ดีแล้วที่ย้ายมา นางจะได้ฝึกฝนลมปราณของนาง แล้วจะได้เริ่มฝึกกำลังภายในต่อ เมื่อชาติที่แล้วนางมีอาจารย์ปู่อยู่คนหนึ่ง หลังจากอ้อนวอนเสียเหล้าไปหลายไหนางก็ได้คารวะอาจารย์ฝากตัวเป็ศิษย์ เมื่อนางนึกถึงท่านอาจารย์ใบหน้าเด็กสาวจึงโศกเศร้าลง
“ฟางเซียนเออร์ เ้าเป็อะไรไป”ฟางเหมยลีเมื่อเห็นบุตรสาวของนางยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน แถมยังมีอาการเหม่อลอยหน่อยๆด้วย นางจึงถามด้วยความเป็ห่วง
“ข้าไม่เป็อะไรท่านแม่ แค่นึึกถึงเมื่อก่อน”นางกล่าว เมื่อก่อนของนางกับที่ท่านแม่เข้าใจคงจะไม่เหมือนกัน
เมื่อได้ยินที่บุตรสาวพูด ฟางเหมยลีก็เริ่มเศร้าลง เมื่อนางเห็นท่านแม่ของนางเป็แบบนั้น ฟางเซียนเออร์จึงรีบบอกกับท่านแม่ของนางว่า “ถึงเมื่อก่อนจะดี แต่ตอนนี้ข้าก็มีความสุขอย่างน้อยพวกเราก็ยังอยู่ด้วยกันนะเ้าคะ”
“นั่นซิ” นางผงกหัว "เ้ารีบมาช่วยแม่ปัดหยากไย่ตรงมุมโน้นที" ว่าแล้วพวกนางก็ลงมือช่วยกันทำความสะอาดจนบ้านเก่าๆ หลังนี้แลดูสะอาดตาขึ้นมาเป็กอง
ฟางเหมยลีและฟางเซียนเออร์พวกนางพึงพอใจเป็อย่างมากกับก้าวเล็กๆ ของพวกนาง เมื่อมองดูท้องฟ้า ก็เป็เวลายามเซิน (นับเวลา 15:00-17:00 น.)
“ท่านแม่เ้าคะ เย็นนี้เราจะกินอะไรหรือเ้าคะ”ฟางเซียนเออร์มองท่านแม่ของนาง แต่กับกลายเป็ว่าพวกนางต้องตกตะลึง พวกนางรีบร้อนย้ายมาจน ไม่ได้เตรียมข้าวของเครื่องใช้ ในครัวก็ไม่มีอะไรสักอย่าง ฟางเหมยลีเริ่มรู้สึกเย็นวาบที่ด้านหลัง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า หัวหน้าหมู่บ้านแนะนำครอบครัวโจวให้กับพวกนาง
“หรือเราจะไปขอซื้อข้าวสาร และเครื่องปรุ่งจากพวกเขาก่อนดีเ้าคะ”
“ไป พวกเราต้องรีบแล้วละไม่อย่างนั้นคืนนี้ต้องทนนอนหิวกันแน่ๆ”ฟางเหมยลีบอกกับบุตรสาวก่อนจะรีบจูงมือนางมุ่งหน้าไปยังบ้านครอบครัวโจว
หลังจากที่พวกนางออกมาไม่นานก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตู ฟางเหมยลีเคาะประตูสองสามทีไม่นานนักคนที่อยู่ด้านในก็เปิดประตูออกมา
โจวซิงหรู เดินออกมาเปิดประตูก่อนจะเห็นพวกนางสองแม่ลูกที่ยืนอยู่หน้าประตู มองแค่ผิวเผินนางก็รู้ว่าพวกนางไม่ใช่คนในหมู่บ้าน โจวซิงหรูจึงเกิดความระแวงขึ้นมา
“พวกเ้ามีธุระอะไรหรือ”โจวซิงหรูถามพร้อมกับสำราจพวกนางเงียบๆ
“แม่นางโจว ข้าฟางเหมยลี ข้ากับบุตรสาวเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านวันนี้เอง จึงอยากจะรบกวนท่านสักหน่อย”ฟางเหมยลีรีบอธิบายที่มาที่ไปของพวกนาง
