หลี่เยว่ซินเดินเข้าไปในบ้าน ลึกเข้าไปจนถึงบริเวณที่พักอาศัยด้านหลังก็ยังไม่พบใคร เดินต่อไปก็ได้ยินเสียงกุกกักมาจากห้องๆ หนึ่ง จึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป
“คุณคะ คุณเป็อย่างไรบ้างคะ” หลี่เยว่ซินใกับภาพตรงหน้า จางเฉินอวี้รูปร่างผ่ายผอม เธอเอามือแตะหน้าผากเขาก็พบว่าหน้าผากเขาร้อนมาก เธอเริ่มหยิบสิ่งของจากในมิติออกมา ไม่ว่าจะเป็ยาแก้ไข้ แผ่นแปะลดไข้ ผ้าเช็ดตัวเพื่อเช็ดตัวให้ชายหนุ่ม ผ่านไปสักพักชายหนุ่มไข้เริ่มลดลง และค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ก็มองเห็นหลี่เยว่ซินที่นั่งอยู่ข้างเตียงของเขา
“คุณเป็ใคร?” เขากระซิบถามเสียงแ่เบา และเมื่อมองเห็นหน้าเธอชัดๆ
“คุณคนที่อยู่ในฝัน? คุณคือคนที่ผมฝันถึงหรือ?” เขาถามคำถามด้วยเสียงแ่เบา
“ฉันไม่รู้ว่าความฝันของคุณเป็แบบไหน แต่ในฝันของฉัน คุณคือคนที่อยู่ในฝันของฉันค่ะ และคาดว่าคุณจะเป็เนื้อคู่ของฉันในอนาคต เคยมีคนบอกฉันไว้อย่างนั้น”หลี่เยว่ซินตอบ พร้อมทั้งยิ้มและมองสบตาไปที่เขา
จางเฉินอวี้ยิ้มตอบด้วยรอยยิ้มที่อ่อนแรงและไม่กล่าวอะไรออกมา เพียงมองสบตาเธอนิ่ง เธอก็มองสบตาเขาตอบเช่นกัน จนเมื่อเวลาผ่านไปสักพักเขาก็ยังไม่กล่าวอะไรออกมา เธอจึงเริ่มพูดเพื่อทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้
“ฉันชื่อหลี่เยว่ซินค่ะ คุณชื่ออะไรคะ”
“ผมจางเฉินอวี้ครับ”
“คุณเฉินอวี้คะ ฉันขอเรียกอย่างนี้นะคะ ตอนนี้ฉันไม่มีเวลาอธิบายอะไรให้คุณฟังได้มากนัก ฉันยังต้องเดินทางกลับหมู่บ้าน และฉันได้เตรียมยาและอาหารไว้ให้คุณแล้วในห้องครัว มันคงเพียงพอที่จะให้คุณใช้จนกว่าเราจะพบกันในสัปดาห์หน้า หมายถึงเวลาที่ฉันเดินทางเข้าเมืองในครั้งหน้าน่ะค่ะ” พูดจบ เธอมองเขาเล็กน้อย เมื่อไม่เห็นเขาพูดอะไร เธอก็เตรียมตัวเดินออกจากบ้าน
“คุณจะมาพบผมอีกใช่ไหมครับ” จางเฉินอวี้รีบร้องถาม และมองตาหลี่เยว่ซินด้วยความคาดหวัง เพราะเขากลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็เพียงแค่ความฝันเหมือนที่ผ่านมา
“ค่ะ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดสัปดาห์หน้าเราได้พบกันอีกแน่นอนค่ะ คุณรักษาตัวให้ดีนะคะ” เธอกล่าวจบ แล้วหันหลังเดินออกไป
……………………………………………………………………
ผ่านไปสองวัน อาการไข้ของจางเฉินอวี้ดีขึ้นมาก เขานั่งคิดทบทวนถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา หลังจากที่เขาถูกโบยจนสิ้นใจตายในห้องขัง เขาก็หลุดเข้ามาอยู่ในร่างนี้ เป็่เวลาเดียวกับที่เ้าของร่างเดิมจัดงานศพให้พ่อแม่พอดี เ้าของร่างเดิมเสียใจจากการสูญเสียบุพการีทำให้ตรอมใจและสิ้นใจตาย จางเฉินอวี้ก็ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทนและได้จัดการงานต่างๆ ให้ผ่านไปได้ด้วยดี
