บทที่ 10 ร่างกายของสามีฉันดูดีไหม (รีไรต์)
เธอนั่งยอง ๆ อุ้มลูกไว้ ลู่ชิงเหยี่ยเดินเข้ามา สายตาของเธอจึงเผลอไปมองกล้ามหน้าท้องแปดลูกเต็มสองตา
กล้ามหน้าท้องที่แบนราบนั้นช่างทรงพลังจนยากจะบรรยาย ทันใดนั้น ก็มีภาพบางอย่างที่แสนวาบหวิวผุดขึ้นมาในหัวของเธอทันที
“สมกับเป็พระรองคุณภาพดีในนิยายแนวอีโรติกจริง ๆ ไม่แปลกใจเลยที่ตอนนั้นคนในคอมเมนต์ถึงชอบบอกว่าลู่ชิงเหยี่ยได้มาคู่กับเมิ่งว่านถังนั้นน่าเสียของที่สุด แต่ยังโชคดีที่ยัยเมิ่งว่านถังรูปร่างดีและหน้าตาสวย ไม่อย่างงั้นพวกเขาคงจะขัดใจมากกว่านี้อีก”
เมิ่งว่านถังคิดไปเรื่อยเปื่อยจนเหม่อลอย กระทั่งลู่ชิงเหยี่ยยื่นมือมาอุ้มลูกไป เธอถึงได้สติกลับมา
พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นสวีชุนเหม่ยจ้องตาเป็ประกาย แก้มแดงระเรื่อ พลางชำเลืองมองลู่ชิงเหยี่ยตลอดเวลา
สวีชุนเหม่ยััได้ถึงสายตาของเมิ่งว่านถัง ทว่าเธอกลับไม่เกรงกลัว แถมยังจ้องกลับอย่างดุดัน
โอ้โห?
คิดจะหาเื่กันชัด ๆ เลยนี่!
เมิ่งว่านถังโกรธจัด จึงะโถามสวีชุนเหม่ยว่า “ร่างกายของสามีฉันดูดีมากเลยใช่ไหม? อยากได้จนตัวสั่นเลยสิท่า”
เธอเหลือบไปเห็นร่างของลู่ชิงเหยี่ยแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบเดินหนีไปพร้อมกับลูกอย่างรวดเร็ว
“พูดจาเหลวไหลอะไรของเธอ?”
สวีชุนเหม่ยอับอายจนหน้าแดงก่ำ หลังจากด่าเมิ่งว่านถังแล้วก็จะไล่ตามลู่ชิงเหยี่ยไป
เมิ่งว่านถังจะยอมให้เธอสมหวังได้อย่างไร แม้เธอจะไม่มีความรู้สึกอะไรกับลู่ชิงเหยี่ย แต่เขาก็เป็พ่อของลูก และเป็สามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอในตอนนี้
ผู้หญิงคนอื่นมาหมายปองสามีของเธอ แบบนี้ก็เท่ากับมาตบหน้าเธอแล้ว
การกระทำที่ไร้ยางอายทั้งยังไม่เกรงใจแบบนี้ ก็เท่ากับไม่ให้เกียรติเธอแม้แต่น้อย
แล้วทำไมเธอถึงต้องยอมปล่อยให้คนอื่นมารังแกด้วยล่ะ?
พวกเขาคิดว่าเมิ่งว่านถังเป็คนโง่เขลาเบาปัญญารึไง?
ตอนนี้เมิ่งว่านถังฟื้นกำลังขึ้นมาบ้างแล้ว เธอลุกขึ้นยืน มองผู้หญิงที่เตี้ยกว่าตนเองหนึ่ง่ศีรษะด้วยสายตาเยาะเย้ย “ถ้าอยากได้ผู้ชายมากนักก็ไปหาเอาเองสิ อย่ามาจ้องจะงาบสามีคนอื่นด้วยสายตาแบบนี้ คิดว่าเมียเขาจะตาบอดจนมองไม่ออกหรือไง?”
“อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ พี่เขาเป็พี่ชายของฉัน! ฉันจะมองพี่ชายของตัวเองไม่ได้หรือไง? มีแต่ผู้หญิงอย่างเธอที่ชอบไปมั่วกับผู้ชายคนอื่นเท่านั้นแหละที่จะคิดอกุศลแบบนั้น” แม้สวีชุนเหม่ยจะโดนด่าจนหน้าชา แต่เธอก็ไม่ยอมรับเด็ดขาด เพราะกลัวว่าตัวเองจะถูกประจานไปทั่วหมู่บ้านมากกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงที่นอกใจสามีจะถูกจับตัวไปประจานไม่ใช่แค่ครั้งเดียว
สวีชุนเหม่ยกลัวสุดขีด
เธอด่าอย่างเอาเป็เอาตายว่า “ถ้าฉันเป็เธอ ฉันจะรีบหย่ากับพี่ชายฉัน แล้วไปใช้ชีวิตกับชู้ของตัวเองซะ อีกอย่างนะ เธออย่ามารั้งพี่ชายของฉันเอาไว้หน่อยเลย อย่าคิดว่าคนอื่นไม่รู้เื่ที่เธอกำลังคบชู้กับหนุ่มหน้าหวานที่จุดรวมตัวของยุวชนนั่นนะ”
เพียะ!
