หอชมจันทร์ตั้งอยู่ริมคลองทางตะวันออกของเมืองหลวง
ยามกลางวัน ที่นี่เป็สถานที่ชมทิวทัศน์ยอดนิยมของเหล่าบัณฑิตและคุณหนูสูงศักดิ์ ผู้คนมักมานั่งดื่มชา แต่งกลอน หรือชมเงาจันทร์สะท้อนผืนน้ำ
แต่ยามค่ำคืน หอชมจันทร์กลับเงียบสงัดจนได้ยินแม้แต่เสียงลมพัดผ่านชายคา
แสงจันทร์สีซีดทอดลงบนผิวน้ำ เกิดเป็เงาระยิบระยับเย็นตา ทว่าบรรยากาศรอบด้านกลับวังเวงจนซูอวี่รู้สึกขนลุก
นางยืนหลบอยู่หลังต้นหลิวใหญ่ กอดแขนตัวเองแน่น
เริ่มรู้สึกว่าตัดสินใจพลาดแล้ว
กลางคืน
สถานที่เปลี่ยว
นัดพบกับตัวร้าย
ครบองค์ประกอบหายนะทุกข้อ
หากนี่เป็นิยายที่นางกำลังอ่านอยู่ นางคงคอมเมนต์ไปแล้วว่า “นางเอก เ้าอย่าเดินเข้าไปสิ เห็นชัด ๆ ว่านี่คือกับดัก!”
แต่ตอนนี้คนที่ยืนอยู่หน้ากับดักกลับเป็นางเอง
และที่น่าขันกว่าคือ นางยังเป็คนเดินมาถึงกับดักด้วยสองขาของตัวเอง
ชิงเหอที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถือโคมไฟเล็กไว้แน่น สีหน้าซีดกว่ากระดาษ
“คุณหนู เรากลับกันดีไหมเ้าคะ”
ซูอวี่มองหอชมจันทร์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล แล้วกลืนน้ำลายเบา ๆ
“หากกลับตอนนี้ จะนับว่าเรายังมีสติอยู่หรือไม่”
“บ่าวว่านับเ้าค่ะ”
“ดีมาก”
พูดจบ นางก็หมุนตัวเตรียมกลับทันที
ทว่าฝีเท้ายังไม่ทันขยับ เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“เพิ่งมาถึงก็จะกลับแล้วหรือ”
ซูอวี่สะดุ้งจนเกือบเหยียบชายกระโปรงตัวเอง
นางหันขวับไปมอง
ใต้แสงจันทร์ เซียวอ๋องยืนอยู่นิ่ง ๆ ในชุดสีดำสนิท เรือนผมถูกรวบอย่างเรียบง่าย ใบหน้าคมคายครึ่งหนึ่งรับแสงจันทร์ อีกครึ่งหนึ่งถูกทิ้งไว้ในความสลัว ทำให้เขาดูลึกลับ เ็า และอันตรายกว่าเดิม
ช่างเหมาะกับบทตัวร้ายเหลือเกิน
เหมาะเสียจนซูอวี่อยากถามว่า ท่านแต่งตัวมาเข้าฉากหรืออย่างไร
นางฝืนยิ้ม
“หม่อมฉันเพียงคิดว่า...ยามนี้ลมแรง เหมาะแก่การกลับไปนอนมากกว่าการสืบคดีเพคะ”
เซียวอ๋องเลิกคิ้วเล็กน้อย
“เ้ามาถึงหอชมจันทร์แล้ว เพิ่งนึกได้หรือ”
“บางครั้งสติของคนเราก็มาช้าเพคะ”
ชิงเหอก้มหน้าลงทันที ไม่กล้าหายใจแรง
เซียวอ๋องมองนางอยู่ครู่หนึ่ง มุมปากคล้ายจะยกขึ้นเล็กน้อย
“น่าเสียดาย”
“เสียดายอะไรเพคะ”
“ข้ากางแผนที่รอเ้าไว้แล้ว”
ซูอวี่เงียบ
คำว่า “แผนที่” ทำให้ความอยากรู้ของนางขยับตัวขึ้นมาอย่างน่ารำคาญ
เห็นไหม
ความอยากรู้เป็ศัตรูของการมีชีวิตรอดจริง ๆ
เซียวอ๋องไม่ได้ซักต่อ เขาเพียงหันหลังเดินนำขึ้นไปบนหอชมจันทร์อย่างสงบ
“ขึ้นมาเถิด”
ซูอวี่ลังเล
สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดบอกให้นางหนี
ความอยากรู้บอกให้นางตามไป
ส่วนเหตุผลบอกว่านางไม่ควรมาที่นี่ั้แ่แรก
