นางซูผู้เดินตามเข้ามาภายหลังเห็นไม้เรียวขนาดเท่าแขนกำลังจะฟาดลงบนร่างของเย่ชิงชิงก็ใรีบวิ่งเข้าไปบังให้นางทันที
“ท่านแม่เ้าคะ ชิงชิงร่างกายอ่อนแอ ตีไม่ได้นะเ้าคะ!”
“นังเด็กสารเลวที่แม้แต่ฟ้าดินยังไม่รับ ลูกของตัวซวย!คนอัปลักษณ์สร้างแต่เื่น่ารำคาญ นังโง่เอ๊ยยังจะกล้ามารังแกหลานชายข้าอีกหรือ?!”ย่าเฒ่าแค่นเสียงเ็า ไม้เรียวฟาดลงบนร่างของนางซูอย่างไม่ปรานี
เย่ชิงชิงที่ถูกปกป้องอยู่ด้านหลังทนไม่ไหวอีกต่อไป“พูดจาให้มันดีๆ บ้างเถิดเ้าค่ะ! เย่จื้อเฟิงไม่ร้องไห้ ไม่ฟ้องใครแต่เขาไม่ใช่หมานะเ้าคะ!”
นางตู้ซึ่งกำลังปลอบประโลมบุตรชายสายตาไวเห็นเย่เจียอวี้ที่เพิ่งตื่นนอนเดินงัวเงียเข้ามาก็ชิงตัดหน้ากล่าวว่า“น้องรอง เ้าฟังดูสิว่านี่มันอะไรกัน!”
“เย่จื้อเฟิงเป็คนโง่เง่า ปกติก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเล่นกับเด็กๆเท่านั้นเื่ดีเช่นนี้ยังไม่พอใจอีกหรือ?”
“ตอนนี้สกุลเย่จะเอาอะไรที่ไหนไปเลี้ยงคนว่างงานเล่า? ยังจะให้ประคบประหงมเขาประหนึ่งดูแลบรรพบุรุษเชียวหรือ!”
“พวกเ้าบ้านรองมีปากท้องหลายชีวิตต้องเลี้ยงดูแต่คนทำงานกลับมีไม่ถึงสองคน ไม่โง่ก็แกล้งป่วย คิดว่าข้าวสารอาหารแห้งได้มาง่ายๆรึไง?!”
นางตู้พูดจ้อไม่หยุดสุดท้ายยังเบะปาก “เลี้ยงหมายังได้กินเนื้อเลยนี่จะเทียบกันได้อย่างไร?”
เย่เจียอวี้เพิ่งตื่นนอนก็มีทั้งเสียงเด็กร้องและเสียงนางตู้โวยวายจนน่าปวดหัว“เกิดอะไรขึ้น?”
บัดนี้ลานบ้านเล็กๆพลันครึกครื้นขึ้นมา ย่าเฒ่าที่กำลังสั่งสอน นางซูที่โอบปกป้องเย่ชิงชิงนางตู้ที่กำลังปลอบขวัญบุตรชาย และเถาอี๋เหนียงกับบุตรสาวที่ติดตามเย่เจียอวี้มาทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่อย่างพร้อมหน้า
“ไอ้เด็กเวรนี่ก่อเื่อีกแล้วหรือ?” เย่เจียอวี้ชี้ไปที่เย่จื้อเฟิงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรำคาญ
เย่ชิงชิงปัดไม้เรียวของย่าเฒ่าออกทันทีแล้วเอ่ยชื่อเรียกอย่างตรงไปตรงมา “เย่เจียอวี้บุตรชายของท่านถูกคนขี่หลังเหมือนม้า เลียนเสียงหมาและกินวัชพืชท่านจะไม่พูดอะไรหน่อยหรือเ้าคะ!”
“ต้องพูดอะไรอีก?” เย่เจียอวี้ถูกถามก็โมโหใบหน้าแดงก่ำ เลิกคิ้วขึ้นแล้วตวาด “นี่เป็ท่าทีเวลาที่เ้าพูดกับบิดาของเ้ารึ?!”
“ท่านมันไม่เอาไหน เป็คนขี้ขลาด” เย่ชิงชิงแค่นหัวเราะเสียงเย็น
‘เพียะ!’ เสียงกระทบดังคมชัด!
นังเด็กอัปลักษณ์กล้าดีอย่างไรถึงโอหังเช่นนี้เย่เจียอวี้โกรธเป็ฟืนเป็ไฟ ตบหน้าไปหนึ่งฉาดอย่างไม่ปรานี
นางซูในางร้องด้วยความตื่นตระหนก “ชิงชิง!”
ฝ่ามือของชายฉกรรจ์ที่ฟาดมาโดยไม่ทันตั้งรับทำให้ร่างเล็กๆ ของเย่ชิงชิงปลิวไปทันที ในหัวอื้ออึงไปหมดและโลกทั้งใบรอบตัวก็เงียบสงัด
บัดซบ!
