไม่ได้พูดอะไร สีหน้าเรียบนิ่ง แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้สถานการณ์นี้ดูสิ้นหวังยิ่งกว่าเดิม เพราะแม้แต่ AI ที่ควบคุมการประเมินสถานการณ์ได้แม่นยำ… ก็ยัง “เงียบ”
เสียงกึกกักของขาแมงมุมเหล็กเริ่มใกล้เข้ามา เสียงครูดโลหะของเคียวขูดกับผนังเป็จังหวะเหมือนเข็มนาฬิกานับถอยหลัง
ติ๊ก…
ติ๊ก…
ติ๊ก…
เราไม่มีทางเลือกอื่น
ผมเหลือบตามองเพดาน แผ่นเหล็กบางส่วนหล่นลงมาจากแรงสั่นะเื แสดงว่าแม้แต่โครงสร้างอาคารตรงนี้ก็เริ่มไม่มั่นคง
หัวใจเต้นแรงแบบไม่ใช่เพราะวิ่ง แต่เพราะกลัว… นี่ไม่ใช่เกม ถ้าผมพลาดหมายถึงความตาย เราจะตายที่นี่ใช่ไหม?
ในหัวมีแค่เสียง “ติ๊ก…ติ๊ก…” จากความตายที่กำลังไล่ล่า
จู่ๆ ผมก็นึกถึงคำพูดของอาจารย์ขึ้นมา “ฉันชอบดนตรีค่ะ ถึงไม่มีคนฟังฉันก็จะเล่น” แล้วกระซิบในใจว่า “ผมก็เหมือนกัน ถึงจะไม่มีโอกาสชนะ ผมก็จะสู้”
ผมรีบปีนขึ้นไปข้างบนกองสิงของนั้น มีแต่ทางนี้เท่านั้นที่เรายังไปต่อได้
“โน ปีนขึ้นไปข้างบน”
ดูเหมือนว่าสิ้นหวัง แต่พยายามไปให้สูงที่สุด โดยไม่มีทางออก
“…”
โนะโตามขึ้นมา
พวกเครื่องจักรตามเข้ามาในห้อง ดวงตาสีแดงของมันจับจ้องพวกเราที่พยายามปืนขึ้นไปบนซากซีเมน ถ้ามันมีอารมณ์ขันมันอาจจะหัวเราะเยาะพวกเราอยู่ก็ได้
ผมปืนขึ้นไปจนสูงราวๆ ชั้นสองของอาคาร เ้าแมงมุมั์หยุดอยู่ตรงหน้าราวกับจะหยอกล้อ เหล่าสุนัขโอบล้อมรอบๆ พวกผมเป็ครึ่งวงกลม ไม่มีทางหนี
ดูเหมือนว่าเราจะต้องตายแน่แล้ว
แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ผมเฝ้ารออยู่
“โน ทำให้เกิดช่องบนเพดานซะ!" ผมสั่ง
ทั้งหมดเป็แผน จากแผนที่ซึ่งผมมองเห็นในระบบ S.O.U.L. ้าของห้องนี้คือพื้นที่ส่วนที่จมอยู่ใต้น้ำแล้ว
โนไม่ลังเล เธอะโขึ้นกลางห้อง แล้วเปลี่ยนแท่งเหล็กในมือให้ยาวขึ้นเป็หอก ก่อนจะเหวี่ยงขึ้นสุดแรงแทงทะลุเพดานด้วยเสียง ตึง!
“เป้าหมายเหนือศีรษะ พื้นที่เพดานบาง… ตรวจพบแรงดันน้ำ้า” เสียงระบบจาก S.O.U.L. ดังขึ้นในหัวผมทันที
โครม!!!
เพดานเบื้องบนแตกกระจายเป็รูโหว่ ขณะที่เสียงคำรามของแรงดันดังแทรกเข้ามา
จากนั้น…
ฟ่อออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ!!!