สุดท้ายความอยากรู้ก็ชนะอย่างน่าเจ็บใจ
้าหอชมจันทร์มีโต๊ะเตี้ยหนึ่งตัว ตะเกียงหนึ่งดวง และม้วนแผนที่วางอยู่
ลมกลางคืนพัดม่านโปร่งให้ไหวเบา ๆ กลิ่นน้ำในคลองผสมกลิ่นไม้เก่าและใบหลิว ทำให้บรรยากาศดูคล้ายฉากลับที่คนมีความลับมักนัดพบกัน
ซูอวี่นั่งลงอย่างระมัดระวัง
ไม่ใกล้เกินไป
ไม่ไกลเกินไป
พร้อมวางแผนในใจว่า หากเกิดเื่ขึ้นอีก นางจะวิ่งลงบันไดทางไหนเร็วที่สุด
เซียวอ๋องนั่งตรงข้ามนาง ก่อนคลี่แผนที่ออกบนโต๊ะ
นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังตำแหน่งหนึ่ง
“มือสังหารที่งานเลี้ยงหลบหนีไปทางเรือนพักด้านตะวันตก”
หัวใจซูอวี่เต้นแรงขึ้น
“เรือนที่ข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า”
“ใช่”
“แต่ข้าไม่เห็นผู้ใด”
“นั่นแปลว่าคนผู้นั้นรู้ทางลับ หรือมีคนในจวนเสนาบดีช่วยเหลือ”
ซูอวี่ขมวดคิ้ว
ในนิยายเดิม เหตุลอบสังหารเกิดขึ้นในพิธีล่าสัตว์ คนร้ายถูกจับได้ง่ายเกินไป ภายหลังถูกสรุปว่าเป็ฝีมือโจรูเา ทุกอย่างจบลงอย่างรวบรัดจนนางเคยด่าว่าผู้เขียนปูบทตื้นเกินไป
แต่เมื่อมาอยู่ในเหตุการณ์จริง นางกลับเริ่มรู้สึกว่าเื่นี้อาจไม่ใช่บทตื้น
แต่อาจเป็เพราะมีใครบางคนจงใจปิดความจริง
โจรูเาอะไรจะกล้าลอบสังหารอ๋องกลางงานเลี้ยงของเสนาบดี
โจรูเาอะไรจะรู้เส้นทางเรือนพักด้านตะวันตก
และโจรูเาอะไรจะทิ้งหลักฐานที่โยงไปถึงกองทหารเก่าของเซียวอ๋องได้พอดีเช่นนั้น
ไม่ใช่โจรธรรมดา
แต่เป็คนที่รู้จักระบบในเมืองหลวงดีมาก
หรือบางที…
อาจเป็คนที่อยู่ในวัง
“เ้าคิดอะไรอยู่”
เสียงของเซียวอ๋องทำให้นางหลุดจากภวังค์
ซูอวี่รีบส่ายหน้า
“ไม่มีเพคะ”
เขามองนางนิ่ง
“เ้าโกหกไม่เก่ง”
“ท่านอ๋องก็จับผิดเก่งเกินไป”
คำพูดหลุดออกไปก่อนที่นางจะทันคิด
ชิงเหอหน้าซีดทันที
นางแทบอยากคุกเข่าขออภัยแทนผู้เป็นาย
แต่เซียวอ๋องกลับไม่โกรธ
ตรงกันข้าม มุมปากของเขายังเหมือนจะยกขึ้นเล็กน้อย
“เช่นนั้นเ้าก็อย่าโกหก”
ซูอวี่เม้มปาก
จะให้พูดความจริงอย่างไร
บอกว่าข้ามาจากโลกอื่น อ่านชีวิตท่านมาแล้ว และรู้ว่าท่านจะถูกใส่ร้ายจนกลายเป็ฏหรือ
แค่คิดก็เหมือนยื่นคอตัวเองเข้าใต้คมดาบแล้ว
นางจึงตัดสินใจเปลี่ยนประเด็นอย่างแเีที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ท่านอ๋องเรียกข้ามาเพราะ้าให้ข้าช่วยระลึกเหตุการณ์ใช่หรือไม่เพคะ”
“ส่วนหนึ่ง”
“อีกส่วนคืออะไร”
เซียวอ๋องมองนางนิ่ง
“ข้าอยากรู้ว่าเหตุใดมือสังหารจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เ้า”
ลมยามค่ำพัดผ่าน ทำให้เปลวตะเกียงบนโต๊ะไหววูบ
หัวใจของซูอวี่เหมือนถูกบีบรัดแน่น
นั่นคือคำถามที่นางเองก็อยากรู้
ในนิยายเดิม คุณหนูสามตายเพราะเห็นหน้ามือสังหารโดยบังเอิญ
