หลังจากที่กระแสปราณิญญาหยุดลง ฉินอวี้หลิงก็ลืมตาขึ้น จากนั้นลุกขึ้นยืนแล้วคุกเข่ากราบนพเก้า
“ขอบคุณผู้าุโที่ให้โอกาสข้า ข้าฉินอวี้หลิงในชีวิตนี้ไม่สามารถตอบแทนท่านหมดได้”
นางก้มกราบและเอาหัวโขกพื้นขณะที่น้ำตาไหลริน
ตอนนี้นางไม่ใช่ขยะอีกต่อไปแล้ว
“ลุกขึ้น เ้าไม่จำเป็ต้องทำเช่นนี้”
นพเก้าประคองนางขึ้นมา อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายยังคงไม่ยอมลุกขึ้น
“ท่านผู้าุโ โปรดรับข้าเป็ศิษย์ด้วย”
นางอยากจะรับชายผู้นี้เป็อาจารย์ ตอนนี้มันไม่สำคัญแล้วว่าอีกฝ่ายจะเป็คนเลวหรือไม่ บุญคุณครั้งนี้นางไม่สามารถทดแทนได้ มีเพียงการเป็ลูกศิษย์คอยรับใช้อีกฝ่ายเท่านั้น
“เ้าคิดดีแล้วรึ ข้าขอบอกไว้ก่อนว่าข้าไม่มีอะไรจะสอนเ้ามากนัก”
นพเก้าพูดเพื่อลองใจอีกฝ่ายเป็พิธี ถึงอย่างไรเขาก็คิดจะรับนางเป็ลูกศิษย์อยู่แล้ว พร์ระดับนี้หากไม่รับไว้มันจะเป็การสูญเปล่า แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าในอนาคตหากเขาไม่มีอะไรถ่ายทอดให้นาง สิ่งนั้นนับว่าไม่เป็ไร เขามีทรัพยากรมากมาย ต่อให้เป็หมูเขาก็สามารถฝึกให้มันปีนต้นไม้ได้ หรือแม้กระทั่งบินออกนอกอวกาศได้ด้วยซ้ำ
“ข้าฉินอวี้หลิงเต็มใจเ้าค่ะ!”
เด็กสาวตอบอย่างเด็ดขาดขณะเอาหัวโขกพื้น
“ย่อมได้ จากนี้ไปเ้าจะเป็ศิษย์คนที่สองของข้านพเก้า”
เขาอยากจะพูดว่าจูเรน อย่างไรก็ตามเขาหยุดตัวเอง เกียรติยศเ่าั้ควรปล่อยให้มันตายไปกับอดีต
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้ยอมรับตนเองเพิ่มขึ้นเล็กน้อย “สิ่งต่างๆ ในอดีตล้วนควรปล่อยให้ผ่านไป ข้าควรเดินบนเส้นทางใหม่เพื่อก้าวข้ามตัวตนเดิมในอดีต” โฮสต์ได้เข้าใจตัวเองเพิ่มขึ้นหนึ่งระดับ รางวัล: ช่องทรัพยากร + 5]
“ข้าฉินอวี้หลิงขอคารวะอาจารย์”
นางก้มกราบเก้าครั้งเพื่อเป็อันจบพิธีรับศิษย์
“กายาเซียนสูงสุดสองอย่าง ไม่เลวๆ”
จิตตาภาพูดขึ้น ดูเหมือนบุรุษผู้นี้จะมีสายตาที่ดี
“ในเมื่อเ้าเป็ศิษย์ของข้า ข้าก็จะไม่ตระหนี่แต่อย่างใด รับสิ่งนี้ไว้ ถือเป็ของขวัญรับศิษย์”
นับจากเวลาที่นพเก้าได้จุติใหม่ก็เป็เวลาสี่วันแล้ว ตอนนี้เขามีผลกายาสถิตในระบบถึงสี่ผล เนื่องจากแต่ละ 24 ชั่วโมงมันจะเพิ่มขึ้นแบบเท่าทวี
“สิ่งนี้มัน?”
จิตตาภาสงสัย นางรู้สึกเหมือนเคยเห็นสิ่งนี้ในตำรามาก่อน หน้าตาของมันคล้ายกับผลไม้ในตำนานชนิดหนึ่ง
“ท่านอาจารย์ มันคืออะไร?”
