ปกป้องข้าที ข้าอ่อนแอ!
01 ร่างนี้คือคนหรือคือผัก?
ในขณะที่ทั้งร่างกายและสมองหมุนติ้วจนน่าเวียนหัว ชายหนุ่มสับสนมึนงง ภาพข้างหน้ามีสีดำสนิท ััไม่ได้ว่าขณะนี้ตนเองลืมตาหรือหลับตาอยู่
ภาพเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่รู้จักแต่กลับคล้ายประสบพบเจอด้วยตนเอง ลอยผ่านสายตาไปเป็ฉากๆ ใบหน้าผู้คนมากมายที่เคยคุ้นหันมาส่งยิ้มให้อย่างใจดี ความทรงจำก้อนใหม่ ซึมผ่านสมองไปอย่างรวดเร็วจนศีรษะปวดรุนแรง
ร่างกายของชายหนุ่มกระตุกเฮือก เปลือกตาที่เคยปิดแน่นสนิทเปิดออก เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว ความเจ็บเสียดช่องท้องทำให้เขาต้องทำหน้าเหยเก
“คุณชาย! คุณชายขอรับ!”
เสียงร้อนรนลอดผ่านเข้าหูที่กำลังอื้ออึง เขาหอบหายใจแรง เหลือบตาไปดูยังต้นเสียง พบว่ามีเด็กหนุ่มใบหน้าเจือความร้อนรน กำลังคุกเข่าอยู่ข้างตั่งที่เขานอนอยู่
เขาขมวดคิ้วสงสัย เสื้อผ้าที่เด็กหนุ่มคนนี้ใส่อยู่ดูแปลกตา... เหมือนหนังจีนกำลังภายใน?
“คุณชายรู้สึกตัวแล้ว! ให้ข้าน้อยเรียกหมอดีหรือไม่ขอรับ?”
“…เอ๊ะ? หืม?”
เขางุนงงกว่าเดิม เบนสายตาจากเด็กหนุ่มคนนั้นไปมองรอบๆห้อง เขากะพริบตาถี่ๆเพื่อไล่ความขุ่นมัวของคนเพิ่งตื่นออกไป
ขณะนี้ เขากำลังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่มีการตกแต่งแปลกประหลาดห้องหนึ่ง... เหมือนยุคจีนโบราณไม่มีผิด...
“นี่... อย่าบอกนะว่า...”
ชายหนุ่มหลับตา เม้มปากแน่น แล้วจึงกระซิบออกมา
“เฮ้อ... ไม่เอาแบบนี้...”
.
เขาชื่อดิน เป็ชายหนุ่มไฟแรง แต่ชีวิตที่กำลังไปได้สวยกลับต้องสะดุดลง ในขณะที่เขาและเพื่อนร่วมงานทั้งบริษัทยกโขยงมาเที่ยวประจำปีที่ประเทศจีน กลับบังเอิญไปชนกับนักล้วงกระเป๋าเข้าให้ เขาทั้งจับทั้งยื้อยุดสุดแรงไม่ให้เ้าโจรหนีไปได้
...แต่เขาไม่คาดคิดว่า เ้าโจรหน้าโหดร่างผอมแกร็นแบบนั้นจะพกมีดมาด้วย
ก่อนที่จะรู้ตัว เขาก็โดนโลหะวาววับนั้นแทงสวบเข้าที่หน้าท้อง สติของเขาหลุดลอยไป... จนกระทั่งมารู้สึกตัวอีกทีตอนนี้นี่แหละ!!!