เขาได้พบว่าเ้าของร่างเดิมและเขามีใบหน้าเหมือนกัน เป็ลูกชายเพียงคนเดียวเหมือนกัน และยังไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเหมือนกันอีกด้วย ทำให้ชีวิตในแต่ละวันของเขาผ่านไปอย่างเงียบเหงา จะมีก็แต่ความฝันเดิม ที่เขาฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในสถานที่แปลกประหลาด สวมใส่เสื้อผ้าที่เรียกได้ว่าไม่เหมือนกับคนยุคนี้ มีรถยนต์รูปทรงแปลกใหม่ดูทันสมัย พูดคุยกับวัตถุสี่เหลี่ยมแบนๆ ที่แนบอยู่ข้างแก้ม เขาฝันอยู่อย่างนั้น แต่ในฝันก็ไม่เคยเห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นเลย จางเฉินอวี้ได้ยินแต่เสียงที่เธอบอกกับเขาว่าให้เขารอเธอ เธอกำลังจะมาอยู่กับเขาในไม่ช้า และในวันนี้เขาก็ได้พบกับเธอแล้ว การรอคอยสิ้นสุดลง ความกระวนกระวายในจิตใจก็ได้สงบลงเช่นเดียวกัน
ใน่หลายวันก่อน สาเหตุที่จางเฉินอวี้ไม่สบายเป็เพราะเมื่อเขาเสร็จสิ้นพิธีส่งิญญาของพ่อและแม่เ้าของร่างเดิม เขามีอาการอ่อนเพลียสะสม และเขายังฝันว่าหลี่เยว่ซินประสบอุบัติเหตุ ทำให้เขาคิดฟุ้งซ่านไปถึงการที่จะสูญเสียเธอไป ทั้งที่ยังไม่มีโอกาสจะได้พบหน้า จากความทรงจำที่ปวดร้าวในภพก่อน จนเมื่อข้ามมาในยุคนี้ยังต้องมาสูญเสียครอบครัวไปอีก ความสิ้นหวังก่อตัวขึ้นในจิตใจของเขา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงยึดเหนี่ยวเขาไว้นั่นคือความฝันและเธอผู้อยู่ในความฝันของเขา เมื่อเขาฝันร้ายเช่นนั้นมันจึงทำให้สภาพจิตใจเขาย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็วและเขาก็ล้มป่วย
……………………………………………………………………
วันนี้อากาศดีท้องฟ้าแจ่มใส สภาพจิตใจเขาก็ดีขึ้นมาก จางเฉินอวี้นั่งนับวันรอที่จะได้พบกับหลี่เยว่ซินอีกครั้ง เขาจดจำเธอได้ว่าเธอมีหน้าตาท่าทางละมุนละไมน่ามองเป็อย่างมาก เมื่ออยู่ว่างๆ เขาก็เริ่มเก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน เขาอยากต้อนรับเธอในสภาพแวดล้อมที่ดี ประตูหน้าต่างที่ไม่เคยเปิดออกก็ได้เปิดออกมารับแสงตะวันอันสดใสอีกครั้ง
ที่พักอาศัยของจางเฉินอวี้นั้น ด้านหน้าจะเป็หน้าร้านซึ่งพ่อกับแม่เ้าของร่างเปิดเป็ร้านขายของชำ ถือเป็ร้านค้าร้านใหญ่ในละแวกนี้ แต่ร้านต้องปิดกิจการลงหลังจากการเสียชีวิตของท่าน เพราะจางเฉินอวี้ที่เข้ามาอยู่ในร่างนี้ยังไม่สามารถปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหันนี้ได้ ด้านหลังร้านจะเป็ลานโล่งและมีห้องพักอาศัยแบ่งเป็สัดส่วน
ทำงานไปได้ครึ่งวัน เขาจึงเข้าพักรับประทานอาหารกลางวัน เมื่อมองเห็นอาหารที่หลี่เยว่ซินเตรียมไว้ให้ เขานึกถึงคำพูดและรอยยิ้มของเธอในวันนั้น
“ฉันไม่รู้ว่าความฝันของคุณเป็แบบไหน แต่ในฝันของฉัน คุณคือคนที่อยู่ในฝันของฉันค่ะ และคาดว่าคุณจะเป็เนื้อคู่ของฉันในอนาคต เคยมีคนบอกฉันไว้อย่างนั้น”
เขานั่งยิ้มกับตัวเองคนเดียวอยู่เป็เวลานาน และรู้สึกว่าการรอคอยที่ผ่านมามันช่างคุ้มค่า