ท้องฟ้าที่สดใสในยามเช้าก็ต้องถูกบดบังด้วยกลุ่มก้อนเมฆที่เคลื่อนตัวเข้ามาบดบังพระอาทิตย์อย่างเร็ว จากนั้นก็มีหยดน้ำเริ่มที่หยดลงมาทีละน้อยก่อนที่หยดน้ำจะหยดลงมาทั่วผื้นฟ้าอย่างหนัก ความอึมครึ่มของบรรยากาศโดยรอบก็มืดสนิดเมื่อฝนตกลงมา อากาศที่หนาวเย็นของผู้คนที่วิ่งกอดอกไปมาเพื่อหาที่กำบังหลบฝนนี้ที่ตกมาโดยไม่ทันตั้งตัว ในเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปสะทุกอย่าง มีทั้งผู้คนที่มีพลังวิเศษ กับคนธรรมดาอาศัยอยู่ร่วมกัน บ้านเมืองที่ดูเจริญหูเจริญตา ตึกหลายตึกที่สูงตระหง่าเฉียดปลายฟ้า คงได้เป็ลมแน่ถ้าได้ไปยืนอยู่ข้างบนนั้น.........เมืองแห่งความเจริญ
เซ็ทเทอร์แลนด์.........
พลัดมาที่ใจกลางเมืองซึ่งเป็ธรรมเนียบขาวของรัฐบาลขนาดใหญ่ ความสูงคงยังไม่สูงเท่าไรแต่ความใหญ่โตเรียกได้ว่า ใหญ่โตมโหฬารเลยก็ว่าได้ ด้วยความสวยของสนามหญ้าที่แสนกว้าง และยังมีพุ่มไม้ที่ถูกตัดเป็อักษรชื่อเมื่อง พร้อมกับตัดเป็รูปสัญลักษณ์นกอินทรีย์กางบีกบินมีห่วงวงกลมล้อมรอบ 2 ห่วง แสดงถึงอำนาจในการปกครองไปทั่วดินแดน เมืองเซ็ทเทอร์แลนด์ ถือว่าเป็เมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดในดินแดน HABITAT เลยก็ว่าได้
ต๊อก..ต๊อก..ต๊อก..ต๊อก...
เสียงเท้าของคนเดินที่เดินเข้ามายังธรรมเนียมขาวแห่งนี้คือชายที่สวมชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม ดูจากยศที่ประดับอยู่บนหน้าอกของชายแก่ผมขาวผู้นั้นเรีกได้ว่า ยศใหญ่ใช่เล่น......... เขาเดินมาพร้อมกับลูกสมุนของเขาหนึ่งหน้า ชายหนุ่มหน้าเด็กผมสีดำหน้าตาค่อนข้างซื่อบื้อ....สายตายที่อยู่ภายใต้หมวกตำรวจที่ใส่คุ่กับชุดเกียรติยศตัวนั้นได้กวาดตามองไปรอบๆในตัวตึกธรรมเนียบขาว คงทึ่งในความใหญ่โต มโหฬารที่ทำให้หนุ่มหน้าซื่อคนนั้นถึงกับอ้าปากค้าง......
"ทั้งหมดตรง.........!!!!!!!!!!"
"ทำความเคารพท่านนายพลโท จอร์น เบรกเกอร์ "
เสียงที่ดังดูแข็งแกรงจากหญิงสาวตัวเล็ก ทำให้พวกเหล่าทหารที่ยืนเรียงแถวเป็ทางเดินประมาณ20นาย ได้ยืนตรงและทำท่าเคารพท่านนายพลโท อย่างมีเกียรติ เสียงที่ดังก้องกังวาลไปทั่วธรรมเนียบขาวแห่งนี้ได้ทำให้หนุ่มหน้าซื่อคนนั้นที่เดินมาพร้อมกับท่านนายพลถึงกับสดุ้งด้วยความใ....
สิ้นสุดเสียงที่ดังก้องกังวาล ท่านนายพลจอนร์ ก็ได้เดินเข้าไปหาทหารหญิงตัวเล็กคนนั้น ท่างกลางเหล่าทหารกว่า 20 ที่ได้ยืนทำความเคารพเป็ระยะทาง
"ฉัน....พลโท จอร์น เบรกเกอร์ และ อีกคนคือ สิบตรี ลูคัส เบทริก"
ท่านนายพลจอร์นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ใหญ่ ของชายที่ค่อนข้างมีอายุ พร้อมกับ กวาดมือไปแนะนำตัวของ ทหารหนุ่มที่ท่าทางซื่อบื้อคนนั้น........
