“ัน้อย เ้าเคยอยู่ที่นี่มาก่อน เ้าพอจะจำเส้นทางในถ้ำนี้หรือไม่”
“จำได้สิท่านพี่ ข้าจะพาท่านไปแต่ก่อนที่ท่านจะไป ข้าขอแวะไปดูสถานที่หนึ่งก่อนได้ไหม ไม่รู้ว่าเพื่อน ๆ ของข้าจะยังอยู่กันไหม”
“ได้สิ เ้านำทางไปเถอะ”
ัน้อยลัดเลาะไปตามเส้นทางที่มีมากมาย หากไม่มีัน้อยเป็ผู้นำทางเฟิ่งหยูคงหลงอยู่ในถ้ำแห่งนี้อีกนานเป็แน่
ไม่นานัน้อยก็นำเฟิ่งหยูมาถึงส่วนลึกอีกที่หนึ่ง ที่นี่เป็โถงกว้างเป็อย่างมากมีต้นไม้ใบหญ้าขึ้นอยู่เต็มมีแสงสว่างส่องผ่านลงมา
“โหวจื่อ”
“โหวจื่อเ้ายังอยู่ไหม” ัน้อยะโเรียก
ไม่นานอสูรลิงั์ตัวหนึ่งพลันวิ่งมาหาัน้อย มันเป็ลูกอสูรลิงั์ระดับสี่
“มันพลันย่อขนาดของมันให้พอๆ กับัน้อย”
กลับกลายเป็ลิงน้อยที่เป็เพื่อนของัน้อย พวกมันสนิทสนมกันมานานั้แ่เมื่อหลายร้อยปีก่อนแล้ว มันได้คลุกคลีกับัน้อยเป็เวลานานทำให้มันสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ เพราะได้รับการสั่งสอนมาจากผู้าุโัมาั้แ่ตัวเล็ก ๆ
“เ้ายังไม่ตาย เสี่ยวหลง เ้ายังไม่ตายจริงๆ ด้วย ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม”
“ข้ายังไม่ตายหรอกโหวจื่อ พี่ชายข้าช่วยชีวิตข้าไว้ได้ ท่านแม่ก็ไปสร้างร่างกายใหม่แล้ว”
“โหวจื่อ นี่พี่ชายข้า พี่เฟิ่งหยู” ัน้อยกล่าว
“ขอบคุณ ขอบคุณท่านมากที่ช่วยเพื่อนของข้า”
“ไม่เป็ไรหรอก ว่าแต่เ้าอยู่ที่นี่ตัวเดียวเหรอ”
“ใช่ข้าอยู่ที่นี่เพียงลำพัง ไม่มีใครรบกวน ไป ไป พวกเราไปข้างในก่อน ข้าเก็บของดีไว้เพียบเลย”
โหวจื่อพูดพร้อมกับลากพวกเขาเข้าไปในป่าที่อยู่ด้านหน้าอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าไปด้านในถ้ำที่อยู่ของโหวจื่อเฟิ่งหยูถึงกับตกตะลึงเพราะสิ่งของที่โหวจื่อสะสมไว้มีมากมายก่ายกอง ส่วนมาจะเป็ของล้ำค่าและสมุนไพริญญา
“เ้าไปเอาของพวกนี้มาจากไหน” ัน้อยถาม
“มันมีอยู่มากมายเ้าไปช่วยข้าเก็บ พวกเราจะได้ฝึกฝนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น”
โหวจื่อนำทางเฟิ่งหยูและัน้อยไปทันที โหวจื่อลัดเลาะตามซอกหิน ผ่านเส้นทางมากมายพวกเขาใช้เวลาหนึ่งชั่วยามกว่าจะมาถึงยังที่ ที่โหวจื่อพูด
“ที่นี่แหละ ที่ข้าได้ของพวกนี้มา”โหวจื่อพูดพร้อมกับชี้มือออกไปยังวิหารเก่าแก่หลังหนึ่ง
“ทำไมมีวิหารเก่าแก่อยู่ที่นี่ได้”
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้าเพียงเที่ยวเล่นไปเรื่อยเปื่อย จนมาพบกับที่นี่เมื่อหลายสิบปีก่อน ข้าอาศัยทรัพยากรข้างในฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ข้างในยังมีคัมภีร์ยุทธ์ และอาวุธและชุดเกราะต่าง ๆ มากมายอีกด้วยนะ” โหวจื่อทำหน้าหงอยไปนิดหนึ่ง
“แต่ว่าข้าเอาออกมาไม่ได้ ข้าเอาออกมาได้เฉพาะของที่อยู่รอบ ๆ ที่พอจะเอามาได้ ส่วนข้างในมีค่ายกลมากมาย ข้าไม่กล้าเสี่ยงเข้าไปเอาของข้างในเพราะข้าไม่รู้เกี่ยวกับค่ายกลใด ๆ เลย ข้าลองทำลายดูแล้ว แต่มันยากมาก ใช้เวลาเป็ปีๆ เลยทีเดียว”
