ตอนที่ 15
“พี่ชายท่านนี้พวกข้าขอร่วมโต๊ะด้วยได้หรือไม่”
เมื่อพวกไป๋กุนหลางไปถึงร้านอาหารแต่ก่อนที่พวกเขาจะได้หาโต๊ะนั่งก็ได้มีเสียงทักดังขึ้นจึงได้หันไปดู
ผู้ที่ทักคือชายหนุ่มผมแดงที่เป็คนชนเผ่า ทุ่งหญ้าทะเลทรายมาพร้อมกับชายหนุ่มผมดำที่มีหนวดเคราแบบบินลาเดน และหญิงสาว 600 ซีซี
เมื่อเห็นหญิงสาวคนนี้ไป๋กุนหลางก็ตากระจ่างวูบแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ฮ่าๆๆ ได้สิไม่มีสิ่งใดดีเลิศเท่ากับการได้นั่งรับประทานอาหาร ร่วมกับสหายผู้รู้ใจ (ที่ใหญ๊ ใหญ่…มันคิด)”
“????????” ทุกๆคนรวมทั้งสามผู้มาใหม่ ต่างก็สงสัยว่าพวกเขาไปเป็สหายผู้รู้ใจกันตอนไหน ยกเว้นไป๋เหมยเซี่ยนกับสองสาวใช้ที่เห็นรูปร่างหน้าตาของหญิงสาวชนเผ่าทะเลทรายคนนี้ก็เข้าใจทุกเื่ราว
ไป๋กุนหลางไม่ได้สนใจสายตาที่มองมาอย่างสงสัยของเพื่อนๆและสายตาที่มองค้อนของน้องสาวเพราะสำหรับไป๋กุนหลาง ใครบ้างล่ะจะไม่อยากทำความรู้จักกับหญิงสาวที่หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มและมีสัดส่วนพิเศษอย่างนี้ ที่ตอนนั้นเขาไม่ได้เข้าไปทำความรู้จัก เพราะมันอาจจะดูเป็การคุกคามจนเกินไปแต่ตอนนี้ในเมื่อสาวเ้า เขาเข้ามา ทำความรู้จักเองแล้วทำไมเขาจะต้องปฏิเสธ เมื่อคิดได้ดังนี้ ไปคุณหลานจึงรีบพูดต่อว่า “แล้วทั้งสามท่านมีชื่อเสียงเรียงนามว่ากระไรหรือ”
'???...อ้าว!แล้วไหนเมื่อกี้บอกว่าเป็สหายผู้รู้ใจหรือเอ็งรู้แต่ใจไม่รู้ชื่อเหรอ' ทุกๆคนคิดเหมือนกัน
ชายหนุ่มผมแดงรู้สึกว่าเื่ราวมันชักจะแปลกๆจึงรีบแนะนำตัว “เอ่อ…ข้ามีนามว่าทัวปาเสินอิงส่วนนี่ซาโม่จินเซ่อลูกศิษย์ท่านปู่เล็กของข้าและนั้นว่านฉีิเหยาศิษย์น้องของจินเซ่อ”
ไป๋กุนหลางกล่าวว่า “ที่แท้ก็องค์ชายทัวปานี่เอง ฮ่าๆๆ มาเราเป็องค์ชายเหมือนกันไม่จำเป็ต้องเกรงใจกันถึงขนาดนั้น พี่ซาโม่และแม่นางว่านฉีเป็ ถึงศิษย์ของท่านเทพเพลิงเมฆานับเป็เกียรติของพวกข้าอย่างยิ่งที่ได้ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับพวกท่าน”
ว่าแล้วก็ได้แนะนำพวกของตัวเอง
