“โอ๊ย!! ปวดหัวจังเลย... อื่อออ!!”
ชมพูนิกข์ขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากัน โดยที่ยังไม่ลืมตา และยกมือเรียวเล็กขึ้นมาบีบนวดคลึงขมับตัวเองเบาๆ เพื่อให้คลายจากอาการปวดหัวตุบๆ อยู่ในขณะนี้
“นี้แหละผลของการดื่มเข้าไปเยอะ เมามายขนาดนี้ ดีนะไม่ถูกไอ้ผู้ชายที่เต้นด้วยกันมันจับพาขึ้นห้องน่ะ”
ชมพูนิกข์ได้ยินน้ำเสียงและคำพูดคุ้นหู ก็ต้องชะงักมือที่นวดคลึงขมับค้าง ลืมตาขึ้นมองมาทางต้นเสียงทันที
“พี่กร!!!!....”
ชมพูนิกข์ร้องเรียกชื่อคนตัวโตออกมาอย่างใ เพราะเธอจำอะไรไม่ได้เลยเมื่อคืนนี้น่ะ
“นี่มันห้องพี่นี่คะ!! แล้วนิกข์มานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน??”
ชมพูนิกข์กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง ก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่ห้องเธอ แต่เป็ห้องคนตัวโตที่กำลังใช้แขนแกร่งค้ำยันตัวขึ้นมองเธออยู่ กฤษกรนั่นตื่นนอนนานแล้ว แต่ไม่ได้ลุกไปไหน เพราะกำลังมองสำรวจเครื่องหน้าสวยหวาน ของคนที่นอนหลับเพลิน
“ก็พี่พาเรามาไง!! นี้เมาไม่รู้เื่รู้ราวขนาดหนักเลยนะเรา”
กฤษกรยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ต่อว่าคนตัวเล็กอย่างไม่จริงจังนัก
“นิกข์เมามันก็เื่ของนิกข์ค่ะ พี่กรไม่เกี่ยว” ชมพูนิกข์ว่าพร้อมกับทำท่าจะลุกออกจากเตียงนอน
“จะไปไหน!!??" แต่ก็หยุดชะงักร่างบางค้าง เมื่อมือใหญ่ยื่นมาทำการฉุดดึงรั้งเอาไว้
“นิกข์จะกลับคอนโดของนิกข์ ปล่อยค่ะ”
ชมพูนิกข์บอกกล่าวคนตัวโต พร้อมกับขืนตัวออกจากมือใหญ่ที่ทำการฉุดรั้ง
“ถ้าพี่ไม่ปล่อยแล้วจะทำไม? และพี่ก็ไม่ให้กลับด้วย เพราะเรายังไม่ได้รับการลงโทษเลย โทษฐานที่เมาเละเทะอย่างนี้”
กฤษกรพูดอย่างท้าทายทั้งสีหน้าและแววตา มือใหญ่ก็ฉุดรั้งหนักขึ้น ก่อนจะดึงเข้ามาหาตัว อย่างที่ไม่ทันให้คนตัวเล็กได้ตั้งตัว
ร่างบางจึงเซถลาเข้ามาปะทะกับอกแกร่ง คราวนี้กฤษกรก็เปลี่ยนมาเป็โอบกอดรัดร่างบางเอาไว้แน่น จนร่างสองร่างและเนื้อแนบเนื้อชิดสนิทติดกัน
“ปล่อยนิกข์นะพี่กร พี่จะมาทำอย่างนี้กับนิกข์ไม่ได้นะ”
ชมพูนิกข์เบิกตากลมโตกว้างขึ้นอย่างใเข้าไปอีก เมื่อรับรู้ได้ว่าทั้งตัวเธอและตัวเขาเปล่าเปลือยกันทั้งคู่
ชมพูนิกข์พยายามขัดขืน ผลักดันหน้าอกแกร่ง แต่ยิ่งขัดขืนผลักดันมากเท่าไร ทุกสัดส่วนของร่างกาย ก็ยิ่งแนบชิดสนิทกันมากขึ้น และทำให้เธอรับรู้ได้ว่าส่วนกึ่งกลางของคนตัวโต ที่เขาเคยเรียกว่าน้องชาย กำลังพองโตขยายใหญ่แข็งขืนขึ้นเรื่อยๆ
“พะ พี่กร!!!!”
