“วันนี้ผมได้อะไรดีๆ จากคุณขิมอีกแล้วครับ”
ธรรทรเอ่ยขณะเดินออกจากซอยบ้านป้าติ๋วหลังจากที่ได้คุยเื่ต่างๆ หลายเื่จนใกล้ค่ำเต็มที
“เช่นอะไรคะ”
เทียมหทัยตอบกลับขณะเดินออกไปด้วยกันเพื่อจะลงเรือข้ามฟากกลับ
“ก็ได้เห็นชีวิตอีกแบบหนึ่งที่ผมไม่ค่อยได้ััเท่าไหร่ ได้เห็นคุณขิมได้ให้ความสำคัญกับผู้ที่มีโอกาสน้อยกว่าได้มีชีวิตใหม่ๆ ผมกับคุณธรรเอง ถึงแม้ว่าจะเคยบริจาคเงินก้อนใหญ่”
“แต่เราก็ไม่เคยได้มีเวลาเข้ามาใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ดีเท่าคุณขิมเลยครับ นี่ถ้ากลับไปนี้สงสัยจะต้องทำเื่เสนอให้เ้านายลองพิจารณาวิธีบริจาคเงินใหม่แล้วสิครับ” เขาพูดขณะเดินไปรอเรือที่ท่า
“เอาเป็ว่าเราก็มีจุดมุ่งหมายที่จะช่วยเหลือสังคมตามโอกาสที่เราจะอำนวยดีมั้ยคะ จะทำด้วยวิธีไหน ด้วยอะไรก็อย่างน้อยๆ คนที่ได้รับก็คือเราเองล่ะค่ะ เพราะเราก็จะรู้สึกสุขใจที่ได้เป็ผู้ให้ค่ะ คุณกรณ์เห็นด้วยมั้ยคะ”
“คุณขิมพูดก็ถูกนะครับ เอ่อ! ..ว่าแต่ศุกร์นี้คุณขิมจะไปไร่กี่โมงครับ ผมก็ว่าจะไปดูที่หน้างานพอดี ผมขออาสาติดรถไปด้วยนะครับจะได้ขับรถไปให้ด้วยเลย”
เขาถามจริงจัง เพราะ้าคำตอบไม่น้อย
“ก็คงจะเช้ามืดค่ะ แล้วคุณธรรไปด้วยหรือเปล่าคะ”
“อ๋อ! ไม่หรอกครับเพราะว่าผมรับมาทำต่อทั้งหมดแล้วครับ..งั้นผมไปรอที่หน้าบ้านนะครับจะได้ไม่เสียเวลา”
“รอในบ้านก็ได้ค่ะ ขิมจะให้คุณกรณ์ไปยืนรอหน้ารั้วบ้านได้ยังไงคะ น่าเกลียดแย่เลย”
“ไม่เป็ไรครับจะได้ไม่ลำบากคนที่บ้านมาคอยเปิดประตูให้ด้วย และอีกอย่างเดี๋ยวคุณลุงกรรชัยจะได้ไม่ต้องถามว่าคุณขิมไปกับใครเดี๋ยวท่านไม่อนุญาตแถมมาเกลียดขี้หน้าผมอีก แย่แน่ๆ เลย”
“ไม่ลำบากหรอกค่ะ ที่บ้านเขาตื่นแต่เช้า แล้วอีกอย่างคุณพ่อคุณแม่ยังไม่ตื่นหรอกค่ะเช้ามืดปานนั้น ยกเว้นป้าอรกับเด็กสองสามคนค่ะ เอาเป็ว่าเข้าไปทานกาแฟก่อนก็แล้วกันดีมั้ยคะ”
“งั้นก็ด้วยความยินดีครับ เรือมาพอดีครับเชิญคุณขิมครับ ระวังนะครับ มาให้ผมช่วย”
เขายื่นมือมารับหลังจากที่เขาเข้าไปอยู่ในเรือเบียดกับผู้คนแล้ว
“ขอบคุณค่ะ”
เธอยื่นมือให้อย่างว่าง่าย มือััมือทำให้ทั้งเธอและเขาต่างก็รับรู้ถึงความรู้สึกที่เป็สุขอย่างบอกไม่ถูก ทำเอาเทียมหทัยหน้าแดงก่ำเพราะความอายที่เขาไม่ยอมปล่อยมือเธอให้เป็อิสระ