แต่ตอนนี้ นางยังไม่ทันเห็นอะไร กลับถูกดึงเข้ามาในคดีเร็วกว่าที่ควร
หรือเพราะนางไม่ใช่ซูอวี่คนเดิม
หรือเพราะการมีอยู่ของนางทำให้ใครบางคนหวาดกลัว
หรือเพราะนางช่วยเด็กคนนั้น จึงทำให้หมากบางตัวบนกระดานถูกขยับก่อนเวลา
เซียวอ๋องก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว
“เ้ารู้บางอย่าง”
ซูอวี่ถอยหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
“ข้าไม่รู้”
“ซูอวี่”
น้ำเสียงของเขาไม่ได้แข็งกร้าว
แต่กลับทำให้นางหยุดนิ่ง
เขามองนางนิ่ง ดวงตาคมคู่นั้นสงบนิ่งจนอ่านไม่ออกว่ากำลังคิดสิ่งใด
“หากเ้าไม่พูด ข้าก็ปกป้องเ้าได้ยาก”
หัวใจของนางสั่นไหวเล็กน้อย
เขาพูดเหมือนห่วงนางจริง ๆ
ไม่ใช่ห่วงพยาน
ไม่ใช่ห่วงหมากตัวหนึ่ง
แต่ห่วงนาง
ความคิดนี้อันตรายเกินไป
อันตรายยิ่งกว่าป้ายหยกและข่าวลือรวมกันเสียอีก
ซูอวี่รีบก้มหน้าหลบสายตา
“ท่านอ๋อง ข้าเพียงบังเอิญเข้าไปเกี่ยวข้อง ข้าไม่ได้—”
ฟิ้ว!
เสียงบางอย่างแหวกอากาศเข้ามา
ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยวลมหายใจ
เซียวอ๋องคว้าข้อมือนาง ดึงเข้าหาตัวทันที
ซูอวี่เสียหลักชนเข้ากับอกเขาเต็ม ๆ กลิ่นไม้จันทน์เย็นสะอาดโอบล้อมนางในพริบตา
ลูกดอกสั้นปักฉึกลงบนเสาไม้ตรงจุดที่ซูอวี่ยืนอยู่เมื่อครู่
ชิงเหอกรีดร้อง
“คุณหนู!”
เงาดำหลายสายพุ่งลงมาจากหลังคา
เซียวอ๋องกอดเอวซูอวี่ไว้แล้วพานางถอยหลบอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของเขาเร็วและมั่นคงจนเหมือนทุกอย่างอยู่ในสายตาอยู่แล้ว
“หลบอยู่หลังข้า”
ซูอวี่หน้าซีด
มือสังหารอีกแล้วหรือ!
พวกเขาจะขยันเกินไปแล้ว!
นางเพิ่งทะลุมิติมาไม่กี่วันเองนะ
จะให้พักกินข้าวหายใจก่อนบ้างไม่ได้หรือ
องครักษ์ของเซียวอ๋องปรากฏตัวขึ้นทันที เสียงดาบปะทะกันดังสนั่นทั่วหอชมจันทร์
แสงตะเกียงไหววูบ เงาคนเคลื่อนไหวสับสนไปทั่วพื้นไม้
ซูอวี่ถูกเซียวอ๋องกันไว้ด้านหลัง นางพยายามตั้งสติ มือหนึ่งจับราวไม้ไว้แน่น ขณะที่สายตากวาดไปรอบตัวด้วยความตื่นตระหนก
มือสังหารคนหนึ่งเล็ดลอดผ่านแนวป้องกันเข้ามาได้
ปลายมีดในมือมันสะท้อนแสงเย็นวาบ
เป้าหมายของมันไม่ใช่เซียวอ๋อง
แต่เป็นาง
ซูอวี่กลั้นหายใจ
ในเสี้ยววินาทีนั้น นางคว้ากาน้ำชาบนโต๊ะแล้วขว้างออกไปสุดแรง
ปัง!
กาน้ำชากระแทกหน้ามือสังหารเต็ม ๆ
อีกฝ่ายชะงักไปครู่หนึ่ง เืกำเดาไหลออกมาอย่างน่าสมเพช
ซูอวี่เองก็ชะงัก
นางไม่คิดว่าจะโดนจริง ๆ
เซียวอ๋องหันมามองนางแวบหนึ่ง
“แม่นดี”
“ข้าแค่กลัวตายเพคะ!”
เขาหัวเราะเบา ๆ
เป็เสียงหัวเราะสั้นมาก
เบามาก
แต่ชัดเจนพอให้ซูอวี่ใจสะดุด
สถานการณ์เลวร้ายถึงเพียงนี้ ท่านยังหัวเราะได้อีกหรือ!