“คุณชาย...” เด็กหนุ่มหน้ามนยังคงกังวลเมื่อนายของเขาไม่ขานรับ ร่างเล็กหันซ้ายทีขวาทีด้วยไม่รู้ควรทำตัวเช่นไร
“...ข้าไม่เป็ไร”
เขาพูดตอบแล้วเอะใจขึ้นมาทันที อ่า... เมื่อครู่เขาใช้คำว่า‘ข้า’ไปสินะ บังเอิญเผลอใช้ไปตามจิตสำนึกเสียได้ แถมนี่ยังเป็ภาษาจีนอีกต่างหาก ชายหนุ่มสะบัดหัวไล่ความมึนงงออกไป
“คุณชายรู้สึกเป็อย่างไรบ้างขอรับ? เ็ปไหมขอรับ? ให้ข้าน้อยตามหมอดีกว่าไหมขอรับ?” เด็กน้อยถามเร่ง
แต่สมองของชายหนุ่มกำลังมึนงงจนไม่ได้สนใจฟัง ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะหลุดเข้ามาในยุคจีนโบราณตามแบบแผนของนิยายต่างๆที่เคยอ่าน
ไม่คาดคิดว่าจะต้องมาเกิดเื่แบบนี้กับตนเองจนได้!
แทนที่จะโศกเศร้า หากแต่หัวใจของเขากำลังเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น เขาจ้องมองไปทั่วห้อง
เครื่องใช้และของตกแต่งต่างๆส่งผลให้นิสัยนักออกแบบอย่างเขาพองฟู เมื่อเห็นภาชนะสามขามีลวดลายคุ้นๆเืในกายบอบบางจึงสูบฉีดแรง ลืมว่าต้องเศร้าเสียใจไปหมดสิ้น
เขานิ่งคิด... ร่างกายนี้ที่เขาใช้อยู่คือของผู้ใด? คล้ายจะมีความทรงจำเหลืออยู่ภายในร่าง สิ่งที่เขาเห็นในภวังค์เ่าั้คือทรงจำในร่างนี้นี่เอง
เ้าของร่างนี้มีนามว่า ‘ลู่เว่ยหลง’ เื่ราวในความทรงจำค่อยๆซึมเข้าสู่กระแสความคิด เขาเหลือบไปมองหน้าเด็กหนุ่มอีกครั้ง
เด็กคนนี้ชื่อ ‘จิ้นฝาน’ เขาเป็เด็กรับใช้ที่ประมุขตระกูลฉินเ้าของจวนที่นี่มอบให้มารับใช้เขาเมื่อหนึ่งหนาวที่แล้ว
“คุณชายขอรับ คุณชายไม่ได้สติมานานมาก ร่างเกอของคุณชายก็ดูคล้ายจะรับมือกับาแไม่ไหว ข้าน้อยตัวผู้เดียวก็ไม่รู้จะช่วยเหลือคุณชายเช่นไร”
เขาฟังเด็กน้อยพร่ำเงียบๆ พลางนึกถึงร่างกายใหม่นี้
ใช่แล้ว ร่างนี้คือลู่เว่ยหลง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของตระกูลลู่ อายุเกือบแตะยี่สิบหนาว เขาคนนี้มีอุปนิสัยเรียบร้อย สุภาพ อ่อนหวาน ออกจะขี้กลัว(อย่างมาก) และขี้ใ(สุดๆ) แถมยังมีร่างกายอ่อนแอเหลือกำลัง
และที่สำคัญ... เขาเป็ ‘เกอ’
ในโลกใบนี้มีเพศสภาพที่เรียกว่าเกอ เป็บุรุษซึ่งสามารถตั้งครรภ์ได้ เนื่องจากโลกยุทธิ์แห่งนี้ต้องปรับตัวให้ทั้งสองเพศมีความสมดุล
ร่างกายของเกอมีความเป็เพศชายก็จริง แต่ก็จะมีความก้ำกึ่งอย่างเห็นได้ชัด โดยขนาดตัวจะเตี้ยกว่าบุรุษทั่วไป หรือมีใบหน้างามอ่อนช้อยกว่าเพศดั้งเดิม
เพราะเป็เกอนี่เอง จึงทำให้ลู่เว่ยหลงผู้นี้มีร่างกายบอบบาง อ้อนแอ้น ผิวขาวซีดราวกับหยวก ใบหน้ารูปไข่ที่ได้รับมาจากมารดาดูจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโต เส้นผมที่ยาวตรงจนถึงกลางหลังมีสีน้ำตาลเข้ม จัดว่าโดยรวมดูดีทีเดียว
ชายหนุ่มหยุดความคิดก่อนถอนหายใจ ...ได้มาเกิดใหม่ทั้งทีทำไมต้องมาทิ้งเขาไว้ในร่างเกอด้วยนะเ้าดินเอ๊ย... ‘ดิน’ ในร่าง ‘ลู่เว่ยหลง’ ร้องระทมในใจ
ชีวิตในภพก่อนถึงจะไม่หวือหวาแต่ก็ไม่แย่ เป็ห่วงก็แต่น้องสาวที่คงเหลือตัวคนเดียว แต่ในเมื่อทุกสิ่งกำหนดมา ให้เขารับ่ต่อจากคุณชายท่านนี้ในร่างนี้ ก็คงจะต้องแบกรับชะตากรรมกันไป เขายังไม่อยากตายอีกรอบหรอกนะ...!
