เช้าวันถัดมาบนถนนคนเดินของเมืองไรกฎหมาย มีชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลากำลังเดินไปมาด้วยท่าทางอันอ่อนแรง ใบหน้าของเขาดำมืดราวกับว่าไม่ได้หลับนอน ท่าทางที่อ่อนเพลียนั่นได้ทำให้หลายคนจ้องมองมาอย่างยิ้มกรุ่ม ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าเขาไปทำอะไรมา เมื่อกี้นี้เ้าหนุ่มนี่เพิ่งเดินออกมาจากย่านสถานบันเทิง เมื่อคืนเขาคงจะจัดหนักจนหมดเรี่ยวแรงอย่างแน่นอน
ขณะนั่นระบบก็ได้เอ่ยแซวอยู่นิดๆ
< สวยงามมากโฮสต์ สมแล้วที่เป็ถึงผู้เชื่อมต่อกับเรา จัดการหญิงสาวทั้งห้าคนได้อย่างอยู่หมัด ว่าแต่ความรู้สึกที่ได้ัักับผู้หญิงในครั้งแรกเป็ยังไงบ้าง ฮ่าฮ่า >
ชายหนุ่มได้แต่กรอกตามองบนพร้อมกับพูดขึ้น
"ไปไกลๆเลย แต่ถ้าทำเช่นนี้แล้วได้แต้มเยอะขนาดนั่นก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่ไม่น้อย..!!"
ระหว่างนั่นไครเซอร์ก็ได้เปิดหน้าต่างของระบบและตรวจดูหน้าต่างของสถานะ
< เผ่าพันธุ์มนุษย์ไครเซอร์ นักสู้แห่งดวงดาวระดับที่2และมีพลังริปเปอร์1ชนิด แต้มตัวร้าย10,000แต้ม (เปิดร้านค้าระบบตัวร้าย) >
ั์ตาเริ่มกวาดมองไปยังข้อมูลต่างๆที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ มีเพียงแค่ชื่อขั้นพลังและพลังริปเปอร์ที่เรียบง่ายเท่านั้น โดยปกติแล้วรายละเอียดของมันก็น่าจะเยอะมากกว่านี้ให้สมกับเป็ระบบซักหน่อย เมื่อเห็นแต้มตัวร้ายที่มากมายเช่นนี้ก็ทำให้หัวใจของมันอิ่มเอมอยู่ไม่น้อย
"อีก5000แต้มตัวร้ายก็ได้สามารถซื้อของเหลวกระตุ้นเซลล์ระดับDได้แล้ว"
ภารกิจที่ได้แต้มอย่างง่ายดายเช่นนี้ชั่งเป็อะไรที่ดีจริงๆ ก่อนหน้านี้ภารกิจต่อเนื่องที่อยู่ภายในคุกสภาเมืองก็ทำให้เขาได้เพียงแค่1,500แต้มเท่านั้น ไม่รู้ว่ามันคิดระดับความยากของภารกิจยังไง แต่ระบบก็เป็ผู้ควบคุมทั้งหมด มันอาจจะอยู่ที่ความพอใจของมันเองก็เป็ได้ ซึ่งเื่นี้แม้แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจมันเลยซักนิดเดียว
"คงจะได้เวลาแล้วมั้ง..?"
เวลาต่อมาไครเซอร์ก็ได้เดินเข้าไปยังซอยที่เปลี่ยวสงัดแห่งนึงพร้อมกับหันหลัง จากนั่นเขาก็จ้องมองไปยังเบื้องหน้า ดวงตาเริ่มหรี่ลงอย่างเยียบเย็นพร้อมกับพูดขึ้น
"พวกแกจะตามมาอีกนานไหม? ั้แ่เมื่อคืนแล้วนะที่พวกแกทั้งหมดหลบซ่อนตัว ชั้นไม่สนใจด้วยว่าจะมาจากกลุ่มไหนหรือองค์กรไหนก็ตาม แต่ถ้าไม่ออกมาตอนนี้ก็อย่าหาว่าทางนี้โหดร้ายเกินไปละ..!!"
