หลี่หูและภรรยาประสานสายตากันพร้อมพยักหน้าลง นางจางภรรยาของหลี่หูจึงเอ่ยปาก “ท่านพ่อ ถ้าเช่นนั้นวันมะรืนพวกเราจะต้อนวัวไปพลิกหน้าดินที่นั่น เรามีกันตั้งหลายคนวันเดียวก็คงเสร็จแล้ว”
.
.
หลังจากหลี่เิจากไปแล้ว นางซูก็แบ่งลูกไก่ยี่สิบห้าตัวแยกใส่กรงไว้ก่อนสองกรง ให้น้ำให้อาหาร จากนั้นจึงหมุนกายกลับเข้าเรือนไป เมื่อมองเห็นข้าวของมากมายอยู่บนเตียงเตาก็ถึงกับขมวดคิ้วถาม “ิหัว ของพวกนี้คืออะไรกัน เหตุใดวันนี้ถึงได้ซื้อมามากมายเช่นนี้”
หลี่ิหัวชำเลืองมองหลี่ิเยว่ แล้วเล่าเื่ในวันนี้ออกมา และพูดขึ้นอีกว่า “ท่านแม่ น้องสี่บอกว่าซื้อเศษผ้าเหล่านี้มาล้วนใช้ประโยชน์ได้ พวกเราเก็บของพวกนี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วค่อยถามน้องสี่ทีหลัง”
นางซูพยักหน้าและนำเศษผ้าหลายถุงไปวางที่เตียงเตาของห้องปีกตะวันตก จากนั้นจึงเรียกเด็ก ๆ มากินข้าว
หลังกินข้าวเสร็จ หลี่ิเยว่หยิบหมึกและพู่กันที่อาจารย์ให้มานั่งวาดภาพอยู่บนโต๊ะ หมึกและอุปกรณ์ในการวาดภาพเล่านี้ล้วนเป็ของที่อาจารย์มอบให้ อาจารย์บอกว่าก่อนหน้านี้ซือเหนียงชอบวาดภาพยิ่งนัก ดังนั้นจึงซื้อของเหล่านี้ติดบ้านไว้ไม่น้อย เมื่อรู้ว่าหลี่ิเยว่มีพร์ด้านการวาดภาพอยู่ด้วย เขาเลยมอบให้นางชุดหนึ่ง
หลี่ิเยว่นึกถึงภาพวาดที่นางเคยเห็นเมื่อชาติที่แล้ว ไม่นานนัก ภาพหงส์เสมือนจริงก็ปรากฏขึ้นบนกระดาษ เมื่อแต่งแต้มสีเข้าไปแล้ว หงส์ตัวนั้นก็ราวกับมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ อย่าว่าแต่นางซูเลย แม้แต่หลี่ิหัวที่เคยเห็นมาก่อนแล้วก็ยังตกตะลึงเช่นกัน
นางซูหยิบภาพวาดบนโต๊ะขึ้นมาดู หงส์ตัวนี้งดงามยิ่งนัก แม้แต่นางเองก็ยังหลงใหล “ิเยว่ นี่คือลายปักใหม่ที่เ้าบอกกับแม่นางชวีใช่หรือไม่?”
หลี่ิเยว่พยักหน้าและยังคงก้มหน้าเอ่ยเสียงแ่เบา “ท่านแม่ ตอนที่พวกท่านปักลายเหล่านี้พวกท่านอย่าให้ใครเห็นนะเ้าคะ ลายปักแบบใหม่พวกนี้ต้องนำไปขายให้ป้าชวี วันนี้ข้าขอผ้าเช็ดหน้าจากป้าชวีมาไม่น้อย หากมีคนอื่นอยู่ด้วย ท่านก็ปักลายธรรมดาไปก็พอ”
นางซูกับหลี่ิหัวแทบจะรอไม่ไหวหยิบผ้าเช็ดหน้าที่วันนี้นำกลับมาด้วยขึ้นมาทันที จากนั้นจึงนำมาใส่สะดึงผ้า นางซูถือรูปหงส์ที่เพิ่งวาดขึ้นมา ส่วนหลี่ิหัวนั้นหยิบภาพที่วาดตอนอยู่ในตลาดผ้า
หลังจากวาดภาพออกมาติดต่อกันสิบภาพ หลี่ิเยว่ก็หยุดมือลง พอรอให้หมึกแห้งแล้วจึงนำไปให้นางซู ส่วนตนนั้นไปเตรียมทำน้ำแกงที่ห้องครัว ในตอนที่วาดรูปอยู่ นางขอให้พี่ชายช่วยฆ่าไก่ป่าที่อยู่ในเล้าให้ เมื่อนางมาถึงห้องครัวก็เห็นเนื้อไก่ที่ถูกจัดการเรียบร้อยแล้ววางอยู่บนเขียง