"ลูคัส เบทริก"
"กระผม....สิบตรี ลูคัส เบทริก เพิ่งมาเป็ทหารประจำการที่เมืองเซ็ทเทอร์แลนด์วันนี้เป็วันแรกครับ.....!!!!!!!" เสียงที่หนักเเน่นของหนุ่ม สิบตรีคนนั้นได้ะโออกมาด้วยความหนักแน่น และมั่นใจ แต่ด้วยน้ำเสียงที่ะโออกมานั้นมันเหมือนกับว่าะโแหกปากสะมากกว่า ทำให้พวกเหล่าทหารที่ยืนทำความเคารพอยู่นั้น พากันมองลูคัสด้วยความสงสัย
แพร่ง.....!!!!! เสียงแตกของใบหน้าที่ได้รับความอาย เมื่อถูกคนรอบข้างมองและก็แอบขำไปด้วย
"แนะนำตัวเบาก็ได้ มีต้องะโเสียงดังหรอก....."ท่านนายพลจอร์น กระซิบบอก สิบตรีลูคัส เบาๆ ทำให้สาวน้อยที่ใส่ชุดเกียรติยศทหารเย็มยศคนนั้นได้อดขำไม่ได้ ทำให้เผยใบหน้าที่อยู่ใต้หมวกเกียรติยศทหารใบนั้น เป็ใบหน้าขาวที่ช่างอ่อนหวาน แต่มีความหนักแน่นที่แผ่งอยู่ข้างใน ผมสีน้ำตาลเข้มที่ถูกมัดรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย ทำให้แววตาสีเขียว ของหนุ่มจอมซุมซามสิบตรี ลูคัส ได้เบิกกว้างขึ้น เมื่อได้มองเห็น ทหารหญิงคนนั้น.....
"มันช่างแตกต่างจากเมื่อกี้......อย่างเห็นได้ชัด......~~~~~"
เสียงนึกในใจของสิบตรีลูคัสก็ดังขึ้นมา ตกหลุมรักเข้าแล้วละสิ....!!!!!
"เฮ่.......!!!!! สิบตรีลูคัส ........... คิดอะไรอยู่"
ท่านนายพลจอร์นพูดเสียงดังขึ้นจนทำให้ลูคัสได้ตื่นจากผวัง
"เปล่า......เปล่า........ครับ.!!!!!"
สิบตรีลูคัสกล่าวตอบกลับท่านนายพลอีกครั้งเมื่อได้สติกลับคืนมา....
"ท่านนายพล มอร์แกน กำลังรอท่านอยู่ค่ะ"
สิ้นสุดเสียงของทหารหญิง เธอก็ได้นำทางพา พลโทจอร์น และสิบตรีลูคัส เดินเข้าไปยังทางเดินยาวโล่งๆที่อยู่ฝั่งซ้ายมือของธรรมเนียบขาว สองข้างทางเดินมีไฟประดับขนาดใหญ่ได้ห้อยลงมาเป็ระยะๆทาง ข้างผนั้งมีภาพวาดโบราณขนาดใหญ่ แขวนอยู่จนสุดทางเดิน ถึงแม้จะเป็เมืองที่แสนจะเจริญกว่าทุกเมืองใน HABITAT แต่ที่ธรรมเนียมขาวก็ยังคงมีความเรียบหรู่แบบโบราณซ่อนอยู่ สิ้นสุดเสียงเท้าของทั้งสามคน พวกเขาได้ยืนอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่ที่แกะสลักเป็รูปนกอินทรีย์ตราสัญลัษณ์ประจำเมืองรอบๆนกอีนทรีย์ ยังมีรูปแกะสลักของผู้คนเหล่าทหารที่กำลังถือปืนยืนเฝ้าประตูเมืองอยู่ มันช่างประณีตอะไรเช่นนี้......