เมื่อเขาพยายามขยับตัวขึ้นนั่ง ลู่เว่ยหลงสะดุ้งเฮือกร้องออกมาทันที ความเจ็บแปลบรุนแรงจนแทบทนไม่ไหวในช่องท้องส่งผลออกมา
“โอ้ย!!!”
“คุณชาย! อย่าเพิ่งลุกขอรับ!” จิ้นฝานระล่ำระลักบอกห้าม
“คุณชายอย่าขยับตัวเลยนะขอรับ” มือหยาบของคนตัวเล็กกดไหล่ของลู่เว่ยหลงให้นอนราบกับตั่งอย่างเบามือ
คนร่างบางล้มลงนอนท่าเดิมอย่างว่าง่าย หอบหายใจกระชั้นด้วยข่มความเ็ป ความปวดร้าวจากหน้าท้องใต้ลิ้นปี่แผ่กระจายออกมาจนรู้สึกรวดร้าวไปถึงหลัง ใบหน้าหวานขาวซีดไร้สีเื
“แผลของคุณชายยังไม่หายดีนะขอรับ หากขยับตัวมาก แผลจะเปิดอีกครั้งได้ พะ...เพราะคุณชาย มะ..ไม่มีปราณ”
จิ้นฝานพูดเสียงเบา เด็กหนุ่มค่อยๆก้มหน้าลงพูดอุบอิบ ก่อนเหลือบตามองดูลู่เว่ยหลงอย่างกล้าๆกลัวๆ คุณชายของเขาไม่มีปราณ าแจึงหายช้าไม่ต่างจากคนธรรมดา
ลู่เว่ยหลงกะพริบตาปริบๆ ...ไม่มีปราณ? ...แผล? ... แผลอะไร?
เขานอนหายใจแรง รอจนอาการเจ็บค่อยทุเลาลงจึงค่อยคิดตาม อ้อ... จริงสินะ คุณชายลู่ผู้นี้มีปราณเพียงน้อยนิดจนเหมือนไม่มี แล้ว... าแงั้นเหรอ?
ลู่เว่ยหลงผงกหัวสูงขึ้นจากหมอน จิ้นฝานรีบพุ่งตัวมาเอามือรองรอบต้นคอของเขา มือขาวค่อยๆแหวกสาบเสื้อสีขาวด้านหน้าลำตัวตนออกช้าๆไม่ให้กระเทือนจนรู้สึกเจ็บ จนกระทั่งเห็น่อกของตนเองที่มีปานสีแดงที่หน้าอกซ้าย
ปานนี้คือสัญลักษณ์ที่มีมาั้แ่เกิดของเกอ
เขาออกแรงดึงเสื้อเพิ่มจนคอเสื้อหลุดลุ่ยออกกว้าง เผยให้เห็น่ท้องที่มีผ้าบางสีขาวพันวนรอบเอว มีสีแดงซึมจางๆรอยเส้นตัดขวางลำตัวเป็แนวยาว
“นี่มัน?” ลู่เว่ยหลงพึมพำ เขาจำไม่ได้ว่าแผลนี้ได้มาอย่างไร
“แผลนี้... คุณชาย...” จิ้นฝานอึกอักแล้วพูดต่อเบาหวิว “คุณชายจะคว้านท้องตนเองขอรับ แต่ข้าน้อยมาพบเข้าเสียก่อน จากนั้นคุณชายจึงหมดสติไปเพราะเ็ปและเสียเืมากขอรับ”
จิ้นฝานพูดเสียงเบา มือที่รองคอคุณชายอยู่เริ่มสั่นเทาและเย็นเฉียบ ลู่เว่ยหลงเบิกตากว้างจ้องมองจิ้นฝานด้วยสายตาไม่เชื่อ
“ข้าแทงตนเอง? จะเป็ไปได้อย่างไร”
“จริงแท้แน่ขอรับ ข้าน้อยเป็ผู้ดึงมีดจากมือคุณชายเองขอรับ”
ลู่เว่ยหลงคนก่อนในความทรงจำของเขา เป็คนขี้กลัวจนเรียกได้ว่าขี้ขลาด เพียงเห็นเืเล็กน้อยก็แทบเป็ลม าเ็เล็กน้อยก็ร้องโอดโอย คนแบบนี้นี่นะที่แทงตนเอง?
