ตอนที่ 26 ความรู้สึกที่เก็บเอาไว้ปะทุออกมา
อุปนิสัยของเซิ่งอันหนิงนั้นเป็คนสบาย ๆ มาั้แ่เด็ก อยากไปที่ไหนก็ไปที่นั่น และไม่ปล่อยให้ตัวเองได้รับความไม่เป็ธรรม และยังสามารถเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่ชอบได้อย่างไร้ความกังวล
เธอไม่เคยสนใจสายตาของผู้อื่น ขอแค่ตัวเธอเองมีความสุขก็เพียงพอแล้ว
หลังกินอาหารเช้าในวันที่บรรยากาศเป็ใจเสร็จ เซิ่งอันหนิงก็ได้นำจานชามไปล้าง โจวสือซวินก็ได้ลุกตามขึ้นไปเหมือนกัน ชายหนุ่มฟื้นตัวได้ดีมาก ๆ
เซิ่งอันหนิงชื่นชมความอดทนที่มีต่อการรักษาของโจวสือซวินเป็อย่างมาก เพราะในยุคนี้ก็ไม่มีเครื่องให้ยาระงับปวด จึงไม่สามารถให้ยาแก้ปวดชนิดต่าง ๆ ได้
หญิงสาวเหลือบมองโจวสือซวินที่เดินตามมา “แม้ว่าการฟื้นฟูของคุณจะดีมาก ๆ แต่ก็ยังต้องระมัดระวังอย่าทำอะไรกระทบแผล”
โจวสือซวินตอบกลับและไม่สนใจ “ผมจะไปเดินเล่นแถว ๆ ห้องดับจิตสักหน่อย”
เซิ่งอันหนิงจึงเกิดความสนใจขึ้นมาทันที “คุณจะไปดูว่าว่าเกิดอะไรขึ้นใช่ไหม? ฉันไปกับคุณได้หรือเปล่า?”
โจวสือซวินมองดูแววตาที่เป็ประกายของเซิ่งอันหนิง จึงรู้ได้ว่าต่อเื่นี้เองเธอก็คิดมากเช่นกัน ชายหนุ่มจึงพยักหน้า “ได้สิ ก็แค่ไปดู”
เซิ่งอันหนิงวิ่งเหยาะ ๆ นำหม้อไปส่งที่ห้องครัว หลังใส่ยาแก้แผลพุพองแล้วก็รีบกลับมาหาโจวสือซวิน
ห้องดับจิตของโรงพยาบาลอยู่บริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ ทำให้บรรยากาศดูมืดมนและหนาวเย็นเป็พิเศษ
เซิ่งอันหนิงเห็นโจวสือซวินเดินช้าลงเรื่อย ๆ เธอถึงเอ่ยเตือนเบา ๆ “คุณคิดว่าคนที่สมรู้ร่วมคิดทำงานอยู่ในห้องดับจิตหรือ?”
โจวสือซวินเหลือบตามองท่าทางที่ระมัดระวังของเซิ่งอันหนิง ชายหนุ่มก็อดที่จะยกมุมปากขึ้นมาและพยักหน้าอย่างร่วมมือ “ก็น่าจะเป็ไปได้ พวกเราต้องระมัดระวังนิดหน่อย”
เมื่อเซิ่งอันหนิงได้ยินโจวสือซวินเอ่ยขึ้นเช่นนี้ หญิงสาวจึงมองไปรอบ ๆ ด้วยความระมัดระวังราวกับว่าจะมีคนออกมาตอนไหนก็ได้
โจวสือซวินเดินไปรอบ ๆ ก็ไม่พบผู้ใด และประตูของห้องดับจิตเองก็ล็อกอยู่เช่นกัน
เมื่อโจวสือซวินเดินกลับมา เซิ่งอันหนิงเองก็ประหลาดใจเล็กน้อย “เสร็จแล้วหรือ? คุณเจออะไรบ้างหรือเปล่า?”
โจวสือซวินส่ายหน้า “ไม่เจออะไรเลย พบแค่ว่าควรจะซ่อมแซมรั้วของโรงพยาบาลได้แล้ว ไม่เช่นนั้นถ้ารอให้ถึงฤดูใบไม้ร่วง เด็กที่อยู่ใกล้ ๆ จะเข้ามาขโมยพุทรา”
เซิ่งอันหนิงที่มีความเฉลี่ยวฉลาดแต่กลับหงุดหงิดเพราะถูกปั่นหัว เธอจึงยื่นมือไปดึงแขนเสื้อของโจวสือซวิน “คุณกำลังสับสนในคำพูดของฉันอยู่หรือเปล่า?”