เด็กสาวกะพริบตาอย่างใสซื่อพรางหมุนมันเล่นในมือ
“มันคือผลกายาสถิต เมื่อเ้ากินมันเข้าไปจะมีโอกาสที่สายเืที่สองจะถูกปลุกขึ้น”
สำหรับอัจฉริยะที่มีคุณสมบัติซึมซับแก่นแท้โลหิตได้อย่างสมบูรณ์ซึ่งมีความยากมากกว่าการดูดซับสมบัติ์หลายเท่าตัว เขาคิดว่าให้เด็กสาวลองดูก็ไม่เสียหายหากนางสามารถปลุกอีกหนึ่งสายเืได้ สำหรับผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์ปลุกสายเืมาแล้ว การปลุกสายเืถัดๆ ไปจะง่ายขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตามในประวัติศาสตร์ผู้ที่มีสายเืมากกว่าหนึ่งสามารถนับนิ้วได้ด้วยซ้ำ
“อะไรนะ! ผลกายาสถิต”
นางรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้บ้าไปแล้ว ต่อให้เป็เพียงสมบัติระดับ์ แต่สิ่งนี้ก็นับว่าหายากเป็อย่างมาก ต่อให้เป็บุตรหลานของตระกูลเทพก็ยังมีความ้า ใครบ้างจะไม่อยากแข็งแกร่งขึ้น การกินไปหนึ่งผลก็การันตีสามารถปลุกกกายาหรือสายเืในตัวได้ แม้ว่าจะปลุกได้ในระดับต่ำแต่ก็ส่งผลต่อพลังฝึกปรืออยู่ดี
“เ้าจะใไปทำไม ข้ายังเหลืออีกตั้ง 3 ผล”
นพเก้าหยิบออกมา จากนั้นก็โชว์ให้นางดู
“จะเป็ไปได้อย่างไร!”
นางรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ เกิดอะไรขึ้นกับยุคสมัยนี้หรือไม่ หรือผลกายาสถิตมันกลายเป็กะหล่ำปลีในท้องตลาดไปแล้ว ไม่น่าเป็ไปได้ นอกจากนี้นางยังประเมินคร่าวๆ แล้วว่าแต่ละผลมันมีอายุตกประมาณสองถึงสามพันปี
“อาจารย์ ข้าไม่อาจรับไว้ได้!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฉินอวี้หลิงที่ดูมีความสุขก็รู้สึกสายตาพร่ามัว ทำไมอาจารย์ถึงได้ใจดีกับนางถึงขนาดนี้ แม้ว่าอาจารย์ของนางจะมีอีกสามผลแต่นางก็รู้ว่านี่จะต้องเป็สมบัติหายากอย่างแน่นอน
“เ้าจะร้องไห้ไปทำไม หยุดซะ ข้าไม่ชอบเด็กขี้แย”
นพเก้าดุนาง เขารู้สึกพูดไม่ออก เ้าจะร้องไห้ทุกเวลาเช่นนี้ได้อย่างไร
“แต่ว่า”
นางอยากจะพูดออกไปว่าสิ่งนี้มันล้ำค่าเกินไป
“หากเ้ายังเป็ศิษย์ข้าอยู่ก็จงทำตามคำสั่งและกินมันเข้าไปซะ”
นพเก้าสั่งนาง เขาชักเริ่มเบื่อที่จะต้องเล่นละครปลอบโยนนาง
“นี่!”
จิตตาภาที่อยู่ในจิตสำนึกของนพเก้าตอนนี้กำลังกัดฟันกรอด เ้าอาจารย์ลูกศิษย์พวกนี้กำลังเล่นอะไรกัน หากไม่อยากได้ ทำไมไม่เอามาให้ข้าซะล่ะ
“ขอบคุณท่านอาจารย์”
ฉินอวี้หลิงโค้งตัวขอบคุณอาจารย์ของนาง จากนั้นนางก็กลืนเข้าไปทั้งลูก นางััได้ถึงรสหวานอมเปรี้ยวในลำคอก่อนที่จะรู้สึกร้อนระอุจากผลกายาสถิตที่ละลายกลายเป็น้ำในกระเพาะของนาง และไหลไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
ไม่นานหลังจากนางนั่งขัดสมาธิก็เกิดปรากฏการณ์ก่อตัวของธาตุขึ้น ปราณธาตุน้ำควบแน่นเป็รูปนกฟีนิกส์วารีที่สง่างามด้านหลังของนาง ดวงตาของมันเป็สีม่วงและสุกสกาวราวกับอัญมณี ให้ความรู้สึกลึกล้ำไม่สิ้นสุด จากนั้นธาติที่สองก็ปรากฏขึ้น ครั้งนี้มันแผ่ออร่าแสงสว่างขึ้นรอบตัวของนางทำให้ผิวกายของนางเปร่งแสงสว่างดั่งไฟนีออนสีฟ้า
“พระเ้าช่วย!”
