การผจญภัยของสามแสบ5
“วิ่งรอบสนามสามสิบรอบ นี่เครื่องวัดรอบ” อาจารย์สาวเอ่ยบอกก่อนส่งเครื่องวัดรอบที่คล้ายกับนาฬิกาให้กับซิวเสี่ยวซาน
“ครับอาจารย์” ซิวเสี่ยวซานยิ้มรับก่อนเอ่ยขึ้นพร้อมกับสวมเครื่องวัดรอบ จากนั้นก็ลงไปวิ่งรอบสนามทัน พลางคิดว่าจะแอบไปสำรวจแถวนี้สักหน่อย
ซิวเสี่ยวซานออกตัววิ่งก่อนจะวิ่งจนครบก็ใช้วิชามายาเพื่อให้มีเขาสองคนที่ยังคงวิ่งอยู่รอบสนามอยู่ ส่วนเขาก็จะวิ่งไปดูรอบๆ หน่อยว่าที่นี่มีอะไรสนุกๆ เล่นหรือไม่
ตู้ม!!
ซิวเสี่ยวซานหยุดเมื่อได้ยินเสียงที่มีการต่อสู้ เขาแอบอยู่บนต้นไม้พลางมองไปตามเสียงที่มีการต่อสู้ ก็เห็นคนกลุ่มคนกำลังสู้กัน เขามองการต่อสู้อย่างเบื่อหน่ายก่อนจะตัดสินใจไปที่อื่นต่อ
“อืม ดีกว่าที่คิดนิดหน่อย ถ้าไม่นับเรื่องอากาศ” ซิวเสี่ยวซานที่กลับมาก็เอ่ยกับตัวเองพลางเดินกลับเข้าห้องเรียน
“วิ่งเร็วจัง ไหนดูสิ” อาจารย์หญิงสาวขึ้นก่อนจะขอเครื่องวัดรอบไปด้วย ก่อนจะตกใจเมื่อเวลาผ่านไปแค่ห้านาทีเองทำไมเด็กที่ยังไม่ได้ฝึกวรยุทธ์ถึงได้วิ่งเร็วขนาดนี้
“พวกผมเป็นคนพิเศษครับ” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยบอกพลางกลับไปนั่งที่ตามเดิม ก่อนจะได้รับสายตาจับจ้องมองมาที่เขาอย่างสนใจและสงสัย
“แอบไปเล่นสนุกคนเดียว” ซิวเสี่ยวฮวาเอ่ยเบาๆ พลางมุ่ยหน้าที่ซิวเสี่ยวซานไม่รอนาง
“เอาไว้ตอนเที่ยงพาไป” ซิวเสี่ยวซานกระซิบบอกพลางเอื้อมมือไปโยกหัวของน้องสาวตัวเองไปมาเบาๆ ก่อนจะรีบชักมือกลับมาเมื่ออาจารย์สาวกำลังหันมามองเขา
“พี่ซือสั่งอาหารมาเยอะๆ นะ” ซิวเสี่ยวฮวาเอ่ยบอกเมื่อตอนนี้นางกำลังนั่งรอที่โต๊ะโดยมีพี่ชายของนางไปสั่งอาหารมาให้ทาน อาหารที่นี่อร่อยจริงๆ จนทำให้นางนึกถึงท่านแม่ขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
นางจะต้องให้พี่ชายของนางเรียนทำอาหารเพื่อไปทำอาหารเช่นนี้ให้กับท่านแม่ให้ได้เลย
“เอ่อ ขอโทษทีนะน้องพี่ขอนั่งด้วยสิ” ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งเอ่ยบอก เขามองเด็กผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่คุ้นเคยเท่าไร
“ตามสบาย เว้นให้พี่ของฉันด้วย” ซิวเสี่ยวฮวาเอ่ยบอกพลางมองคนทั้งห้าคนที่พากันนั่งลงกับเก้าอี้
“ขอบคุณนะน้อง” ชายหนุ่มหน้าตาดีเอ่ยบอกพร้อมกับยิ้มให้อีกฝ่าย
“ไม่เป็นไร เราอยู่โรงเรียนเดียวกัน” ซิวเสี่ยวฮวาบอกพลางมองไปที่พี่ชายทั้งสองของนางที่กำลังเดินมานั่งที่
“ทานเสร็จเราไปเดินเล่นกันนะพี่” ซิวเสี่ยวฮวาบอกพลางรับแก้วน้ำจากซิวเสี่ยวซือมาดื่ม
“ได้สิ พี่เห็นมีลานประลองด้วยละ กางม่านอาณาเขตเอาไว้แต่ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไร” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยตอบก่อนจะเอ่ยบอกไปด้วย
“รู้ได้ยังไงว่าไม่แข็งแรง” ชายหนุ่มหน้าตาดีเอ่ยถามเพราะไม่ว่ามองมุมไหนม่านอาณาเขตมันก็แข็งแรงสุดๆ แต่ชายหนุ่มคนนี้กลับว่าไม่แข็งแรงเนี่ยนะ ไม่มีม่านอาณาเขตที่ไหนแข็งแรงมากไปกว่าที่โรงเรียนนี้แล้วละ
