บนแผ่นหินสลักไว้เพียงชื่อ ไม่ได้สลักคุณประโยชน์หรือข้อกำหนดอะไรไว้ เหมือนแผ่นหินก้อนแรกที่จ้าวหยางจื่อพบเจอ
ระหว่างรอให้ทักษะฝึกปราณหลอมรวม จ้าวหยางจื่อก็ขบคิดกับตนเอง ว่าเขากับน้องทั้งสองคนมีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่ จึงมีชีวิตการเป็อยู่ยากลำบากถึงเพียงนี้? แล้วเหตุใดบิดามารดาถึงไม่อาศัยอยู่กันกับพวกเขาด้วย?
ดีที่จ้าวหยางจื่อไม่ปวดหัวขึ้นอีก เพราะฤทธิ์ของน้ำพุคอยช่วยเขาเอาไว้ระหว่างครุ่นคิด ทั้งที่กำลังหลอมรวมกับทักษะฝึกปราณแท้ๆ
นับได้ว่าน้ำพุจิติญญานั้นมีสรรพคุณวิเศษยิ่ง รักษาได้แม้แต่อาการปวดสมอง
สาเหตุที่จ้าวหยางจื่อกับสองฝาแฝดได้มาอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลหานอันแร้นแค้นแห่งนี้ และใช้ชีวิตอย่างยากลำบากนั้น ก็ต้องเท้าความย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อน
ในตอนนั้นจ้าวหยางจื่อพร้อมกับน้องๆ ของเขากำลังจับจ่ายตลาดที่เมืองหลวงฉางอันอย่างปกติสุข
ทว่าทันใดนั้นเหล่าข้ารับใช้และเหล่าผู้พิทักษ์ของตระกูลก็ได้ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ซึ่งพวกเขาเ่าั้ต่างพาจ้าวหยางจื่อและสองพี่น้องหลบหนีอย่างฉุกละหุก
ขณะเดียวกันก็รายงานแก่จ้าวหยางจื่อผู้เป็นายน้อยว่า จวนของเขามีกองกำลังปริศนากว่าสามร้อยคนบุกเข้าปล้นกลางวันแสกๆ
ในตอนแรกจ้าวหยางจื่อก็ไม่เชื่อ เพราะถึงจะมีอำนาจมากขนาดไหน ก็ไม่ควรมีผู้ใดบ้าบิ่นพอบุกจวนผู้คนกลางเมืองหลวงอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้แน่!
แต่จ้าวหยางจื่อก็ปักใจเชื่อในเวลาต่อมา หลังจากมีเหล่าศัตรูติดตามพวกเขา ทั้งยังหมายปองชีวิตเขาและน้องทั้งสองคน
ต่อจากนั้นจ้าวหยางจื่อพร้อมกับสองฝาแฝดและเหล่าผู้พิทักษ์ก็ต่างระหกระเหินหลบหนีหัวซุกหัวซุนอยู่นาน ทว่าเหล่าศัตรูก็ไม่ยอมแพ้พลางไล่ตามพวกเขามาหวังจะเอาชีวิตเขาให้ได้
ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้เหล่าข้ารับใช้และผู้พิทักษ์ตกตายกันไปเป็ว่าเล่น ที่คอยปกป้องพวกเขาทั้งสามคน
เหตุการณ์นี้ทำเอาจ้าวหยางจื่อซาบซึ้งใจพวกเขาอย่างมาก ที่ปกป้องตนเองด้วยชีวิตแบบนี้ จึงได้ตั้งปณิธานว่า ถ้าเขารอดไปได้ เขาจะตอบแทนบุญคุณพวกเขาแน่
จนในที่สุดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นเลย ถ้าเป็เช่นนี้ต่อไปคงไม่นานที่พวกเขาจะถูกปลิดชีพ หัวหน้าผู้พิทักษ์จึงได้ให้จ้าวหยางจื่อหลบนี้ไปพร้อมน้องของเขาทางเรือ ตัวเขาเองพร้อมกับเหล่าข้ารับใช้จะสกัดกั้นศัตรูอยู่ตรงนี้เพื่อให้เขาหลบหนีอย่างปลอดภัย
ด้วยความเป็เด็กในตอนนั้นจ้าวหยางจื่อไม่มีทางเลือกใดๆ ทั้งสิ้น จนในที่สุดเขาล่องเรือลงใต้ตามแม่น้ำซีเจียงจนมาถึงชายแดนเมืองเฉิงตู
แต่ถึงอย่างนั้นแล้วความโชคร้ายของจ้าวหยางจื่อก็ไม่หมดไป คนพายเรือก็ตกตายในทันทีเมื่อเรือเทียบฝั่ง สาเหตุการตายเป็เพราะทนพิษาแไม่ไหว ต่อจากนั้นจ้าวหยางจื่อก็ทำได้แค่หวังพึ่งตนเอง
อย่างไรก็ตามจ้าวหยางจื่อไม่อยู่กับที่แต่อย่างใด เขาพาน้องทั้งสองคนระเหเร่ร่อนลงใต้ต่อเพื่อหนีศัตรูให้ไกลที่สุด เขารู้ดีว่าต้องเป็ผู้มีอำนาจมากมหาศาล ที่กล้าบุกเข้าปล้นจวนเขากลางเมืองหลวงไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองเช่นนั้น
จนในปัจจุบัน หลังจากที่หลบหนีมาห้าปีเต็มจ้าวหยางจื่อและน้องทั้งสองคนก็ตั้งหลักปักฐานที่ท้ายหมู่บ้านตระกูลหาน ใกล้กับเมืองอำเภอ ชายขอบทางใต้มณฑลเฉิงตู
ชีวิตห้าปีที่ผ่านมาของสามพี่น้องช่างยากลำบากโดยแท้จริง
คิดมาถึงตรงนี้แล้วจ้าวหยางจื่อก็อดชื่นชมเ้าของร่างคนเก่าไม่ได้ เขาต้องเข้มแข็งขนาดไหนที่พาน้องทั้งสองคนมีชีวิตรอดมาถึงตรงนี้ อย่าลืมนะว่าเมื่อตอนนั้นเขาเป็เด็กวัยสิบขวบปีเท่านั้นเอง
จ้าวหยางจื่อจะไม่แปลกใจเลยถ้าโดนจับไปเป็ทาส..