“ข้าคือองค์ชายห้าไป๋กุนหลาง นี่คือองค์หญิงแปดไป๋เหมยเซี่ยน น้องสาวข้าและนี่คือคุณชายหานห้าวตงและคุณชายติงเกาเพื่อนสนิทของข้า”
“เหมยเซี่ยน” ในระหว่างที่พวกเขากำลังสนทนากันก็ได้มีคนเอ่ยเรียกไป๋เหมยเซี่ยน เมื่อหันไปเห็นหนึ่งในนั้นก็ทำให้ไป๋กุนหลางรู้สึกเสียวแปลบที่กุนหลางน้อยทันที
“พวกข้าขอร่วมโต๊ะด้วยได้หรือไม่” ลี่ิ ถามขึ้นโดยมีลี่อินยืนอยู่ข้างๆและสาวใช้ยืนอยู่ด้านหลัง
“ได้สิ” ไป๋เหมยเซี่ยนพูดขึ้นและแนะนำทุกๆคนให้รู้จักกัน
“ไม่นึกเลยว่าท่านจะเอาชนะองค์ชายใหญ่ได้ฝีมือท่านพัฒนาขึ้นนี้องค์ชายห้า” ลี่อินพูดขึ้นหลังจากพวกเขาหาที่นั่งได้แล้ว
ไป๋กุนหลางรู้สึกอยากแหย่นางเล่นจึง ตอบกลับไปว่า “อินอินของข้าเ้าก็รู้ไม่ใช่หรือว่าแท้จริงแล้วข้านั้นคืออัจฉริยะแต่แค่ไม่ได้เปิดเผยออกมาก็เท่านั้น”
ลี่อินที่ได้ยินคำเรียกของไป๋กุนหลางก็ตอบกลับไปอย่างโมโหว่า “ใครคืออินอินของเ้า! พูดให้มันดีๆ หรือเ้าอยากโดนแบบวันนั้นอีกรอบฮะ”
แล้วก็พูดต่อโดยไม่รอให้ได้พูดว่า “อย่าได้หยิ่งทะนงจนเกินไปท่านก็เห็นแล้วที่ท่านชนะได้เป็เพราะองค์ชายใหญ่นั้นสู้ไม่เป็แต่ถ้าเทียบที่พลังวัตรท่านก็เป็รององค์ชายใหญ่อยู่มากจงขยันฝึกวิชาไปเสียเถิดอย่าได้หลงระเริงไปกับชัยชนะแค่ครั้งเดียวเข้าใจหรือไม่”
“ได้ๆแม่นางตี๋ข้าเข้าใจแล้ว” ไป๋กุนหลางได้แต่คิดในใจผู้หญิงบ้าอะไรดุจังวะ
ไป๋กุนหลางเลิกสนใจลี่อินแล้วหันไปคุยกับน้องสาวของนางแทน “น้องลี่ิได้ลงพนันให้พี่กุนหลางคนนี้หรือไม่”
“ข้าคือบุตรสาวของขุนนางกรมตุลาการข้าไม่เล่นพนันหรอก” ลี่ิตอบ
“คิกๆ”สาวใช้ของลี่ิพยายามกลั้นหัวเราะ
“เฮ้อ..พวกเ้านี่ไม่ให้เกียรติผู้ชนะอย่างข้าเลย” ไป๋กุนหลางตัดพ้อแล้วก็หันไปพูดคุยอย่างจริงจังกับทัวปาเสินอิงว่า “พี่ทัวปาคนสูงศักดิ์อย่างพวกท่านทำไมถึงได้มาอยู่ในกองคาราวานพ่อค้าอย่างนี้ล่ะ”
ทัวปาเสินอิงก็ตอบกลับไปว่า “พี่ซาโม่ได้รับคำสั่งจากอาจารย์ให้มาควบคุมการแลกเปลี่ยนผลึกน้ำกับอาณาจักรท่านส่วนน้องิเหยาอยากลองเอาของอาคมที่นางทำขึ้นมาขายส่วนข้า้ามาเยี่ยมและเอายาเสริมตะวันมาให้พี่ชายที่เรียนอยู่ในหอคอยแห่งความรู้จึงได้ขอติดตามมาด้วย”