ทหารสาวตัวเล็กผมน้ำตาลเข้มคนนั้น ก็ได้เอามือไปเตะที่ประตู ปรากฎว่ามีแสงเลเซอร์สีฟ้าที่เป็รูปมือของเธอ ได้ฉายขึ้นเมื่อเธอเอามือไปเตะมัน คลื่น.................... ประตูมันก็ได้เป็ขึ้นเองอัตโนมัติ ไม่น่าเชื่อ.....!!!! ประตูโบราณแบบนี้มันจะซ่อนเซนเซอร์ปลดล๊อกลายมืออยู่ด้วย ธรรมเนียบขาวเมืองนี้ ที่เห็นเป็ของโบราณคงเป็แค่ผิวเปลือกนอกแล้วล่ะ
...................................................
"เชิญทางนี้ค่ะ.....ท่านนายพล...." สิ้นสุดเสียงของทหารหญิงตัวเล็กที่ได้กล่าวเชิญคนนั้น สิบตรีลูคัสก็ต้องอ้าปากค้างอีกครั้ง ความตกตะลึงของห้องประชุมธรรมเนียบขาวที่มันช่างแตกต่างจากข้างนอก คือเป็ห้องโถงกว้างเป็ทรงกลม บนห้องได้มีไฟประดับสีทองกลางห้องขนาดใหญ่ กว่าร้อยอันได้ห้อยประดับดกแต่งทั่วห้อง ผลงานศิลปะ ทั้งภาพวาด และงานประติมากรรมถูกจักว่างเรียงอย่างเรียบร้อยสวยงาม จนห้องนี้ถือว่าจุคนได้มากกว่าพันคนเลยทีเดียว กลางห้องมีโต๊ะประชุมสีขาวสะอาด ดูเหมือนโต๊ะตัวกลมใหญ่ตัวนั้นจะทำมาจากไม้ท่อนเดียว ขนาดใหญ่ สลักด้วยลวดลายของนกอินทรีย์ตราสัญลักษณ์ อยู่ตรงกลางโต๊ะ เก้าอี้หลุย์หุ้มเบาะลายดอกไม้อย่างดีของเหล่าผู้นำของเมืองที่จะได้มาประชุมกันกว่า20ตัว ได้จัดวางอยู่รอบๆโต๊ะ และมีเก้าอี้อีกหนึ่งตัวที่ใหญ่กว่าพวก ได้จัดวางอยู่ตรงมุมหัวโต๊ะ เก้าอี้ของท่านผู้นำสูงสุดแน่นอน
จากนั้นทหารสาวตัวเล็กผมสีน้ำตาลเข้มคนนั้นก็ได้เดินเข้าไปยืนอยู่เื้ัของท่านผู้นำนายหนึ่งที่นั่งประชุมด้วยกัน
ท่านผู้นำกว่าสิบคนได้นั่งประจำที่ของตัวเองเป็ที่เรียบร้อยแล้ว จะเหลือก็แต่ พลโทจอร์น และท่านผู้นำสูงสุดที่ยังไม่มาเข้าประชุมในครั้งนี้
"เฮ่.....พลโท จอร์น.....เหลือนายคนเดียวแล้ว..."
เสียงที่ดุดันของท่านนายพลคนหนี่ง ร่างสูงใหญ่ หัวล้านมีหนวดสีดำปนเส้นสีขาวไปตามวัยอายุ ท่านนายพลคนนี้อายุพอๆกับนายพลจอร์นเลยก็ว่าได้ เื้ัของนายพลหัวล้านคนนั้น มีทหารสาวตัวเล็กคนนั้นยืนอยู่ เหมือนกับทหารติดตามของท่านผู้นำของแต่ละคนที่มาประชุมในครั้งนี้
พลโทจอร์นได้ถอดหมวกที่อยู่บนหัวของตัวเองออกพร้อมเสยผมขาวๆของเขาให้เป็ทรงอย่างเป็ระเบียบ แล้วไปนั่งตรงที่ประจำของเขา ที่นั่งติดกับเก้าอี้ท่านผู้นำสูงสุด โดยมีลูคัสได้ยื่นอยู่เบื่องหลังพลโทจอร์นด้วย....