แต่เธอก็สุขใจที่ได้มอบมือน้อยๆ ให้เขาเป็คนคอยประคองเอาไว้ เพราะผู้คนบนเรือก็แออัด จึงเป็เหตุให้เขาทึกทักเพื่อได้ยึดครองมือน้อยๆ เอาไว้จนกระทั่งเรือได้ไปจอดที่ท่าของอีกฟากหนึ่ง
“มาแล้วเหรอลูก ทำไมกลับค่ำจังเลยวันนี้ เมื่อตอนบ่ายๆ เห็นเลขาฯ ลูกบอกว่าลูกออกทำธุระข้างนอกพ่อก็เลยกลับมาก่อน นี่แม่กับย่ารอทานข้าวอยู่แน่ะ”
กรรชัยมองลูกสาวเดินเข้าบ้าน ขณะนั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่นพร้อมกันสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้าน
“อ๋อ! พอดีมีงานด่วนค่ะคุณพ่อ พอเสร็จแล้วขิมก็รีบมาเลยค่ะ”
เทียมหทัยเดินไปที่โซฟาด้วยท่าทีสดใสร่าเริง
“ไปอาบน้ำอาบท่าก่อนเถอะลูกจะได้สบายตัว แม่กับย่ายังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ รอลูกก่อนก็ได้”
พรรณีทำให้ลูกสาวสบายใจขึ้น
“ย่าก็ว่าอย่างนั้นล่ะ ดูสิมอมแมมกลับมาเชียวนะเรา” คุณพร้อมสมทบอีกแรง
“งั้นขิมไปอาบน้ำก่อนก็ดีค่ะ รู้สึกเหนียวตัวเหมือนกัน แล้วเราค่อยทานข้าวกันนะคะ”
หญิงสาวหอบสัมภาระขึ้นไปชั้นบนทั้งๆ ที่ท้องยังอิ่มอยู่เลย แต่ก็ไม่อยากให้ใครรู้ เพราะการที่เธอได้อุปการะป้าติ๋วนั้นเธอทำเองเพียงลำพังไม่ได้ให้ใครรู้ด้วย
“งานที่สนามกอล์ฟไปถึงไหนแล้วลูก พ่อเห็นคุณธรรทรกับคุณกรณ์มาหาลูกบ่อยๆ เป็ยังไงบ้าง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” กรรชัยถามขณะนั่งพร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหาร
“ก็ไปเยอะแล้วค่ะ วันศุกร์นี้คุณธรรทรก็จะส่งคุณกรณ์เข้าไปตรวจหน้างานถ้าไม่มีปัญหาอะไรอาทิตย์หน้าก็จะลงต้นไม้ใหญ่ และเริ่มตกแต่งส่วนอื่นๆ ได้เลยค่ะ ส่วนห้องพักก็สร้างควบคู่กันไป เห็นคุณกรณ์บอกขิมอย่างนี้นะคะ แต่ขิมยังไม่ได้ไปดูเหมือนกันค่ะ”
“ถ้าสร้างเสร็จแล้วก็คงจะสวยน่าดูนะคุณ”
พรรณีออกความเห็น
“ก็ตามที่เขาเสนอแผนงานเข้ามาก็ดีทีเดียวนะคุณ ผมเชื่อมือคุณธรรทรเขา เพราะรายนี้จับอะไรก็สำเร็จไปหมด ไม่น่าห่วงเท่าไหร่”
“เก่งขนาดงั้นเลยหรือตากรร” คุณพร้อมถามเพราะลูกชายเอ่ยปากชมไม่ขาดปาก
“ครับคุณแม่! เสียดายมีคู่หมั้นแล้ว ไม่งั้นจะยุให้มาจีบยัยขิมของเราซะเลย”
กรรชัยมองไปหาลูกสาวที่ตักข้าวเข้าปากอย่างไม่ได้คิดอะไร