ไม่นาน มือสังหารส่วนใหญ่ก็ถูกจัดการ บางคนถูกจับเป็ แต่คนหนึ่งกัดยาพิษตายทันที
เซียวอ๋องปล่อยนางอย่างระมัดระวัง ก่อนเดินไปย่อตัวลงตรวจศพ
สีหน้าของเขาเย็นลงทันที
ราวกับเสียงหัวเราะเมื่อครู่เป็เพียงภาพลวงตา
เขาค้นแขนเสื้อของคนร้าย แล้วหยิบเศษผ้าสีหม่นผืนหนึ่งขึ้นมา
เศษผ้านั้นดูธรรมดา ทว่าตรงมุมมีลายปักเล็ก ๆ สีเงินซ่อนอยู่
ซูอวี่มองเศษผ้านั้นแล้วหน้าซีด
นางเคยเห็นในนิยาย
เครื่องหมายนี้ถูกบรรยายไว้เพียงสั้น ๆ ในบทหนึ่ง
เป็เครื่องหมายลับของคนในวัง
ไม่ใช่องครักษ์ทั่วไป
ไม่ใช่มือสังหารธรรมดา
แต่เป็กลุ่มคนที่รับคำสั่งจากผู้มีอำนาจในเขตพระราชฐาน
เซียวอ๋องเงยหน้าขึ้น
“เ้ารู้จักหรือ”
ซูอวี่รีบส่ายหน้า
“ไม่รู้เพคะ”
แต่ครั้งนี้ แม้แต่นางเองก็รู้ว่าเสียงของตนสั่น
เซียวอ๋องลุกขึ้น เดินเข้ามาหานางช้า ๆ
ซูอวี่ถอยหลังไปครึ่งก้าว ก่อนฝืนหยุดตัวเองไว้
เขาหยุดตรงหน้านาง ดวงตาคมลึกจับจ้องไม่ละไปไหน
“ซูอวี่”
นางกลืนน้ำลาย
“เพคะ”
“ครั้งหน้าหากเ้าโกหก”
เขาก้มลงเล็กน้อย น้ำเสียงต่ำลงกว่าปกติ
“อย่างน้อยช่วยโกหกให้แเีกว่านี้”
ซูอวี่พูดไม่ออก
ชิงเหอที่ยืนอยู่ด้านหลังแทบลืมหายใจ
เซียวอ๋องถอยกลับไปหนึ่งก้าว ก่อนหันไปสั่งองครักษ์
“จับคนที่ยังมีชีวิตไว้ สอบให้ได้ว่าใครส่งมา”
“รับบัญชา!”
เขาหันกลับมามองซูอวี่อีกครั้ง
“คืนนี้เ้ากลับจวนก่อน”
ซูอวี่รีบพยักหน้า
“ดีเพคะ ดีมากเพคะ ข้าคิดว่าข้าควรกลับั้แ่ครึ่งชั่วยามก่อนแล้ว”
มุมปากเขาคล้ายจะยกขึ้นอีกครั้ง
“ข้าจะให้คนไปส่ง”
“ไม่ต้องเพคะ ข้ากลับเองได้”
“เ้ามีความสามารถในการดึงดูดมือสังหารมากกว่าที่คิด”
“…”
นางอยากเถียง
แต่จากเหตุการณ์ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมา นางไม่มีหลักฐานพอจะปฏิเสธ
สุดท้ายซูอวี่จึงกลับจวนแม่ทัพพร้อมองครักษ์ของเซียวอ๋องสองคนลอบคุ้มกันอยู่ห่าง ๆ
คืนนั้น นางนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง
สิ่งที่ทำให้นางนอนไม่หลับไม่ใช่มือสังหาร
ไม่ใช่เศษผ้าจากในวัง
ไม่ใช่ความจริงที่ว่าเนื้อเื่กำลังเปลี่ยนไปเร็วกว่าที่นางควบคุมได้
แต่เป็เสียงหัวเราะเบา ๆ ของเซียวอ๋อง
เสียงนั้นสั้นมาก
เบามาก
และไม่ควรทำให้ใจนางสั่นเลยแม้แต่น้อย
ซูอวี่ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะ
“ไม่ได้”
นางพึมพำกับตัวเองในความมืด
“นั่นคือตัวร้าย”
ตัวร้ายที่อันตราย
ตัวร้ายที่ถูกใส่ร้ายจนกลายเป็ฏ
ตัวร้ายที่นางควรอยู่ให้ห่าง
แต่ยิ่งนางเตือนตัวเองมากเท่าไร ภาพของเซียวอ๋องในค่ำคืนนั้นกลับยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น
และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ…
หลังจากคืนนี้ นางเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า
คนที่อันตรายที่สุดสำหรับชีวิตนาง
อาจไม่ใช่มือสังหารที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่าน
แต่อาจเป็หัวใจของนางเองต่างหาก