ทว่าคิดดูให้ดีแล้วเื่โดนจับตัวไปก็เกือบที่จะเคยเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ในมณฑลชายแดนกฎหมายค่อนข้างหละหลวม ดีที่ท่านยายหานภรรยาของผู้ใหญ่บ้านช่วยเอาไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นคงโดนจับไปขายเป็แน่
ด้วยความเห็นใจ ต่อมาท่านยายหานก็ได้ชักชวนทั้งสามคนมาอาศัยที่หมู่บ้านตระกูลหาน ซึ่งเ้าของร่างคนเก่าก็ตอบตกลง แล้วสร้างบ้านที่ท้ายหมู่บ้านใกล้กับตีนเขาอย่างที่เห็น
หลังจากคิดเื่ถึงความเป็มาทั้งหมดแล้วนั้น แววตาของจ้าวหยางจื่อก็ดูเ็าขึ้น และอิริยาบถของเขาก็สงบกว่าเดิมเล็กน้อย ราวกับเขาเปลี่ยนไปเป็คนละคน
ยิ่งเขาคิดลึกลงไปใบหน้าของจ้าวหยางจื่อยิ่งเ็าขึ้นอย่างมาก
“ไม่ได้การ ข้าหนีต่อไปไม่ได้แล้ว มันถึงเวลาที่ข้าต้องลุกขึ้นสู้!” จ้าวหยางจื่อกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ แม้ก่อนหน้านี้จะวิตกกังวลอยู่บ้าง เนื่องจากโลกที่เขาอยู่ในตอนนี้นั้นเป็ระบอบศักดินา ไม่มีแม้สิทธิมนุษยชน
อย่างไรก็ตาม เขาคิดได้ว่าไม่อาจหนีได้ต่อไป เพราะยิ่งเขาหนีเขายิ่งอ่อนแอ แล้วศัตรูที่แท้จริงจะจัดการกับเขาได้ง่าย
มันไม่ดีกว่าหรือถ้าลุกขึ้นสู้ ก่อร่างสร้างตัวเพื่อแก้แค้น มาสู้กันสักตั้งว่าใครจะเป็คนยืนหยัดคนสุดท้าย!
ถามว่าเขาไปเอาความมั่นใจมาจากไหน แน่นอนเขามีทั้งสมบัติและอาวุธเพียบพร้อมขนาดนี้แล้วนั่นเอง อีกทั้งเขายังมีความรู้ปัจจุบันอีกด้วย มีหรือเขาจะกลัว!
‘คอยดูเถอะใครที่ทำให้ฉันระหกระเหินแบบนี้ มันต้องชดใช้เป็พันเท่า!’
“..แต่ก่อนอื่น เราต้องยกระดับความเป็อยู่ก่อน..”
ทุกคนย่อมมีก้าวแรกเสมอ การที่จะเติบโตกลับไปได้ อย่างน้อยรากฐานก็ต้องมั่นคงเสียก่อน ยิ่งสภาพการเป็อยู่แบบนี้แล้ว อย่าว่าแต่ไปแก้แค้นเลย เดินทางเข้าเมืองอำเภอยังเป็เื่ยากเลย
อย่างไรก็ตามจ้าวหยางจื่อก็ไม่ย่อท้อ เพื่อการนั้นแล้วเขาต้องอดทนเข้าไว้
ถามว่าตั้งนานแล้วทำไมถึงไม่ติดต่อผู้เป็บิดาที่เป็แม่ทัพไป
เื่นี้จ้าวหยางจื่อก็นับถือความฉลาดของเ้าของร่างคนเก่าไม่ได้ เพราะว่าที่เขาไม่ติดผู้เป็บิดาที่อยู่ชายแดนทางเหนือไปนั้น เป็เพราะว่าเขายังไม่รู้ว่าบิดายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า หนำซ้ำถ้าเขาติดต่อกลับไปจะไม่เป็การป่าวประกาศให้ศัตรูรู้เช่นกันว่าเขายังมีชีวิตอยู่
ยิ่งคิดจ้าวหยางจื่อยิ่งชื่นชม แต่ที่น่าชื่นชมกว่านั้นคือการที่พาน้องทั้งสองคนเอาตัวรอดได้ตั้งห้าปี แม้จะไม่ได้อยู่ดีกินดีก็ตาม..
แต่ทันใดนั้น สมองของจ้าวหยางจื่อก็รู้สึกโล่งสบาย ไม่ต้องสงสัยการหลอมรวมทักษะฝึกปราณปฐมบทเสร็จสิ้นแล้วนั่นเอง
เมื่อเป็เช่นนั้นจ้าวหยางจื่ออดตื่นเต้นไม่ได้
“จะทรงพลังแค่ไหนกัน ตำนานที่เล่าขานมาั้แ่โบร่ำโบราณ..”