โจวซิงหรูเมื่อได้ยินแบบนั้นนางจึงลดความหวาดระแวงลง แล้วจึงยิ้มให้กับพวกนาง “พวกเ้ามีเื่อะไรหรือ”
“คืออย่างนี้ พวกข้าสองคนแม่ลูกรีบร้อนกันย้ายมาจึงไม่ได้ซื้อพวกข้าวสารและเครื่องปรุ่งมาด้วย ในครัวของพวกข้าจึงไม่มีอาหารสักอย่าง จึงอยากจะรบกวนท่านช่วยแบ่งขายข้าวสารและเครื่องปรุงให้กับพวกข้าสักเล็กน้อยจะได้ไหม”ฟางเหมยลีพูดด้วยความละอาย
“ท่านแม่ ใครมาหรือขอรับ”เด็กชายตัวน้อยวิ่งมาหาโจวซิงหรูพร้อมกับถามด้วยความอยากรู้ ก่อนจะวิ่งไปหลบที่ด้านหลังของมารดาแล้วโผล่หัวน้อยๆ ออกมามองพวกนาง
นางโจวซิงหรูลูบหัวเด็กชายด้วยความเอ็นดูแล้วกล่าวว่า “ท่านน้าที่ย้ายมาอยู่ใหม่มาขอซื้อข้าวสารกับแม่นะ” แล้วหันมาพูกกับพวกนางว่า “ได้ซิเดี๋ยวข้าจะแบ่งให้พวกเ้า”
“ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านน้า”ฟางเซียนเออร์กล่าวขอบคุณพร้อมกับค้อมตัวลงเล็กน้อย
“ขอบคุณท่านมาก”ฟางเหมยลีกล่่าวด้วยความตื้นตันใจ
“พวกเ้ารอข้าก่อน”โจวซิงหรูบอกก่อนจะหายเข้าไปในบ้าน สักพักจึงกลับออกมาพร้อมกับข้าวสาร 1 จิน ผักกาดขาวหนึ่งหัว เกลือและน้ำมัน “เอ้า นี่ให้พวกเ้าข้าคิดแค่ราคาข้าวสารอย่างเดียวพอ 1 จิน ราคา 10 อีแปะ” (1 จิน เท่ากับ 500 กรัม)
“รบกวนท่านแล้ว”ฟางเหมยลีรับของมาแล้วส่งเงิน 10 อีแปะให้กับนาง
“โอ๊ย! ลำบากอะไรกัน ช่วยได้ก็ช่วยกัน”โจวซิงหรูโบกมือไปมา
“ขอบคุณท่านน้า ถ้าข้าเข้าไปในเมืองจะซื้อมาคืนท่านน้านะเ้าคะ”ฟางเซียนเออร์กล่าว
โจวซิงหรูมองเด็กสาวตรงหน้า จากนั้นจึงพูดว่า “ไม่เป็ไรหรอกแม่หนู ของพวกนี่ไม่ได้มากมายอะไรถ้าผักไม่พอก็มาขอที่บ้านข้าได้ ตอนนี้อากาสเริ่มเย็นแล้วผักกาดที่หลังบ้านก็ขายไม่ได้ พวกเ้าไม่ต้องเกรงใจหรอก”
“เ้าค่ะ ท่านน้า”ฟางเซียนเออร์ยิ้มให้กับนางแล้ว ขอบคุณนางอีกรอบ ก่อนจะหันไปมองเด็กชายที่อยู่ด้านหลังแล้วยิ้มให้กับเขาเล็กน้อย
เด็กชายเห็นแบบนั้นจึงรีบหลบหลังมารดาของเข้าอย่างรวดเร็ว “เด็กคนนี้ช่างขี้อายนัก” โจวซิงหรูสายหัวไปมา
“ถ้าอย่างนั้นพวกข้าขอตัวกลับก่อนนะ”ฟางเหมยลีบอกกับสะใภ้โจวอย่างขอบคุณ
เมื่อพวกนางกลับมาถึงที่บ้าน ท่านแม่ของนางก็นำข้าวสารและเครื่องปรุงไปเก็บไว้ในครัวและเริ่มลงมือก่อไฟที่เตา
“ท่านแม่ข้าช่วยนะเ้าคะ"
“ได้ซิเ้านำผักกาดไปล้างให้แม่หน่อย”
“เ้าค่ะ”ฟางเซียนเออร์หยิบหัวผักกาดใส่ถังไม้แล้วเดินไปตักน้ำที่บ่อหลังบ้าน นางล้างผักจนสะอาดแล้วเดินกลับเข้าไปในครัว
เมื่อกลับเข้ามานางก็เห็นท่านแม่กำลังต้มข้าวอยู่ นางมองหม้อที่ดำสนิดก่อนสีหน้าของนางจะมืดลง พรุ่งนี้นางจะเข้าไปในเมืองซื้อหม้อกระทะ จานชามใหม่
