เสียงเข้มที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจกดดันดังขึ้น ทำให้ทุกคนถึงกับใจสั่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ต้นน้ำที่เห็นคนที่เขาทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวเดินตรงเข้ามาหาเด็กสาวที่เขานั่งอยู่ข้างๆ พร้อมกับสายตาที่จับจ้องตรงมาก็ทำให้เขารู้ได้ทันทีเลยว่าคนที่อีกฝ่ายเรียกว่าภรรยาหมายถึงใคร
และพอรู้อย่างนี้ ต้นน้ำก็รีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่จะถอยห่างออกมาในระยะที่เหมาะสม
"เรียบร้อยแล้วครับ พอดีว่าผมเห็นว่าน้องเขาขาเจ็บและไม่ได้ถ่ายรูปร่วมกับเพื่อนผมก็เลยมาถ่ายรูปด้วย หวังว่าคุณจะไม่ถือสานะครับ"
"ไม่เป็ไรครับ ภรรยาผมเป็แฟนคลับของคุณ เธอคงจะดีใจมากที่ได้ถ่ายรูปคู่กับคุณ ผมต่างหากที่จะต้องขอบคุณที่ทำให้ภรรยาผมมีความสุข"
แต่ละคำที่พูดออกมาดูเหมือนจะเน้นย้ำคำว่าภรรยาเป็พิเศษ จนทำให้ต้นน้ำถึงกับเหงื่อตก
" ยินดีครับ การเป็ดาราเมื่อแฟนคลับมีความสุขผมเองก็มีความสุขไปด้วย ถ้ายังไงผมขอตัวก่อนนะครับ"
ต้นน้ำรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว เกือบไปแล้ว....นี่เขาเกือบจะก้าวขาลงไปหาเื่ซวยซะแล้ว
แต่ก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน เด็กสาวคนนั้นถูกตาต้องใจเขาพอสมควร แต่ในเมื่อเธอมีสามีแล้วเขาก็คงได้แต่ถอยออกมา
ต้นน้ำเดินออกจากห้องประชุมท่ามกลางวงล้อมของเหล่าบอดี้การ์ดที่คอยคุ้มกันเมื่อนักศึกษาคณะอื่นเริ่มเข้ามารุมล้อมเขาอีกครั้ง
นิสารู้สึกใจเต้นแรงเมื่อเห็นชายหนุ่มที่เธอถูกใจเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง คิดถูกจริงๆที่เลือกยืนรออยู่ที่นี่
เธอไม่เคยรู้สึกชอบใครขนาดนี้มาก่อนเขาเป็คนที่โดดเด่นเหนือกว่าใครที่เธอเคยเห็นมา เธอจะต้องหาทางเอาผู้ชายคนนี้มาเป็ของเธอให้ได้ ...ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรเธอก็ไม่สน
นิสา้าทำให้นางชลดารู้สึกเ็ปเธอจะแย่งของของมันมาให้หมด นิสาไม่รู้หรอกว่าทำไมเธอถึงได้เกลียดชังชลดามากมายขนาดนี้ แต่มันเป็ความเกลียดชังที่ไม่มีวันญาติดีกันได้อย่างแน่นอน
แววตาเป็ประกายสื่อความหมายชัดเจนของนิสา ทำให้พรฟ้าและสายชลมองหน้ากันก่อนที่จะเบะปากอย่างรังเกียจ
ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าผู้ชายคนนี้เป็สามีของเพื่อน แต่ก็ยังทำท่าทางแบบนี้ออกหน้าออกตา แบบนี้ก็ฟันธงได้เลยว่านิสาไม่ได้หวังดีหรอคิดว่าชลดาเป็เพื่อนจริงๆอย่างแน่นอน
พวกเธอก็ได้แต่หวังว่าสามีของชลดาจะมีจิตใจที่หนักแน่นมั่นคงมากพอิ ไม่หลงกลไปกับความสวยงามแบบจอมปลอม
เมธัสเดินไปนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าของชลลดา ก่อนที่จะจับข้อเท้าของเธอขึ้นมาสำรวจอย่างเบามือต่อหน้าทุกคนด้วยท่าทางที่เป็ธรรมชาติเหมือนกับทำเป็ประจำ
การแสดงออกและความเอาใจใส่ของเขา ยิ่งแสดงให้เห็นว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อชลดามันเป็ยังไง
ชลดาที่เห็นแบบนั้นก็ถึงกับสะดุ้ง ดึงเท้าออกมาแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเขาก็กอบกุมข้อเท้าของเธอไว้แน่น
"อยู่นิ่งๆ"
" งื้ออ ไม่เอาค่ะคุณเมธัส เรากลับบ้านกันดีกว่านะคะ"
ชลดาพยายามหาทางเลี่ยง ยิ่งเห็นสายตาล้อเลียนของเพื่อนทั้งสองเธอก็ยิ่งรู้สึกเขินอาย แต่ทันทีที่เห็นสายตาอิจฉาริษยาของนิสาเธอก็หยุดการต่อต้านทันที
"ฉันขอดูก่อน"
เมธัสเริ่มเอาแต่ใจ เขาจับข้อเท้าของเธอพลิกไปมาอย่างเบามือ มันยังคงบวมเป่งอยู่พอสมควร
"ไปหาหมอดีไหม"
"แต่ว่า...."