การแทงตนเองเหมือนซามูไรแบบนี้จะต้องมีจิตใจแน่วแน่เป็อย่างมาก หมายความว่าคุณชายท่านนี้มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าเพื่อทำร้ายตัวเองหรือ?
นี่เขาต้องมาใช้ชีวิตต่อจากคุณชายที่ทิ่มพุงตนเองหรือนี่...?
โอ้ว มาย ก๊อด!!!
จิ้นฝานค่อยวางศีรษะของคุณชายลงบนหมอนอย่างเบามือแล้วจึงช่วยจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ลู่เว่ยหลงถึงจะยังตื่นตะลึงแต่ก็เกิดประทับใจเด็กน้อยผู้นี้ จิ้นฝานมีความภักดีและขยันขันแข็งอยู่มากทีเดียว
“ข้าทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไร” เขาถามเสียงเบา
จิ้นฝานมีสีหน้างงงวย พูดเสียงสลด “คุณชายจำสิ่งใดไม่ได้เลยหรือขอรับ”
“อืม... จำไม่ได้เลย” เขาพยายามหวนนึกถึงเหตุการณ์แทงตนที่ตัวของเขาเป็คนทำเอง แต่กลับจำอะไรไม่ได้
ภาพเหตุการณ์ในหัวคล้ายมีหมอกหนาบดบังจนจับใจความไม่ถนัด
“ข้าน้อยเองก็ไม่ทราบเช่นกันขอรับคุณชาย คุณชายไม่ได้พูดคุยเื่นี้กับข้าน้อยเลย” จิ้นฝานพูดในลำคอก้มหน้านิ่งเขาถอยกลับไปนั่งคุกเข่าข้างตั่งเช่นเดิม
ลู่เว่ยหลงนอนขมวดคิ้วมุ่น
เพราะเหตุใดหรือเพราะใครกัน... ที่ทำให้คุณชายลู่ผู้ขลาดกลัวตัดสินใจทำเื่ใหญ่ปานนี้ได้กันนะ? ชายหนุ่มเก็บคำถามนี้ไว้ในใจ ถึงจะยังจำอะไรไม่ได้แต่เื่นี้เขาจะไม่มีวันปล่อยผ่านไปแน่ๆ
“ข้าไม่พูดกับผู้ใดเลยหรือ”
“ก่อนนั้นหลายวันคุณชายเก็บตัวอยู่ในเรือนเงียบ ยิ่งนานวันก็ยิ่งไม่กินไม่ดื่มจนผ่ายผอม ร่างกายอ่อนแอลงมาก ข้าน้อยเองก็เกรงว่าคุณชายจะล้มป่วย แต่คุณชายไม่ให้ข้าน้อยเข้าพบได้เลย” จิ้นฝานเอ่ยเสียงเบา
“ท่านประมุขก็ออกไปปฏิบัติภารกิจหลายเดือนแล้ว ข้าไม่รู้ว่าจะต้องช่วยเหลือคุณชายได้อย่างไร” เด็กหนุ่มหน้าใสน้ำตาหยดเผาะ ถึงเขาจะเพิ่งเข้ามาดูแลคุณชายลู่ผู้นี้ได้เพียงหนึ่งหนาว แต่คุณชายก็ใจดีกับเขามาก
“งั้นรึ” ลู่เว่ยหลงเห็นดังนั้นจึงะเืใจ “เ้าเล่าให้ข้าฟังในสิ่งที่เ้ารู้ได้หรือไม่”
จิ้นฝานพยักหน้า “เมื่อเสียเืไปมากโข คุณชายจึงไม่ได้สติไปกว่าเจ็ดวัน” ใบหน้าเด็กน้อยดูอัดอั้นเขาพูดต่อ “อีกทั้งทางฝูฮูหยินก็ส่งหมอมาให้เพียงคนเดียว! แผลใหญ่ของคุณชายกลับได้รับการดูแลได้อย่างไม่เต็มที่ ข้าน้อยนึกว่า... นึกว่า... คุณชายจะ...”
