ฮวาผิงมองเถ้าแก่เนี๊ยะด้วยสายตาแบบดูแคลนคิดว่านางผู้นี้ดูแลโรงเตี๊ยมได้อย่างไรทั้งที่อายุน้อยเพียงนี้หรือจะเป็แค่ตุ๊กตาสวยงามประดับโรงเตี๊ยมเรียกแขกเท่านั้น
“ข้าขอบใจที่ช่วยกันไล่ขี้เมาเจียก่างออกไปนะในฐานะเ้าของโรงเตี๊ยมมื้อนี้ข้าเลี้ยงทุกท่านดื่มกินได้ตามสบาย” อันหนานยิ้มและต้อนรับผายมือให้แขก พร้อมคำนับด้วยสุราหนึ่งจอกนางปรายตามองแขกในโถงโรงเตี๊ยมทั้งหมดอย่างยิ้มแย้ม
ขณะที่นางมองมาที่ฟูเหรินนางเห็นแววตาของฟูเหรินจ้องมองมาที่นางแต่นางก็ทำเหมือนมองผู้อื่นไม่แสดงท่าทีใดๆที่ต่างออกไป ฝ่ายฟูเหรินก็จ้องหน้าของนางไม่วางตา ใจของเขาเต้นตุ๊บตั๊บหวั่นไหว
อันหนานเก็บอาการเอาไว้มิดชิดทั้งที่นางอยากจะยิ้มให้เขาเต็มที่ นางรู้สึกว่าฟูเหรินดูสุขุมและหน้าตาดีกว่าเมื่อคืนที่
นางมองเขาไกลๆ ไม่คิดว่าเขาจะดูสง่างามเยี่ยงนี้ได้
“อันหนานน้าว่าถ้ายังไงเราจ้างท่านทั้งสองนี้ไว้ช่วยคุ้มกันโรงเตี๊ยมของเราดีหรือไม่ เจียก่างแม้ข้าจะสู้เขาได้แต่ถ้าเขาพาเซินกับกังหยางมาบุกด้วยจริงๆ ท่าทางโรงเตี๊ยมเราจะแย่เอานะ แล้วถ้าพาพวกมาเพิ่มมากกว่านี้อีกเราจะทำยังไงกัน?” ฟานเฉาออกความคิด
“ท่านน้าคงจะเหนื่อยเกินไปตามใจท่านก็ได้เพื่อป้องกันความปลอดภัยให้แขกที่มาพักด้วย ดีเหมือนกันข้าจะได้อุ่นใจด้วย” อันหนานสนับสนุนความคิดของน้า
อันหนานคิดในใจว่าแต่เดิมที่อยู่กันมาแม้ว่าเจียก่างจะไม่เคยสร้างเื่เดือดร้อนมากกว่าที่เคยเป็ แต่นับวันจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ที่หลังอีกทั้งปีนี้ทางโรงเตี๊ยมมีวี่แววผู้เข้าพักค่อนข้างจะมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะตาม่เทศกาลต่างๆ ฉนั้นจ้างผู้คุ้มกันก็คงไม่หนักหนาอะไรมากนักน่าจะเป็ผลดีมากกว่าผลเสีย
“ดีมากๆ เลยข้าจะทำให้ดีๆ” อาปั๋วยิ้มปากกว้างตาหยี
“ส่วนค่าแรงข้าไม่เอามากหรอกกินอยู่หลับนอนเงินอีกนิดหน่อยข้ากับเพื่อนข้าพอแล้วๆ” อาปั๋วรีบเสนอข้อตกลง
“ท่านไม่ต้องกังวลใจไปเดี๋ยวเราแยกไปคุยกัน” ฟานเฉาแจกแจงพร้อมดึงแขนอาปั๋วเดินไป ดูเหมือนวันนี้ฟานเฉาจะอารมณ์ดีเป็พิเศษ ฟูเหรินยิ้มให้อันหนานนางจึงคำนับตอบเขา
“ที่แท้ท่านมีนามว่าอย่างไรกัน?” อันหนานถามฟูเหรินพร้อมรินน้ำชาให้ฟรูเหรินดื่ม นางนั่งลงแล้วผายมือให้ฟูเหรินนั่งลงที่เก้าอี้ตามนางถึงตอนนี้นางได้ยิ้มหวานให้เขาสักที
“ข้าชื่อฟูเหรินให้ข้าเรียกท่านว่าอย่างไรดี?” ฟูเหรินถามพร้อมถือโอกาสขยับตัวนั่งใกล้ๆ นาง
“เรียกข้าว่าอันหนาน” อันหนานกล่าวแล้วอมยิ้มที่มุมปากบางๆ ของนาง
“ท่านชื่อฟูเหรินนี่เอง” ฮวาผิงได้ทีรีบเดินเข้ามาสอดยืนเบียดตัวนั่งลงข้างๆ กับฟูเหรินทันที
“ไม่ทราบว่าแม่นางท่านเป็ผู้ใด?” ฟูเหรินหันหน้าไปถามฮวาผิงตามมารยาทและรีบขยับเก้าอี้ออกห่างเล็กน้อย
“ข้าเข้าพักเมื่อคืนเห็นท่านมาที่โรงเตี๊ยมเกือบจะพร้อมข้าเลย” ฮวาผิงยิ้มให้ฟูเหรินแต่เขารีบหันไปมองแต่อันหนาน
“ถ้าไม่มีสิ่งใดแล้วข้าขอตัวไปทำงานก่อนเชิญท่านทั้งสองตามสบายมีอะไรก็เรียกเสี่ยวเอ้อได้” อันหนานยิ้มที่หางตาของนางช่างมีเสน่ห์ยิ่งนัก อันหนานรีบลุกออกจากโต๊ะพูดคุยไปทันทีฟูเหรินยังอยากคุยกับนางแต่ว่า...
