ยามสนธยาที่แสงอาทิตย์ที่กำลังตกดินก้อนเมฆเริ่มควบรวมจับตัวเป็กลุ่มก้อนมากมายบนผื้นท้องฟ้าเริ่มบดบังแสงที่สาดส่องลงมา พลัดเปลี่ยนเวลาเป็ยามเย็น ลมอุ่นแ่เบาพัดพาเศษผง เศษฝุ่นที่ปลิวว่อนไปตามซอกต่างๆของบ้านเรือน จนมาถึง ณ ตรอกเล็กๆ ที่เป็ช่องแคบทางยาวเบื้องหน้าซึ่งจะเป็ทางขึ้นไปยังเขาป่าเขียวขจี ที่ถูกเงาก้อนเมฆปกคลุมและเริ่มบดบังเส้นทางในตัวป่าเบื้องหน้าให้เริ่มมืดมิดทีละนิดๆ เสริมความน่ากลัวและหวาดหวั่น เสี่ยงซู่ซี่ ของใบไม้หรือทุ่งหญ้าที่ยาว่เอวคนที่พัดไหวตามลมอุ่น ก่อนจะกลับมาแน่นิ่งอีกครา หากแต่..........
ฟุบ!!! (เสียงบางสิ่งกระทบใบหญ้า)
"อ๊า! อย่าทำร้ายข้าเลยข้ายอมแล้ว ขอร้องหละ! ร่างเล็กตัวบางผอมแห้งกรังกระทบเข้ากับกองทุ่งหญ้าจุดนึงผืนผ้าขาดเปรอะเปื้อน เผยเห็นร่างกายผอมแห้งราวกับคนขาดสารอาหาร ร่างกายมอมแมมเต็มไปด้วยรอยเท้า มือเท้าเด็กหนุ่มผู้ถูกกระทำ เกิดสั่นเทาที่เกิดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อและเต็มไปด้วยความกลัวที่ก่อเกิดขึ้น เด็กน้อยนอนดิ้นไปมาพร้อมกับมือที่กุมท้องน้อยที่ถูกบางอย่างกระทบอย่างแรง พร้อมเงา กลุ่มคน 4 - 5 คนเื้ัที่ค่อยๆก้าวเท้าคืบคลานเข้าเด็กน้อยผู้หน้าสงสารมาอย่างช้าๆ
เหล่าเด็กๆ ที่ตามมาเห็นสภาพเด็กหนุ่มเบื้องหน้าเเสดงสีหน้าเ็ปก็รู้สึกสะใจ ต่างพากันหัวเราะชอบใจ บางคนเอาไม้ยาวเขี่ยร่างเล็กเบื้องหน้าก่อนพูดจาหยอกล้อไม่เข้าหู ขณะเดียวกับที่เด็กน้อยได้แต่กัดฟันมีเพียงดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิตที่น่าหวาดหวั่นแม้กระทั้งกลุ่มเด็กเ่าั้ที่พบเจอนันย์ตาแดงกำนั้นก็ไม่สามารถต้านทานอาการขนหัวลุก หากแต่ภาพหน้าอนาถของเด็กน้อยเบื้องหน้าที่ทำได้เพียงจดจ้องคนเ่าั้ด้วยความแค้นที่ถูกกระทำ โดยที่มิอาจสามารถตอบโต้สิ่งใดกลับคืนไปได้ ทำให้ความหวาดหวั่นที่ก่อเกิดขึ้นชั่วขณะของกลุ่มเด็กๆเ่าั้ ถูกกักเก็บและแทนที่ใบหน้าที่เย้ยหยันและดูถูกแทน