สิ้นสุดเสียงของทุกคน นายพลหัวล้านร่างใหญ่ คนนั้นก็ได้ยืนขึ้น แล้วกล่าวทักทายด้วยเสียงที่ดัง
"สวัสดีเหล่าท่านผู้นำทุกคน....... เหตุที่เราเรียกประชุมกระทันหันแบบนี้ ก็เป็เพราะว่ากำลังจะมีภัยร้ายเกิดขึ้นในดินแดน HABITATแห่งนี้ "
ความทึ่งที่ได้ยินคำพูดนั้น มันทำให้เกิดความเงียบในห้องประชุม ไม่น่าเชื่อเสียงถอนหายใจมันยังดังกว่าความเงียบในครั้งนี้เลย ลูคัสพลันนึกคิดเบาๆ
"ในวันนี้ ท่านผู้นำสูงสุดท่านติดธุระอยู่ที่ต่างเมือง เลยไม่ว่างมาประชุมในครั้งนี้....วันนี้.....ฉัน พลโทมอร์แกน แม็คคัลเลอร์ จะขอเป็หัวหน้าในการประชุมในครั้งนี้แทนท่านผู้นำสูงสุด...!!!"
สิ้นสุดเสียงอันหนักแน่นและมั่นใจของ ท่านนายพลโทมอร์แกน ท่านก็ได้ยืนมือขวากวาดออกไปรอบๆ ทันใดนั้นเอง แสงไปในห้องประชุมก็ค่อยๆมืดลงจนมืด เวลาผ่านไปไม่กี่วิก็เกิดลำแสง 3 มิติฉายออกมาจากตาของนกอินทรีย์ที่เป็สัญลัษณ์ประจำเมืองที่กลางโต๊ะ เป็ภาพสามมิติขนาดใหญ่จนเกือบถึงเพดานห้องโถง จากนั้นลำแสงขนาดเล็กก็ได้ฉายออกมาจากข้างหน้าโต๊ะของท่านผู้นำคนละตัว เรียงไปอย่างช้าๆ มันช่างไฮเทคอ่ะไรเช่นนี้....
กลางโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ ลำแสงที่ฉายเป็ภาพ 3 มิติ ก็ได้ฉายเป็ภาพวัตถุโบราณชิ้นต่างๆ มีทั้ง เสาหินที่สลักด้วยอักษรโบราณ กำไลเก่าแก่ของบรรพบุรุษ แท่นบูชาของวัดที่เป็ที่เคารพบูชาของประชาชน ระฆังที่ก้องกังวาลที่เป็สัญลักษณ์ของเมืองอื่น ยังมีวัตถุชิ้นอื่นๆกว่าสิบชิ้นที่ยังบรรบายไม่หมด
"วัตถุโบราณศูนย์รวมจิตใจของประชาชนและสัญลักษณ์สิ่งของล้ำค่าของเมืองต่างๆได้หายไป เมื่อไม่กี่เดือนที่แล้ว...."
"มันจะหายไปได้ยังไง ในเมื่อของที่มีค่าขนาดนั้นต้องมียามเฝ้าอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว"
นายพลหน้าตาดูเหมือนจอมหาเื่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพลโทจอร์นก็ได้กล่าวขึ้นมา ดูจากยศที่ใส่แล้วก็น่าจะเป็พลตรี ประจำเมืองอื่น
"ใช่.........ใซ่.........."
เสียงสนับสนุนให้กับคำถามของท่านพลตรีจอมหาเื่คนนั้น
"ถึงจะมียามเฝ้า แต่ถ้าทหารยามเฝ้าแต่ละคนนั้นอ่อนประสบการณ์ ขาดการฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา มันก็ย่อมเกิดขึ้นได้อยู่แล้วละ"
ความเงียบของเหล่าพลตรีเกิดขึ้นอีกครั้ง พรันนึกถึงข้อบกพร่องที่ ที่นายพลโทมอร์เเกนได้กล่าวออกมา
"ของพวกนี้มันหายครั้งล่าสุดตอนไหนหรอ.....????"
ท่านนายพลโทจอร์นกล่าวถามเพื่อทำลายความเงียบนั้น
"ครั้งเมื่ออาทิตย์ก่อน มงกุฎเพชร ซึ่งเป็ของตกทอดมาคั้งแต่โบราณและยังเป็สิ่งเอกลักลักษณ์ประจำเมืองเบเร่น่า ได้ถูกขโมยไป"
นายพลมอร์แกนกล่าวตอบ พร้อมกับกวาดมือเลือนภาพฉายสามมิติให้ปรากฎเป็ภาพมงกุฏเพรช ที่ฉายออกมาอย่างกับของจริง...!!!!
