“เป็ไงดีขึ้นหรือยัง” เอยหันไปมองหน้าอิงเธอเองกพอจะเดาได้นิดหน่อยแต่ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างก็เท่านั้น
“อิงไม่ได้เป็อะไรสักหน่อยแค่อิงสับสนก็เท่านั้น” พอมีอะไรให้คิดเยอะแยะฉันก็ไม่รู้จะต้องทำอย่างไงก็ร้องไห้มันไปเลย
“ไม่เป็อะไรแต่ร้องไห้เหมือนจะเป็จะตายยัยอิง” เอยทุบไปที่แขนของอิงเบาๆ ไม่เข้าใจจริงๆ
“อย่ามาตีอิงนะอิงเจ็บ” ถึงฉันจะบ่นเจ็บแต่จริงๆ ฉันไม่ได้เจ็บนะ
“อยากกลับบ้านหรือยังเดี๋ยวพ่อแม่เป็ห่วงกลับบ้านกันได้แล้วเรา” เอย
“อิงก็อยากกลับแต่อิงกลัวพ่อกับแม่รู้ว่าอิงร้องไห้ท่านจะไม่สบายใจ” ฉันไม่อยากให้ท่านสองคนต้องมามีเื่คิดหรือห่วงฉัน
“งั้นเดี๋ยวล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อยเดี๋ยวพี่ช่วย”
ฉันเดินข้ามาในห้องน้ำสาธารณะที่จุดพักรถบอกได้คำเดียวเลยว่าหน้าฉันตอนนี้คือโทรมมากแต่ดีตรงที่เครื่องสำอางกันน้ำนี้แหละ ฉันมองหน้าตัวเองผ่านกระจก ในห้องน้ำได้แต่ถามตัวเองจะร้องทำไมร้องเพื่ออะไรทำไมต้องร้อง คิดมากสับสนกังวลใจมากขนาดนั้นเลยหรอ ฉันสูดลมหายใจเข้าเต็มปลอดแล้วจะอย่างไงละก็สู้สิน้ำตาคือความอ่อนแอ เราจะไม่อ่อนแอเด็ดขาด
“พร้อมแล้วหรอ” เอยที่กดมือถืออยู่เงยหน้าขึ้นมามองอิงที่เดินออกมาจากห้องน้ำ
“พี่เอยกดพิมพ์หาใครอ่ะั้แ่เมื่อกี้แล้วพิมพ์ไม่หยุดเลย” พี่สาวฉันตั้งใจกดมือถือเกินไปหรือเปล่าหน้าตาจริงจัง ใส่อารมณ์ในการพิมพ์ขนาดนั้นเลยหรอ
“พี่คุยกับเพื่อนพี่ไม่มีอะไร ไปๆ ขึ้นรถเดี๋ยวพี่ขับเอง” เอยเดินไปดันหลังเอยให้ขึ้นรถจะให้อิงรู้ไม่ได้ว่าเขาคุยกับใคร
“ไม่ใช่คุยกับใครอยู่หรือมีแฟนแล้วไม่บอกอิงนะ” ฉันที่โดนผลักหลังก็ยังพูดไม่หยุดเพราะพี่สาวฉันทำตัวมีพิรุธจริงๆ
“ไม่มีแฟนไม่มีใครเลยไปๆ”
*******************
“พี่ฟ้าอยู่ไหมคะ” พิมใช้คีย์การ์ดสำรองเปิดประตูเข้ามาในคอนโดของฟ้า
“อ้าว พี่ฟ้าทำไมพิมยืนเคาะประตูเรียกตั้งนานไม่เปิดละค่ะ พิมเลยต้องใช้บัตรสำรองเลย” พิมที่เห็นฟ้านั่งดูเอกสารอยู่ที่โซฟาก็รีบยัดบัตรเข้าไปในกระเป๋าแล้วเดินไปนั่งข้างฟ้า
“พิมคิดถึงพี่ฟ้าจัง” พิมโน้มตัวไปกอดฟ้าแต่ฟ้าก็ขยับออกเล็กน้อยเพื่อปฏิเสธการกระทำของอีกฝ่าย
“นั่งลง” ฟ้าวางเอกสารที่อยู่ในมือลงบนโต๊ะ แล้วหันไปมองหน้าพิมด้วยสายตาเยือกเย็น
“พี่ฟ้ามีอะไรหรอค่ะ” พิม