น้ำเสียงเล็กๆสั่นเทา เด็กหนุ่มปิดปากเงียบไม่พูดต่อ น้ำตาร่วงผลอย สองมือสั่นกระพือ เด็กน้อยเงยหน้าเปื้อนคราบน้ำตาขึ้นมามองเขา
“คุณชายอย่าทำเช่นนั้นอีกเลยนะขอรับ”
จิ้นฝานร้องขอด้วยสีหน้าวิตกเสียงสั่นเครือ ลู่เว่ยหลงหัวใจอ่อนระทวย เหตุนี้สินะจึงทำให้คุณชายลู่คนก่อนเกิดความเอ็นดูทั้งๆที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน
“ไม่แล้วล่ะ ขอบใจเ้ามาก” คนหน้าหวานพูดเสียงเบา ส่งรอยยิ้มไปนิดหนึ่ง เด็กน้อยพลันหยักหน้าถี่ๆสีหน้าสบายใจขึ้นหลายเปลาะ
“ขอรับคุณชาย”
ลู่เว่ยหลงปรายตากลับไปมองเพดาน มือหนึ่งเอื้อมมาแตะาแบนหน้าท้องเบาๆ ดูท่าว่าคุณชายท่านนี้คงเกือบตายสมใจ หากแต่ไอ้ดินอย่างเขาได้มาเข้าร่างเสียก่อน แน่นอนว่าจากนี้เขาจะไม่ยอมตายอีกอย่างเด็ดขาด...!
เมื่อกลับไปนึกถึง ‘ฝูฮูหยิน’ ผู้นั้นที่ส่งหมอมาให้เขาเพียงคนเดียว
...เมื่อครั้งที่ลู่เว่ยหลงต้องระหกระเหินเข้ามาอาศัยบารมีของตระกูลฉินในจวนแห่งนี้ ครั้งนั้นประมุขฉิน ‘ฉินจื่อเหยียน’ และฮูหยินใหญ่ ‘กวงเหม่ยฮวา’ ได้อ้าแขนต้อนรับเขาเข้ามาอย่างเต็มใจ
มารดาที่แท้จริงของเขาเป็สหายสนิทของกวงฮูหยิน เรียกได้ว่าหากไร้ซึ่งการแนะนำของมารดาเขาแล้ว เห็นทีกวงฮูหยินอาจจะมิได้เป็ฮูหยินอย่างทุกวันนี้ก็ได้ ดังนั้นเมื่อเขาได้เข้ามาอาศัยที่นี่แบบตัวเปล่า ท่านประมุขและฮูหยินก็ได้ปฏิบัติต่อเขาเหมือนเช่นบุตรอีกคนหนึ่ง
หากแต่เมื่อสามเดือนที่แล้ว ประมุขฉินและรองประมุขนาม ‘ฉินหย่งสือ’ บุตรคนโตจากกวงฮูหยิน ได้นำศิษย์กว่าครึ่งจวนในสำนักกระบี่แห่งนี้ออกไปปฏิบัติภารกิจใหญ่ และเนื่องจากศึกครั้งนี้หนักหนานัก กวงฮูหยินจึงได้เดินทางไปยังวัดศักดิ์สิทธิ์ในเมืองหูหนานเพื่อขอทำบุญให้สามีและบุตรชายของนางปลอดภัย
ดังนั้นขณะนี้นอกจากคุณชายรอง ‘ฉินหย่งชาง’ และคุณหนู ‘ฉินม่อหลัน’ แล้ว จึงมี ‘ฝูเจียวเจียน’ ซึ่งเป็ฮูหยินรองเป็ผู้มีอำนาจสูงสุดคอยควบคุมดูแลความเรียบร้อยภายในจวนสกุลฉิน