“เสียใจค่ะคุณพ่อ คุณธรรทรไม่ใช่สเปคของขิมค่ะ แต่ว่าขิมยังไม่เคยเห็นคู่หมั้นของเขาเลยนะคะ และก็ไม่รู้มาก่อนด้วยค่ะว่ามีคู่หมั้นแล้ว เพราะส่วนใหญ่คุณธรรทรจะมอบให้คุณกรณ์เป็คนประสานงานกับขิมมากกว่าค่ะ”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา ซึ่งทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามโล่งอกไปตามๆ กัน เพราะอย่างน้อยๆ เทียมหทัยก็คงไม่ได้รู้สึกอะไรที่พิเศษกับธรรทรอย่างที่กรรชัยเป็กังวล เพราะอาจจะเป็การไปแย่งของรัก ของใครมา ซึ่งเขาจะยอมไม่ได้เด็ดขาด
“แล้วเ้าคุณกรณ์นี่เป็ใครจ๊ะยัยขิม” คุณพร้อมสงสัย
“นั่นสิคะคุณ เห็นพูดถึงหลายครั้งแล้วนะ ณีก็ยังไม่เคยเห็นหน้าคร่าตาเลยค่ะ”
พรรณีเสริม เพราะเอะใจขึ้นมาบ้างเหมือนกัน
“ก็คุณอลงกรณ์นี่เป็มือขวาของพ่อธรรทรเขาครับคุณแม่ รายนี้ก็ใช่ย่อยครับ ใครๆ ก็อยากได้ไปทำงานด้วยเหมือนกัน แต่ก็คงจะยากเพราะสองคนนี้เขาโตมาด้วยกัน รักกันมาก เรียกว่าชีวิตก็ให้กันได้เขาว่าอย่างนั้นนะครับ”
กรรชัยชิงตอบแทนลูกสาว
“แล้วยัยขิมล่ะ คุณกรณ์เป็ยังไงบ้าง”
คำถามพ่อ ทำเอาคนเป็ลูกถึงกับชะงักเล็กน้อย และหน้าแดงฉานด้วยความอายเมื่อนึกถึงััมือกับเขาเมื่อไม่นานมานี้
“ก็ทำงานเก่งอย่างที่พ่อว่าค่ะ”
“แค่นั้นเหรอลูก”
กรรชัยแหย่ลูกสาวเพราะเห็นอาการชะงักเล็กน้อยของลูกสาว โดยที่คุณพร้อมกับพรรณีไม่ทันได้สังเกตเห็น แต่ถึงเทียมหทัยจะรู้สึกอะไรที่พิเศษกับอลงกรณ์เขาก็ไม่ขัดข้อง เพราะเท่าที่เขารู้ก็คือเขายังไม่มีพันธใดๆ
ถึงแม้เขาจะเป็แค่ลูกจ้างของธรรทร แต่เขาจะ้าอะไรไปมากกว่าการที่ได้ลูกเขยที่เป็คนดีและทำงานเก่งล่ะ ก็ทุกอย่างที่เขาอยากได้อยากมีนั้น มันอยู่ในมือของเขาแล้ว
“ค่ะแค่นั้นค่ะ..แล้วคุณพ่อจะให้ขิมเห็นอะไรอีกล่ะคะ ก็เพิ่งจะรู้จักและได้ร่วมงานกันไม่กี่เดือนเองนี่คะ และอีกอย่างขิมก็ไม่อยากไปก้าวก่ายเื่ส่วนตัวด้วยค่ะ”
“ย่าก็ว่าอย่างนั้นล่ะลูก! เ้ากรรนี่ยังไงไม่รู้นะ! แล้ววันศุกร์นี้ขิมจะไปไร่กี่โมงลูก”
“เหมือนเดิมค่ะ แต่คุณกรณ์จะไปด้วยเพราะจะไปตรวจหน้างานเหมือนกันค่ะ เขาก็เลยอาสาขับรถให้เหมือนครั้งก่อนๆ ค่ะ แต่ว่าขิมจะไม่ค้างนะคะเพราะวันเสาร์อยากจะอยู่ทานอาหารฝีมือป้าอรค่ะ และอีกอย่างอยากอยู่ร้อยพวงมาลัยกับคุณย่าด้วยค่ะ เดี๋ยวขิมจะให้ลุงอินทร์แบ่งดอกมะลิมาให้คุณย่าเหมือนเดิมนะคะ”