" ฉันดูแล้วควรจะไปหาหมอดีกว่า ถึงจะนวดยาไปแล้วแต่มันก็ยังไม่หายบวม คงต้องกินยาแก้อักเสบ"
"ก็ได้ค่ะ"
ชลดาตอบตกลงในที่สุด เพราะสิ่งที่เมธัสพูดมาก็เพื่อตัวเธอทั้งนั้น
การแสดงความห่วงใยและเอาใจใส่ของเมธัสทำให้พรฟ้าและสายชลถึงกับกุมมือกันแน่นด้วยความเขินอายและฟิน
ส่วนนิสาก็ยกยิ้ม ฝันหวานว่าเมธัสจะทำแบบนั้นกับเธอถ้าหากว่าเขาเป็แฟนของเธอในอนาคต
ยิ่งเห็นแบบนี้เธอก็ยิ่งอยากได้ ผู้ชายแบบนี้แหละที่เหมาะสมกับเธอ ไม่ใช่ไอ้เจษฎานั่น
นิสายังคงหัวเสียทุกครั้งที่คิดถึงเจษฎาเธอไม่น่าตาต่ำไปมองมันเลย ถ้าเธอได้เมธัมาเป็แฟนเมื่อไหร่ เธอจะให้เขาจัดการเจษฎาให้เธอ
นิสากำลังจะเข้าไปพูดคุยทำความรู้จักอีกครั้ง แต่เมธัสกลับอุ้มชลดาไว้ในอ้อมแขนพร้อมซะก่อน
" เอ่อ...คุณเมธัสคะแป๊บนึงนะคะ ฟ้า น้ำ นี่คือคุณเมธัสเป็...เป็สามีของดาเอง คุณเมธัสคะ นี่พรฟ้ากับสายชลเป็เพื่อนของหนูดาเองค่ะ"
ชลดารีบพูดขึ้นเมื่อเมธัสตั้งท่าจะอุ้มเธอออกไปจากห้องประชุม
เมธัสพยักหน้าให้พรฟ้าและสายชล สายตาที่ดูอ่อนลงแต่ก็ยังชวนให้รู้สึกครั่นคร้ามอยู่ดี
" ยินดีที่ได้รู้จักครับ ขอบคุณที่ช่วยดูแลดา ถ้าพวกคุณมีอะไรอยากให้ผมช่วยก็บอกได้เลย"
พรฟ้าและสายชลที่ได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก คนที่ดูมีอำนาจขนาดนี้มาพูดกับพวกเธอมันทำให้พวกเธอรู้สึกทำตัวไม่ถูก
" ค่ะ...ค่ะ พวกเราจะดูแลดาอย่างดีแน่นอนค่ะ คุณเมธัสไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ และพวกเราสัญญาว่าจะเป็ไม้กันหมาให้อย่างดีเลยล่ะค่ะ"
เมธัสพยักหน้าด้วยสีหน้าที่เป็มิตรขึ้น เด็กดื้อของเขามีเพื่อนที่ดีแบบนี้เขาก็สบายใจ และถ้าจะกันพวกผู้ชายออกไปจากชลดาด้วยเขาก็ยิ่งยินดี
ส่วนอีกคน...