ชมพูนิกข์ร้องอุทานเรียกชื่อคนตัวโตออกมา พร้อมกับใบหน้าสวยหวานซับสีแดงระเรื่อขึ้นมา
และในจังหวะที่คนตัวเล็ก อยู่ในห้องใหยุดชะงักไปชั่วขณะ กฤษกรจึงถือโอกาสพลิกกายแกร่ง ขึ้นไปทาบทับร่างบางเอาไว้อย่างเร็วไว แต่ยังไม่ทันที่คนทั้งสองจะเข้าด้ายเข้าเข็มกัน ประตูห้องนอนก็เปิดออก โดยที่คนที่อยู่กันภายในห้องไม่ทันได้ตั้งตัว
แอ๊ดดด!!.....
“กร!!!!.... คุณทำอย่างนี้กับตาได้ยังไง คนสารเลว”
คนที่เปิดประตูห้องนอนเข้ามาก็คือกวินตรานั้นเอง โดยที่กวินตรายืนช็อกอยู่ที่หน้าประตูห้องไปชั่วขณะ ก่อนจะเรียกสติกลับคืนมาได้ แล้วตวาดเสียงดังลั่นอย่างโมโหสุดขีดใส่กฤษกร และเดินย่างเท้าเข้ามาใกล้ๆ เตียงนอน ที่มีกฤษกรและชมพูนิกข์กำลังทับกันอยู่ โดยคนทั้งสองก็ใไม่แพ้กันที่มีบุคคลอันไม่ได้รับเชิญ โผล่เข้ามาอย่างนี้
ที่กวินตราเข้ามาในห้องนี้ได้ ก็เพราะกวินตราคือแฟนของกฤษกรไง ถึงแม้ก่อนนี้จะมีเื่ทะเลาะกัน เื่ที่กวินตราแอบไปมีกิ๊กมีกั๊ก และกฤษกรขอเลิก แต่กวินตรายังไม่เลิกนี่ และที่มานี่ก็เพื่อว่าจะมาง้องอนขอคืนดี โดยที่กวินตราได้โทรไปถามที่บ้าน และได้คำตอบว่าเขาอยู่ที่คอนโด ซึ่งกวินตราก็เคยมาที่นี่อยู่บ่อยครั้ง และก็สามารถเข้าออกห้องนี้ได้อย่างเช่นเ้าของห้อง เพราะฉะนั้นเธอจึงเข้ามาภายในห้องได้อย่างง่ายดาย
“นังนิกข์นังร่าน เขามีแฟนอยู่แล้วยังจะมาให้ท่าเขาอีก”
กวินตราตรงดิ่งยื่นมือเข้ามาหาชมพูนิกข์ หมายจะทำร้ายให้หายเจ็บใจ
“หยุดเดี๋ยวนี้นะกวินตรา!!”
ดีว่ากฤษกรยื่นมือใหญ่ไปจับแขนของกวินตราเอาไว้ซะก่อน ทั้งตัวเขาก็ลุกขึ้น พร้อมกับดึงผ้าห่มปกคลุมร่างบางของคนตัวเล็กเอาไว้จนมิดถึงคอ และไม่ลืมหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันรอบเอวสอบ ดึงลากร่างของกวินตราออกไปจากห้องนอน
ชมพูนิกข์รีบคดคู้ร่างบาง พร้อมกับขยับถอยห่างไปอีกฟากฝั่งอีกข้างของเตียงนอน ดึงผ้าห่มคลุมโปงเพื่อหลีกหนีความอับอาย น้ำตาก็ไหลรินออกมาเป็ทาง อย่างรู้สึกสังเวชตัวเอง ที่ต้องมาประสบพบเจอเข้ากับ สถานการณ์อย่างที่เป็อยู่นี้
๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗๑๗