จิตตาภารู้สึกใ ในประวัติศาสตร์หลายล้านปีแทบไม่มีคนที่สามารถผสานทั้งสองธาตุนี้ได้ ต้องรู้ก่อนว่าธาตุแสงเป็สัญลักษณ์ของสายเืเผ่าพันธุ์สูงสุด เผ่าพันธุ์เทพเ้า มีเพียงสายเืหลักของเผ่าพันธุ์เทพเ้าเท่านั้นที่สามารถหลอมรวมธาตุแสงกับธาตุอื่นๆ ได้ นางรู้เพียงแค่ว่าในตำนานทั้งเก้า์ มีสตรีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถผสานธาตุทั้งสองนี้ได้ นางเป็บรรพบุรุษของเหล่านักรบวาลคิรี “เทพีวาลคิรี” ในตำนานของเผ่าพันธุ์เทพเ้า ซึ่งได้หายตายจากไปเมื่อห้าแสนปีก่อน
(เป็ไปได้หรือไม่ที่นางจะเป็บุคคลที่ยิ่งใหญ่กลับชาติมาเกิด)
เมื่อนางคิดเช่นนี้นางก็ส่ายหัวทันที จะเป็ไปได้อย่างไร นางสังเกตเด็กคนนี้ที่ติดตามนพเก้ามาตลอดทั้งวัน ทำให้นางรู้ว่าเด็กสาวคนนี้ค่อนข้างโง่เขลา ไม่มีความสง่างามแต่กำเนิดของเทพีวาลคิรีแม้แต่น้อย
ไม่รอให้นางได้คิดต่อ ออร่าของฉินอวี้หลิงะเิขึ้นอีกครั้ง จากนั้นควบแน่นเป็เงาั์สีขาวที่ยืนเด่นสง่า โดยมือทั้งสองถือตะบองไว้ตรงกลางอกให้ความรู้สึกของเทพผู้พิทักษ์ เมื่อเห็นเช่นนี้ม่านตาของนพเก้าก็หดเล็กลงทันที
“มันคือร่างสถิตของท้าวเวสสุวรรณ”
รูปลักษณ์ผู้นี้คือยักษาที่ปกครองชีวิตและความตายของ์ชั้นที่ 1 ซึ่งกำเนิดมาจากเต๋า์เพื่อทำหน้าที่รักษาสมดุลของ์ชั้นแรก หรือมันก็คือเต๋า์ที่สังหารเขาในชีวิตที่แล้วนั่นเอง ก่อนตายเขายังจำได้ว่าเห็นอสูรตนนี้โยนหอกสายฟ้าลงมาเสียบแทงเขา
“จิติญญาผู้พิทักษ์!”
จิตตาภาเข้าใจเื่นี้เป็อย่างดี เมื่อบุตรแห่ง์ถือกำเนิดขึ้นก็จะกลายเป็ที่รักของเต๋า์ หากมีโชควาสนาได้รับจิติญญาผู้พิทักษ์คุ้มครอง เมื่อบุตรแห่ง์เจอกับภัยอันตรายที่ไม่สามารถรับมือได้ มันจะเปิดเผยตัวตนออกมาเพื่อช่วยบุคคลนั้น นางรู้สึกอิจฉาเมื่อเห็นสิ่งนี้ ทำไมวาสนาคนเราถึงเกิดมาไม่เท่ากัน
ตอนนี้รูปลักษณ์ทั้งสองของท้าวเวสสุวรรณและปักษากลืนสมุทรยังไม่ได้หลอมรวมกัน สิ่งนี้จำเป็ต้องใช้เวลา และอาศัยประสบการณ์ การสั่งสมจากการขัดเกลาเคล็ดวิชาจนหลอมรวมเป็มรรคายุทธได้สำเร็จจึงจะเกิดขึ้นได้ ตอนนี้สายเืทั้งสองหมุนวนเป็รูปร่างของวงกลมหยินหยางอยู่ข้างหลังนาง โดยหนึ่งขาวหนึ่งฟ้า
“ยอดเยี่ยมมาก เ้าสมกับเป็อัจฉริยะที่แท้จริง”
เมื่อเด็กสาวรู้สึกตัว นพเก้าก็อดไม่ได้ที่จะชมเชย แต่แท้จริงแล้วเขาอยากจะบอกว่านางเป็สัตว์ประหลาด แต่มันดูไม่เหมาะสมเขาจึงทำได้เพียงเก็บคำนี้ไว้ในใจเท่านั้น
“หากข้าไม่ได้อาจารย์ข้าก็ไม่สามารถทำได้”
เด็กสาวพูดด้วยรอยยิ้มเบิกบาน
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้ปลุกสายเืของลูกศิษย์คนที่สองในระดับเริ่มต้นได้สำเร็จ รางวัล: ช่องทรัพยากร + 20]
“ระบบ เ้าขี้เหนียวจัง”
นพเก้ารู้สึกว่าครั้งนี้ระบบมันให้รางวัลน้อยเกินไป
ฮึม!
จิตตาภาแค่นเสียงในใจ คงจะดีมิใช่น้อยหากนางมีวาสนาได้รับลูกศิษย์เช่นนี้บ้าง
เมื่อเื่ของการรับศิษย์ใหม่จบลง ต่อมาก็เป็เื่ของนพเก้า หลังจากผ่านไปถึงเที่ยงคืน นพเก้าบินกลับไปยังหอคอยคลังสมบัติ เขาส่งเด็กน้อยไปเข้านอนในเต็นท์สำเร็จรูปที่นำออกมาจากแหวนมิติของเขา จากนั้นก็ตรวจสอบสมบัติเพิ่มเติม ด้วยการตายของจักรพรรดิอสูรทั้งสี่ สมบัติของพวกมันในรังจึงว่างเปล่าไม่เหลือสิ่งใด ต้องบอกว่าสินาตอนนี้ค่อนข้างดี เขาได้รับสมุนไพรและสมบัติล้ำค่าระดับ 8 ถึงสี่ชิ้นจากแต่ละเผ่าพันธุ์ พวกมันเทียบได้กับสมบัติระดับเซียนขั้นกลาง ในอนาคตสมบัติพวกนี้จะถูกใช้เป็วัสดุในการสร้างอาวุธและยุทโธปกรณ์ของเขา
“รายงานนายเหนือหัว ข้าค้นพบหินมิติระดับ์จำนวน 20 ตันในเขตของจักรพรรดิกิ้งก่าเพลิงขอรับ”
ปักษาพิรุณที่ตัวเท่านกขมิ้นสีแดงบินกลับมารายงาน
“ดีมาก ขุดและนำกลับมาทั้งหมด”
ช่างเป็การเก็บเกี่ยวที่คุ้มค่า ด้วยหินมิติระดับ์ตอนนี้เขาสามารถใช้เวทมนตร์เพื่อเชื่อมต่อกับนักรบโลหิตทุกตนใต้อานัติได้
เมื่อถึงเวลาตีสาม วัสดุทั้งหมดก็มากรองอยู่ตรงหน้านพเก้า ด้วยกำลังของนักรบและอสูรโลหิตที่ไม่จำเป็ต้องหาอาหารหรือพักผ่อน พวกมันถือว่าเป็แรงงานระดับ SSR เลยก็ว่าได้
ตอนนี้นพเก้าขึ้นไปยังชั้นบนสุดของหอคอยแล้วเริ่มวาดอักขระต่างๆ บนพื้นโดยทิศทางของอักขระต่างๆ ชี้ไปที่ตัวของเขา รัศมีของอักขระกินพื้นที่ไปไม่ต่ำกว่าสิบเมตร ด้วยความเชี่ยวชาญของปรมาจารย์ยันต์คาถาระดับ 6 ดาว เขาสามารถทำมันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
เขานำหินมิติระดับ์ออกมาทั้งหมด มันกองรวมกันเป็ูเาอยู่ตรงหน้าเขา จากนั้นเขาจึงเริ่มใช้พลังศักดิ์สิทธิ์สร้างเปลวเพลิงออกมาหลอมละลายพวกมันทั้งหมด หลังผ่านไปหนึ่งชั่วยาม รูปร่างของมันก็กลายเป็ประตูบานใหญ่ 10 เมตรตรงหน้า จากนั้นนพเก้าก็นำแก่นแท้ของอสูรทั้งหมดที่ให้นักรบโลหิต “เบอร์หนึ่ง” รวบรวมกลับมา ใช้พวกมันเป็หมึกสลักลวดลายต่างๆ ลงบนบานประตู หลังจากกระบวนการต่างๆ สิ้นสุดลง ก็เป็ตอนรุ่งสางแล้ว
“เปิดออก!”
ตู้ม!!
ประตูค่อยๆ แง้มออกมา เผยให้เห็นสะพานสีรุ้งด้านใน เมื่อมันเปิดออกจนสุดสะพานนั้นก็ได้เชื่อมต่อกับตันเถียนของนพเก้า ภายในตันเถียนของเขาเกิดประตูบางหนึ่งที่ลักษณะคล้ายกับบานประตูที่สร้างขึ้นบนหอคอยคลังสมบัติ
“สะพานไบรฟรอซ”
สิ่งนี้คือวิชาเคลื่อนย้ายของกรีกโบราณ ซึ่งนพเก้าได้บังเอิญพบเจอในเศษซากอารยธรรมดั้งเดิมใน์ชั้นที่หนึ่ง มันสามารถสร้างประตูมิติแล้วนำทางไปยังที่ต่างๆ ได้โดยไม่มีข้อผูกมัด อย่างไรก็ตามสะพานไบรฟรอซนี้ของนพเก้ามีความแตกต่างออกไป เพราะมันเป็การเชื่อมต่อกับอสูรโลหิตทุกตนที่เขานำแก่นแท้โลหิตใส่เข้าไป ตอนนี้เขาสามารถย้ายนักรบและอสูรโลหิตทั้งหมดมากกว่าสองแสนห้าหมื่นตนเข้าไปในตันเถียนได้
หากมีนักรบโลหิตตนใหม่ถือกำเนิดขึ้นก็เพียงแค่ให้นักรบตนเดิมแบ่งเศษเสี้ยวแก่นแท้โลหิตให้กับนักรบตนใหม่ก็เป็อันเชื่อมต่อเสร็จสิ้น
ด้วยการกระทำเช่นนี้ ในอนาคตเขาจะสามารถนำทรัพยากรเก็บไว้ในตันเถียนเพื่อเป็พลังงานสำรองได้
หลังเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมด เขาย้ายอสูรโลหิตทั้งหมดเข้าไปในตันเถียนทันที หน้าที่ของพวกมันมีเพียงการกลืนกินสมบัติล้ำค่าที่ได้มาจากป่ามรณะเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น และการทำเช่นนี้จะทำให้พวกที่อ่อนแอบางส่วนจะเข้าสู่สภาวะจำศีล เนื่องจากได้รับพลังงานมากเกินไปในคราวเดียว โดยเฉพาะพวกที่ต่ำกว่าขอบเขตราชันยุทธ์ มากกว่าเก้าในสิบของอสูรโลหิตทั้งหมดตอนนี้กำลังหลับปุ๋ยและร่องรอยไปมาในตันเถียนของเขา
เมื่อเขาเห็นว่าพวกมันอยู่อาศัยกันอย่างชุมนุมแออัด เขาจึงกระจายมันไปตามเส้นเืลมปราณในร่างกาย การทำเช่นนี้ก็นับว่ามีข้อดีเช่นกัน หากมีผู้บุกรุกจากภายนอกรุกล้ำเข้ามา พวกมันสามารถลงมือจัดการได้ก่อนที่เขาจะรู้ตัวด้วยซ้ำ
ขณะนั้นเอง ณ ภายนอกทางเข้าของพื้นที่ป่ามรณะ เมื่ออสูรโลหิตเ้าช้างน้อยและเ้าลิงน้อยหายไป ทุกคนที่รออยู่ด้านนอกก็ตกอยู่ในความโกลาหล และต่างกรูเข้าไปข้างในทันที พวกเขากลัวว่าจะพลาดสมบัติ์จากปรากฏการณ์ประหลาดเช่นนี้
“หยุดซะ! ตอนนี้สถานการณ์ต่างๆ ยังต้องมีการตรวจสอบ หากใครก็ตามกล้าลุกล้ำเข้าไป ผู้นั้นจะถือว่าเป็อาชญากรของเมืองเวสสุวรรณ”
รองเ้าเมืองพูดข่มขู่ขึ้น
อะไร!!
ทุกคนที่กำลังเข้าไปต่างก็หยุดฝีเท้าลง แล้วมองไปที่กองกำลังรักษาความสงบอย่างไม่เป็มิตร ทีตอนสัตว์ประหลาดยังอยู่พวกเ้าไม่ทำอะไร แต่ทีข้าจะเข้าไปกลับห้าม นี่มันไม่ยุติธรรม
หลายๆ คนะโด่าทอด้วยความไม่พอใจ
“หากใครมีปัญหาก็เข้ามาคุยกับข้า”
รองเ้าเมืองหยิบปืนลูกซองปราณิญญาที่สะพายไว้ด้านหลังออกมา
“บัดซบ!”
ทุกคนได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความโกรธ หากนักผจญภัยที่สะพายดาบใหญ่ยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาคงไม่กลัวอีกฝ่ายแต่อย่างใด
“ท่านลุง เหตุใดถึงไม่ปล่อยพวกเข้าไปซะล่ะ การที่ขัดขวางพวกเขาไว้แบบนี้มันไม่ยุติธรรม”
ชายหนุ่มรูปงามปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของเขาและพูดขึ้น
“ใช่แล้ว เ้าเมืองน้อยพูดได้ถูกต้อง ป่ามรณะเป็ของทุกคน ไม่มีใครสามารถห้ามพวกเราได้”
ทุกคนที่เป็พลเมืองของเมืองเวสสุวรรณต่างก็รู้จักชายหนุ่มผู้นี้ดี เขามีชื่อเสียงในเื่ของความมีเมตตากรุณาและชอบช่วยเหลือประชาชนที่มีฐานะต่ำต้อย ทำให้เขามีราศีมากขึ้นเมื่อเขาพูดกับสามัญชนทั่วไป
“หึ”
รองเ้าเมืองไม่ได้พูดอะไร เขารู้ดีว่านิสัยหลานชายผู้นี้มันน่ารังเกียจเพียงใด มันผู้นี้ทำท่าทางเป็คนดี แต่ความจริงแล้ว้าให้พวกนักผจญภัยไปเช็คดูว่าน้องสาวของเขาตายไปแล้วหรือยัง ในแผนการครั้งนี้เขาเองก็มีส่วนร่วมเช่นกัน
ในขณะนั้นเองก็มีเสียงะโขึ้น
“ดูนั่นเร็ว! ท่านจักรพรรดิหวงกลับมาแล้ว”
ทุกคนรีบเข้าไปรุมล้อมนพเก้าที่ลงมาถึงพื้นทันที การกระทำของคนพวกนี้ทำให้นพเก้ารู้สึกตัวสั่น คนพวกนี้ส่วนใหญ่เป็คนแก่หรือชายฉกรรจ์รูปร่างหน้าตาล้วนน่ากลัวกันทั้งสิ้น
“ถอยไปซะ!”
ไม่รู้ว่ารองเ้าเมืองโผล่มาเมื่อใด เขารีบกีดกันทุกคนออกไปอย่างไร้ยางอาย
“หลานเก้า เ้าช่วยรายงานสถานการณ์ด้านในได้หรือไม่?”
รองเ้าเมืองพูดขึ้น
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็หูผึ่ง พวกเขาอยากรู้ว่ายังมีสัตว์ประหลาดอยู่ด้านในอีกหรือไม่
“อืม สถานการณ์ด้านในค่อนข้างประหลาด นอกจากสัตว์ประหลาดที่อยู่ดีๆ ก็ค่อยๆ หายตัวไป ก็ไม่มีสิ่งใดอีก โชคดีที่ข้าพบเด็กคนนี้เข้าระหว่างทาง”
นพเก้าพูดขึ้น ด้านหลังของเขาปรากฏเด็กสาวที่กำลังเอียงคอชะเง้อมองผู้คนน่ากลัวรอบตัว
“โอว! องค์หญิงน้อย! ขอบคุณมากหลานเก้า”
รองเ้าเมืองใจเต้นตึกตัก เหตุใดเด็กสาวผู้นี้ถึงได้โชคดียิ่งนัก
“หลิงเอ๋อ”
ไม่นานหลังจากนั้น แม่ของฉินอวี้หลิงก็เข้ามา
“ท่านแม่”
เด็กสาวร้องไห้ออกมาอย่างอดกลั้นไม่ได้ก่อนที่จะเข้าไปในอ้อมกอดของมารดา ตลอดเวลาที่อยู่ในป่ามรณะนางรู้สึกหวาดกลัวเป็อย่างมาก
“หลิงเอ๋อ ดี ดียิ่งที่เ้าปลอดภัย”
เ้าเมืองน้อยพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มขณะเช็ดน้ำตา แต่ภายในใจกลับรู้สึกกระวนกระวาย แผนการของเขาจะถูกเปิดเผยหรือไม่
นพเก้าอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้เมื่อเห็นฉากนี้ ต้องบอกว่าเ้าหนุ่มผู้นี้แสดงได้เก่งจริงๆ
“ข้าขอเป็ตัวแทนท่านตาขอบคุณพี่เก้าแล้ว ข้าจะไปแจ้งท่านตาและไปแสดงความขอบคุณด้วยตนเองที่ตระกูลหวงอย่างแน่นอน”
เขาอายุ 17 ปีแล้ว ห่างจากนพเก้าเพียงปีเดียว ถึงจะไม่สนิทสนมกันมากนัก แต่สถานะของเขาก็เป็ถึงหลานชายของจักรพรรดิยุทธ์ เขามีสิทธิที่จะเรียกอีกฝ่ายเช่นนี้
“หลิงเอ๋อ ท่านแม่ กลับกันเถอะ เมื่อคืนนางคงลำบากเป็อย่างมาก”
เ้าเมืองน้อยพูดขึ้นขณะที่กำลังจะจับไหล่ของเด็กสาว
“ไม่! ข้าไม่กลับ”
ฉินอวี้หลิงปัดมือพี่ชายของนางออกไปอย่างไม่ไยดี ก่อนที่จะออกจากป่ามรณะ อาจารย์ของนางเผยให้เห็นบางสิ่งที่นางไม่สามารถให้อภัยชายผู้นี้ได้
“หลิงเอ๋อ เกิดอะไรขึ้น?”
เป็ไปได้หรือไม่ที่นางจะรู้ถึงแผนการของเขาแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลานั้น เขาก็ได้เตรียมคำพูดรับมือกับสถานการณ์นั้นไว้แล้ว ด้วยตัวตนที่มีคุณธรรมและน่าเชื่อถือ จะไม่มีใครสงสัยในคำพูดของเขา กลับกันทุกคนจะคิดว่าเด็กสาวผู้นี้พูดจาไร้สาระ ในโลกนี้ไม่มีใครเห็นใจขยะถึงแม้จะเป็เด็กสาวก็ตาม
“หลิงเอ๋อ ทำไมเ้าถึงทำแบบนี้”
แม่ของนางส่งเสียงตำหนิออกมา นางคิดว่าลูกสาวของนางยังคงมีอาการหวาดกลัวจากการที่อยู่ในป่ามรณะมาตลอดทั้งคืนไม่หาย
ฉินอวี้หลิงไม่ตอบ นางเพียงเดินไปจับแขนเสื้อของนพเก้าและแอบอยู่ด้านหลังของเขา
“หลิงเอ๋ออย่าเสียมารยาท! กลับบ้านเร็วเข้า”
พี่ชายของนาง้าพานางกลับไป เขา้าหาวิธีการอื่นในการกำจัดนาง
“ไม่ ข้าจะอยู่กับอาจารย์”
ตอนนี้นางไม่สามารถไว้ใจใครได้ นางไม่คิดว่าในสถานการณ์เช่นนี้แม่ของนางจะเชื่อนาง
อะไรนะ อาจารย์!
ผู้คนที่ได้ยินต่างก็ตกตะลึง เป็ไปได้อย่างไรที่จักรพรรดิหวงจะรับขยะเป็ลูกศิษย์ ในเมืองเวสสุวรรณทุกคนรู้จักชื่อเสียงของเด็กสาวผู้นี้เป็อย่างดี นางอายุ 15 ปีแล้ว แต่ยังไม่สามารถฝึกฝนได้ แม้ว่าจะใช้ทรัพยากรไปมากแค่ไหนก็ตาม สิ่งนี้ทำให้พ่อของนาง เ้าตระกูลฉินเตะนางออกจากตระกูลไป นางจึงทำได้เพียงมาอาศัยอยู่กับตาของนาง อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ที่เด็กสาวหายตัวไป เ้าเมืองก็ยังไม่มีท่าทีเป็ห่วงใดๆ เพียงส่งมือขวาที่เป็รองเ้าเมืองมาดูแลสถานการณ์เท่านั้น สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่านางไม่ได้เป็ที่รักของใครบางคน หนำซ้ำยังถูกรังเกียจจากทุกคน มีข่าวลือด้วยซ้ำว่าแม้แต่คนรับใช้ก็ไม่แสดงความเคารพต่อนาง
เมื่อนางได้ยินคนซุบซิบกันต่อหน้านาง นางยังคงอดกลั้นเอาไว้
“ขยะ”
บางคนพูดขึ้นด้วยความดูถูกและในสายตาก็แฝงไปด้วยความรังเกียจ
เมื่อนางได้ยินคำว่าขยะ นางก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป
“ไม่! ข้าฉินอวี้หลิงไม่ใช่ขยะ!”
ขณะที่นางะโ นางก็ะเิพลังออกมา
บึ้ม!!
“เป็ไปได้อย่างไร! ขอบเขตขัดเกลาศิลาขั้นที่ 1”
“โอว แม่สาวน้อย ข้าพูดผิดไป ข้ากำลังบอกว่าทุกคนที่อยู่ในรุ่นเดียวกับเ้าล้วนเป็ขยะ มันไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้”
ชายผู้ที่ดูถูกนางเมื่อครู่รีบเปลี่ยนคำพูดทันที
ขวับ!