“ท่านแม่ ข้าล้างผักเสร็จแล้วเ้าค่ะ”
“มาๆ เดี๋ยวแม่จะผัดผักกาดให้เ้ากิน”นางบอกบุตรสาวของนาง “วันนี้คงต้องกินกันแบบนี้ไปก่อน”
“เ้าค่ะท่านแม่”นางเดินออกจากห้องครัวแล้วนำเสื่อรองนอนไปปูไว้ในห้องนอนจัดเตรียมที่นอนของนางกับท่านแม่ของนางจากนั้นนางจึงเอาโฉนดที่ดินมากลางดู ที่ดินของนางมีหน้ากว้าง 2 หมู่ และยาวลึงเข้าไปเป็สี่เหลี่ยมผืนผ้ากินเนินเขาเล็กๆ ที่ด้านหลัง
ตอนนี้นาง้าล้อมรั่วที่อยู่อาศัยให้มิดชิด หลังจากที่ใคร่ครวญอยู่นานนางจิึงตัดสินใจว่าจะล้อมรั้วที่ดินแค่ 4 หมู่ก่อน ทำประตูทางเข้าใหม่ที่หน้าบ้าน แล้วทำประตูออกอีกบานที่หลังบ้านเพื่อเปิดไปยังที่ดินที่อยู่ด้านหลังของนาง
ฟางเซียนเออร์นำเงินทั้งหมดของนางที่เหลือออกมาหักค่าของที่นางใช้จ่ายไปแล้วตอนนี้นางเหลือตั๋วเงินแค่ 13 ตำลึงเงิน กับเงินอีกไม่กี่อีแปะ และเงินท่านแม่ของนางคำนวณคร่าวๆ น่าจะมีแค่ 8 ตำลึงเงินเท่านั้น
เมื่อมองดูแล้วน่าจะพอซ่อมแซมบ้านกับล้อมรั่วอย่างอื่นนางค่อยคิดทีหลัง
ไม่นานนักท่านแม่ของนางก็เรียกนางไปทานข้าว กับข้าว 1 อย่างวางไว้บนโต๊ะตัวเตี้ย มองดูขาโต๊ะที่ขาหายไปหนึ่งข้างแล้วใช้แผ่นไม้มาเทินๆไว้เพื่อไม่ให้ล้มแล้วคิ้วของฟางเซียนเออร์ก็กระตุกไปมา
นางนั่งลง “ท่านแม่ พรุ่งนี้ข้าจะให้ท่านหัวหน้าหมู่บ้านหาคนมาซ่อมแซมบ้านให้ แล้วข้าคิดว่าเราน่าจะล้อมรั่วที่ดินทั้ง 4 หมู่ก่อนท่านแม่คิดว่าอย่างไรหรือเ้าค่ะ”
ฟางเหมยลีมองบุตรสาวที่เติบโตขึ้นมาอย่างดีของนางแล้วพูดว่า “ตามใจเ้า ก็แล้วกัน”อีก 1 เดือนก็จะถึงวันเกิดปีที่ 8 ของบุตรสาวของนางแล้ว ่นี้พวกนางคงลำบากนักอาจไม่ได้ฉลองวันเกิดเหมือนเมื่อก่อนหน้านี้ให้กับนาง ฟางเหมยลีถอนหายใจ
“ท่านแม่ ข้ากลัวว่าอีกไม่นานหิมะจะตกจนพื้นกลายเป็น้ำแข็ง ข้าจะเข้าไปในเมื่องเพื่อซื้อของใช้ที่จำเป็มาไว้นะเ้าคะ”ฟางเซียนเออร์กล่าวด้วยความกังวน
“แม่จะไปกับเ้า”ฟางเหมยลีนึกถึงสิ่งที่บุตรสาวบอก นางก็เริ่มกังวนใจขึ้นมา
“ไม่เ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะไปคนเดียว ท่านต้องอยู่ดูคนงานมาซ่อมแซมบ้านพรุ่งนี้ข้าจะไปหาท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้านแต่เช้า”ฟางเซียนเออร์ส่ายหน้าไปมาปฏิเสธนาง แล้วมองไปที่ท้องของนาง “ท่านแม่ ครรภ์ของท่านยังอ่อน ข้าไม่อยากให้กระทบกระเทือนถึงน้องเ้าค่ะ” ท่านแม่ของนางตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนแล้ว
===อย่าลืมกดติดตามและให้กำลังใจไรต์ด้วยนะคะ===