ผลึกน้ำคือ ผลึกที่มีสีฟ้าเมื่อใส่พลังเข้าไปมันจะละลายเป็น้ำตามจำนวนพลังที่ใส่เข้าไปผลึกน้ำ น้ำหนัก 1 กิโลกรัมมีน้ำอยู่ 1 ลิตรส่วนของที่ชนเผ่าอินทรีเอามาแลกเปลี่ยนคือ น้ำมันดิบ น้ำมันดิบของที่นี่ไม่ได้กลั่นไปเป็น้ำมันเชื้อเพลิงแต่กลั่นเป็น้ำมันเวทย์มนต์ที่ใช้หล่อเลี้ยงเขตอาคมใหญ่ๆ
เพราะการแลกเปลี่ยน 2 อย่างนี้ทำให้ทั้งสองอาณาจักร กลายเป็พันธมิตรมานานนับสิบๆปีและตราบเท่าที่ราชอาณาจักรแสงสว่างยัง้าน้ำมันดิบและชนเผ่าอินทรียัง้าผลึกน้ำอยู่ทั้งสองอาณาจักรก็จะยังคงเป็พันธมิตรกันต่อไป
ไป๋กุนหลางที่ได้ยินทัวปาเสินอิงพูดถึงยาเม็ดเสริมตะวันเลยกล่าวขึ้นว่า “ ยาเสริมตะวันคือยาที่เทพเพลิงเมฆาปรุงขึ้นมีสรรพคุณในการเพิ่มพลังวัตรและพลังจิตใช่หรือไม่”
“ถูกต้องแต่สรรพคุณคงไม่อาจเทียบยาไขกระดูกัของตระกูลไป๋ของท่านหรอก” ทัวปาเสินอิงเอ่ยชม
“มิได้..มิได้” ไป๋กุนหลางกล่าวถ่อมตนเสร็จแล้วก็หันไปเอ่ยชมว่านฉีิเหยาว่า“ของอาคมที่น้องิเหยาทำขึ้นช่างมีประสิทธิภาพดีจริงๆ ”
ว่านฉีิเหยารู้สึกยินดีจึงตอบกลับไปว่า “ขอบคุณองค์ชายห้าที่เอ่ยชมแต่ิเหยา ด้อยความสามารถจึงทำได้เพียงของอาคมระดับเริ่มต้นเล็กๆน้อยๆเท่านั้น”
ลี่ิเห็นิเหยาไม่มั่นใจจึงกล่าวชมเสริมไปว่า “พี่ิเหยาของอาคมของท่านแม้จะเป็ระดับเริ่มต้นแต่สามารถควบคุมอุณหภูมิตามสถานที่ได้ถือว่าเป็ของดีจริงๆนะ”
“ใช่” ไป๋เหมยเซี่ยน
ติงเกาที่เห็นว่ามีแต่คนชมของอาคมที่ว่านฉีิเหยาทำจึงพูดขึ้นว่า “ดีขนาดนั้นเลยหรือขอข้าดูหน่อยสิ”
“ เ้าเกาเืพ่อค้าของเ้าเริ่มเดือดขึ้นมาแล้วหรืออย่างไร” หานห้าวตงแซวหลังจาก เห็นเพื่อนตาลุกวาวเมื่อเจอสินค้าที่น่าจะขายดี
ติงเกาที่ได้ยินเพื่อนแซวก็ตอบกลับไปว่า “ก็ใช่น่ะสิ ข้าติงเกาบุตรชายของคหบดีติง แห่งเมืองชั้นในทิศใต้ ไม่มีทางยอมปล่อยของที่น่าจะทำกำไรได้หลุดมือเป็อันขาดเพราะถ้าเกิดหลุดมือไปท่านปู่ที่ถ่ายทอดวิชาค้าขายให้ข้าคงลุกขึ้นมาตีข้าด้วยไม้เท้าประจำตัวของท่านโทษฐานที่ทำให้วิชาประจำตระกูล เสื่อมเสียชื่อเสียง”
“ฮ่าๆๆๆ” ทุกๆคนล้วนแต่หัวเราะเมื่อได้ยินสิ่งที่ติงเกาพูด