“ก็มีรอยร้าวนะสิ ถูกโจมตีอีกสามครั้งแรงๆ ก็พังแล้ว” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยบอกพลางดื่มน้ำไปด้วยท่าทีสบายๆ
“เป็นไปไม่ได้น่า” ชานหนุ่มทั้งห้าร้องขึ้นพร้อมกัน พวกเขาทำใจเชื่อเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ
“ไปพิสูจน์ก็รู้” ซิวเสี่ยวซือเอ่ยบอกด้วยท่าทีเรียบนิ่งพลางมองอาหารที่ถูกนำมาวางที่บนโต๊ะ
ชายทั้งห้ามองอาหารมากมายที่ถูกวางบนโต๊ะพลางมองสามพี่น้องฝาแฝดไปด้วยสายตาอึ้งๆ สั่งมาเยอะเกินไปแล้วนี้มันล้นมาถึงบนโต๊ะของพวกเขาเลยนะ
“ไม่ทานกันเหรอครับ” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยถามเพราะถ้าสั่งมาขนาดนี้ก็ต้องให้คนพวกนี้ทานด้วยเพราะจะไม่ได้เป็นที่สนใจของคนอื่น แถมพวกเขายังสั่งมาเพิ่มอีกได้สบายๆ ไม่ต้องสนใจคนรอบข้างอีกด้วย
“เอ่อ สั่งให้พวกเราด้วยเหรอ” ชายหนุ่มที่นั่งฝั่งเดียวกันกับซิวเสี่ยวซานก็เอ่ยถามเพราะไม่คิดว่าคนที่เพิ่งรู้จักกันจะสั่งอาหารมาให้ทานแบบนี้
“อ่า ครับ ทานตามสบายเลยครับ” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยบอกก่อนจะรีบทานตามพี่ชายและน้องสาวของเขาไป เขาจะมาชักช้าไม่ได้เดี๋ยวทานอาหารไม่ทัน
ทั้งห้าพากันมองสามพี่น้องฝ่าแฝดทานอาการอย่างดุเดือด นี่มันเกินไปแล้ว ยิ่งน้องผู้ชายที่ตัวเล็กกว่าเพื่อนนั้นทานเร็วอย่างมาก เอาไปเก็บที่ไหนกันเนี่ย
“พี่ไปสั่งอีก” ซิวเสี่ยวฮวาร้องบอกพลางตักอาหารทานต่อด้วยความรวดเร็ว อ่า อร่อยเกินไปแล้ว
“ขอแบบนี้อีกหนึ่งชุดครับคุณป้า” ซิวเสี่ยวซานร้องบอกพลางนั่งทานต่อไป โดยไม่สนใจสายตาของอีกห้าคนที่มองพวกเขาอยู่
“เร็วเกินไปแล้ว” ชายหนุ่มหน้าตาดีเอ่ยขึ้น จนลืมไปแล้วว่าตัวเองยังไม่ได้ทานอาหารเพราะมัวแต่มองสามพี่น้องฝ่าแฝดทานอาหารอยู่
ตุ้บ!
เคล้ง!
คนรอบข้างที่เพิ่งสังเกตเห็นต่างพากันมองอย่างตกใจอ้าปากราวกับว่าไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ จนเผลอทำของล้น
“ขอบคุณครับคุณป้า” ซิวเสี่ยวซานเอ่ยบอกพลางรีบทานต่อทันที
“อิ่มจัง” ซิวเสี่ยวอวาร้องบอกพลางนั่งเอนหลังไปพิงผนังเก้าอี้ไปด้วย ก่อนจะตบท้องตัวเองเบาๆ
“พี่ซือไปจ่ายเงินด้วย” ซิวเสี่ยวซานร้องบอกทันที
“อืม” ซิวเสี่ยวซือตอบก่อนจะเดินไปจ่ายเงินผ่านทางมือถือ ที่ได้จากพ่อบ้านหลินเทียนเมื่อคืนคนละเครื่อง แถมยังมีเงินในมือถืออีกด้วย ซึ่งมันวิเศษมาก มือถือเครื่องนี้ทำอะไรได้หลายอย่างเลย
“ขอบคุณที่อุดหนุนนะหนู” หญิงวัยกลางคนร้องบอกด้วยรอยยิ้ม อย่างดีใจที่ได้เงินเยอะกว่าทุกวัน
“ครับ” ซิวเสี่ยวซือตอบกลับไปก่อนจะเดินไปหาน้องของเขาที่เตรียมพร้อมกับออกไปสำรวจโรงเรียนแล้ว
“ไปกัน” ซิวเสี่ยวฮวาร้องบอกพลางดึงแขนพี่ชายทั้งสองของนางออกจากโรงอาหารโดยไม่สนใจคนรอบข้างที่ยังคงมองมาที่ตัวเองไม่หยุด
มาแล้วจร้า ไหนใครริสามแสบบ้างขอเสียงหน่อยจร้าาาาา