เมื่อเห็นไก่ป่าหลี่ิเยว่ก็ยิ้มออกมา ความจริงแล้วไก่ป่าส่วนใหญ่ที่ได้มานั้นเป็ของอาจารย์ที่ให้ลุงเหวินล่ากลับมา เพราะวรยุทธ์ของพวกเขายังไม่ถึงขั้นจึงยังล่าไก่ไม่ได้มาก หลี่ิเยว่จำได้เลยว่าั้แ่ครั้งแรกที่นางตุ๋นน้ำแกงไก่ป่าไปให้ซือเหนียงดื่ม อาจารย์เองก็ได้ชิมน้ำแกงของนางเช่นเดียวกัน ซึ่งเขาก็ถูกรสชาติของมันครอบงำทันที ั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา เขาจึงให้ลุงเหวินส่งเนื้อมาให้บางครั้งบางคราว นอกจากนางจะนำเนื้อที่ลุงเหวินนำมาให้ต้มยาบำรุงให้ซือเหนียงกับท่านแม่แล้ว นางยังนำเนื้อกระต่ายป่าหรือไก่ป่ามาทำอาหารให้กับทุกคนกินอีกด้วย กระนั้นนางก็ยังเก็บสัตว์ป่าบางส่วนไว้ขายด้วยเช่นกัน
หลี่ิเยว่แปรรูปไก่ป่าบนเขียงอย่างรวดเร็ว เมื่อหลี่อวิ๋นห้าวและเหล่าน้องชายไปขนฟืนกลับมาก็ได้กลิ่น กลิ่นหอมตลบอบอวลทั่วทั้งบ้านทำให้พวกเขาอดน้ำลายสอไม่ได้ แม้ว่า่นี้จะไม่ได้มีเนื้อกินกันบ่อยนัก แต่รสมือของิเยว่นั้นยอดเยี่ยมมากจริง ๆ
ก้อนแป้งน้อยอย่างหลี่ิเสียกับหลี่ิจูถือตะกร้าใบน้อยไว้ในมือ ในตะกร้ายังมีผักป่าอยู่ไม่น้อย เมื่อได้กลิ่นอาหารที่ลอยมาตามอากาศจึงถือตะกร้าวิ่งไปทางห้องครัวทันที ตัวคนยังไม่ถึงแต่เสียงดังโหวกเหวกมาก่อนแล้ว
“พี่สี่ พี่สี่ วันนี้กินอะไรหรือ หอมจังเลย!” หลี่ิเสียมองไปที่เตาใหญ่ด้วยตาโตเป็ประกาย ท่าทางตะกละของเด็กน้อยทำให้หลี่ิเยว่ต้องหัวเราะออกมา
นางบีบจมูกน้อย ๆ ของหลี่ิเสีย ก่อนจะพูดพร้อมแย้มยิ้ม “เ้าแมวตะกละตัวน้อย วันนี้พวกเรากินเนื้อไก่ป่ากัน ดีใจหรือไม่ ไหนมาให้พี่สี่ดูหน่อยซิว่าวันนี้พวกเ้าขุดได้อะไรมาบ้าง ข้ารอทำอาหารจากผักป่าที่พวกเ้าขุดได้อยู่นะ! แล้วลูกไก่ที่เพิ่งซื้อมาวันนี้ก็ต้องกินพวกนี้เหมือนกัน! หากพวกเ้าขุดมาได้น้อยก็จะไม่พอกินนะ”
สองแฝดคู่เล็กรีบส่งตะกร้าในมือให้ทันที “พี่สี่ พี่ดูสิ พวกข้าเก็บมาได้ตั้งเยอะต้องพอกินแน่ ๆ พี่สี่ ข้าอยากกินแผ่นแป้งผักป่า” คนที่พูดคราวนี้คือน้องสาวคนสุดท้องหลี่ิจู เห็นเพียงนางเงยหน้าขึ้นพร้อมพูดเสียงเบา
“ได้ ได้ ๆ พี่จะทำแผ่นแป้งให้ิจูกินเอง เ้าแมวตะกละน้อยทั้งสองรีบไปล้างหน้าล้างตาเถอะ กลายเป็แมวมอมกันหมดแล้ว” เมื่อรับตะกร้าในมือเล็ก ๆ มาแล้วจึงส่งให้พวกนางรีบไปอาบน้ำ ส่วนนางนั้นดับไฟในเตา และเดินถือตะกร้าสองใบไปที่ประตูเพื่อล้างผักป่า
ในตอนนั้นหลี่ิหัวกับนางซูก็เดินออกมาจากห้องพอดี สามแม่ลูกจึงพูดคุยหัวเราะกันไปพร้อมกับการเตรียมอาหารเย็น
“อาจารย์ ข้านำน้ำแกงมาให้ซือเหนียงเ้าค่ะ แล้วข้าก็ตุ๋นไก่เพิ่มให้กับพวกท่านด้วย” หลี่ิเยว่ยังไม่ทันเข้าประตูไปก็ะโขึ้นมาเสียก่อน ข้างกายนางยังมีหลี่อวิ๋นห้าวตามมาด้วยอีกคน
ป้าเหวินกับลุงเหวินรับชามน้อยทั้งสองชามในมือของพวกเด็ก ๆ อย่างคุ้นเคย ขณะนั้นฟู่เหวินชิงก็เดินออกมาจากในห้องพอดี “เยว่เอ๋อร์ วันนี้เข้าเมืองเป็อย่างไร ทุกอย่างราบรื่นใช่หรือไม่?”