ความเ็ปยังไม่ทันแผ่ซ่านเย่ชิงชิงก็รู้สึกเวิ้งว้าง ราวกับทุกสิ่งภายนอกถูกบดบังไปหมด
ลุกไม่ขึ้น...ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไปแล้ว ในวัยเยาว์ถูกไข้ทรพิษรุมเร้าพอรอดชีวิตมาได้ก็ยังอ่อนแอเกินเยียวยา
ความคับแค้นแล่นริ้วอยู่ในอกนางจะตายหรือ...
ในความเลือนรางมีกระแสน้ำเย็นฉ่ำโอบล้อมนาง ราวกับพลังงานที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง...ไม่ใช่ความรู้สึกผิดเพี้ยน เย่ชิงชิงลืมตาโพลงขึ้นทันใดสายตาของนางพลันเห็นท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่กับเมฆขาวลอยละล่อง!
นี่คือ?!
เมื่อลุกขึ้นนั่งก็พบว่าตนเองนอนอยู่ในลำธารเล็กๆริมตลิ่งเต็มไปด้วยพงหญ้าเขียวขจีและป่าไม้เขียวชอุ่ม
หรือว่านางตายแล้วจึงข้ามมิติอีกครั้ง?เย่ชิงชิงลุกขึ้นยืน ก้มหน้ามองดูก็ยังเป็ร่างเดิมของนางเพียงแต่รู้สึกมีพละกำลังมากขึ้น
นางเดินไปข้างหน้าอย่างลังเลเมื่อขึ้นฝั่งเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มก็แห้งลงทันทีเหตุการณ์มหัศจรรย์นี้ทำให้นางเกิดความสงสัย...
ที่นี่คงจะเป็มิติส่วนตัวในตำนานกระมัง?นางจะออกไปได้หรือไม่?
เพียงแค่คิดจะออกไปแสงสีขาวก็วาบขึ้นตรงหน้า แล้วนางก็กลับมายังลานบ้านเก่าๆ แห่งนั้นนอนอยู่ในอ้อมแขนของนางซู
“ชิงชิง...ชิงชิง...ลูกแม่...” นางซูน้ำตานองหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น
เย่เจียอวี้ที่ถูกหักหน้ายังคงโกรธจัดกระทืบเท้าอย่างหัวเสีย“นังเด็กอัปลักษณ์กล้าดีอย่างไรมาสั่งสอนข้า! ข้าจะตีเ้าให้ตาย!”
เย่ฝูหรงซึ่งกำลังดูละครฉากเด็ดอยู่นั้นใช้มือปิดตาซ่อนตัวอยู่หลังเถาอี๋เหนียงพลางร้องเสียงแหลม“นังหน้าผุอัปลักษณ์นัก อัปลักษณ์จริงๆ!”
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็อยู่แล้วบัดนี้กลับมีรอยมือแดงก่ำบวมปูด ทำให้ดูน่าเกลียดยิ่งขึ้นผู้คนมักไม่เห็นอกเห็นใจสิ่งน่าเกลียดน่ากลัวผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างมองด้วยสายตาเ็า และรู้สึกว่านางสมควรแล้ว
ตรงกันข้ามกับเย่จื้อเฟิงผู้เป็คนโง่ดูเหมือนเขาจะรู้ว่าเกิดเื่ไม่ดีขึ้น จึงส่งเสียงโวยวายด้วยความกระวนกระวายใจ
เย่ชิงชิงค่อยๆฟื้นคืนสติ นางแกล้งทำเป็อ่อนแอแล้วกล่าวว่า “ท่านแม่...พาข้าไปจากที่นี่เถิดเ้าค่ะ”
“เ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง? ชิงชิงเ้าทำให้แม่ในะ...” นางซูกอดนางแน่นแล้วเงยหน้ามองพวกเขาจากนั้นก็ร้องขอ “รีบไปตามหมอมาเถิด!นางอายุแค่เจ็ดขวบนะ เมื่อครึ่งปีก่อนก็เพิ่งป่วยหนัก ตอนนี้ยังมา...”
เมื่อพูดถึงไข้ทรพิษเมื่อครึ่งปีก่อนย่าเฒ่าก็รู้สึกไม่สบายใจ ไข้ทรพิษคร่าชีวิตผู้คนไปมากมายั้แ่อดีตกาลนางวายร้ายนี่ถูกทิ้งไปแล้วยังรอดชีวิตกลับมาได้ แสดงว่าเป็ลางไม่ดี
เถาอี๋เหนียงมองสำรวจร่างไร้เรี่ยวแรงของนางด้วยสายตาเคลือบแคลงมือหนึ่งยกขึ้นปิดปากพลางกล่าวว่า "นางแสร้งตายเพื่อจะได้เกาะติดเราใช่หรือไม่?"
“เถาอวิ๋น เ้าหุบปากซะ!” นางซูโกรธจนตัวสั่น
เย่เจียอวี้ก้มหน้ามองภรรยาและบุตรสาวของตนแล้วชี้นิ้วไปนอกประตูพลางกล่าวอย่างหงุดหงิด “อย่ามาร้องไห้คร่ำครวญต่อหน้าข้าออกไปให้พ้นหน้าข้าซะ!”