"ทำข้าไว้แสบนักนะไอขยะ "ไป๋ลู่" ทั้งที่รู้แก่ใจว่าพวกข้า้าตำรานั้นแต่เ้ากลับนำมันไปหาผู้าุโเฉยเลย แค่ความประหลาดของเ้าก็ทำให้ข้าสะอิดสะเอียนมากพอแล้ว เห็นว่าเ้าไหวตัวทันและหนีไปข้าก็คิดว่าจะเล่นไล่จับฆ่าเวลาเสียหน่อย แต่ไม่คิดว่าเ้าจะอ่อนแอถึงเพียงนี้แค่ไม่กี่อึดใจ สุดท้ายแล้วเ้าก็ไม่รอดเงื้อมมือพวกข้าอยู่ดี ช่างหน้าสมเพชนัก" เด็กหนุ่มที่ก้าวย่างออกมาจากกลุ่มเป็หนึ่งในผู้ที่รังแกเด็กน้อย วัยเดียวกันเบื้องหน้าพร้อมพูดเรียกขานชื่อเด็กหนุ่ม พร้อมคำพูดเยาะเย้ยส่งเสริมจากด้านหลังพร้อมกับเหล่าเด็กๆ ที่ตั้งกลุ่มกันมาแกล้งเด็กหนุ่มด้วยสีหน้าตื่นเต้นราวกับมิได้เกิดความรู้สึกสำนึกในสิ่งที่ตนทำไปแม้แต่น้อย เด็กหนุ่มผู้นำหน้าชี้ไปที่เด็กหนุ่มที่กุมท้องนาม "ไป๋ลู่" ที่ยังไม่ฟื่นอาการจุกที่ท้องเลยแม้แต่น้อย
"พวกเ้าไปจับมันไว้ให้ข้าตรึงมันไว้นิ่งๆ วันนี้แหละเ้าจะได้เป็หุ่นซ้อมกระบวนท่าของข้า อุสาได้ร้ำเรียนมาใช้กับหุ่นฝึกซ้อมจะไปมีประโยชน์อันใดหากไม่สามารถรับรู้ประสิทธิภาพของท่วงท่าผ่านคู่ต่อสู้...เอ้ข้าจะเรียกเ้าว่าคู่ต่อสู้ได้รึเปล่านะ หึหึ...วะฮ่าๆๆ!" สิ้นคำสั่งที่ว่าออกไปเหล่าเด็กๆ ต่างพากันกรูลากไป๋ลู่ที่ล้มนอนลงพยายามสบัดร่างไปมา หากแต่แรงที่หลงเหลือน้อยอยู่แล้วมีหรือจะสู้แรงคนที่มากกว่าได้ ร่างน้อยที่ถูกยกขึ้นมากางแขนขายึดร่างกับที่ไว้เพื่อรอคอยให้เด็กหนุ่มผู้เป็หัวหน้ากลุ่มของพวกมันลงมือทำร้าย ที่กล่าววาจาถากถางพร้อมยิ้มเยาะ มีความสุขกับความเ็ปของผู้อื่น
"จับมันแน่นๆอย่า รีบปล่อยหละ" เสียงเด็กหนุ่มนาม "หานจง" เด็กหนุ่มตัวสูงโย่งที่สุดและเป็หัวหน้าเหล่าเด็กกลุ่มนี้ที่จงเกลียดจงชัง ไป๋ลู่เป็ที่สุดอีกทั้งในหมู่บ้าน "เขียวขจี" แห่งนี้กลับเป็มันที่เป็บุตรหัวหน้าหมู่บ้านถือว่าเป็ผู้ที่มีอิทธิพลที่สุด ไม่ต้องพูดถึงกลุ่มเด็กๆที่รับฟังความเห็นแก่ตัวที่ต่างก็เป็ ลูกของเหล่าเครือญาติหรือพ่อค้าที่้าสานสัมพันธ์ในเครือธุรกิจต่างๆ
"หานจง! เหตุใดเ้าจึงไม่เลิกรา มีดีลงมือแค่กับข้ารึ พวกเ้าจะรังแกข้าไปถึงไหน" ไป๋ลู่พยายามขัดขืนแรงยึดจากเหล่ากลุ่มคนของหานจงหากทว่าเรี้ยวแรงสเหมือนไม้กระดานจะงัดกับไม้ซุงคงมิอาจหลุดไหว อีกทั้งเหล่าเด็กๆเหล่านี้ก็เป็ชาวยุทธทั้งสิ้น ไม่ว่าที่ใดแห่งหนใดในยุทธภพ พลังก็คือทุกสิ่ง ผิดถูก? กฎเกณฑ์? ยุติธรรม? คำพูดเ่าั้มีเพียงพลังเท่านั้นที่ทำให้ผู้คนสยบ ตรรกะที่เรียบง่ายแต่ก็ยึดกันมานานนี้ไม่ว่าใครก็มิอาจปฏิเสธถึงความจริงข้อนี้
เหล่าเด็กๆต่างมองหน้ากันก่อนจะเริ่มะเิเสียงหัวเราะชอบใจ ก่อนจะเริ่มรัดร่างเด็กหนุ่มแน่นขึ้น ตอนนี้สภาพไป๋ลู่ เสมือนเป้าหุ่นซ้อมที่กางแขนขารอคอยรับกระบวณท่าอย่างเต็มกำลัง ในขณะเดียวกันหานจงก็เริ่มเดินเข้าหาหมุนข้อมือไปมากำหมัดเกิดเสียงก๊อกแก๊กภายในมองหน้าเด็กหนุ่มเบื้องหน้า "แล้วเ้าจะทำไมอย่างนั้นหรือ? หากเ้าไม่อยากอยู่เป็"หุ่นซ้อม"เ้าก็ออกไปจากเมืองนี้สะสิไปให้ไกลแล้วอย่ากลับมา พื้นที่อนาเขตป่าเขียวขจีที่กว้างใหญ่ ชาวยุทธมากมายที่เ้าใฝ่หาก็อยู่ที่นั้น พืชพันธุ์น้อยใหญ่ก็พร้อมให้เ้าเก็บเกี่ยว...หมายถึงหากเ้าสามารถรอดเงื้อมมือเหล่า "สัตว์อสูรได้แล้วก็นะ" หานจงค่อยๆเดินเข้าหาอย่างช้าๆ มองดวงตาเเดงฉานเบื้องหน้าอย่างเกลียดฉันดั่งความแค้นที่มิอาจให้อภัยก่อนจะสาวหมัดเข้าที่ท้องของไป๋ลู่ จนเด็กหนุ่มตัวงอเป็กุ้งทันที
ตุบ!! อุ๊บอ๊อก....แค๊กๆ "เ้าทำเช่นนี้คนที่เ็ปแม้ภายนอกจะเป็ข้าแต่สุดท้าย ผลการกระทำนี้ล้วนแล้วแต่ย้อนไปหาเ้าทั้งสิ้น หากเ้าดึงดันจะรังแกข้าอยู่เช่นนี้ เช่นนั้น! เ้าก็ต้องได้รับความเ็ปเช่นนี้อยู่ร้ำไป! " ไป๋ลู่ที่กระอักอยู่บนพื้นทุ่งหญ้าฝืนะโสุดเสียงออกมา ทว่าไม่ทันไรเหล่าเด็กๆ ที่ให้ท้าย หานจง หรือนายของมันที่ไม่เข้าใจว่า ไป๋ลู่้าสื่อสิ่งใด มีแต่วิ่งเข้ามาพร้อมกันก็เริ่มกรูเข้ามากระทืบอีกครั้งก่อนจะจับไป๋ลู่ขึ้นมาเบื้องหน้าหานจงที่ยืนนิ่งตลึงกับคำพูดของไป๋ลู่ที่ทำให้หานจงนึกถึงคำพูดของหญิงคนๆนึง
"เช่นนั้นเ้าก็จะต้องได้รับความเ็ปเช่นนี้อยู่ร้ำไป" หานจงที่ยืนแข็งค้างสั่นเทาด้วยความโกรธที่มากขึ้นทวี หมัดที่กำหลวมๆที่มิได้ปลดปล่อยพละกำลังเท่าไหร่บัดนี้กำแน่นกว่าครั้งไหนๆ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาร่างที่ถูกฝืนยกตรึงขึ้นอีกครั้ง ".........กรอด........ไอตัวหายนะของหมู่บ้านเยี่ยงเ้าอย่าได้บังอาจ นำคำพูดของ "นาง" มาสั่งสอนข้า! ไอขยะที่อยู่ไปก็เป็ดั่งโรคร้ายที่มิยอมตายเช่นเ้าที่ไร้พลังแต่สรรหาใคร่ปราถนาฝึกยุทธแล้วละก็ มาเป็หินให้ข้าเหยียบน่าจะดีเสียกว่า
ย๊ากก!! คล้ายกับคนผีเข้าผีออก หานจงที่อยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งพร้อมเริ่มประเคนหมัดเข้าหาไป๋ลู่อย่างไม่ปรานีทันทีหมัดที่ปล่อยไปคราวนี้หาได้ออมแรงเลยแม้แต่น้อยกลับมิได้มีพลังปราณแฝงในคมหมัดแม้แต่นิดเดียวไม่ว่าจะโมโหแค่ไหนก็ตามเนื่องจากกฎ ที่ไม่อาจฝืนชะตาที่ห้ามทำร้าย "ผู้ไร้ความสามาร" เป็ประกาศิตที่ใช้ทุกหมู่บ้าน เมือง แคว้น อานาจักร
ไป๋ลู่ที่เห็นคมหมัดมากมายเบื้องหน้าพร้อมท่าตั้งเท้ามากมายของเหล่าๆเด็กที่เตรียมประเคนให้อีกครั้งก็แทบจะสิ้นหวังฝืนรับความเ็ปไม่ไหว ได้แต่ภาวนาให้ตนนั้นมีชีวิตรอดในครั้งนี้ได้ก็พอใจแล้ว ทว่าก่อนกายวุทธนับ 10 จะเข้าปะทะเด็กหนุ่มบังเกิดสายลมรุนแรงสายนึงปรากฏเบื้องหน้าเด็กหนุ่มพร้อมร่างชายชราคลุมเทาแต่ถึงอย่างนั้นรูปร่างกลับเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่สมส่วน ยามบุรุษผู้นี้ปรากฏตัวพร้อมมือไคว้หลัง เกิดแรงลมบางเบาแต่ก็มากที่จะพัดพาเหล่าเด็กหนุ่มกระเด็นออกไปนับ 5 - 10 ย่างก้าวก่อนจะกลิ้งล้มระเนระนาดไปทั่วทุ่งหญ้าก่อนจะหันกลับมามองเห็นชายชราเบื้องหน้าที่ตอนนี้ ดวงตาส่อแววดุดันไปที่กลุ่มหานจง
"พวกเ้าทำเกินไปแล้ว เด็กนี้ได้รับเคราะห์จาก"หายนะนั้น" ก็แทบจะนับได้ว่าชีวิตตกเหวไปครึ่งทางแล้วเหตุใดจึงยังคิดกระทำรุนแรงเยี่ยงนี้แม้แต่คนเจ็บพวกเ้าก็ไม่เว็นเชียวอย่างนั้นหรือ?
เมื่อรู้ว่าบุคคลที่ปรากฏมาใหม่เป็ผู้ฝึกยุทธที่มีวิชา อีกทั้งยังเป็หนึ่งในบุคคลที่มีชื่อเสียงที่มาประจำอยู่หมู่บ้านแห่งนี้ในฐานะ ผู้ฝึกสอนที่มีผู้เคารพและศิษย์มากมายนับไม่ถ้วนที่สำเร็จเป็ชาวยุทธที่มากความสามารถ เหล่าเด็กๆ ต่างรีบครารวะชายชราก่อนรีบวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต เหลือเพียงหานจงที่อยู่ๆก็หยุดลงก่อนหันมาจ้องมองเด็กน้อยที่จ้องมองมาที่ตนเช่นกัน "ไป๋ลู่ฝากไว้ก่อนเถอะ" ก่อนหานจงจะปรับเปลี่ยนท่วงท่าวิ่งธรรมดาเป็ท่าร่างวิ่งหนีนำเหล่าเด็กๆ แม้หานจงหันมากล่าวเช่นนั้นหากทว่า เมื่อมองไปที่หน้าชายชรา ตนกลับเก็บคำสิ่งที่จะพูดในใจไว้เหลือเพียงความเคารพไว้เท่านั้น ก่อนจะหันสีหน้าที่เอือมระอาเป็อย่างมากก่อนจะหายลับไปจากตรอกยาวทางเข้าป่า
ชายชราที่จ้องมองเหล่าเด็กๆ หายไปแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเข้าออก สองสาม พรืด ก่อนจะหันกายเข้าหาเด็กหนุ่มด้วยแววตาที่สงสาร "มา ให้ข้าดูอาการของเ้าหน่อยเ้าหนู" ชายชราหันมาสำรวจร่างกายเด็กหนุ่มก่อนจะเริ่มพยายามป้อมยาโอสถรักษาระดับ 1 ให้กับไป๋ลู่ทว่าเด็กหนุ่มนั้นแสดงอาการกลัวจนเกินเหตุปัดไปมา ก่อนจะหันกลับมาล้มลงที่พื้นในสภาพที่ดูไม่ได้
ชายชราได้แต่ส่ายหัวไปมาก่อนจะเดินเข้ามาพยุงเด็กหนุ่มที่นอนตัวสั่นที่ยามนี้ปิดตาปี๋ไม่กล้าเปิดเปลือกตามองสิ่งใดอีก ภายในจิตใจต่างดำมืด เกรงกลัว ด้วยความไม่ยินยอมรับต่อโชคชะตาเช่นนี้ที่ต้องเป็ที่ระบายของกลุ่มคนพวกนี้นับครั้งไม่ถ้วน ชายชรามองไปที่เด็กหนุ่มตัวสั่นด้วยความกลัวสุดขีดก็อดรู้สึกสงสารและเวทนากับโชคชะตาที่เด็กหนุ่มประสบพบเจอเป็ไม่ได้ ก่อนจะเริ่มสังเกตลักษณะของไป๋ลู่อย่างละเอียด
เด็กหนุ่มนาม ไป๋ลู่ เด็กหนุ่มผิวขาวเหลืองซีดสูบผอมแห้งเห็นยันกระดูกหัวโล้นทั้งหัวและมีดวงตาแดงฉานดั่งโลหิตหากแต่มิได้เป็เช่นนี้ั้แ่กำเนิด
หากแต่เกิดจากเหตุการณ์ "หมอกโลหิต" ที่ปรากฏออกมาดื้อๆ จากทั่วสารทิศคร่าชีวิตคนมากมาย ด้วยโรคที่ไม่สามารถรักษาได้ด้วยโอสถทั้งตัวจะเริ่มแดงช้าๆ หากแต่มีนันย์ตาที่จะแดงก้ำดั่งโลหิตร่างกายจะเริ่มทุกข์ทรมาณเรื้อยๆ มิอาจฝืนทนยิ่งกับเหล่าผู้คนที่มิได้ฝึกปรือพลังล้วนแล้วไม่อาจหลีกเลี่ยงความตาย หลังสิ้นเหตุการณ์ลึกลับนี้ที่เหล่าชาวบ้านและชาวยุทธที่เข้าทำการตรวจสอบมิอาจหาแหล่งที่มาและคำตอบได้ หากแต่ผู้มีดวงตาเช่นนี้ล้วนแล้วสิ้นชีวิตภายใน 3 วัน จนชาวบ้านต่างลือกันและตั้งฉายาโรคดวงตาเช่นนี้ "โรคดวงตาหายนะ"