เมิ่งว่านถังยกมือตบหน้าสวีชุนเหม่ยเต็มแรง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นะเื “สวีชุนเหม่ย ทุกคนที่จุดรวมตัวของเหล่ายุวชนเขารู้กันทั้งนั้นว่าฉันกับโจวเจิ้งอันบริสุทธิ์ใจต่อกัน เธออย่าได้คิดมาแย่งสามีของฉัน แล้วพยายามใส่ร้ายป้ายสีฉันเลย”
หลังจากตบผู้หญิงตรงหน้า ฝ่ามือของเมิ่งว่านถังก็ชาหนึบ
เธอแอบถูมือกับเสื้อผ้าเบา ๆ เพื่อบรรเทาอาการไม่สบายใจ บอกกับตัวเองในใจว่า โชคดีที่เธอไปเคลียร์กับโจวจิ้งอันแล้ว ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงไม่กล้าแม้แต่จะโต้กลับ
“พี่สะใภ้ เราไปกันเถอะ”
เมิ่งว่านถังต้องรีบกลับไปดูแลลูก ทั้งยังต้องทำอาหารเย็นด้วย จึงไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงกับผู้หญิงคนนี้อยู่ตรงนี้
ระหว่างทาง เหมียวอิ๋นฮวามองเธอด้วยแววตาสงสัยหลายครั้ง แต่ก็อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่กล้าพูดออกมา
เมิ่งว่านถังเห็นท่าทางอึดอัดใจของเธอ ก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า “ก่อนหน้านี้ที่ฉันเคยเอาของไปให้โจวจิ้งอัน ฉันก็คิดเงินกับเขาทั้งนั้น”
“อ๋อ ที่แท้เธอก็ไม่ได้ให้เขาฟรี ๆ นี่เอง” เหมียวอิ๋นฮวาเชื่ออย่างสนิทใจ “แล้วทำไมก่อนหน้านี้เธอถึงไม่ยอมพูดล่ะ?”
“ไม่จำเป็”
ความรู้สึกของเ้าของร่างเดิมที่มีต่อโจวเจิ้งอันนั้นไม่บริสุทธิ์ใจ
เธออยากหย่ากับลู่ชิงเหยี่ยแล้วใช้ชีวิตอยู่กับโจวเจิ้งอันใจจะขาด
จะยอมอธิบายได้ยังไงล่ะ
“เธอคิดดูสิ ครึ่งเดือนมานี้ หลังจากที่บ้านเราโดนไฟไหม้ ฉันก็ไม่ได้ไปหาเขาอีกเลย” เมิ่งว่านถังคิดกับตัวเองในใจว่า บ้านไฟไหม้ครั้งนี้เป็จังหวะที่เหมาะเจาะจริง ๆ
ทุกอย่างกลายเป็คำอธิบายที่สมบูรณ์แบบ
เหมียวอิ๋นฮวาจึงไร้ข้อกังขาทั้งหมด
“เมื่อกี้ ฉันยังคิดว่าเธอไม่รู้เื่ที่ชุนเหม่ยคิดไม่ซื่อซะอีก” เหมียวอิ๋นฮวาเป็คนที่ผ่านโลกมามาก สายตาของสวีชุนเหมยไม่สามารถหลอกคนที่ผ่านประสบการณ์อย่างเธอได้
เด็กสาวตัวโตขนาดนั้นก็ไม่รู้จักอายเหมือนกัน
“สามีของฉันเป็คนเก่ง ใคร ๆ ก็อยากได้มาน่ะเป็เื่ปกติ แต่เก็บไว้ในใจก็พอแล้ว อย่าได้หน้าด้านเข้ามาใกล้เชียว ไม่งั้นฉันตบเรียงหน้ากระดานซะ” จากนั้นเมิ่งว่านถังก็แสร้งพูดเสียงอ่อน “มือฉันยังเจ็บอยู่เลยเนี่ย”
เหมียวอิ๋นฮวา “...”