"สิ่งที่เป็วัตถุโบราณ สร้อยคอ.....เสาหิน.....กำไร..... มงกุฎ.........ไอ้คนที่ขโมยมันจะเอาไปทำอะไร...???"
พลตรีใส่แว่นชายร่างสูงค่อนข้างผอมหน้านิ่งได้พูดถามขึ้นมา
"อย่าถามเลย....ว่าคนที่ขโมยมันจะเอาไปทำอะไร......"
"ให้ถามว่า.....ใครที่เป็คนขโมยมันไปต่างหาก.....!!!!!!"
ความเงียบก็ได้ก่อเกิดขึ้นอีกครั้ง
"แม็กเรน ฮอนดาร์ก.......!!!!"
ม่านตาของท่านผู้นำแต่ละคนก็ได้ขยายขึ้นเมื่อได้ยินชื่อของคนคนนี้ เสียงที่กล่าวออกมาจากปากของชายหนุ่มคนหนึ่งหน้าตาขาวหล่อเหลาดูเ็า ผมสีขาวที่ถูกตัดซอยจนมาถึงต้นคอ แววตาสีเทาขาว ต้องหลงไหลยามเมื่อได้มอง ไม่น่าเชื่อว่าหน้าตาที่ดูหนุ่มขนาดนี้ จะมียศเป็ถึง พลทหารตรีแห่งเมือง ไอซ์แลนด์ เมืองแห่งน้ำแข็ง ช่างรู็สึกเย็นเหลือเกินเพียงแค่ได้มอง
"พลตรี คอนเนอร์ โจเดนน์ รู้ไหมว่ากล่าวชื่อใครออกมา"
พลตรีหน้าตาจอมหาเื่คนเดิมที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับท่านนายพลจอร์นก็ได้ตะหวาดถาม คอนเนอร์ด้วยเสียงที่ดัง
ทำให้ลูคัสได้เพร่งความสนใจไปที่พลตรีจอมหาเื่คนนั้น สาวหุ่นดีผมตรงสั้นสีดำ ส่วมแวนตากรอบเหลี่ยมสีแดงได้ยืนอยู่ข้างหลังนายพลหน้าตาจอมหาเื่คนนั้น "คงจะเป็ผู้ติตามละมั่ง......." ลูคัสแอบคิดในใจ
"ใช่.....ฮอนดาร์ก มันได้ถูกทางรัฐบาลจับได้ไปเมื่อ 17 ปี ก่อนแล้วไม่ใช่หรอ.....!!!!"
"ใช่......ใช่.......ใช๋.......!!!!!!"
เหล่าท่านผู้นำคนอื่นๆได้พูดออกมาทักท่วงเป็ระยะๆ
การประชุมในครั้งนี้ก็ได้เสียงดังตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยคำพูดที่แต่และคนพูดออกมาได้ถกเถียงกันจนเกิดเป็เสียงดังฟังไม่รู็เื่ ลูคัสที่กำลังใกับเหตุการณ์ที่ตัวเองได้เจอะเจอเป็ครั้งแรกก็แสดงสีหน้าที่ใเมื่อได้เห็นภาพการประชุมเหล่านี้ แต่ก็ยังไม่วายเมื่อลูคัสได้หันไปมองหาหน้าหน้าของทหารหญิงตัวเล็กผมสีน้ำตาลคนนั้น สายตาช่างดูสุดขุมเหลือเกิน....... กลับมามองที่เ้าของคำพูด พลตรีคอนเนอร์ ก็ได้นั่งกอดอกแล้วหลับตาลงเหมือนไม่สนใจกับเหตุการณ์บะจันบานที่อยู่ข้างหน้า
"ฮ่า....ฮ่า....ฮ่า....."