หากทว่ามีเพียงไป๋ลู่เด็กหนุ่มหนึ่งในผู้ประสบภัยนี้เช่นกันหากแต่มิได้เสียชีวิตเฉกเช่นชาวบ้านคนอื่น หากแต่ร่างกายที่เป็ดั่งคนปกติแต่เดิมเป็ที่รู้จักในฐานะเด็กฝึกงานร้านโรงเตี้ยมขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่บ้าน ความตายที่ควรไม่อาจหลีกเลี่ยงนั้นกลับแทนที่ด้วยการเริ่มผอมแห้งกรัง ร่างกายเริ่มอ่อนแอ ราวกับคนขี้โรค จึงเป็ที่รังเกียจของชาวบ้านที่พบเจอ แม้บางคนรู้สึกเวทนาหากแต่ยามที่ไป๋ลู่เข้ามาใกล้ก็จะแปรเปลี่ยนเป็รังเกียจดุจดังเป็ตัวกาลกิณีของหมู่บ้าน
แม้จะมี"หมอโอสถ"ที่เข้าตรวจสอบและพยายามรักษาผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ส่วนใหญ่เมื่อพวกเค้าอยู่ในระยะเดียวกับเด็กหนุ่มไป๋ลู่ร่างกายจะค่อยๆเริ่มแดงทีละนิดๆ และเริ่มขับไอพิษเืก่อนจะเริ่มกระอักโลหิตพิษในร่างจนเสียชีวิต หากแต่ก็มีเพียงไป๋ลู่เท่านั้นที่ระยะอาการแสดงออกมีเพียงแค่ร่างกายซูบผอมผมเผ้าสีดำเก่าหลุดร่วงออกมาต่อเนื่อง พร้อมดวงตาที่แปรเปลี่ยนเป็สีแดงดั่งโลหิตเพียงเท่านั้น แม้จะรอดอย่างปฏิหารย์หากแต่ก็เป็ที่รังเกียจของเพื่อนๆและคนโดยรอบไปโดยสิ้นเชิงกลายเป็ชะตากรรมที่เด็กหนุ่มต้องมาแบกรับอย่างไม่ยินยอม แต่ก็มิอาจหลีกเลี่ยงได้จนชาวบ้านต่างตั้งนามใหม่ว่า "ตัวหายนะไป๋ลู่"
ก่อนที่ชายชราจะจากไปก็พลัดกันตรวจสอบร่างกายเด็กหนุ่มอย่างจริงจังอีกครั้งหากทว่ามิอาจหาสิ่งปกติอันใดที่เกิดจากไป๋ลู่ได้อีก นอกจากมองเห็นจุดตันเถียนที่แห้งเหือดไร้ซึ้งกระแสพลังอันใดอีก จึงทำได้แค่เพียงเก็บตัวอย่างเืของเด็กหนุ่มเพื่อไปศึกษาต่อ และทิ้งเด็กผู้หน้าสงสารไว้เื้ัอย่างจนใจ ในฐานะที่เปลี่ยนไปเป็ "ผู้ไร้ควาสามารถ" อย่างแท้จริง
หลังจากรอดจากเงื้อมมือหานจงไปได้อีกวัน เด็กหนุ่มได้สติอีกครั้ง แม้ภาพที่บิดเบี้ยวหากแต่เด็กน้อยก็ต้องฝืนทนเดินโซเซเข้าป่าเขียวขจีตามลำพัง ที่แห่งนี้เสมือนบ้านและเป็ที่พักพิงที่เด็กหนุ่มไว้ใจมากที่สุด ถึงแห่งนี้จะเรียกว่า "ป่า" ก็ตามหากแต่ไร้ซึ้ง "สัตว์อสูร" ในพื้นที่นี้อย่างสิ้นเชิงมีเพียงพื้นที่คดเคี้ยวเส้นทางลากยาววกไปวนมาดั่งเขาวงกตหากแต่เด็กหนุ่มก็ยังคงเดินไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้สึกเหนื่อย หากแต่ทุกย่างก้าวที่เดินไปนั้นเชืองช้าพร้อมหยดเืที่หลอมรวมความแค้นที่ถูกกระทำเชื้อเพลิงโทสะที่อัดเดือดทุกอนูที่หลอมเข้ากับโลหิตที่ไหลจากปากเป็หยดๆ ไปตามทางก่อนที่เค้าจะค่อยๆ ทรุดตัวลงช้าๆและสลบเหมือดไปในที่สุด