เมธัสลากสายตาไปมองหญิงสาวที่อยู่ดีๆก็เดินพรวดพราดขึ้นมาอยู่ตรงหน้าตัวเอง
" คุณเมธัสคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันชื่อนิสาเป็เพื่อนรักของดา คือว่าต่อไปฉันจะช่วยดูแลดาให้เป็อย่างดี คุณเอาเบอร์ติดต่อของฉันไปไหมคะเผื่อมีอะไรอยากสอบถามจะได้โทรมาหาฉันได้ถ้าติดต่อดาไม่ได้ หรือไม่ฉันขอเบอร์คุณได้ไหมคะ เผื่อดาเป็อะไรจะได้ติดต่อคุณได้ทัน"
เมธัสยกยิ้มมุมปากก่อนที่จะส่งสายตาให้ธนาหยิบนามบัตรของตัวเองออกมา ทำให้สายตาของทุกคนถึงกับเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
แม้แต่ชลดาก็ยังรู้สึกใไม่ต่างกัน
นิสายกยิ้มหวานเตรียมจะหยิบนามบัตรที่ธนาหยิบขึ้นมา แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเขาชักมือกลับก่อนที่จะนำไปมอบให้พรฟ้าและสายชลคนละใบด้วยความรู้ใจเ้านาย
" หึ ขอตัวก่อนนะครับ"
เมธัสพูดเพียงแค่นั้นก่อนที่จะอุ้มชลดาออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจนิสาที่ยืนตัวแข็งอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะเมินเธอได้ขนาดนี้
ธนาเองก็พยักหน้าให้ทุกคนก่อนที่จะเดินตามออกไปและท่าทางเคร่งขรึมสมกับเป็เลขาสุดเฮี๊ยบของท่านประธาน
"ฉันว่าเธอหยุดคิดดีกว่านะนิสา เธอรู้ไหมว่าสิ่งที่เธอแสดงออกมามันน่ารังเกียจมาก"
พรฟ้าและสายชลเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้านิสา พร้อมกับพูดตักเตือนขึ้นอย่างทนไม่ได้
"เธอพูดอะไรของเธอ อยู่ดีๆมาว่ากันแบบนี้เป็บ้าหรือเปล่า"
นิสาพูดอย่างไม่ยอมรับ
" หึ เธอก็รู้ดีแก่ใจ มองสามีเพื่อนออกหน้าออกตาขนาดนี้คงอยากได้มากล่ะสิท่า แต่เสียใจด้วยนะ ดูก็รู้ว่าเขาไม่คิดจะมองใครนอกจากดา"
พรฟ้ารู้สึกรับไม่ได้กับท่าทางลอยหน้าลอยตาของนิสา จนสายชลต้องพูดเสริมออกมา
"ใช่ ฉันว่าเธอคงได้แค่คิดเท่านั้น พวกเราขอเตือนเธอรีบกลับใจดีกว่านะก่อนที่มันจะสายไปมากกว่านี้"
นิสาไม่ได้พูดตอบอะไร เธอมองทั้งสองอย่างไม่พอใจก่อนที่จะเดินกระแทกเท้าออกไปนอกห้องประชุมทันที
พรฟ้าและสายชลมองหน้ากันก่อนที่จะส่ายหน้าด้วยความจนใจ ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะทำอะไรอีกหรือเปล่า
เมธัสอุ้มชลดาไปขึ้นรถที่มีบอดี้การ์ดค่อยเปิดประตูให้ รถคันหรูมูลค่าที่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่รถธรรมดาและคงจะเป็รุ่น limited ที่ราคาแพงหูฉี่ พร้อมกับคนคอยดูแลทำให้นิสามองตามด้วยความอิจฉา