ลมหนาวพัดโชยมา เมิ่งว่านถังรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว รู้สึกถึงความอันตรายจากการปะทะกับอากาศนี้โดยตรง
“พี่สะใภ้ รีบไปกันเถอะ”
เมิ่งว่านถังเริ่มต้นด้วยการเดิน ่หลังก็เปลี่ยนเป็เร่งจังหวะให้เร็วขึ้น
เมื่อกลับถึงบ้าน ลู่ชิงเหยี่ยกำลังต้มน้ำอยู่
เมิ่งว่านถังเข้าบ้านโดยไม่หันมองเขา เธอเข้าไปในห้องแล้วหาเสื้อผ้าสะอาดมาเปลี่ยน แต่ที่บ้านมีแค่สองห้อง เธอไม่มีที่เปลี่ยนเสื้อผ้า
“ออกไปก่อน”
ลูก ๆ อยู่ในห้องกันหมด เธอจึงทำได้แค่เปลี่ยนเสื้อผ้านอกห้อง
ลู่ชิงเหยี่ยคิดในใจว่า มาแล้ว
เธอกำลังจะอาละวาดแล้ว
เขาลุกขึ้น หันกลับไปมองเห็นเสื้อผ้าที่เธอกำไว้ในมือ แล้วพลันหมุนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว น่าทึ่งที่คนตัวใหญ่ขนาดนั้นสามารถออกไปได้อย่างรวดเร็วเช่นนั้น
ลู่ชิงเหยี่ยยังไม่ลืมที่จะปิดประตูด้วย
“...”
ไม่จำเป็ต้องเอาใจใส่ขนาดนั้นก็ได้
ยิ่งทำแบบนั้น มันยิ่งทำให้เธออึดอัดเข้าไปใหญ่
เมิ่งว่านถังรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว แล้วเปิดประตูแล้วเข้าไปในห้อง
โกวต้านนอนอยู่บนเตียง ริมฝีปากซีดเผือด ใบหน้าไร้สีเืฝาด
เธอยื่นมือไปแตะหน้าผากของเ้าตัวน้อย
ร้อนมาก!
“ลู่ชิงเหยี่ย!”
เมิ่งว่านถังะโเรียกเขาเสียงดัง
“เกิดอะไรขึ้น?”
เสียงยังไม่ทันขาดคำ ลู่ชิงเหยี่ยก็วิ่งพรวดเข้ามาในห้อง
“ลูกตัวร้อน” พูดจบ เมิ่งว่านถังก็เปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเงินสิบหยวนแล้วส่งให้ลู่ชิงเหยี่ย พูดอย่างใจเย็นว่า “ตอนนี้คุณรีบพาลูกไปสถานีอนามัยให้หมอฉีดยาลดไข้เถอะ ลูกคงจะใ ตอนนี้ตัวร้อนขนาดนี้ ถ้าไม่ฉีดยา ไม่รู้ว่าตอนกลางคืนจะมีไข้สูงขนาดไหน”
ลู่ชิงเหยี่ยรับเงินแล้วอุ้มลูกวิ่งออกไปทันที
“แม่! พี่เป็อะไร?” โกวเซิงตื่นตระหนกอีกครั้ง
เมิ่งว่านถังปลอบลูกชายว่า “พี่ชายไม่เป็ไรหรอก แค่มีไข้ ต้องไปฉีดยา เดี๋ยวพ่อก็พาพี่ชายกลับมาแล้ว โกวเซิงรู้ไหมว่าทำไมกางเกงน้องถึงเปียก?”
จริง ๆ แล้วเธอไม่ได้ตั้งใจจะถามเด็ก ๆ ั้แ่แรก เพราะเ้าตัวเล็กนี่ก็ใมากอยู่แล้ว ถ้าถามเขาแบบนี้ เขาอาจเข้าใจผิดว่าเธอกำลังดุเขา ตอนนี้ที่เธอถาม น้ำเสียงก็อ่อนโยนหลายส่วน จุดประสงค์หลักเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเขา
โกวเซิงยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดน้ำตา “เสี่ยวพ่างยืนไม่อยู่ เลยตกลงไปในน้ำ พี่โดดลงไปช่วยดันตัวเสี่ยวพ่างขึ้นมา แต่แล้วกระแสน้ำก็พัดพี่ชายไป แล้วก็โดนน้ำพัดไป ผมะโเรียกให้คนมาช่วยแล้วก็อุ้มน้องไปด้วย ร้องเรียกนานมาก กว่าจะเจอแม่ของเสี่ยวหนิว”
“โกวเซิงทำได้ดีมาก! เป็เพราะความกล้าหาญและไม่ตื่นตระหนกของลูก ก็เลยช่วยพี่ชายเอาไว้ได้ ถ้าลูกไม่ะโเรียกให้แม่ของเสี่ยวหนิวมาตามแม่ แม่ก็คงมาไม่ทัน แล้วก็ช่วยพี่ชายไม่ได้”
เมิ่งว่านถังปลอบโกวเซิงจนอารมณ์คงที แล้วก็ไปดูเสี่ยวพ่าง
เธอถึงได้พบว่า ใบหน้าของเสี่ยวพ่างก็ร้อนผ่าวเช่นกัน
แย่แล้ว!
ทำไมเ้าตัวเล็กนี่ถึงมีไข้ขึ้นมาด้วยล่ะ!
แต่รู้สึกว่าอุณหภูมิไม่สูงเท่ากับของโกวต้าน
เมิ่งว่านถังรีบหยิบปรอทวัดไข้ออกมา เพื่อจะวัดอุณหภูมิให้ลูกชาย
“เขาจะตายไหม?” โกวเซิงถามขึ้นมาอย่างกังวล