น้ำมหาศาลทะลักลงมาจากรอยแยกนั้นราวกับเขื่อนแตก เสียงกึกก้องเหมือนฟ้าร้องในถ้ำ น้ำถาโถมลงสู่พื้นราวกับ “น้ำตกจากนรก” แผ่กระจายเป็วงกว้างภายในไม่กี่วินาที
ละอองน้ำตีกลับมาโดนหน้าอย่างแรง เย็นเฉียบ แต่กลิ่นเหม็นสนิมชัดเจน เตือนว่านี่ไม่ใช่น้ำใสสะอาด หากแต่เป็ “น้ำเน่า” จากระบบใต้ดินที่ขังอยู่มานานนับร้อยปี
น้ำขุ่นคลั่กผสมเศษซากพุ่งลงราวกับมีชีวิต พื้นเริ่มเอียงและกลายเป็ทะเลสาบขนาดย่อมในห้อง
พวกหมาเหล็กถูกน้ำซัดล้มระเนระนาด บางตัวชอร์ตตายทันทีเมื่อวงจรโดนความชื้น
แมงมุมเหล็กหยุดนิ่งไปชั่วครู่ ราวกับมัน “ใ”
ใบหน้าของมันไร้อารมณ์ แต่การหยุดขาไว้กลางอากาศบอกได้ชัดว่ามันลังเล
…แค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น
มันกลับมาก้าวต่อ พร้อมคำรามเบาๆ จากในลำตัว ขาโลหะเหยียบลงบนผิวน้ำที่แผ่ปกคลุมทั่วพื้นอย่างไม่เกรงกลัว มันเย้ยหยันน้ำที่ไหลลงมา ไม่แยแสกับพวกเราที่กำลังสั่นกลัว
แต่นั่นแหละ…
คือสิ่งที่ผมรออยู่
ผมยกมือขึ้น คำสั่งในหัวผุดขึ้นมาอัตโนมัติจากระบบ S.O.U.L.
[ระบบบลัสเตอร์พร้อมใช้งาน: 100%]
แสงสีฟ้าเรืองที่ปลายนิ้ว ผมเหยียดแขนไปข้างหน้า ทำมือเป็รูปไกปืน แล้วสูดลมหายใจเข้า…
“Shoot”
เสียงสั่งนั้นแทบไม่ทันหลุดออกจากปาก แสงจ้าในรูปของสายฟ้าแปรปรวนก็พุ่งออกมาจากปลายนิ้ว เปรี้ยง! สายพลาสม่าทะลุอากาศด้วยเสียงแหลมสูง กระแทกลงบนพื้นน้ำที่ท่วมไปทั่วห้อง
บึ้ม!
เสียงะเิจากแรงดันไฟฟ้าและน้ำกระแทกผนังดังก้องะเืทั่วห้อง แสงไฟฟ้าสีน้ำเงินกระพริบราวกับฟ้าผ่าต่อเนื่องกันหลายวินาที น้ำที่เคยนิ่งกลายเป็สนามพลาสม่า
สิ่งที่ทำให้ผมคิดได้คือโล่ที่แขนของมัน
เพราะแมงมุมเหล็กฝ่าห้องพลาสม่าได้ เราจึงคิดว่าพลาสม่าไม่มีผลกับมัน?
แต่เป็อย่างนั้นจริงเหรอ?
ถ้าพลาสม่าไม่มีผลกับมันทำไมมันต้องมีโล่ที่แขน?
ถ้าโล่ของมันแข็งนัก ก็หาทางโจมตีส่วนที่โล่ป้องกันไม่ได้เสียก็สิ้นเื่
เวลานี้ด้านล่าง ส่วนท้องของแมงมุมกำลังแช่น้ำอยู่เต็มๆ น้ำเป็สื่อนำไฟฟ้าช็อตเข้าใส่แมงมุม
แมงมุมเหล็กชะงักทันที ร่างของมันเริ่มสะท้าน
เสียง “แช่กๆๆ” จากวงจรช็อตดังกระหึ่ม ตัวถังของมันเริ่มควันขึ้น เสียงเครื่องจักรภายในกรีดร้องเหมือนมนุษย์เ็ป
แต่มันยังไม่ล้ม ดูเหมือนว่าเพราะน้ำกระจายไฟฟ้า ทำให้มันไม่รุนแรงเหมือนโดนเต็มๆ
ผมกัดฟันแน่น มือสั่น ปลายนิ้วยังชี้ค้างไว้
เสียงเครื่องจักรภายในแมงมุมเหล็กยังครวญคราง สั่นะเืเป็จังหวะสยอง แต่มันยัง “ไม่ตาย”
บนจอระบบขึ้นเตือน
[บลัสเตอร์คูลดาวน์: 20 วินาที]
ยี่สิบวินาทีเหรอ?