“เห็นท่านเดินทางไม่ทราบว่าจะไปไหนหรือมาจากที่ใดกัน?” ฮวาผิงชวนคุย
“ขอโทษแม่นางข้าจะต้องไปหาเพื่อนก่อน” ฟูเหรินตัดบทและไม่สนใจฮวาผิงเขารีบลุกจากเก้าอี้
“เชิญท่าน..” ฮวาผิงรีบพูดเพราะเกรงจะเสียหน้าที่ชายหนุ่มรีบลุกจากไปก่อน นางหุบยิ้มและถอดสีหน้าทันทีมือของนางกำขนข้างตัวจนแน่นร่วงไปหลายเส้น
นางเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองจูเยว่มองเห็นแบบนั้น นางรีบก้มหน้าก้มตาดื่มชาของนางไปได้แต่นิ่งเงียบไม่กล้าเอ่ยสิ่งใด
อันหนานเอียงหูฟังความแต่นางก็ทำเฉย นางไม่แน่ใจว่าฟูเหรินจะมีแฟนแล้วหรือยัง ดูท่าแม่นางฮวาผิงจะสนใจเขาอยู่ไม่ใช่น้อยนางคิดว่านางควรอยู่ให้ห่างเขาจะดีหรือไม่ นางเดินตรวจตราตามโต๊ะของแขกแล้วเดินไปทางห้องครัวเพื่อตรวจงานทั่วไปอีกครั้ง
หนึ่งเค่อต่อมา (สิบห้านาที) โถงโรงเตี๊ยมมีเสียงดังอีกแล้วฟานเฉากำลังรับหน้าแทนอันหนานที่พึ่งเดินออกไป
“เอาห้องที่ดีที่สุดมาให้ข้าสักห้องแล้วก็ห้องธรรมดาสักห้องนะเร็วๆๆ!!” หลนจงอายุหกปีมีหนวดเหมือนมีใครเอาหมึกมาเขียนแต้มไว้
เขาเป็พ่อค้าอ้วนเตี้ยมีบ่าวติดตามมาด้วย เขาจีบสาวมาตลอดทางกว่าจะมาถึงเมืองผางผ่านทางค้าขายเส้นทางนี้ประจำจะมาเข้าพักโรงเตี๊ยมโต๊วเหลียวทุกครั้งไม่ว่าจะเดินทางไปเหนือหรือใต้ เขาเช่าได้ห้องชั้นสองทางฝั่งทิศใต้ของโรงเตี๊ยม
เขาไม่เคยได้เช่าเรือนแยกได้สำเร็จสักครั้งเนื่องจากฟานเฉากำชับเผิงเปิ้นกับเสี่ยวเอ้อไว้ไม่ให้หลนจงได้เรือนพักนอกไปเด็ดขาดเพราะหลนจงเ้าชู้ นางเกรงว่าจะไปเกาะแกะอันหนานแต่ดูเหมือนใครๆ ก็ไม่สามารถเข้าใกล้อันหนานได้ไม่รู้ด้วยสาเหตุใด เพราะฉนั้นนางจึงไม่ค่อยจะต้องกีกกันหรือดูแลในเื่นี้มากนัก
หลนจงหลังจากจองห้องพักเสร็จก็นั่งเถรไถลกินเหล้าที่โถงโรงเตี๊ยมไปเรื่อยๆ หันไปมองเห็นฮวาผิงนั่งอยู่ไม่ไกลเขารีบลุกเดินเข้ามาหาทันที
“แม่นางชื่ออะไร? มาทำอะไรที่นี่กันมันอันตรายอยู่แถวนี้ลำพังให้ข้าอยู่เป็เพื่อนไหม?” หลนจงพูดจาเข้าไปแทะโลมฮวาผิงทันที เขาสลัดขนไปมาทำหูผึ่งทำท่าทางกระตือรือร้นใส่ฮวาผิงมากๆ ทั้งที่ฮวาผิงออกจะขี้เหล่หลนจงก็ไม่เว้น