เมื่อชายหนุ่มพูดจบก็ปรากฏร่างเงาของมนุษย์อยู่4-5คน พวกเขาสวมชุดโค้ทสีดำและมีสัญลักษณ์ตรงบริเวณหน้าอกเสื้อ ท่าทางของพวกเขาที่ก้าวเดินมานั่นสงบนิ่งอย่างไม่น่าเชื่อ พวกเขาทั้งหมดไม่ใช่คนธรรมดาแต่เป็นักสู้แห่งดวงดาว ชายหนุ่มหน้าบากที่มีรอยแผลเป็อายุประมาณ20กว่าๆได้ก้าวเดินออกมาจากกลุ่มคนพร้อมกับโค้งคำนับชายหนุ่มอย่างเคารพ
"คุณไครเซอร์ เราไม่ใช่ศัตรูของคุณ พวกเรามาจากองค์กรัดำ 1ใน3องค์กรั์ใหญ่ที่ปกครองเมืองไร้กฎหมายแห่งนี้ บอสของพวกเราอาชญากรไอรอนเชิญคุณไปยังองค์กรเพื่อที่จะพบปะและพูดคุย คุณเห็นว่ายังไง ไม่ใช่สิ บอสกำชับบอกมาว่าจะต้องพูดคุยกับคุณให้ได้"
ไครเซอร์เมื่อได้ยินเช่นนั่นก็ขมวดคิ้วพลางหยุดคิดอยู่แวบนึง ถ้าจำไม่ผิดเมืองไร้กฎหมายแห่งนี้มีอำนาจหลักๆอยู่สามแห่ง สมาคมจิ้งเหลนเพลิง องค์กรเงาและองค์กรัดำ พวกเขาทั้งสามคือขุมพลังอำนาจที่เป็ใหญ่อยู่ในเมืองแห่งนี้ ว่ากันว่าบอสของแต่ละกองกำลังคือริปเปอร์และยังเป็นักสู้แห่งดวงดางระดับที่4กันทั้งสิ้น ทั้งสามคนคานอำนาจกันอย่างงี้เรื่อยมาอยู่หลายปี อาณาเขตของเมืองไร้กฎหมายถูกแบ่งออกเป็หลักๆอยู่สามส่วนตามแต่ที่ตกลงกันไว้
แต่ก็ไม่คิดเลยว่าเขาจะโผล่มายังอาณาเขตการปกครองขององค์กรัดำ คนที่ชื่อไอรอนนั่นชายหนุ่มก็เคยได้ยินชื่ออยู่บ้าง เขาคือชายวัยกลางคนที่มีวิสัยทัศน์ในการปกครองลูกน้องที่ดีเลยทีเดียว ถ้าเทียบกับบอสใหญ่อีกสองกองกำลังแล้วก็ถือว่าเป็พวกที่ไม่เลวเลย เมื่อคิดไปคิดมาแล้วมันก็ไม่เสียหายอะไรที่จะไปพบปะกับพวกเขา ถ้าเกิดมีเื่ปกติอะไร ต่อให้จะเป็ริปเปอร์และมีพลังนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่4จริงๆ ตัวของชายหนุ่มก็สามารถต่อสู้ได้ เพราะพลังริปเปอร์การควบคุมอณูเืและรีแอคชั่นอย่างการปฏิเสธแรงโน้มถ่วงของเขาก็ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน การต่อสู้ไม่ได้ตัดสินกันที่ใครมีพลังมากกว่าหรอกนะ แต่ตัดสินกันที่ว่าพลังริปเปอร์หรือเทคโนโลยีของใครอยู่เหนือกันมากกว่าตังหากละ
"เข้าใจแล้ว งั้นนำทางไปเลยละกัน"
คำตอบของไครเซอร์ได้ทำให้ชายหนุ่มรวมถึงคนอื่นๆนั่นมีสีหน้าที่เบิกบาน พวกเขาพยักหน้ารับอย่างเคารพพร้อมกับผายมือเชิญชายหนุ่มให้เดินตามพวกเขาไป ทั้งห้าคนหลายล้อมไครเซอเสมือนเป็บอดี้การ์ด พวกเขากวาดตามองไปมาราวกับว่ากำลังป้องกันภัยอันตรายที่จะเข้ามาโจมตีไครเซอร์ยังไงยังงั้น
"เห้ยนั่น รองหัวหน้าขององค์กรัดำ เฟียร์เลน"
"พระเ้า เขามาทำอะไรที่นี้ ไม่ใช่่ว่าเขาจะต้องนั่งสั่งการอยู่ในสำนักงานหรอกหรอ"
