ตอนที่ 1
เลอดาวมองผู้ชายแปลกหน้าที่กำลังก้าวยาวๆจนเกือบจะเป็วิ่งใกล้เข้ามาทุกขณะหล่อนมั่นใจว่าโดยส่วนตัวนั้นไม่เคยรู้จักกันแต่เขาคนนั้นก็ทำให้หล่อนต้องหยุดเดินแล้วใช้สายตาเพ่งพิจารณาโดยไม่รู้ตัวเหมือนกันเพราะรูปลักษณ์ภายนอกของเขาผู้นั้น เมื่อก้าวขาช้าลงมีความน่าประทับใจอยู่ไม่ใช่น้อยหล่อนรู้ตัวดีว่ารสนิยมในการมองผู้ชายสักคน สิ่งแรกก็คงไม่แคล้วที่รูปร่างหน้าตาแล้วผู้ชายตรงหน้าก็มีข้อนั้นนำโด่งค่อนข้างมาก
เขาเป็ผู้ชายสูงโปร่ง ผิวสองสี ตัดรองทรงสูงจับเจลตั้งหน้ารูปไข่ค่อนข้างคมสัน ดวงตารียาวนั้นแม้อาจจืดชืดในสายตาคนอื่นแต่หล่อนก็มองเห็นเสน่ห์จากดวงตาของเขาเพียงแวบแรกที่จ้องคิ้วทั้งสองข้างเข้มรับกับขนตาที่ค่อนข้างยาวและหนา จมูกก็โด่งเป็สันริมฝีปากหยักหนานั้นได้รูปชวนมอง เห็นหนวดและเคราสีเขียวจากการโกนจางๆอีกทั้งการแต่งเนื้อแต่งตัวก็สะอาดสะอ้าน ที่สำคัญนั้น ยิ่งเขาเดินเข้ามาใกล้เท่าไรกลิ่นน้ำหอมสะอาดเย็นชวนให้หลงใหลก็ยิ่งลอยมากระทบปลายจมูกมากเท่านั้น
นี่กระมังที่เขาเรียกว่าความประทับใจในการพบกันครั้งแรก...
ทว่าปานสีดูจะปลาบปลื้มชายผู้นี้อย่างออกนอกหน้ามากกว่าหล่อนหลายเท่าตัวนักสังเกตได้จากอารมณ์ที่หงุดหงิดรำคาญใจเมื่อครู่หายเป็ปลิดทิ้ง ก็อาจเป็ได้ว่าปานสีมักจะอารมณ์ดีเสมอยามที่อยู่ต่อหน้าผู้ชายหน้าตาดี
“ว่ายังไงฮ้าคุณรูปหล่อ เรียกเราสองคนทำไมฮ้า”
เลอดาวเหลือบตามองผู้ช่วยส่วนตัวแวบหนึ่งเห็นท่าทางสะดีดสะดิ้งก็อดขันไม่ได้ ยิ่งมาเห็นสีหน้าของผู้ชายคนนั้นกำลังอมยิ้มน้อยๆหล่อนก็ยิ่งมองเขาอย่างเพลินตา
“ว่ายังไงคะ คุณมีธุระอะไรกับฉันรึเปล่า”
“คือผมอยากจะมาขอโทษคุณสองคนน่ะครับ” เขาพูดรัวเร็วราวกับกลั้นหายใจ
หล่อนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยกับคำพูดของเขาพอควร“คุณจะมาขอโทษฉันเื่อะไรกันคะ”
“เื่ที่คุณถูกปาช่อดอกไม้ใส่เมื่อสักครู่น่ะครับพอดีผมเห็น...เอ่อ...”
เขามีสีหน้าลำบากใจและพูดติดขัดทำให้หล่อนเดากลับไปว่าเขาคงจะเป็ใครสักคนที่มีส่วนในการจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เครื่องสำอางของใกล้รุ่ง
“จะมาขอโทษฉันทำไมกันคะ นี่คุณไม่เห็นหรือไงว่าดอกไม้ช่อนั้นมันเป็ดอกไม้ที่แห้งจนเหี่ยวถ้าใครได้รับมันก็คงจะโกรธเป็ฟืนเป็ไฟเหมือนเ้าของงานแน่ๆค่ะทีนี้ถ้าคุณรู้แล้วว่าฉันเอาดอกไม้ประเภทไหนไปให้เ้าของงานคุณยังคิดว่าสมควรจะมาขอโทษฉันอยู่อีกหรือคะ”
หล่อนไหวไหล่น้อยๆขณะพูด เดาไม่ออกเหมือนกันว่าผู้ชายคนนั้นกำลังคิดอะไรเพราะเขานิ่งเฉยราวกับใช้ความคิด ทว่าพอเขาขยับปากเหมือนกำลังจะโต้ตอบเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายสีแดงสดก็ดังขึ้นหล่อนจึงควานหามันเพื่อกดรับสาย
ทันทีที่หล่อนกรอกเสียงทักทาย สีหน้าหล่อนก็ตระหนกจนซีดเผือดมือข้างที่ถือโทรศัพท์แนบหูนั้นสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัดเพียงอึดใจหลังจากที่หล่อนเป็ฝ่ายรับฟัง หล่อนก็รีบซักข้อมูลกลับพอวางสายก็หันรีหันขวางเหมือนคนลนลานทำตัวไม่ถูกจนปานสีซึ่งรับรู้อาการประหม่าของหล่อนเขย่าที่ต้นแขนพร้อมซักถามหล่อนถึงได้ตอบออกไป
“รีบไปกันเถอะปาน...พี่ภาประสบอุบัติเหตุตอนนี้ยายฝันยังอยู่ในห้องไอซียูอยู่เลย”
ปานสีหน้าถอดสี ถามเสียงสั่น “มีอะไรไม่สู้ดีรึเปล่าฮ้าพี่ดาวน้องฝันเป็อะไรมากไหม”
เลอดาวคว้าข้อมือปานสีหมุนกลับไปทางรถที่จอดอยู่ไม่ห่างออกไปนักโดยลืมเสียสนิทว่ากำลังคุยกับชายหนุ่มผู้นั้นค้างเอาไว้ แต่ยามนี้ในหัวของหล่อนมีแต่ความหวาดกลัว...กลัวการสูญเสียกลัวการพลัดพรากกลัวจนลืมที่จะเอ่ยล่ำลาผู้ชายคนนั้นแม้กระทั่งรถยนต์ของหล่อนแล่นฉิวผ่านหน้าเขาไปแล้ว
โดยที่หล่อนก็ไม่รู้เลยว่าเขาชื่อเรียงเสียงไร และเขาเป็ใครกัน
//////////////////////////////////////