หลี่ิเยว่พยักหน้าและเข้าห้องไปพูดคุยกับอาจารย์เกี่ยวกับเื่เข้าเมืองไปในวันนี้ ส่วนหลี่อวิ๋นห้าวนั้นนั่งฟังอยู่ข้าง ๆ อย่างสงบ บางครั้งก็เปิดปากตอบสั้น ๆ ไม่กี่ประโยคเมื่อถูกอาจารย์ถาม
ป้าเหวินล้างถ้วยน้ำแกงจนสะอาดและนำมาส่งคืนให้ นางยังใส่ขนมหนึ่งห่อลงไปในชามอีกด้วย เมื่อเห็นหลี่ิเยว่มองมา ป้าเหวินจึงยิ้มจนตาหยี “ิเยว่ นี่คือขนมที่ข้าเพิ่งทำวันนี้น่ะ เ้าเอากลับไปให้พวกิเสียลองชิมดูนะ”
หลี่ิเยว่หรี่ตาก่อนจะแย้มยิ้มกว้าง “ขนมของป้าเหวินอร่อยที่สุด พวกข้าชอบกินมากเลยล่ะ!”
ป้าเหวินที่ได้ยินคนชมขนมที่นางทำก็ยิ้มแย้มจนตาปิด “ไม่ใช่ว่าป้าขี้โม้นะ ถึงข้าจะเคี่ยวน้ำแกงไม่อร่อย แต่ข้าก็ทำขนมได้ไม่เลวเลยนา หากพวกเ้าอยากกินก็มาบอกข้าได้เลย ป้าเหวินจะทำให้กินเอง”
ฟู่เหวินชิงเองก็ยิ้มพลางพยักหน้า และพูดกับลูกศิษย์ทั้งสองว่า “หากพวกเ้าชอบก็ให้ป้าเหวินทำให้กินได้เลย”
ทั้งคู่พยักหน้าหงึกหงัก พูดคุยอีกสองสามประโยคก่อนจะลุกขึ้นกลับบ้าน ถึงอย่างไรครอบครัวก็ยังรอพวกเขากลับไปกินข้าวอยู่
ฟู่เหวินชิงมองแผ่นหลังเล็ก ๆ ของลูกศิษย์ทั้งสอง ั์ตาเกิดประกายจาง ๆ ขึ้น ดูเหมือนลูกศิษย์ตัวน้อยนี่จะมีความลับบางอย่าง! แต่แล้วอย่างไรเล่า ในเมื่อเขารับมาเป็ศิษย์ไปแล้ว เช่นนั้นนางก็ย่อมเป็ลูกศิษย์ของเขา อีกอย่างั้แ่ที่โหรวเอ๋อร์ดื่มน้ำแกงของลูกศิษย์เข้าไป ร่างกายของนางก็ค่อย ๆ ดีขึ้น หากเป็เช่นนี้ต่อไป พิษที่อยู่ในกายของโหรวเอ๋อร์ต้องถูกชำระล้างจนหมดไปได้แน่
เขากลับห้องไปลูบผมของภรรยาเบา ๆ พลางเอ่ยกระซิบ “โหรวเอ๋อร์ อีกไม่นาน ในที่สุดพิษในร่างกายของเ้าก็จะถูกชำระล้างแล้ว ที่แท้อาจารย์เหลียวเฉินก็ไม่ได้โกหกข้า โหรวเอ๋อร์ พอเ้าฟื้นขึ้นมาแล้วข้าจะล้างแค้นให้เ้าเอง ฉะนั้นโหรวเอ๋อร์ เ้ารีบฟื้นขึ้นมาเถอะนะ”
ป้าเหวินกับลุงเหวินยืนอยู่ในลานบ้านมองเข้าไปในห้อง พวกเขาได้ยินนายท่านบอกว่าร่างกายของฮูหยินกำลังดีขึ้น พิษที่อยู่ในร่างนางค่อย ๆ เจือจางลงไปแล้ว ทั้งสองต่างรู้ดีว่ามันเกิดขึ้นเพราะความพยายามของเด็กน้อยหลี่ิเยว่
นายท่านบอกว่าั้แ่ที่ฮูหยินดื่มน้ำแกงที่หลี่ิเยว่นำมาให้ลงไป พิษในร่างกายก็ค่อย ๆ น้อยลง หลังจากดื่มน้ำแกงหมดทุกครั้ง ร่างกายของนางจะขับสสารสีดำ ๆ ออกมา พวกเขารู้ว่ามันคือการกำจัดสารพิษในร่างกาย นายท่านเคยบอกว่าต้องเก็บเื่นี้เอาไว้เป็ความลับ ห้ามบอกใครเด็ดขาด ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่ล่าเหยื่อแล้วส่งไปให้แม่หนูิเยว่เป็ครั้งคราว รวมทั้งสอนวรยุทธ์ให้กับพี่น้องของนางอย่างตั้งใจมากขึ้นหลายส่วน
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง
