ทุกครั้งที่หลานเ้าเมืองมาที่บ้านไป๋ นางหลิวจิ่นเหยียนจะทำทีสั่งให้ไป๋ซู่ซินออกไปเที่ยวเล่นและวางแผนให้หลานเ้าเมืองได้พบกับบุตรสาวของนางแทนยิ่งไป๋เจียวเหมยมีความอิจฉาในความสวยของไป๋ซู่ซินและไม่อยากให้ไป๋ซู่ซินได้ดิบได้ดีอยู่ก่อนแล้วด้วยไป๋เจียวเหมยจึงพยายามใช้ความเป็แม่ดอกบัวขาวผู้แสนใสซื่อยั่วยวนหลานเ้าเมืองแถมยังแอบบอกหลานเ้าเมืองว่าไป๋ซู่ซินเป็คนไร้ค่าพอหลานเ้าเมืองได้ยินดังนั้นจึงเกิดการลังเลใจ และยิ่งได้พบกับไป๋เจียวเหมยบ่อยเข้าก็เริ่มรู้สึกดีกับนางด้วยรูปลักษณ์ นิสัยใจคอ ความเป็อัจฉริยะ ทำให้เขาเริ่มปันใจให้กับนาง
แต่ระหว่างนั้นนางหลิวจิ่นเหยียนก็คิดแผนสำรองเอาไว้โดยหลอกไป๋ซู่ซินว่า บิดาของนางได้กำลังจะขายนางให้ชายแก่คราวพ่อ ไป๋ซู่ซินจำเป้นต้องรีบหาสามีก่อนที่บิดาจะขายนางออกไปซึ่งนางหลิวจิ่นเหยียนยังบอกอีกว่า นางเคยพบผู้ชายคนหนึ่งอายุยังน้อยหน้าตาหล่อเหลา แถมยังเป็คุณชายลูกตระกูลเศรษฐีหวัง ถ้าหากไป๋ซู่ซินไม่อยากแต่งงานกับชายแก่คราวพ่อไป๋ซู่ซินต้องไปตีสนิทเพื่อวางยาปลุกกำหนัดชายหนุ่มคนดังกล่าว ซึ่งความจริงแล้วชายที่นางหลิวจิ่นเหยียนอ้างถึงนั้นไม่มีตัวตนอยู่จริงเป็แค่ลมปากของนางเท่านั้น จริงๆ แล้วนางหลิวจิ่นเหยียนคิดจะจัดการให้ไป๋ซู่ซินได้เสียกับชายแก่หัวล้านที่มีร้านขายผ้าอยู่ในอำเภอเพื่อแลกกับเงินเพียงสองเหรียญทองโดยยาปลุกกำหนัดที่นางเตรียมไว้นั้นจะใช้กับไป๋ซู่ซินกินต่างหาก
ไม่รู้จะเรียกว่าเป็ความโชคดีในความโชคร้ายหรือเปล่าหลังจากที่ไป๋ซู่ซินได้ฟังคำพูดของนางหลิวจิ่นเหยียนก็ทำให้ไป๋ซู่ซินอยากจะพบหน้าชายที่นางหลิวจิ่นเหยียนพูดถึง ไป๋ซู่ซินเลยพยายามสืบหาตัวตนของชายดังกล่าว
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีพบคนที่ตรงตามที่นางหลิวจิ่นเหยียนบอกจนถึงวันที่นางหลิวจิ่นเหยียนนัดหมายกับชายแก่หัวล้านในอำเภอเพื่อที่จะขายไป๋ซู่ซินนางหลิวจิ่นเหยียนจึงทำทีจะให้ไป๋ซู่ซินเข้าเมืองเพื่อเอาผ้าปักไปขายให้กับชายหัวล้านแล้วบอกว่าหลังจากที่ขายผ้าปักแล้วจะพาไป๋ซู่ซินไปเจอชายหนุ่มรูปงามตระกูลหวังให้ซู่ซินแต่งตัวให้งดงาม
ระหว่างที่แต่งตัวไป๋ซู่ซินก็ได้เหลือบเห็นยาปลุกกำหนัดที่วางไว้จำนวนหลายห่อนางจึงนึกว่านางแม่เลี้ยงหลิวจิ่นเหยียนเตรียมไว้ให้ตนเพื่อใช้กับชายหนุ่มตระกูลหวังเมื่อนึกได้ดังนั้น ด้วยความรอบคอบที่จะเผด็จศึกผู้ชาย วันนี้ต้องได้ต้องโดนนางจึงหยิบมาห่อหนึ่งแล้วเก็บเข้าถุงเงินเล็กๆ ของนาง
พอถึงเวลา นางหลิวจิ่นเหยียนจึงได้เดินมาหยิบยาปลุกกำหนัดสองห่อโดยไม่รู้เลยว่ายาปลุกกำหนัดที่ซื้อมานั้นได้หายไป หนึ่งห่อ..
นางหลิวจิ่นเหยียนนำห่อยาปลุกกำหนัดพร้อมกับผ้าปักใส่ลงในห่อผ้าเพื่อจะให้ไป๋ซู่ซินนำไปมอบให้ชายแก่หัวล้านโดยที่ไป๋ซู่ซินไม่รู้ว่าของข้างในจะมียาปลุกกำหนัดรวมอยู่ด้วย
หลังจากแต่งตัวเสร็จ ไป๋ซู่ซินได้หยิบห่อผ้าแล้วตรงเข้าอำเภอ ขณะที่เดินผ่านร้านขายหมั่นโถวนางได้บังเอิญมองเข้าไปและได้เห็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง นางคิดว่าชายหนุ่มคนนี้ต้องเป็ลูกเศรษฐีที่ปลอมตัวมาเป็แน่ ไป๋ซู่ซินจึงทำทีเดินเข้าไปในร้านและกลั้นใจสั่งหมั่นโถวจำนวนมากโดยใช้เงินเกือบทั้งหมดที่พกมาเพื่อแสร้งว่าเป็คนร่ำรวย ที่มีฐานะเทียบเคียงกับชายหนุ่มรูปงามผู้นั้น ระหว่างที่รอซื้อหมั่นโถวไป๋ซู่ซินได้ยินคนขายเรียกชายหนุ่มคนนี้ว่าหวังเซี่ยหยางนางจึงใมาก
‘อะไรนะ!!ชายคนนี้สกุลหวังอย่างนั้นรึ นี่มันต้องเป็คนเดียวกันกับที่แม่เลี้ยงข้าบอกแน่ๆ เลยทีแรกก็รู้สึกระแคะระคายอยู่หรอกว่าแม่เลี้ยงอาจจะหลอกข้า ฟู่วววดียิ่งนักที่ข้าเชื่อใจแม่เลี้ยง ชายรูปงามสกุลหวังนี้มีตัวตนจริงๆ ด้วย’
‘เอาล่ะ! นี่มันพรหมลิขิตชัดๆได้เจอกันก่อนเวลาที่แม่เลี้ยงจะพาไปพบอีก’
เมื่อคิดดังนั้น ไป๋ซู่ซินจึงแอบตามหวังเซี่ยหยางไปหลังจากที่หวังเซี่ยหยางเดินออกจากร้าน ไป๋ซู่ซินก็แอบตามติดๆ พอเห็นหวังเซี่ยหยางนั่งเกวียนซึ่งเกวียนนั้นจะมุ่งหน้าตรงไปที่หมู่บ้านแมกไม้มนตรา นางจึงขึ้นเกวียนไปด้วยโดยลืมนึกไปว่าเศรษฐีที่ไหนจะนั่งเทียมเกวียนรับจ้างตระกูลเศรษฐีควรจะมีรถม้าไม่ใช่หรือ และที่นางลืมไปยิ่งกว่านั้นก็คือนางต้องเอาผ้าปักไปขายให้ตาแก่หัวล้าน
ระหว่างอยู่บนเทียมเกวียนไป๋ซู่ซินก็คิดแผนดีๆ เพื่อจะจับหวังเซี่ยหยาง นางจึงหยิบหมั่นโถวขึ้นมาแล้วแจกให้คนบนเกวียนทุกคนรวมถึงหวังเซี่ยหยางด้วย แต่หวังเซี่ยหยางปฏิเสธอย่างเ็าเพราะเขาก็ซื้อมาเหมือนกันและหวังเซี่ยหยางได้หยิบหมั่นโถวของเขาขึ้นมากินให้ไป๋ซู่ซินเห็น แต่พอกินหมั่นโถวเข้าไปทำให้หวังเซี่ยหยางรู้สึกฝืดคอเป็อย่างมากเพราะหมั่นโถวนี้ทำมาจากธัญพืชหยาบ แถมตอนนี้หวังเซี่ยหยางก็ลืมเอาน้ำติดมาด้วย
ไป๋ซู่ซินเห็นดังนั้นก็แอบลอบยิ้มอย่างดีใจ เอาวะถึงเ้าไม่ยอมกินหมั่นโถวของข้าแต่อย่างไรก็ต้องยอมกินน้ำแน่ๆ นางจึงหยิบกระบอกน้ำของตนเองแล้วแอบใส่ยาปลุกกำหนัดลงไปซึ่งคนบนเกวียนไม่มีใครสังเกตเห็น เพราะต่างคนต่างกำลังกินหมั่นโถวอย่างเอร็ดอร่อยแหงล่ะ นานๆ ทีจะได้มีคนแจกจ่ายอาหารในยุคแบบนี้ โชคหล่นทับจริงๆหลังจากใส่ยาปลุกกำหนัดเรียบร้อยแล้ว นางจึงส่งกระบอกน้ำให้หวังเซี่ยหยางเพื่อให้เขาดื่มและด้วยตอนนี้หมั่นโถวติดคอหวังเซี่ยหยาง เขาจึงปฏิเสธไม่ลง
เมื่อเทียมเกวียนมาถึงหมู่บ้านแมกไม้มนตรา ยาปลุกกำหนัดก็เริ่มออกฤทธิ์และนั่นทำให้หวังเซี่ยหยางเริ่มมีอาการหน้าแดง หายใจแรงและรู้สึกร้อนลุ่ม หวังเซี่ยหยางคิดว่าน่าจะเป็เพราะอากาศร้อนเมื่อถึงคราวลงจากเกวียน หวังเซี่ยหยางก็รีบเดินตรงกลับบ้าน แต่ระยะทางจากที่จอดเกวียนกับบ้านของเขานั้นอยู่ห่างกันค่อนข้างมากเพราะที่ดินของครอบครัวหวังนั้นอยู่ติดกับเชิงเขาท้ายหมู่บ้าน
กว่าจะเดินถึงบ้านนั้นทำให้หวังเซี่ยหยางร้อนที่ร่างกายจนทนไม่ไหวอีกทั้งยังรู้สึกแปลกๆ ที่ร่างกาย เขามีความรู้สึกที่้าปลดปล่อย ฉะนั้นแล้วหวังเซี่ยหยางจึงรีบไปที่ลำธารเพื่อใช้น้ำมาดับความร้อนลุ่มนี้ระหว่างที่หวังเซี่ยหยางแหวกว่ายอยู่ในน้ำสักพักหนึ่ง ก็มีหญิงสาวนางหนึ่งเปลื้องผ้าชั้นนอกออกแล้วลงน้ำตามเขามาใช่แล้ว นางคือไป๋ซู่ซินนั่นเอง
หวังเซี่ยหยางใมาก และกำลังจะรีบหนีแต่สายตาเขาดันไม่สามารถละจากร่างกายของสาวงามที่มีเพียงเสื้อผ้าบางๆแนบเนื้อผู้นี่ได้เลยแล้วยิ่งถูกไป๋ซู่ซินพยายามเข้ามาใกล้และััตัวหวังเซี่ยหยางทำให้เขาทำตัวไม่ถูก แต่พอเขาเห็นหน้าหญิงสาวนางนี้ทำให้ หวังเซี่ยหยางนึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้เขาได้ดื่มน้ำที่นางยื่นให้ นี่คงเป็แผนของนางเป็แน่ ในน้ำนั้นต้องมียาปลุกกำหนัดหรืออะไรสักอย่างอยู่ด้วย
และสุดท้ายความยับยั้งชั่งใจของหวังเซี่ยหยางก็ชนะเล่ห์เหลี่ยมของหญิงร้ายกาจตรงหน้านอกจากจิตใจที่แข็งแกร่งของหวังเซี่ยหยางแล้ว มันยังเป็เพราะการได้แช่น้ำเย็นมาสักพักหนึ่งด้วยและยาปลุกกำหนัดที่นางหลิวจิ่นเหยียนซื้อมานั้น นางใช้เงินจำนวนไม่มากจึงได้ยาคุณภาพไม่ดีเท่าไรหากจะใช้งานจำเป็ต้องใช้หลายห่อแต่ไป๋ซู่ซินไม่รู้เื่นี้จึงใช้แค่ห่อเดียวเท่านั้น
แม้ฤทธิ์ยาจะเริ่มคลายแล้ว แต่โชคไม่เข้าข้างหวังเซี่ยหยางเอาเสียเลยเพราะในระหว่างนั้นมีชาวบ้านกลุ่มหนี่งมาซักผ้าที่ลำธารพอดีชาวบ้านกลุ่มนี้ได้เห็นภาพที่สุ่มเสี่ยงต่อการเข้าใจผิดอย่างยิ่ง ฝ่ายชายเปลือยท่อนบนฝ่ายหญิงถอดเสื้อนอกออกแล้วกำลังใกล้ชิดกันแนบสนิทกัน ด้วยเหตุนี้ทำให้หวังเซี่ยหยางต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับไป๋ซู่ซินเพราะชื่อเสียงของฝ่ายหญิงได้ถูกย่ำยีไปถึงแม้นางจะมีชื่อเสียงที่ไม่ดีอยู่แล้วก็ตามที