เธอบอกความจริงกับทุกคน
“ยังไงขิมก็อย่าหักโหมนะลูกพักผ่อนบ้างแม่เป็ห่วงสุขภาพลูกนะ”
พรรณีบอกด้วยความเป็ห่วงเพราะเห็นลูกสาวทำงานหนักเหลือเกิน
“เ้าค่ะคุณหญิงแม่”
ลูกตอบด้วยอาการล้อเลียนแม่ ซึ่งเป็อาการที่เธอมักจะทำเป็ประจำ จนทุกคนชินตากันหมดแล้ว ก็ไม่ใช่เพราะท่าทางแบบนี้หรือที่ทำให้เธอและทุกคนลืมความเ็ปเมื่อครั้งที่เสียลูกสาวไป
เทียมหทัยได้เข้ามาแทนที่และเติมเต็มให้ทุกคนได้อย่างลงตัว และพรรณีไม่เคยเสียใจเลยที่ได้เทียมหทัยมาเป็ลูกบุญธรรม
เพราะตลอดเวลาเธอไม่เคยทำให้ตัวเธอและสามีหรือแม้กระทั่งคุณพร้อมเสียใจเลย จะมีที่หนักใจสำหรับเธอก็คือพ่อลูกชายคนโปรดที่ไม่ยอมกลับบ้านเลยหลังจากที่ไปเรียนที่อเมริกานั่นแล่ะ
ก็ไม่รู้จะไม่ชอบอะไรเทียมหทัยนักหนาไม่ยอมพูดด้วย ไม่พูดถึงเอาเสียเลย แต่เธอก็ได้แต่หวังว่าสักวันทุกอย่างก็คงจะเรียบร้อยดี
“คุณแม่คะสวัสดีค่ะ ทานข้าวกันแล้วหรือคะ นี่ภัคกับยายภาว่าจะมาทานด้วยแน่ะค่ะ เราเอาไก่ตุ๋นยาจีนมาให้คุณแม่ด้วยนะ”
ภัคคินีกับภาวิณีเดินมาสมทบที่ห้องอาหารพร้อมหอบหม้อไก่ตุ๋นยาจีนมาด้วย
“อ้าว! ไม่เห็นมีใครบอกแม่เลยนี่จ้ะว่าเราสองคนจะมา งั้นก็นั่งเลยลูกเพราะเพิ่งจะลงมือเอง” คุณพร้อมรีบออกตัว
“สวัสดีค่ะพี่กรรและพี่ณี” ทั้งสองรีบไหว้พี่ชายและพี่สะใภ้
“เราไม่ได้โทรมาบอกค่ะแต่คิดว่าคงจะมาทันทานอาหารเย็นก็เลยรีบมาเลยค่ะ” ภัคคินีอธิบาย
“อาภัคอาภาสวัสดีค่ะ เชิญนั่งค่ะ”
เทียมหทัยรีบลุกขึ้นไหว้พร้อมเชื้อเชิญด้วยมารยาทของเ้าของบ้าน
“เป็ไงเราพักนี้ไม่เจอกันเลย ได้ข่าวว่ากำลังทำโปรเจคใหญ่เหรอยะ”
ภาวิณีพูดขึ้น และไม่ยอมรับไหว้เทียมหทัยเหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา จนเธอชินชากับการกระทำของอาทั้งสองแล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายเพราะนานๆ ที สองคนนี้ก็จะมาป่วนสักที เธอก็จะทนได้ทุกครั้ง เพราะไม่อยากให้ทุกคนไม่สบายใจ
“ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกันหวังว่าคงไม่เจ๊งกลางทางนะจ๊ะ เดี๋ยวเงินพี่ชายฉันจะสูญเปล่าๆ นะยะ”
ภัคคินีรีบสมทบอีกทีขณะลงนั่งพร้อมกับเด็กรับใช้กำลังตักข้าวให้
“สูญเสินอะไรกันยัยภัค พี่ไม่ได้เอาเงินไปลงสักสตางค์แดงเดียว ก็มีแต่ที่เท่านั้นล่ะ แต่เมื่อก่อนก็ปล่อยร้างไว้ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย เขามาขอทำด้วยก็ดีแล้ว”