ความจริงบ้านของเธอก็ร่ำรวยมีฐานะพอสมควร แต่ว่าแม้แต่รถพ่อของเธอยังมีราคาไม่ถึงครึ่งของรถคันนี้เลย ยิ่งเป็แบบนี้เธอก็ยิ่งอยากได้เมธัสมากขึ้นไปอีก
นิสาจับจ้องรถคันหรูที่ค่อยๆแล่นออกไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความ้า
เมธัสให้คนขับรถตรงไปจอดที่โรงพยาบาลระดับชั้นนำที่เขาเป็หุ้นส่วน เขาอุ้มเธอขึ้นไปหาคุณหมอด้วยตนเองจนผู้อำนวยการที่รู้เื่ต้องรีบเดินมาต้อนรับอย่างรวดเร็ว
"คุณเมธัสเอาเก้าอี้ไหมครับ"
ผู้อำนวยการมองหญิงสาวในอ้อมแขนของเมธัสด้วยความสนใจ แต่เมื่อเห็นสายตาคมกริบที่มองตรงมาเขาก็รีบหลบสายตาอย่างรวดเร็ว
ดูก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้คงจะเป็คนสำคัญของพญามัจจุราชคนนี้แน่ๆ
"ไม่เป็ไร จัดหาหมอให้ฉันที ภรรยาฉันหกล้มขาแพลงน่าจะกล้ามเนื้ออักเสบ "
ทันทีที่ได้ยินว่าหญิงสาวคนนี้เป็ภรรยาของเมธัส ผู้อำนวยการก็ยิ่งกระตือรือร้นเป็พิเศษ
"ได้ครับๆ เชิญทางนี้เลยครับ "
ผู้อำนวยการคอยบริการทุกอย่างด้วยตัวเอง พร้อมกับพาทั้งสองไปหาหมอผู้เชี่ยวชาญที่เก่งที่สุดในด้านนี้
"เดี๋ยวผมจะตรวจให้อย่างละเอียดเลยนะครับ จากการเอกซเรย์ดูอย่างละเอียดไม่พบกันแตกหักหรือการเคลื่อนของกระดูก ทุกอย่างปกติดี เป็แค่อาการอักเสบของกล้ามเนื้อเท่านั้น นวดยาและทานยาแก้อักเสบสักพักเดี๋ยวไม่นานก็หายดีครับ ระมัดระวังการเคลื่อนไหวใน่นี้ด้วยนะครับ ถ้ายังรู้สึกว่ากล้ามเนื้ออักเสบอยู่พยายามอย่าเดินเยอะ"
เมธัสพยักหน้า ก่อนที่จะอุ้มชลดากลับไปเหมือนเดิม ท่ามกลางสายตาของผู้คนจำนวนมากที่มาใช้บริการโรงพยาบาล
ชลดาอยากจะบอกเหลือเกินว่าไม่จำเป็ต้องอุ้มเธอไปไหนมาไหนแบบนี้ก็ได้ รถเข็นก็มี เขาอยากจะโชว์ความแข็งแกร่งของตัวเองนักหรือไง
เขาจะรู้ไหมว่าเธอรู้สึกเขินอายขนาดไหน
"เป็อะไร ทำไมหน้าแดงขนาดนั้น"
เมธัสถามคนที่อยู่ซุกหน้าลงที่แผงอกของเขาแน่น
" หงึ คุณก็น่าจะรู้ไม่ใช่หรอคะ ดูสายตาของแต่ละคนที่มองมาสิ หนูดาเขินไปหมดแล้ว"
"ก็เธอตัวเล็กนิดเดียว ฉันอุ้มไปมาสะดวกดีจะตาย ทำไมต้องไปนั่งรถเข็นด้วยล่ะ "
เมธัสพูดในขณะที่อุ้มชลดาเดินตัวปลิวเข้าไปรอยาที่รถ เพียงไม่นานธนาก็ตามขึ้นมาหลังจากที่ไปรับยามาเรียบร้อยแล้ว รถคันหรูก็แล่นกลับคฤหาสน์อัศวพัชรกุลทันที
ไรท์: โอ๊ะ!! ได้ยินเสียงอะไรแตกดังเพล๊ง!! ไหมคะ อิอิ