เซิ่งอันหนิงโมโหจนดวงตาลุกวาว
โจวสือซวินส่ายหัวอีกครั้ง “ไม่ใช่ ผมคิดว่าหลี่เค่อต๋าไม่ได้สมรู้ร่วมคิดกับเ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลหรือคนงานในห้องดับจิต แต่เพื่อทำให้เราสับสนหรือ้าจะสื่อสารว่ามีคน้าจะทำร้ายผม”
เซิ่งอันหนิงยังคงไม่เข้าใจ “ทำไมล่ะ?”
โจวสือซวินเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน “ผมให้ซ่งซิวเหยียนไปตรวจสอบแล้ว ไม่นานผลลัพธ์ก็คงออก”
เซิ่งอันหนิงเงยหน้าสบตาโจวสือซวิน ตอนนี้เองถึงรู้ว่าชายหนุ่มตัวสูงมาก ๆ เ้าของร่างเดิมสูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเิเเท่านั้น และเพิ่งจะสูงเท่ากับไหล่ของชายหนุ่ม
หญิงสาวหรี่ตาลง “เมื่อก่อนคุณไปฆ่าศัตรู หลังจากนั้นเขาเลยกลับมาล้างแค้นหรือเปล่า?”
โจวสือซวินไม่รู้ว่าทำไมเซิ่งอันหนิงถึงได้มีความคิดที่เยี่ยมยอดเช่นนี้ ชายหนุ่มส่ายหน้า “ไม่มีนะ เื่นี้ไม่มีความเป็ไปได้”
พวกเขาอยู่ในหน่วยลอบจู่โจมศัตรู ไม่มีความคับข้องใจส่วนตัว และแน่นอนว่าไม่ใช่เป้าหมายของการแก้แค้น
เซิ่งอันหนิงถอนหายใจ หรือว่าเธอเองจะคิดมากเกินไป?
โจวสือซวินหันกลับมามองเซิ่งอันหนิงอีกครั้ง สายตาของชายหนุ่มถูกดึงดูดโดยการแสดงออกที่สดใสบนใบหน้าของหญิงสาว ทำให้เขาลอบน้ำลายลงคอและดึงสติกลับมา “วันพรุ่งนี้ออกจากโรงพยาบาลแล้วเรากลับบ้านพักคนงานก่อน จากนั้นค่อยกลับหมู่บ้านเหอวานได้ไหม?”
เซิ่งอันหนิงไม่มีข้อคิดเห็นใด ๆ “ถ้าอย่างงั้นก็ต้องดูว่าหมอเห็นด้วยที่จะให้ออกจากโรงพยาบาลหรือเปล่า ถ้าาแฟื้นฟูได้ดีแล้วก็น่าจะได้”
สิ่งเดียวที่ทำให้เซิ่งอันหนิงเป็กังวลคือ หลังจากผ่าตัดเสร็จห้าวันก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ คนปกติต่างไปพักฟื้นต่อที่บ้าน แต่โจวสือซวินกลับออกเดินทางไปมา
หลังออกมาจากทางเดินของห้องดับจิตแล้ว เซิ่งอันหนิงก็พบว่าโจวสือซวินนั้นเดินเร็วขึ้น และได้ทิ้งระยะห่างระหว่างเธอถึงสองเมตร และบางครั้งก็มองไปยังคนที่เดินผ่านมา
เซิ่งอันหนิงรู้สึกทำตัวไม่ถูกเล็กน้อยที่โจวสือซวินรักษาระยะห่างระหว่างชายหญิง
สถานที่เล็ก ๆ ในยุคสมัยนี้ แม้แต่คู่สามีภรรยาเองก็ไม่ค่อยจะเดินเคียงข้างกันนัก
เซิ่งอันหนิงไปล้างจานที่โรงอาหาร เธอจึงให้โจวสือซวินกลับห้องไปก่อน
ในขณะที่โจวสือซวินกลับไปถึงห้องพักผู้ป่วย ซ่งซิวเหยียนก็อยู่ในห้องแล้ว ชายหนุ่มนั่งอยู่บนเตียงและอ่านหนังสือที่โจวสือซวินอ่านเมื่อคืน เมื่อเห็นสหายเดินเข้ามาจึงชี้ไปที่โน้ตบนหนังสือ “ภาษาอังกฤษแกพัฒนาเร็วมาก การแปลพวกนี้นับว่าแปลได้แม่นยำมาก ไม่แปลกใจเลยเวลาที่อยู่โรงเรียนครูมักจะชมแก”
โจวสือซวินคว้าแขนของของซ่งซิวเหยียนและดึงเขาขึ้นมา “ไปนั่งบนเก้าอี้”
ซ่งซิวเหยียนเย้ยหยัน “ไอ้บ้า ตัวของฉันไม่ได้มีเชื้อโรคนะ”
ซ่งซิวเหยียนปากบ่นแต่ก็เดินไปนั่งเก้าอี้อย่างเชื่อฟัง เมื่อเห็นว่าโจวสือซวินโน้มตัวลงดึงผ้าปูที่นอนบนเตียงและนั่งลงบนเตียงอีกเตียง ชายหนุ่มก็ตระหนักได้ว่าเตียงที่ตนเองนั่งเมื่อสักครู่เป็เตียงของเซิ่งอันหนิง
ซ่งซิวเหยียนกระตุกมุมปากและยิ้มให้กับโจวสือซวิน
โจวสือซวินแสร้งทำเป็มองไม่เห็น “ตรวจสอบมาแล้วเป็ยังไงบ้าง?”