หลายๆ คนหันไปมองชายผู้ที่พูดเมื่อครู่ทันที บางคนรู้สึกไม่พอใจ พวกเขาก็มีลูกหลานอายุเท่านี้เช่นกัน อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สามารถโต้เถียงได้ ขอบเขตขัดเกลาศิลาขั้นที่ 1 แม้แต่ในมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 ก็มีไม่มากนัก หากนำรุ่นเยาว์ในวัยเดียวกันมาเปรียบเทียบกัน นางจะต้องได้อันดับหนึ่งอย่างแน่นอน
“หลิงเอ๋อ เ้าทำได้อย่างไร?”
แม้แต่แม่ของนางก็ยังเผยสีหน้าตกตะลึง
“เป็อาจารย์ที่ช่วยข้าไว้”
นางมองดูอาจารย์หน้าตาหล่อเหลาผู้นี้ด้วยความเคารพ อาจารย์ของนางคาดการณ์ไว้แล้วว่าต้องมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เขาอนุญาตให้นางเปิดเผยพลังได้ แต่ห้ามมิให้เปิดเผยสายเืในตอนนี้เป็อันขาด เพราะอาจจะเกิดเื่วุ่นวายขึ้น แต่วุ่นวายอย่างไรนั้นนางไม่ทราบ
“ข้าเห็นว่านางมีปัญหาบางอย่างจึงช่วยนางเล็กน้อย ไม่คาดคิดว่าข้าจะเจออัจฉริยะหนึ่งในล้าน”
นพเก้าเปิดเผยข้อมูลบางส่วนออกมา
ซูด!
เสียงสูดหายใจดังขึ้นในบรรยากาศที่เงียบกริบ หนึ่งในล้านเลยรึ ไม่ได้ขี้โม้เกินไปใช่ไหม
“ตอนนี้รากฐานของนางยังไม่มั่นคงนัก ข้าจะพานางกลับไปที่ตระกูลหวงก่อน เมื่อปัญหาคลี่คลายแล้วข้าจะส่งนางกลับจวนเ้าเมืองด้วยตนเอง”
เป็ความจริงที่รากฐานของนางยังไม่มั่นคง เนื่องจากการทะลวงระดับรวดเร็วเกินไป นอกจากนี้เขา้าตรวจสอบที่จวนเ้าเมืองว่าความลับเื่ค้ามนุษย์มีใครบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในฐานะเ้าสำนักในอนาคตเขาไม่อาจปล่อยให้เื่แบบนี้ยังดำเนินต่อไปได้ มันคงจะเป็การสูญเสียครั้งใหญ่หากผู้ที่ถูกจับตัวไปเป็ผู้มีพร์
นพเก้าหาข้ออ้างให้กับตนเองในการฆ่าคนอย่างชอบธรรม ด้วยการดูดซับพลังปราณและประสบการณ์ของจักรพรรดิปักษาพิรุณมันทำให้เขามีความกระหายเืเพิ่มขึ้นเป็อย่างมาก
“ถ้าเช่นนั้นในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว พวกเราต้องขอตัวก่อน”
รองเ้าเมืองและเ้าเมืองน้อยสบตากันก่อนที่จะประสานมือกล่าวอำลาและนำกำลังคนกลับไป
“ช้าก่อน”
เสียงนี้เต็มไปด้วยอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์ ทำให้ผู้คนบริเวณโดยรอบไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
ทุกคนต่างรู้สึกงุนงง เ้ากำลังทำอะไร ้าอวดเบ่งอำนาจรึ บรรดานักผจญภัยที่ไม่เกี่ยวข้องต่างพากันสับสน พวกเขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรด้วย แล้วเหตุใดจึงต้องรั้งพวกเขาไว้
“พวกท่านทั้งสองลืมอะไรไปหรือไม่”
นพเก้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็าเล็กน้อย
“พี่เก้าหมายความว่าอย่างไร?”
เ้าเมืองน้อยพูดขึ้น เขาเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี ราวกับเหตุการณ์เลวร้ายกำลังจะเกิดขึ้น
“คุณนาย ท่านไม่อยากรู้หรือว่าเหตุใดนางจึงไม่สามารถฝึกฝนได้ และทำไมนางถึงแอบหนีออกมาจากคฤหาสน์เ้าเมืองได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็น และเหตุผลอะไรที่นางต้องหนีเข้าไปในป่ามรณะ”
นพเก้าพูดออกมาสามประโยคติดต่อกัน
“ท่านกำลังจะบอกอะไรกันแน่?”
แม่ของฉินอวี้หลิงเริ่มเข้าใจบางอย่าง นางอยู่ในแวดวงคนชั้นสูงมาโดยตลอด คำพูดนี้สื่อความหมายชัดเจน แต่นางก็รู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผล พวกเขาทั้งสองไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำร้ายลูกสาวนาง