“ท่านพี่ ท่านพอจะรู้เื่ค่ายกลบ้างหรือไม่”
“ข้าก็พอได้เรียนรู้มาอยู่บ้าง พวกเราลองเข้าไปดูข้างในกันก่อนเถอะ”
เมื่อพวกเขาเข้ามาข้างในวิหารโบราณ เฟิ่งหยูมองดูรอบๆ พบมีหลายห้องที่สามารถเปิดได้ และหลายห้องไม่สามารถเปิดได้
“พวกท่านตามข้ามา” โหวจื่อเอ่ยขึ้นมา
โหวจื่อพาเฟิ่งหยูและัน้อยเดินลัดเลาะมาอีกทาง เมื่อมาถึงเป็โถงใหญ่ มีอาวุธ ชุดเกราะเป็จำนวนมากแขวนอยู่โดยรอบ พวกมันเป็ของล้ำค่าเป็อย่างยิ่งหากถูกนำออกไปได้เพียงชิ้นเดียวก็สามารถทำให้เกิดาขึ้นมาได้เลยทีเดียว
“โหวจื่อเ้าพาพวกเราไปดูห้องต่าง ๆ ที่เ้าเคยไปได้หรือไม่ ข้าว่ามันต้องมีแกนหลักควบคุมค่ายกลพวกนี้อยู่เป็แน่”
“ได้สิ ข้ามาที่นี่บ่อยจนจดจำได้ทุกที่ในวิหารแห่งนี้แล้ว”
โหวจื่อเดินนำเฟิ่งหยูและัน้อยไปทีละห้อง ทีละห้อง แต่ละห้องนั้นเต็มไปด้วยทรัพยากร และของมีค่า บางห้องก็มีแร่มีค่า บางห้องก็เป็โอสถ ทุกอย่างที่อยู่ในวิหารแห่งนี้มีค่าแทบทุกชิ้น
จนมาถึงห้องหนึ่งซึ่งเป็ห้องไม่ใหญ่โตมากนัก ตรงกลางห้องมีลูกแก้วสีม่วงลูกหนึ่งวางอยู่บนแท่นบูชา พร้อมปลดปล่อยพลังออกมาอย่างต่อเนื่อง
“เ้าเคยเข้าไปข้างในนั้นหรือไม่ โหวจื่อ”
“ข้าไม่กล้าเข้าไปหรอก แค่พลังที่ส่งออกมาเดินเข้าไปไม่กี่ก้าวข้าก็คงทนอยู่ได้ไม่นานหรอก อีกอย่างข้าเองก็ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาแย่งด้วย ข้าคิดว่าถ้าข้าฝึกฝนจนแข็งแกร่งแล้วค่อยลองเข้าไปก็ไม่สาย”
“ก็จริงอย่างที่เ้าว่านะ เดี๋ยวข้าจะลองเข้าไปดูเอง พวกเ้าคอยข้าอยู่ข้างนอกนี่ละกัน”
เฟิ่งหยูค่อย ๆ ก้าวเข้าไปในห้องอย่างช้า ๆ และระมัดระวัง เขาเดินเข้าไปใกล้กับลูกแก้วสีม่วงเรื่อย ๆ สิบก้าว เก้าก้าว แปดก้าว เจ็ดก้าว หกก้าว ห้าก้าว สี่ก้าว สามก้าว สองก้าว หนึ่งก้าว ทุกก้าวเป็ไปด้วยความลุ้นระทึก พวกเขาทั้งสามต่างตื่นเต้น หวาดกลัว
จวบจนเฟิ่งหยูก้าวเข้าไปอยู่ใกล้ๆ กับลูกแล้วสีม่วงนั้น พลังงานยังไหลเฉื่อย ๆ ไม่หยุด
“เป็ยังไงบ้างท่านพี่ ท่านเจออะไรบ้าง” ัน้อยถามด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวข้าจะลองเอามันออกมาจากแท่นดู”
“ระวังให้มากๆ นะท่านพี่ พวกเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
“ได้ข้าจะระวังให้มาก”
เฟิ่งหยูค่อย ๆ เอื้อมมือออกไป แตะลงที่แท่นบูชา แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเขา เขาค่อยๆ เลื่อนมืออีกข้างไปจับลูกแก้วสีม่วง ลูกแก้วสีม่วงพลันเปล่งแสงสีม่วงสว่างไสวออกมาโดยรอบ
พรึบ
เฟิ่งหยูค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาเขากลับมองเห็นห้องกว้างห้องหนึ่ง พร้อมกับชายชราสวมชุดเก่าแก่คนหนึ่งอยู่ห่างจากเขาไม่มากนัก
“ท่านผู้าุโที่นี่คือที่ไหนกัน ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”