เสียงหัวเราะของนายพลตรีท่านหนึ่งที่ได้หัวเราะออกมาท่างกล่างของที่ประชุมกำลังวุ่นวายด้วยเสียงที่ถกเถียงกันในขณะนี้ ผมยาวสีแดงที่ถูกปล่อยสยายออกมา เสื้อสูทเกียรติยศก็ได้เอาพาดไว้ที่บ่าทั้งสองข้างในตัวมีเพียงเสื้อยืดสีน้ำตาลคอกลม ดูช่างไม่เรียบร้อยแล้วแต่ต่างกับคนอื่นๆอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าที่ดูด้วยความมั่นใจ พร้อมกับมีรอยแผลอยู่บนหัวคิ้วข้างขวา ท่าทางเซอๆใช่ย่อย
"เงียบบบบบบบบบบบบบ.................!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!"
แสงสว่างจากลำแสงสามมิติก็ได้เปลี่ยนเป็สีแดง ปรากฎเป็ในหน้าของคนๆหนึ่ง ชายวัยอายุกลางคน ร่างใหญ่ ที่มีรอยแผลขึ้นตามใบหน้าผมสีดำยาวหยักโศก ปล่อยออกมาในทรงที่กระซะกระเซิง ใบหน้าโหดๆของชายคนนี้ปรากฎขึ้นกลางโต๊ะประชุม ทำให้ เหล่าท่านผู้นำถึงกับ กลับไปนั่งประจำที่แล้วหยุดเงียบอย่างเรียบร้อย........
"แม็กเรน ฮอนดาร์ก อาชญากรมืดแห่งดินแดน HABITAT ชายผู้ที่มีพลังวิเศษเป็ความสามารถอะไรก็ไม่รู้ เขาไม่เคยที่จะแสดงตัวตนออกมาเลย ในเมื่อ 17 ปี ที่แล้ว ฮอนดาร์ก ได้ทำการปลุกสิ่งที่ต้องห้ามจากมนต์ดำ จนทำให้แผ่นดินสั่นไหวไปทั่ว HABITAT ผู้คนประชาชนเดือดร้อนไปทั่วแผนดิน เหล่าทหารและผู้มีพลังวิเศษกว่าครึ่งเมืองได้ช่วยกันป้องกันต่อสู้และหยุดการกระทำของเขาเอาไว้ "
ภาพฉายสามมิติได้ฉายถึงเหตุการณ์ ที่อาชญากรคนนั้น ได้ทำให้แผ่นดินไหว และผู้คนทั่ว HABITAT ต่างพากันวิ่งหนีเพื่อที่จะเอาชีวิตรอด
"เหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตไป กว่า ครึ่งแสน กองกำลังทหารที่เสียชีวิตไป สามหมื่นกว่านาย และเหล่าผู้มีพลังวิเศษอีก หกพันคน ความสูญเสียครั้งใหญ่ครั้งนี้ มันก็ไม่น่าแปลกใจหรอกที่เมื่อได้เอ่ยชื่อถึงอาชญากรคนนี้ มันก็เกิดอาการหวั่นกลัวโดยไม่รู้ตัว........"
"แล้วมันคืออะไรล่ะครับ.......สิ่งที่เขาคนนั้นได้ปลุกมันขึ้นมา......."
สายตาของผู้คนในที่ประชุมได้เปลี่ยนความสนใจไปหาที่มาของเสียง ลูคัส....!!! ไม่น่าเชื่อ ชายที่ดูเหมือนจะไม่รู้เื่อะไรเลยกลับถามคำถามที่เป็ประเด็นสำคัญ
"อสูรร้ายใต้ดิน.....จอมเขมือบโลก........!!!!!!"
สิ้นสุดเสียงของท่างนายพลโทมอร์แกน ก็ทำเอาเหล่าพวกท่านผู้นำทั้งหลาย แทบจะกลืนน้ำลายด้วยเองเลยทีเดียว ลูคัสถึงกับอึ่งตาค้างเมื่อได้ยินเสียงของท่านนายพลมอร์แกน
"เราออกนอกเื่กันไปนานแล้ว เข้าประเด็นสำคัญกันดีกว่า...."
พลโทจอร์นได้กล่าวขึ้นมาท่ามกลางเสียงเงียบในที่ประชุม
แสงฉายสามมิติได้ฉายกลับมาเป็รูปพวกเครื่องรางวัตถุโบราณอีกครั้ง
"สิ่งที่เราคิดว่าต้นต่อของเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เกิดจาก ฮอนดาร์ก ได้ขโมยมันไปเพื่อที่จะเอาไปทำการอะไรสักอย่าง การที่ ผม ได้เรียกประชุมด่วนในวันนี้ ก็เพื่อเตรียมมาตราการป้องกันเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมื่อ 17 ปีที่แล้ว ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เราต้องทำการปกป้องสิ่งที่เป็เอกลักษณ์ สัญลักษณ์ สิ่งของโบราณ และ เครื่องรางของเมืองต่างๆ เพิ่มเวรยาม เป็สองเท่า ตรวจคนเข้าออกประตูเมื่องของตัวเองอย่างเคร่งครัด ส่งทหารประจำเมืองออกไปสำรวจนอกพื้นที่ของชุมชน เพื่อป้องกันการตั้งฐานทัพ หรือฐานลับ อ่ะไรบางอย่าง เราคงไม่อยากให้เหตุการณ์ในครั้งนั้นกลับมาเกิดขึ้นอีกแน่นอน......"
สุดคำขาด ของนายพลมอร์แกน ทำเอาที่ประชุมถึงกับเคร่งเครียดอีกครั้ง.......
"แล้ว..........สิ่งของเอกลักษณ์ของเมืองเซ็ทเทอร์แลนด์ละครับ..........ท่านนายพลโทมอร์แกน..........."
"มันอยู่ที่ไหนหรอ............"
เสียงของพลตรีหน้าตาหาเื่ที่นั่งอยู่ตรงข้าม นายพลจอร์นคนนั้น ก็ได้เปล่งเสียงถามมาในที่ประชุมอีกครั้ง
"เอกลักษณ์ ของเก่าแก่แห่งเมืองเซ็ทเทอร์แลนด์ได้จัดเก็บไว้ยังสถานที่ปลอดภัยดีแล้วค่ะ"
เสียงแรกของหญิงสาวตัวเล็กผมสีน้ำตาลก็ได้เปล่งพูดตอบไปหาพลตรีจอมหาเื่คนนั้น ทำให้ลูคัสหันไปมองอย่างฉับไว
"ก่อนที่นายพลโท มอร์แกน ออกคำสั่งกับพวกกระผม พวกกระผมก็แค่้าดูเพื่อความแน่ใจว่า เมืองเซ็ทเทอร์แลนด์ ที่เป็เมืองหลวงที่ใหญ่โต มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ของดินแดน HABITAT แห่งนี้ จะมีมาตราการ การป้องกันที่แ่ากับคนที่้าขโมยมัน ขนาดไหนเชียว......"
เเววตาพลตรีจอมหาเื่คนนั้นเมื่อกล่าวเสร็จก็ได้ยืนขึ้นเพื่อที่จะกดดันพลโทมอร์แกน
"คือ............."
"ไม่เป็ไร ร้อยเอกเพนดิสัน นำสิ่งนั้นมาให้พวกเขาดูเถอะ...."
ร้อยเอกหญิงตัวเล็กคนนั้นพูดยังไม่เสร็จ ก็ถูกนายพลโทมอร์แกนพูดแทรกขึ้นมา ลูคัสถึงกับหุบยิ้มไม่ได้เมื่อได้รู้ชื่อของ ร้อยหญิง คนนั้น
"เพนดิสัน"
ร้อยเอกเพนดิสัน ก็ได้ก้าวเดินเข้าไปใกล้ที่โต๊ะประชุมกลมตัวใหญ่ พร้อมกับกวาดมือให้เครื่องฉายสามมิติได้หยุดทำงานลง แสงสว่างจากหลอดไฟนับร้อดวกก็ได้เริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ จนกลับมาเป็บรรยากาศที่เข้ามายังห้องนี้ตอนแรก จากนั้นเพนดิสันก็ได้ วางเมือขวาเธอลงไปยังขอบโต๊ะมันก็ฉายแสงเป็รูปมือของเธอ และก็ได้เปลี่ยนเป็รหัสดัวเลข เพนดิสัน ก็กดตัวเลขบนขอบโต๊ะประชุมตัวนั้น และได้วางมือบนโต๊ะอีกรอบ จนแสงสีฟ้าจากโต๊ะที่มันปรากฏอยู่ที่มือเธอ ก็ได้แพร่ขยายเป็เส้นยาวๆรอบโต๊ะเป็ระยะๆ สร้างความตกตะลึกให้กับเหล่าท่านผู้นำ จนทำให้บางคนนั้นถึงกับต้องยืนขึ้น เมื่อได้เห็นแสงนั้นลามมาใกล้ถึงตัวเอง
"เอกสักษณ์ของเมืองเซ็ทเทอร์แลนด์คืออะไรหรอครับ...."