"ดูพวกเขาสิ ล้อมกรอบให้การป้องกันอย่างถึงที่สุด ชายหนุ่มคนนั่นมันอะไรกันน่ะ ถึงทำให้คนระดับนี้ต้องออกมาต้อนรับด้วยตนเอง"
อาชญากรหลายคนเมื่อเห็นถึงกลุ่มคนพวกนี้ พวกเขาก็แสดงสีหน้าที่เคารพยำเกรงออกมา โดยเฉพาะกับชายหนุ่มหน้าบากที่ทุกคนเห็นเขาแล้วจะต้องขยาด ชายคนนี้เป็ผู้อยู่เื้ัที่คอยติดตามรับใช้บอสใหญ่ไอรอนมาหลายปีและไม่ว่าพวกเขาจะเดินไปยังทิศทางไหนแต่ละคนก็มีท่าทีเดียวกันทั้งสิ้น มันทำให้ไครเซอร์เห็นว่าองค์กรัดำที่ปกครองอาณาเขตแห่งนี้ก็ไม่ธรรมดา พวกเขาได้รับความยำเกรงจากอาชญากรคนอื่นๆเลยทีเดียว
"คุณคือรองหัวหน้ากองกำลังเลยหรอเนี่ย ไม่ธรรมดาเลยนะ"
ระหว่างที่เดินไปนั่นชายหนุ่มก็เอ่ยชมชายหน้าบากอยู่ไม่น้อย
"ไม่เท่าไหร่หรอกคุณไครเซอร์ ที่ข้ามีวันนี้ได้ก็เป็เพราะบอสไอรอนทั้งนั้น"
เฟียร์เลนพูดขึ้นอยู่เล็กน้อยพร้อมกับมุมปากที่ยกยิ้มออกมาอยู่นิดๆ ท่าทีของชายหนุ่มที่ดูจะเคารพรักในตัวของบอสไอรอนได้สร้างความประทับใจให้กับไครเซอร์ได้อยู่ไม่น้อย ถึงจะเป็อาชญากรแต่คนแบบนี้แหละที่เขาอยากจะได้มาร่วมงาน อย่าลืมนะว่าในเส้นทางสายนี้นั่นแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่จะหาพักพวกหรือพวกพ้องที่ไว้ใจได้ พวกเขาทั้งหมดเป็อาชญากรที่ชั่วร้ายในสายตาของผู้คน เขาจะไม่แปลกใจเลยที่จะมีเื่ทรยศหรือหักหลังกันตลอดมา
"ถึงแล้วครับคุณไครเซอร์ ที่นี้แหละคือฐานที่ตั้งขององค์กรัดำ"
เพียงไม่นานพวกเขาก็ได้เดินทางมาถึงตึกแห่งนึง มันตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นและมีความสูงเกือบร้อยเมตร ลักษณะของมันเรียบง่ายแต่ก็แฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขาม ทางเขาคือประตูอัตโนมัติที่เลื่อนเปิดปิดขึ้นเองและเบื้องหน้าของมันก็คือคนขององค์กรัดำหลายสิบคน พวกเขาสวมชุดสูทเต็มยศพร้อมกับบนมือที่ถือปืนยาวอินมาเจนไว้
"ทำความเคารพรองหัวหน้ากองกำลัง!!"
ทันใดนั่นคนขององค์กรที่กำลังยืนเฝ้ากันอย่างแข็งขันก็ะโส่งเสียงขึ้นด้วยความเคารพ ระหว่างนั่นั์ตาของพวกเขาก็จ้องเขม็งมายังไครเซอร์ แต่ละคนกระชับปืนอินมาเจนในมือแน่นราวกับว่าเป็สัญญานเตือนที่จะโจมตี
"อย่าเสียมารยาท นี่เป็แขกของบอส!!"
เฟียร์เลนทำหน้าดุอยู่นิดๆพร้อมกับยกมือสั่งให้พวกเขาเอาปืนลง คนอื่นๆเมื่อเห็นว่าเป็แขกของบอสก็หน้าซีดเผือดกันยกใหญ่ พวกมันทำเื่ที่เสียมารทยาทให้กับเขาไปแล้วสิ
ขณะเดียวกันชายหนุ่มหน้าผากก็ผายมือเชิญให้ไครเซอก้าวเดินเข้าไป
"เชิญด้านในเลยครับ ก่อนหน้านี้พวกเราได้แจ้งบอสไว้แล้ว"
...
ขอเปลี่ยนชื่อพระเอกจาก ไครเซอ เป็ ไครเซอร์นะครับ ขออภัยทุกท่านด้วย