“พี่บอกให้พิมนั่งลง” ฟ้าพูดเสียงดังขึ้นทำให้พิมสะดุ้งเพราะไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่อีกฝ่ายจะพูดจาเสียงดังแบบนี้ใส่เธอ
“ทำไมพี่ฟ้าต้องขึ้นเสียงใส่พิมด้วยละค่ะ” พิมนั่งลงตามคำสั่งของฟ้าเพราะความใทำให้เธอควบคุ้มน้ำตาตัวเองไม่อยู่
“พิมไปไหนมา” ฟ้า
“พิมก็ไม่ได้ไปไหนนะคะ ก็ไปห้างตามที่บอกฟ้าไว้” ตอนนี้เธอเริ่มนั่งไม่ติดโซฟาแล้วเพราะกลัวว่าพี่ฟ้าจะรู้ความจริง แต่เธอต้องควบคุ้มสติเพื่อไม่ให้อีกฝ้ายสงสัย
“พี่รู้ว่าพิมไปห้างแล้วที่ห้างมีอะไร” มองพิมด้วยสายตาที่้าคำตอบที่ชัดเจนมากกว่านี้
“ก็ไม่มีอะไรนี่ค่ะ พิมไปเดินคนเดียวซื้อของนิดหน่อย” ถ้าพี่ฟ้ารู้ละก็เป็เื่แน่ๆ
“พี่พึ่งจะรู้นะว่าพิม ซื้อกระเป๋าที2-3ใบทั้งที่ใช้คนเดียว ไหนจะเสื้อผ้า นาฬิกา เครื่องประดับ รองเท้า แล้วไหนล่ะของที่ไปซื้อมาอยู่ไหน” ฟ้าวางกระดาษเอกสารการเดินบัญชีของบัตรเครดิตที่เขาให้พิมไว้ใช้ยามจำเป็จริงๆ เพราะเขารู้ดีว่าเงินเดือนของพิมไม่มีทางพอใช้แน่ๆ
“อันนี้พิมคือ......” เธอลืมคิดไปเลยว่าถ้ารูดเงินออกจำนวนมากพี่ฟ้าจะต้องขอตรวจบัตรของเธอแน่นอน
“คืออะไร” ฟ้าพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองให้ได้มากที่สุด
“พิมแค่อยากได้ของพวกนั้นนานๆ ครั้งเองค่ะพิมซื้อแล้วพอใจแล้วก็จะไม่ซื้ออีกแล้วค่ะ” พิมเอื้อมไปจับมื้อฟ้าตัวฟ้าดึงมือออก
“:พี่ไม่เคยว่าที่พิมจะซื้อของ แต่พิมใช้เงินเกินตัวไปหรือเปล่า แล้วไหนที่บอกกับพี่ว่าจะเอาเงินไปใช้หนีเื่อุบัติเหตุของพ่อกับแม่พิมแล้วทำไมยังสนใจของพวกนี้ในเมื่อตัวเองก็ยังต้องหาเงินใช้หนี” ที่ผ่านมาเขาใจดีกับพิมมาโดยตลอดไม่ตรวจไม่ว่าเพราะรู้ว่าโตแล้วจัดการเอง
“พิมขอโทษค่ะพี่ฟ้า พิมแค่อยากได้ของพวกนั้นเฉยๆ ต่อไปพิมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วพิมขอโทษนะคะนะ” พิมลุกไปนั่งโซฟาตัวเดียวกับฟ้าและสวมกอดอีกฝ่าย เพื่อให้ฟ้าให้โอกาสเธออีกครั้งถ้าเธอไม่มีเงินของฟ้าชีวิตเธอคงไม่สุขสบายขนาดนี้
“ลุกพิม” ฟ้าดันตัวพิมออก
“ไม่ค่ะจนกว่าพี่ฟ้าจะให้อภัยพิม พิมไม่ได้ตั้งใจพิมขอโทษ” พิม
“พิมพี่ใจดีกับพิมมามากพอแล้วลุกเดี๋ยวนี้” ฟ้าผลักพิมออกจนพิมร้องโอ๊ยเพราะความเจ็บที่โดนลักออก
“พี่ฟ้าทำไมทำกับพิมแรงขนาดนี้ พี่ฟ้าไม่เคยเป็แบบนี้พิมก็ขอโทษแล้วไง” ไม่เคยมีสักครั้งที่พี่ฟ้าจะทำแบบ