ลูคัสก้มหน้าไปถามพลโทจอร์น ที่ได้นั่งอยู่ข้างหน้าเขา
"คอยดูเอาสิ..........."
พลโทจอร์น กล่าวตอบ ให้ลุคัสดูเอาเอง
โต๊ะใหญ่ตัวกลมตัวนั้นก็ได้สั่นเล็กน้อย แววตาของทุกคนก็ต้องอึ่งไปอีก เมื่อสัญลักษณ์รูปนกอินทรีย์วงกลมขนาดใหญ่ได้ยุบลงแล้วเลื่อนออกไปทางด้านขาวอย่างช้าๆ จนกลายเป็รูโหว๋ขนาดใหญ่ ความตะลึงแค่นั้นมันยังไม่พอ เมื่อ ได้มีหุ่นปั่นนกอินทรีย์สีทองที่กำลังสยายปีกเป็ตระหงาค่อยเลื่อนขึ้นมาจะรูโหว๋รูนั้น แสงไฟที่ตกบนพื้นผิวสีทอง ก็ได้สะท้อนสาดส่องไปทั่วห้องประชุม ทำเอา ลูคัสถึงต้องเอามือมาบังสายตาของตัวเองเอาไว้ เพราะแสงสีทองอร่ามทำให้ทั่วห้องนั้น มองเป็สีทองเกือบทั่วห้องประชุม
"นกอินทรีย์สีทองตัวนี้หรอครับ....คือเอกสักษณ์เมืองเซ็ทเทอร์แลนด์......??????"
ลูคัสก้มไปถามพลโทจอร์นอีกครั้ง
"เปล่าหรอก.........ไม่ใช่หุ่นนกอินทรีย์ทองตัวนั้นหรอก........"
"แต่มันคือ ขนนกพญาอินทรีย์ทอง ที่มาจากตำนานของเมืองนี้ต่างหากล่ะ......"
แววตาของลูคัสเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบ..........พญาอินทรีย์ทองสัตว์ในตำนานมีจริงหรอนี่..........!!!!!!!
"ขนนกสีทองที่ติดอยู่ตรงอก ของหุ่นนกอินทรีย์สีทองตัวนี้ ถูกจัดเก็บไว้ที่ธรรมเนียบขาวสถานที่แห่งนี้ เป็เวลากว่า 10 ปีแล้ว โดยทุกๆ 10 ปี ของชิ้นนี้ก็จะถูกย้ายไม่ยังสถานที่ซ่อนที่ใหม่"
เสียงอันหนักเน่นด้วยความมั่นใจของพลโทมอร์แกนก็ได้กล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ
ภาพใบหน้าของชายหน้าโหดที่มีชื่อว่า อาชญากร ระดับโลก ก็ได้ฉายขึ้นอัตโนมัติบนโต๊ะประชุมที่นั่งของแต่ละคนอีกครั้ง
"ตอนนี้ ไม่มีใครรู้เลยว่า ฮอนดาร์ก อยู่ที่ไหนในใลกใบนี้ อาจจะเปลี่ยนใบหน้า เปลี่ยนชื่อ แต่ ขึ้นชื่อว่า
อาชญากร แม็กเรน ฮอนดาร์ก คงจะมีชื่อเดี่ยวเท่านั้นบนโลกใบนี้...........!!!!!!!!!!!"
"เปล่า..........เปล่า............เปล่า...........ไม่ใช่เลย........................."
ความสนใจของท่านผู้นำแต่ละคนก็ต้องแปลกใจกับคำพูดแล้วหันไปหาต้นตอของเสียง
นายพลตรีหน้าตาหาเื่คนนี้มันพูดอะไรของมันออกมา..............
"ชื่อจริงของเขาคือ...........ท่านลอร์ด แม็กนิโคเรน ออฟ ฮอนดาร์ก...........ต่างหาก...!!!!!!"
"ฮิ.......ฮิ........ฮิ" สิ้นสุดเสียงของพลตรีจอมหาเื่เมื่อพูดจบ.............