ลี่หยาและขุนนางลี่ บิดาของนาง รวมถึงฮูหยินลี่ มารดา กำลังยืนอยู่หน้าพระที่นั่งของฮ่องเต้ ทั้งสามคนต่างรู้สึกถึงแรงกดดันที่หนักอึ้ง คุณหนูลี่หยายังไม่กล้าสบสายตากับผู้ใดั้แ่เดินเข้ามาในท้องพระโรง
ใจของนางเต้นระรัว ภายในเต็มไปด้วยความกลัวและความอายจากเหตุการณ์ในอุทยานหลวง ลี่หยาไม่คิดเลยว่าเหตุการณ์เพียงชั่วครู่จะนำพานางมาสู่สถานการณ์ที่เลวร้ายถึงเพียงนี้
ข้างๆ นั้น หวังหยางและแม่ทัพหวัง บิดาของเขา ยืนอย่างสง่างาม ท่าทางของเขายังคงเยือกเย็นตามวิสัยขององค์รักษ์หลวง แต่ภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความสงสัยและไม่แน่ใจ
ขามิได้ลวนลามลี่หยา แต่ทำไมเหตุการณ์นี้จึงกลายเป็ข่าวลือที่แพร่กระจายออกไปเช่นนี้ และใครกันแน่ที่อยู่เื้ัความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในอุทยานหลวง?
เสียงของขันทีผู้มีอำนาจประกาศเปิดประชุมท้องพระโรงดังขึ้น ฮ่องเต้ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นเบาๆ เพื่อให้ทุกคนสงบ ทุกสายตาจับจ้องไปที่พระพักตร์ของพระองค์ "ในวันนี้ ข้าจะทำการพิจารณาคดีที่เกิดขึ้นในอุทยานหลวง" ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและเปี่ยมด้วยอำนาจ "เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลต่อชื่อเสียงของทั้งสองตระกูลใหญ่ ข้าจึง้าคำตอบที่แน่ชัดจากการสืบสวน"
ลี่หยารู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถม เมื่อรู้ว่าทุกคำพูดและการกระทำของนางจะถูกพิจารณาอย่างถี่ถ้วนต่อหน้าพระพักตร์นางตัวสั่นเล็กน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล
ในเวลาเดียวกันนั้น นางก็ยิ่งไม่กล้าสบตากับหวังหยาง เพราะนางเข้าใจผิดเขาอย่างร้ายแรง ยิ่งรู้ว่าเหตุการณ์ไม่ได้เป็ไปตามที่คิด นางก็ยิ่งรู้สึกเสียใจและสับสนมากขึ้น
"จากการสืบสวนพบว่า เหตุการณ์ในอุทยานหลวงไม่เป็อย่างที่มีข่าวลือกัน" เสียงขันทีดังขึ้นอีกครั้ง "นางข้าหลวงที่นำคุณหนูลี่หยาเข้าไปในอุทยานถูกลอบสังหาร ศพของนางถูกพบอยู่หลังกำแพงวัง แต่จนถึงตอนนี้ เรายังไม่สามารถหาตัวคนร้ายได้"
คำประกาศนั้นทำให้บรรยากาศในท้องพระโรงเงียบลงอีกครั้ง ทุกคนต่างรู้สึกถึงความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้น บางคนพยายามเก็บอาการ แต่ก็ไม่สามารถซ่อนความใได้
ลี่หยาเมื่อได้ยินเช่นนั้น นางรู้สึกเหมือนหัวใจของนางจะหล่นลงสู่พื้น นางไม่คิดเลยว่านางข้าหลวงที่นำนางไปจะต้องมาจบชีวิตเช่นนี้ ความรู้สึกผิดแล่นเข้ามาในใจอย่างรุนแรง นางเข้าใจผิดหวังหยาง แถมยังทำร้ายเขาเพราะความโกรธเกรี้ยวและความอายโดยที่ไม่รู้ความจริง
หวังหยางที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แม้จะรู้สึกโล่งใจที่พระองค์เองพ้นจากข้อกล่าวหา แต่เขายังคงครุ่นคิดถึงผู้ที่อยู่เื้ัเหตุการณ์นี้ ใครกันที่กล่าวางแผนลอบทำร้ายและสังหารนางข้าหลวง เพื่อให้เกิดความวุ่นวาย? เขาเหลือบมองด้านข้างของคุณหนูลี่หยาเพียงชั่วครู่ เห็นเพียงใบหน้าของนางที่หม่นหมองและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
"เพื่อรักษาเกียรติยศของทั้งสองตระกูล ข้าจึงมีพระบัญชาให้หัวหน้าองค์รักษ์เสื้อแพร หวังหยาง และแม่นางลี่หยา เข้าพิธีสมรส" ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง
คำประกาศนี้เหมือนกับสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางท้องพระโรง ทั้งหวังหยางและลี่หยาต่างตกตะลึงอย่างคาดไม่ถึง ทั้งสองเงยหน้าขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย สายตาของพวกเขาประสานกันในชั่วขณะนั้น
ลี่หยารู้สึกเหมือนทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่ง นางไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน นางช็อกกับคำสั่งนี้ หัวใจของนางเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมา นางพยายามจะหาคำ กล่าวเพื่อปฏิเสธ แต่ไม่กล้ากล่าวอะไรกลางท้องพระโรง ด้วยความกลัวและความเคารพในพระราชอำนาจ
หวังหยางเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน มิได้คาดคิดว่าเหตุการณ์นี้จะลงเอยด้วยการสมรส แต่คำสั่งของฮ่องเต้ไม่อาจลบล้างหรือขัดขืนได้ เขาจึงต้องจำใจยอมรับ แต่ในใจของเขายังคงเต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่เข้าใจ
ลี่หยายืนนิ่งประดุจรูปสลัก หูของนางยังคงได้ยินเสียงฮ่องเต้ตรัสสั่งเสร็จสิ้น แต่ทุกอย่างดูเหมือนเป็เพียงภาพลางๆ เสียงอื้ออึงจากผู้คนที่ยืนอยู่ในท้องพระโรงเริ่มดังขึ้น แต่ลี่หยากลับไม่ได้ยินอะไร นางรู้เพียงว่า นางต้องแต่งงานกับผู้ที่นางเคยเข้าใจผิดและทำร้าย
ใบหน้าของลี่หยาสะท้อนความใชัดเจน นางยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะนำไปสู่อะไรต่อจากนี้