ในสนามฝึกของสำนักศึกษาฉางอวิ๋น แดดส่องแรงจนพื้นหินร้อนระอุ แต่ศิษย์นับร้อยยังคงฝึกยุทธ์อย่างไม่ลดละ
ในมุมหนึ่งของสนาม เฉินิ— หรือ ลี่เหยิน—กำลังฝึกกระบวนท่าที่สิบสองของ "หมัดทะลวงสรรพสัจฯ"
เหงื่อไหลชโลมร่าง แต่ดวงตาของเขากลับนิ่งเฉียบราวกับกระจกไร้คลื่น
"หมอนี่...ฝึกได้เร็วเกินไปแล้ว"
เสียงกระซิบของศิษย์รอบข้างเริ่มหนาหูขึ้นเรื่อย ๆ
---
ปัง!!
เสียงบางอย่างะเิกลางสนาม เมื่อชายหนุ่มชุดแดงผู้หนึ่งกระแทกศิษย์ลอยกระเด็น
"ข้าเบื่อพวกกระจอกแล้ว" เขากล่าวเสียงเรียบ แต่แรงกดดันจากพลังระดับ “ควบรวมพลังขั้น 4” แผ่กระจายออกทั่วบริเวณ
นั่นคือ เซี่ยหาน — หนึ่งในสิบอันดับของ “ตารางศิษย์ยอดฝีมือ” ของสำนัก
เด็กหนุ่มผู้ถือกำเนิดจากตระกูลใหญ่ มีทักษะทั้งอาวุธ พลังปราณ และโอสถควบคู่ในระดับสูง
สายตาเซี่ยหานเบนมาที่ ลี่เหยิน
“เ้านั่นสินะที่ทำให้ศิษย์ของข้าถูกส่งไปรักษาตัวหลายคน…”
“งั้นมาเจอกันซะที”
---
ขณะที่บรรยากาศเริ่มตึงเครียด เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นด้านหลัง
“เ้าจะสู้กับเขาต้องผ่านข้าก่อน”
ชายหนุ่มร่างผอมสูง ผมดำยุ่งเหยิง แต่แววตาดั่งดาบเร้นแสง
ชื่อของเขาคือ โม่จื่อหลง ศิษย์จากหมู่บ้านชายแดนผู้ไม่ค่อยมีใครพูดถึง
“เหอะ… ขยะ” เซี่ยหานแค่นเสียง ก่อนพุ่งเข้าใส่
เพียงหมัดเดียว — โม่จื่อหลงรับไว้ด้วยมือเดียว
แม้จะถูกกระแทกจนร่นถอยไปหลายก้าว แต่ยังคงยืนหยัด
เขายิ้มบาง ๆ "คนที่เ้าเรียกว่าขยะนี่…อาจเป็ผู้แบกรับ์ในวันหน้าก็ได้นะ"
---
หลังเหตุการณ์วันนั้น โม่จื่อหลงกลายเป็คนสนิทเพียงหนึ่งเดียวของลี่เหยิน
ทั้งคู่มักฝึกด้วยกันในป่า หรือนั่งปรุงยาเงียบ ๆ ข้างกองไฟ — ไม่มีคำว่ากลัว ไม่มีคำว่าถอย
และในค่ำคืนหนึ่ง ขณะลี่เหยินกำลังฝึก "หมัดทะลวงสรรพสัจฯ" จู่ ๆ อาจารย์ไป๋ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
"เ้าเริ่มเข้าใจวิชาหลักแล้ว…งั้นข้าจะให้เ้าเรียนรู้สองศาสตร์ที่ซ่อนเร้นในสายลม"
หนึ่ง — ศาสตร์แปรจิต: เปลี่ยนพลังภายในเป็อำนาจที่ใช้ได้แม้ในสภาวะหมดแรง
สอง — ศาสตร์เวทวัตถุ: ฝึกสร้างและควบคุมของวิเศษจากจิติญญา
เขาสอนเพียงปากเปล่า แต่ทุกคำสอนดั่งแทงเข้าสู่ใจลึก
“จงอย่าลืม” อาจารย์ลึกลับกล่าว
“วรยุทธ์ที่แท้ มิใช่แค่การโจมตี…แต่คือการเข้าใจตนเองและโลกโดยรอบ”
---