ซ่งซิวเหยียนเคาะโต๊ะ “ได้เื่มานิดหน่อย แต่มันแปลกประหลาดมาก ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับแกอย่างไร หลี่เค่อต๋ามีพี่สาวหนึ่งคน หล่อนแต่งงานและย้ายไปปักกิ่ง ก่อนหน้านี้พี่สาวและสามีของหล่อนกลับมาเยี่ยมที่บ้าน ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ไปที่ไหน”
“พี่เขยของหลี่เค่อต๋าสกุลคัง ทำงานในสำนักงานที่ดินในปักกิ่ง อายุสี่สิบกว่าปี ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับแก และแกเองก็ไม่รู้จัก”
ซ่งซิวเหยียนรู้จักโจวสือซวินมายี่สิบปี ดังนั้นชายหนุ่มจึงรู้เื่ของโจวสือซวินเป็อย่างดี
โจวสือซวินขมวดคิ้ว แน่นอนว่าชายหนุ่มไม่รู้จักคนในปักกิ่ง “นอกจากพวกเขาแล้ว ไม่มีใครน่าสงสัยเลยหรือ?”
ซ่งซิวเหยียนส่ายหน้า “ไม่มี ทักษะทางการแพทย์ของหลี่เค่อต๋านั้นดีเยี่ยม และมีชื่อเสียงมาก ๆ เพียงแค่ปีนั้นเขาปฏิเสธและไม่ได้คิดที่จะเข้าหน่วยแพทย์ นับว่าเป็คนดีเลยทีเดียว ตามที่กล่าวมานั้นเขาไม่มีทางวินิจฉัยผิดพลาดอย่างแน่นอน มากไปกว่านั้นเขาไม่มีทางเอาชีวิตคนมาล้อเล่นหรอก”
โจวสือซวินคิดไม่ตก “ฉันเองก็ไม่รู้จักหลี่เค่อต๋ามาก่อน แกช่วยไปตรวจสอบเื้ัของพี่เขยของเขาให้ฉันหน่อย”
ซ่งซิวเหยียนตอบตกลง “เื่นี้ไม่ยากเลย เดี๋ยวฉันให้พี่ใหญ่ช่วยก็ได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ยิ่งไม่มีความเป็ไปได้ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากเท่านั้น แกเองก็ระวังตัวด้วย”
โจวสือซวินพยักหน้า “รู้แล้ว วันพรุ่งนี้ฉันจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว และวันมะรืนจะกลับหมู่บ้านเหอวาน”
ซ่งซิวเหยียนลังเลและในที่สุดเขาเองก็ทนไม่ได้ “ในที่สุดแกก็ตัดสินใจกลับแล้ว? ฉันว่านะแกเองก็ดูแลพวกเขาดีมาก ๆ ไม่เช่นนั้นแกกับหลัวไฉ่เสียก็จะได้อยู่ด้วยกัน หล่อนเองก็รอนายมานานหลายปีแล้ว”
โจวสือซวินขมวดคิ้วและเตรียมตัวที่จะเอ่ยปากพูด ก็พบกับเซิ่งอันหนิงถือกล่องข้าวเข้ามาพอดี ก็เกิดความรู้สึกกลัวที่อธิบายไม่ถูก ชายหนุ่มเม้มปากและไม่เอ่ยอะไรออกมา
ซ่งซิวเหยียนลุกขึ้นและทักทายเซิ่งอันหนิงด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้ม “สวัสดีครับ”
ในใจของเขาเองก็รู้สึกกลัวเช่นกัน ไม่รู้ว่าเซิ่งอันหนิงจะได้ยินการสนทนาเมื่อครู่หรือไม่ ถึงอย่างไรเสียทั้งสองคนก็แต่งงานกันแล้ว แต่ก็ยังสนทนาถึงสตรีอื่น นับว่าเป็เื่ที่ไม่ควร
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
เื่ราวดูเหมือนจะซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ แล้วแฮะ
หลัวไฉ่เสียนี่เป็ใครกันนะ แฟนเก่าพี่โจวเหรอ
ไหหม่า(海馬)