ภายในโถงถ้ำ ความเงียบเข้าครอบงำอย่างหนักอึ้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจที่ไม่สม่ำเสมอของคนทั้งสี่ และเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหินเป็จังหวะ กลิ่นคาวเืฉุนเข้มผสมกับกลิ่นไหม้จางๆ ลอยคละคลุ้ง ร่างไร้ชีวิตอันมหึมาของอสูรงูเพลิงเกล็ดอัคคี (火鳞炎蛇 - ฮั่วหลินเหยียนเสอ) บัดนี้นอนสงบนิ่งอยู่กลางโถง กลายเป็อนุสรณ์อันน่าสะพรึงถึงการต่อสู้อันดุเดือดที่เพิ่งผ่านพ้นไป
"แฮ่ก... แฮ่ก... มัน... มันตายแล้วจริงๆ" ซูเม่ยพึมพำเสียงสั่น นางทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง แผ่นหลังเล็กๆ พิงกับผนังถ้ำเย็นเฉียบ ดวงตาของนางยังคงเบิกกว้างเล็กน้อย มองซากอสูรด้วยความรู้สึกที่ทั้งโล่งใจและหวาดหวั่นระคนกัน
ศิษย์พี่หลิวยืนตัวแข็งทื่อ มือข้างหนึ่งยังคงกำพัดเหล็กที่เพิ่งเก็บมาได้แน่น ส่วนอีกข้างยกขึ้นกุมหน้าอกบริเวณที่ถูกกระแทก ใบหน้าซีดขาวของเขาแสดงความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความเ็ปทางกาย ความตกตะลึงจากเหตุการณ์ และแววตาที่ซับซ้อนเมื่อเหลือบมองไปยังเิเหยียน (孟言) เป็ครั้งคราว
เจิ้งอี้เป็คนแรกที่เริ่มขยับได้ เขาค่อยๆ ลดกระบี่ในมือลง พยายามปรับลมหายใจที่ขาดห้วงให้กลับมาเป็ปกติ พลังปราณ (灵气 - หลิงชี่) ในร่างแทบเหือดแห้ง เข่าของเขาอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่ แต่เขาก็ยังคงฝืนยืนหยัดไว้ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ อย่างประเมินสถานการณ์ ก่อนจะหยุดลงที่ร่างเล็กๆ ของเิเหยียน ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ไม่ไกล ราวกับว่าการต่อสู้เมื่อครู่ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อเด็กคนนั้นเลย
เิเหยียน (เร็นไซ - 古岳蓮齋) ยืนหลับตาลงครู่หนึ่ง ััถึงความปั่นป่วนภายในเส้นชีพจรของร่างนี้อย่างชัดเจน 'การรับและส่งผ่านพลังงานธาตุไฟเมื่อครู่ เกินกว่าที่ร่างกายนี้จะรับไหวจริงๆ แม้จะสำเร็จ แต่ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อย คงต้องเร่งฟื้นฟูและทำความเข้าใจการควบคุมพลังฟ้าดิน (天地之力 - เทียนตี้จือลี่) ให้มากกว่านี้' เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองไปยังกลุ่มศิษย์ที่ต่างก็อยู่ในสภาพอิดโรย
"ศิษย์พี่เจิ้งอี้ าเ็มากหรือไม่ขอรับ?" เสียงเรียบๆ ของเิเหยียนดังขึ้น ทำลายความเงียบภายในถ้ำ
เจิ้งอี้หันมามอง ส่ายหน้าช้าๆ "แค่พลังปราณ (灵气 - หลิงชี่) หมดสิ้นไป...ต้องใช้เวลาฟื้นฟู" เขามองไปยังซากอสูร "ต้องขอบคุณเ้า...เิเหยียน หากไม่ได้เ้าชี้แนะจังหวะและ...ทำอะไรบางอย่างกับมันเมื่อครู่ พวกเราคง..." เขาเว้นคำพูดไว้ แต่ความหมายนั้นชัดเจน
"ข้าก็แค่...พยายามเอาตัวรอดเท่านั้นขอรับ" เิเหยียนตอบเลี่ยงๆ ก้มหน้าลงเล็กน้อย ไม่้าสบสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเจิ้งอี้โดยตรง 'การได้รับความสนใจมากเกินไปในตอนนี้ไม่ใช่เื่ดี การสงบนิ่งและสังเกตการณ์ต่อไป คือทางเลือกที่เหมาะสมกว่า'
"เฮอะ! เอาตัวรอดงั้นรึ?" ศิษย์พี่หลิวพึมพำออกมา แม้จะยังเจ็บ แต่ความรู้สึกอิจฉาและไม่ยอมรับก็เริ่มกลับมา "ข้าว่าเ้ามันอาศัยโชค (侥幸) เสียมากกว่า! แล้วเมื่อกี๊เ้าทำอะไรกับอสูรนั่นกันแน่ ใช้ก้อนหินปาตามันยังพอว่า แต่ไอ้ตอนที่เ้าไปแตะตัวมันน่ะ มันคืออะไร?!" เขาถามอย่างคาดคั้น
เิเหยียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองหลิวด้วยแววตาเรียบเฉย "ข้าบอกแล้วว่าไม่ทราบขอรับ อาจจะเป็เพราะก้อนหินที่ข้าเก็บได้"
"เหลวไหล! ก้อนหินธรรมดาจะทำให้อสูร (妖兽 - เยาโซ่ว) ระดับหลอมรวมปราณ (凝气境 - หนิงชี่จิ้ง) เป็ถึงขนาดนั้นได้อย่างไร!" หลิวไม่เชื่อ
"พอเถอะหลิว" เจิ้งอี้ปรามเสียงเรียบ แต่แฝงอำนาจ "ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาซักไซ้เื่นั้น สิ่งสำคัญคือพวกเรารอดมาได้ ควรจะรีบฟื้นฟูพลังปราณและตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป" เขาหันไปมองซูเม่ย "เ้าไหวหรือไม่?"