ฝูฮูหยิน มิได้ชอบใจในการมาของลู่เว่ยหลงเลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งเมื่อสบโอกาส นางจึงกระแนะกระแหนและกลั่นแกล้งลู่เว่ยหลงอยู่เป็ประจำ
แน่นอนว่าคุณชายลู่ผู้ซึ่งขี้กลัวและร่างกายอ่อนแอ ย่อมยอมถูกรังแกดีกว่าจะมีเื่ รวมถึงไม่กล้าพอจะนำความไปฟ้องประมุขฉินและฮูหยินใหญ่ จึงทำให้คุณชายลู่โดนกลั่นแกล้งเรื่อยมา
แต่อย่างไรก็ตาม จะแกล้งกันก็ควรมีขอบเขตหน่อยไหม?
ส่งหมอมาเพียงคนเดียวกับาแที่อาจถึงชีวิตของเขาอย่างนั้นหรือ แกล้งกันรุนแรงเกินไปแล้ว...! นี่นอกจากจะเข้ามายังโลกวรยุทธ์แล้ว ยังต้องมารบราประมือกับคนที่เกลียดชังเขาอีกหรือนี่? อีกทั้งคุณชายลู่ยังมีร่างกายอ่อนแอแทบไร้ลมปราณอีก
โอย... แล้วจากนี้จะเอาตัวรอดกันยังไงล่ะ
ลู่เว่ยหลงขบฟันตัดสินใจแน่วแน่ เอาวะ ไอ้ดินจะไม่ทำให้คุณชายลู่ผิดหวัง ไอ้ดินจะเอาตัวรอดและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในจวนนี้ให้ได้
.
“น้ำขอรับคุณชาย” จิ้นฝานยกน้ำในขันใบเล็กมาจรดปากแห้งผากของเขา ลู่เว่ยหลงผงกหัวดื่มน้ำลงไปเล็กน้อยค่อยคลายความกระหาย ในขณะนั้นประตูก็มีเสียงเคาะเป็จังหวะ
“จิ้นฝาน คุณชายตื่นหรือยัง?” เสียงแหลมสูงโดยหญิงรับใช้ที่อยู่นอกประตู ช่างห้วนและแห้งผาก
“ชิงชิง คุณชายตื่นแล้ว เบาเสียงลงหน่อยเถิด” จิ้นฝานรีบหันไปบอกทางต้นเสียง เด็กหนุ่มแอบเหลือบตามามองลู่เว่ยหลงเกรงว่าคุณชายจะไม่พอใจในความไร้มารยาทของหญิงรับใช้ผู้นี้
“ขออภัยคุณชาย มีแขกมาขอเข้าพบเ้าค่ะ”
ลู่เว่ยหลงส่งสายตาคำถามไปให้จิ้นฝาน เด็กน้อยจึงหันไปถามสาวใช้ผู้นั้นอีกรอบ “ผู้ใด้าเข้าพบคุณชายหรือ?”
“คุณชายจ้าวหนิงเฟิ่ง จากตระกูลจ้าวเ้าค่ะ”
—————
สวัสดีค่ะทุกคน เื่นี้เป็เื่ที่ไรท์เริ่มเขียนครั้งแรกเลย ^^
หากมีการสะกดผิด หรือข้อมูลผิดพลาด ตักเตือนกันได้นะคะ
มาเอาใจช่วยน้องลู่กัน เย้~