กรรชัยรีบออกรับแทนเทียมหทัย เพราะรู้ดีว่าน้องสาวทั้งสองนั้น ไม่ค่อยจะเอ็นดูเทียมหทัยเท่าไหร่ เพราะทุกครั้งที่มาเยี่ยมก็จะหอบเอาคำกระแนะกระแหนมาด้วย จนบางครั้งเทียมหทัยทนไม่ไหวก็ถอยทัพออกไปทุกที
“แหม! ออกรับแทนลูกสาวคนโปรดอีกแล้วนะพี่กรร ไม่รู้อะไรนักหนารักกันจริงๆ เลย พ่อลูกคู่นี้” ภัคคินีทนไม่ได้
“เอาล่ะกินข้าวเถอะลูกไหนตุ๋นยาจีนให้แม่ลองซิ” คุณพร้อมรีบห้ามทัพ
“นี่ค่ะคุณแม่ ทานแล้วจะได้มีกำลังค่ะ ตำรับนี้ภาได้มาจากจีนเชียวนะคะ สูตรฮ่องเต้เลยค่ะ” ภาวีณีรีบหมุนถ้วยชุบไปให้
“อ้าว! อิ่มแล้วเหรอยัยขิม”
พรรณีถามเมื่อเห็นเทียมหทัยรวบช้อน
“ค่ะคุณแม่ งั้นขิมขอตัวนะคะ จะไปเคลียร์งานที่เอามาจากออฟฟิศค่ะ ขอโทษนะคะ”
เทียมหทัยบอกพลางลุกขึ้น
“จ้ะอย่าทำงานหนักนะลูก”
พรรณีอนุญาตแต่โดยดีเพราะรู้ดีว่าลูกสาวรู้สึกยังไงกับอาสองคนนี้
“ค่ะงั้นขิมขอตัวนะคะ อาภัคอาภาสวัสดีค่ะ”
เธอรีบไหว้ทั้งสองซึ่งแสดงให้ถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่ในที ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการตอบรับที่ดี แต่เธอก็ถือปฏิบัติเสมอมา แล้วก็รีบผละออกจากห้องอาหารไป
“คุณขิมกับคุณกรณ์แน่ใจนะครับ ว่าจะไม่นอนค้างก่อนแล้วค่อยกลับพรุ่งนี้เช้า อากาศเหมือนจะครึ้มฟ้าครึ้มฝนนะครับ ลุงไม่ค่อยสบายใจเลยถ้าคุณสองคนจะเดินทางตอนนี้ เพราะทุกครั้งคุณขิมไม่เคยเดินทางตอนค่ำอย่างนี้”
อินทร์พยายามห้ามคนทั้งสอง เพราะเห็นอากาศวันนี้ไม่ค่อยจะเป็ใจให้เดินทางสักเท่าไหร่ อีกทั้งคนทั้งสองก็ตรำงานหนักมาทั้งวันั้แ่เช้าที่มาถึงก็ไม่ได้พักงานเลย ธรรทรก็แยกไปดูงานที่สนามกอล์ฟ ส่วนเทียมหทัยก็เดินดูที่ไร่
และก็เคลียร์งานเอกสารในออฟฟิศทั้งวัน จะได้พักจริงๆ จังๆ ทานข้าวเย็นนี่เอง ส่วนมื้อเที่ยงนั้นไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะทั้งสองได้ข้าวกันคนละห่อเสร็จแล้วก็รีบแยกกันไปทำงานของตัวเองให้เสร็จ เพราะรู้ว่ามีเวลาน้อยกันเต็มที
“ไม่เป็อะไรหรอกค่ะลุงอินทร์ขิมสัญญากับคุณย่าไว้แล้วว่าจะไปทานอาหารเช้าด้วยกัน และร้อยพวงมาลัยถวายพระค่ะ ่นี้ไม่ได้อยู่กับคุณย่าเลย เดี๋ยวคนแก่น้อยใจพอดี”
เธออธิบายถึงเหตุผล ซึ่งลุงอินทร์เองก็เข้าใจ
“คุณลุงไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ เพราะอย่างน้อยคุณขิมก็ไม่ได้เดินทางคนเดียวครับ มีผมไปด้วย”
เพราะเห็นอินทร์แสดงอาการเป็ห่วงเทียมหทัย
“งั้นผมฝากด้วยนะครับคุณกรณ์มีอะไรให้รีบโทรหาผมได้ทันทีเลย เพราะเส้นทางนี้ผมมีเส้นสายอยู่เยอะมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันทันนะครับ”
“ได้ครับงั้นผมว่าเราออกเดินทางกันดีกว่านะครับคุณขิมเดี๋ยวฝนจะตกก่อน…งั้นผมลานะครับลุง ฝากขอบคุณป้าใจด้วยสำหรับอาหารเย็น” เขาไหว้ด้วยอาการนอบน้อม
“งั้นขิมลานะคะลุงอินทร์”
เทียมหทัยไหว้แล้ว รีบเปิดประตูรถเข้าไปโดยมีธรรทรนั่งรออยู่แล้ว
“เดินทางปลอดภัยครับคุณขิมคุณกรณ์ด้วยครับ” อินทร์รีบรับไหว้ทั้งสองคนพร้อมทั้งอวยพร
“ฝนตกหนักจังเลยนะคะ ปกติไม่เคยเจอแบบนี้เลยเวลาขิมกลับ”
เทียมหทัยเอ่ยขณะรถกำลังแล่นไปบนถนนที่ค่อนข้างเปลี่ยวจากบ้านผู้คนและรถก็ไม่ค่อยมีวิ่งสวนมาเลย
“ก็นั่นสิครับ แล้วทุกครั้งคุณขิมมาค่ำมืดขนาดนี้หรือเปล่าครับ อันตรายมากเลยนะครับ”
“ส่วนใหญ่ขิมไม่ค่อยค่ะ จะกลับตอนเย็นๆ ค่ะ หรือถ้าต้องกลับก็จะมีลุงอินทร์หรือไม่ก็คนขับรถที่บ้านมารับค่ะ” เธออธิบาย
“เอ๊ะ! คุณกรณ์จอดรถทำไมคะ” เธอถามด้วยอาการกังวลเพราะว่าเห็นเขาหยุดรถที่ไหล่ทาง
“ไม่รู้รถเป็อะไรครับ รู้สึกขับแล้วไม่ได้ศูนย์ยังไงไม่รู้ครับ ไม่รู้ยางจะแบนหรือเปล่าครับ แต่ผมไม่แน่ใจนะต้องลงไปตรวจดูก่อน คุณขิมรออยู่ในรถนะครับ”
เขาบอกพร้อมทั้งจะเปิดประตูลงไปสำรวจดูรถ
“ขิมว่ารอให้ฝนซาลงก่อนดีมั้ยคะ แล้วในรถขิมก็ไม่มีร่มด้วยค่ะ”
“นั่นสินะ ผมเองก็ไม่ได้ยืมลุงอินทร์มาเผื่อไว้ด้วย แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมมีไอ้นี่ครับ”
เขาพูดพลางเอื้อมมือไปเปิดเอาปืนพกคู่กายที่กระเป๋าออกมาให้เทียมหทัยดู
“ขิมก็มีค่ะ”
เทียมหทัยก็เอื้อมมือไปเปิดช่องเก็บของที่หน้ารถ แล้วก็หยิบกระบอกขนาดย่อมของตัวเองออกมาเหมือนกัน เพราะกรรชัยเคยซื้อให้ และให้ไปเรียนยิงปืนด้วยเพราะอยากจะให้เธอได้มีวิชาป้องกันตัวเอาไว้
“แหม! คุณขิมนี่รอบคอบทุกเื่จริงๆ นะครับ แต่ผมว่าท่าทางฝนจะไม่ซาง่ายๆ นะครับคงต้องเสี่ยงเปียกฝนลงไปดูก่อนแล้วล่ะ ถ้ามีอะไรจะได้หาทางแก้ไขได้ทัน”
“งั้นก็ตามใจคุณค่ะระวังตัวนะคะคุณกรณ์”
“ขอบคุณครับที่เป็ห่วงถ้ามีอะไรให้คุณขิมบีบแตรดังๆ นะครับผมจะรีบมาเลย”
“ค่ะไม่ต้องห่วงขิมนะคะ”
หญิงสาวบอกขณะที่ธรรทรเปิดประตูรถออกไปสำรวจรถท่ามกลางสายฝนที่โปรยมาอย่างหนัก แต่ไม่ทันที่เขาจะสำรวจล้อรถครบทั้งสี่ล้อ เทียมหทัยก็สังเกตเห็นว่ามีรถกระบะขับแซงหน้ารถไปแล้วก็ชะลอความเร็วไปจอดด้านหน้ารถตรงที่ธรรทรกำลังจะไปสำรวจดูพอดีเลย
และทันใดนั้นก็มีชายสูงอายุกับชายวัยกลางคนอีกสองคน เดินลงมาจากรถกระบะตรงมาหาธรรทร ทำให้เธอใและรีบกดแตรดังสนั่นให้ธรรทรระวังด้านหลัง
ธรรทรเองก็สะดุ้งกับเสียงแตรไม่น้อยและก็หันหลังไปเจอกับชายสามคนที่เดินเข้ามาหาเขา และเขาก็กำลังจะชักปืนพกออกมาจากเอวก็มีเสียงร้องทักจากชายสูงวัยว่า
“ใช่รถคุณอลงกรณ์หรือเปล่าครับ” ธรรทรได้แต่เอามือแตะไว้ที่ปืนพกแล้วก็ตอบไป
“ใช่ครับแล้วพวกคุณเป็ใครรู้จักผมได้ยังไงครับ” เขาถามด้วยอาการไม่ไว้ใจ
“ผมชื่อก้อนครับ เป็เพื่อนกับเ้าอินทร์ที่เป็ผู้จัดการไร่คุณกรรชัยครับเขาโทรหาผมว่าคุณกับคุณขิมกำลังจะเข้ากรุงเทพฯ ให้คอยช่วยด้วยถ้ามีปัญหาอะไร ก็พอดีเ้าลูกน้องของผมสองคนนี้มันเป็อาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยอยู่เส้นทางนี้พอดี”
“เลยลองโทรเช็กดูเห็นรถคุณผ่านตรงจุดโน้นมานานแล้ว แต่ยังไม่ผ่านไปจุดหน้าสักทีสักทีก็เลยวิ่งตามมาครับ พอเห็นรถคุณจอดอยู่ก็เลยจะลงมาดูว่าใช่หรือเปล่า”
นายก้อนชายวัยเดียวกับอินทร์อธิบายเพราะเห็นท่าทางของธรรทรที่กำลังเตรียมพร้อมที่จะชักปืนออกมา
“อ๋อ! งั้นเหรอครับเล่นเอาผมใแทบแย่”
ธรรทรแสดงอาการโล่งอกเพราะดูแล้วหน้าตานายก้อนกับผู้ติดตามก็ไม่น่าจะเป็ผู้ประสงค์ร้ายกับเขาเลย และอีกอย่างเขายังไม่ได้ติดต่อใครเลยว่าเขาจะไปตรงไหนอยู่ที่ไหน นอกจากลุงอินทร์เท่านั้นที่รู้ว่าเขาและเทียมหทัยกำลังเดินทาง
“คุณกรณ์คะมีอะไรหรือเปล่าคะ”
เทียมหทัยเห็นท่าไม่ดีเลยตัดสินใจออกมาจากรถและเล็งปืนไปยังนายก้อนท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักและไม่ยอมหยุดง่ายๆ
“ไม่มีอะไรครับคุณขิมพวกเขาเป็คนของลุงอินทร์ครับ”
เขารีบบอกเธอ เพราะเห็นอาการระวังตัวสุดฤทธิ์ โดยการเล็งปืนพกกระบอกย่อมไปยังชายแปลกหน้า
========================
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