ผมมองพวกมันยังยืนอยู่ในน้ำ พวกหมาก็เริ่มฟื้นขึ้นมาบางตัว แมงมุมเหล็กยังขยับเล็กน้อย ลำแสงจากตาแดง ๆ ของมันยังไม่ดับ เหมือนสัตว์ประหลาดที่ยังไม่สิ้นฤทธิ์
สิบเก้าวินาที…
ใจผมเต้นแรงเหมือนจะะเิ
นี่มันบ้าไปแล้ว แผนบ้าอะไรของฉันกัน?
“มันจะไม่เวิร์กใช่มั้ย…” ผมพึมพำเบา ๆ เหงื่อไหลเข้าตา เค็มปี๋
ผมหายใจเข้าลึก สูดกลิ่นน้ำสนิมและกลิ่นไหม้ของวงจรไฟฟ้า
ในหัวผุดคำถามที่ไม่อยากได้ยินขึ้นมาเอง
ถ้ามันไม่ล้มล่ะ?
ถ้ามันกันได้หมดล่ะ?
แล้วฉันจะทำยังไงต่อ?
จะดูโง่แค่ไหนที่ลากโนมาติดตายไปด้วยกัน?
สิบสามวินาที…
“เร็วสิ เร็วเข้า…” ผมพึมพำเหมือนคนบ้า
ราวกับการพูดจะช่วยให้เวลามันเดินเร็วขึ้น
มือเริ่มชา… ไม่รู้เพราะแรงกดจากนิ้ว หรือเป็เพราะ “ความกลัว”
เ้าแมงมุมยังขยับ
มันยกโล่ขึ้นอีกครั้ง แขนข้างหนึ่งเหมือนกำลังเตรียมเหวี่ยงมา
ผมเห็นแสงจากเคียวด้านหน้าสะท้อนใส่ตาผมเอง — มันกำลังจะสวนกลับ!
เสียงคำรามเบา ๆ ด้านหลัง ไม่รู้ว่าคือหมาอีกตัวหรือว่าเสียงตัวเองในหัว
“ไม่นะ อย่าฟื้นตอนนี้…”
ผมแทบไม่รู้จะทำอะไรนอกจากภาวนา
ภาวนาให้ไฟฟ้ามันยังแรงพอ
ภาวนาให้แมงมุมมันกลัวจริง
ภาวนาให้… สิ่งที่ผมเดิมพันทั้งหมดไว้ ได้ผล
สิบวินาที…
ผมเห็นมันยังยืนอยู่ในน้ำ ขาหลังทั้งสองข้างยังฝังอยู่กับพื้นราวกับโดนแช่แข็งจากแรงไฟฟ้า ร่างกายเกร็งกระตุก เบาเหมือนหุ่นกระบอกที่ถูกตัดเชือก
โล่ตกไปข้างหนึ่ง ควันยังคลุ้งขึ้นจากจุดเชื่อมของขา
“…เราชนะแล้ว” ผมพึมพำออกมาแทบไม่เชื่อ
ขาของมันขยับไม่ได้แล้ว มันจะเข้ามาโจมตีเราไม่ได้ จากระยะตรงนั้น มันเข้ามาโจมตีเราไม่ได้ ผมลอบถอนหายใจ เหลือแค่รอเวลาให้ยิงซ้ำได้อีกนัด
แปดวินาที…
ผมกำลังจะประกาศชัยชนะแต่ เสียง “แกร๊ก” ดังขึ้น
ผมชะงัก… แล้วมองดูที่มาของเสียง
มันยก “แขน” ข้างหนึ่งขึ้น — แขนข้างที่มีโล่ติดอยู่ มันกำลังหักข้อต่อของตัวเอง
ก่อนจะฉีกกระชากแขนที่ติดคมดาบของตัวเองออก!
เฮ้ย!!
มันจับแขนของตัวเองที่ถูกฉีกออก และกะระยะเพื่อจะขว้างใบมีดั์นั้น
เมื่อเคลื่อนไหวไม่ได้ ก็โจมตีระยะไกลซะก็สิ้นเื่งั้นเหรอ?
บ้าเอ๊ยเพราะแบบนี้แหละผมเลยเกลียด BOT