ซูเม่ยพยักหน้า "ข้า...ข้าพอไหวเ้าค่ะ"
"ดี เช่นนั้นพวกเรานั่งลงฟื้นฟูพลังกันก่อน ข้าจะแบ่งศิลาปราณ (灵石 - หลิงสือ) ให้" เจิ้งอี้กล่าวพลางหยิบศิลาปราณสองสามก้อนออกมาจากถุงสัมภาระ ส่งให้หลิวและซูเม่ย ส่วนตนเองก็หยิบมากำไว้ในมือ เริ่มโคจรพลังปราณเพื่อฟื้นฟู
เิเหยียนเห็นดังนั้น ก็เลี่ยงไปนั่งพิงผนังถ้ำอีกมุมหนึ่งอย่างเงียบๆ เขาไม่ได้ร้องขอศิลาปราณ และเจิ้งอี้เองก็ดูเหมือนจะลืม (หรือจงใจ) ที่จะให้เขา 'ก็ดี...ข้าจะได้ลองดูว่าการฝึก 'ลมหายใจแห่งห้าจักรวาล' ตามวิถีห้าจักรวาลในหนึ่งจิต (五輪一心法 - โกะริน อิชชินโป) จะช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายหลังการต่อสู้ได้ดีเพียงใด การพึ่งพาตนเองคือหนทางที่แท้จริง' เขาหลับตาลง เริ่มโคจรลมหายใจตามหลักการที่คุ้นเคย พยายามดึงพลังฟ้าดินที่เบาบางในถ้ำเข้ามาหล่อเลี้ยงร่างกายอย่างช้าๆ
ศิษย์พี่หลิวมองเิเหยียนด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เขารีบใช้ศิลาปราณฟื้นฟูตนเอง ส่วนซูเม่ยก็ทำเช่นเดียวกัน
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย เจิ้งอี้ลืมตาขึ้นเป็คนแรก สีหน้าของเขาดูดีขึ้น แต่ก็ยังคงซีดขาวอยู่ เขามองไปยังซากอสูรงูเพลิง "พวกเราควรจะจัดการกับซากนี่อย่างไรดี? แก่นอสูร (妖丹 - เยาตัน) ระดับหลอมรวมปราณขั้นกลาง (凝气境中期 - หนิงชี่จิ้งจงชี) ย่อมมีค่ามหาศาล"
"แต่การชำแหละมันตอนนี้เสี่ยงเกินไป" ซูเม่ยแย้ง "กลิ่นเือาจจะล่ออสูรตัวอื่นมา"
"ข้าเห็นด้วยกับซูเม่ย! รีบไปจากที่นี่กันเถอะ!" หลิวรีบกล่าวสนับสนุน เขายังไม่อยากเสี่ยงเจออะไรอีก
เจิ้งอี้ครุ่นคิด "ถ้าเช่นนั้น เราอาจจะทำได้เพียงเก็บส่วนที่สำคัญที่สุดและเร็วที่สุดไปก่อน เช่น เขี้ยวพิษ หรือเืบางส่วน แล้วค่อยหาทางกลับมาใหม่ภายหลัง"
ขณะที่พวกเขากำลังปรึกษากันอยู่นั้นเอง เิเหยียนที่นั่งหลับตาอยู่ก็พลันลืมตาขึ้น! ประสาทััตามหลัก "ฟูริน" (風輪) ของเขาััได้ถึงบางสิ่ง!
"มีบางอย่าง...กำลังเคลื่อนไหวอยู่ลึกเข้าไปในถ้ำขอรับ!" เขากล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงความตื่นตัว "และมีจำนวน...ไม่น้อยเลย"
(จบตอนที่ 11)