ลำแสงอุ่นสาดข้ามหน้าต่างมาอาบมุ้งครอบหลังใหญ่ ภายในนั้นมีร่างนอนคว่ำคุดคู้ใต้ผ้าห่มโผล่แค่หัวที่คลุมหมวกฮู้ด ชายหนุ่มเพ่งลอดใยบางสีฟ้าใสเข้าไป
ลูกเต่าหลับแล้วดูไร้พิษสงสมุดบัญชี ปากกา เครื่องคิดเลข กระจายอยู่หัวนอนตู้อิกัวน่าซึ่งเขาไม่ค่อยถูกชะตาอยู่ข้างนอกมุ้งฝั่งตรงข้าม “ลูกเต่า ตื่นได้แล้ว” เขาเรียก
เ้าตัวกระดืบ ๆมาโผล่ศีรษะนอกมุ้งหยีตารับแสง
เขาเคาะหัวเต่าที่ชะโงกออกจากกระดอง“ไปเร็ว กินผักบุ้ง”
หลังคนปลุกเดินยิ้มเข้าครัวและคนในมุ้งลุกเข้าห้องน้ำแม่แก้วย่องนำลูกนุ่นเข้าไปค้นหาโทรศัพท์ดอกสีไลแลคในห้องลูกสาวเ้าจ้าปฏิเสธรถยนต์ยังพอทำเนาเพราะเป็ของใหญ่ราคาแพง แต่โทรศัพท์นี่สิยังไงต้องบังคับให้ใช้ไม่งั้นพี่อ้วนเสียน้ำใจแย่ ชั่วครู่เดียวลูกนุ่นก็ควานเจอมันตกอยู่ซอกปลายเตียง
เสร็จภารกิจแรกทั้งคู่ย่องไปส่องในครัวต่อพี่อ้วนเตรียมมื้อเช้าเสร็จ ไม่นานหนูจ้าก็เข้ามาเล็งอาหารบนโต๊ะหนึ่งในนั้นมีผัดผักบุ้งจริง ๆ ด้วย เธอเปรยว่าวันหยุดแม่ไม่ทำข้าวเช้าเสร็จเร็วอย่างนี้ชายหนุ่มยิ้มและลงนั่งร่วมโต๊ะ
“กินเสร็จหนูจ้าขับรถคันใหม่ไปส่งพี่ที่สนามบินแล้วขับกลับมานะ”
“ไม่ไป”
คนชวนหน้าม่อยสักพักเห็นน้องกินท่าทางอร่อยก็เลียบ ๆ เคียง ๆ
“พี่เรียกรถโรงแรมมาก็ได้เราเอารถไว้ใช้อย่างน้อยตอนพี่ไม่อยู่นะ เ้าแต๊กรวนอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“ไม่เอา”
ฉับพลันนั้นนักเขียนบทที่แอบอยู่ข้างประตูเข้าใจวาบขึ้นมาสาเหตุที่รุ่นน้องเอาแต่คอแข็งตะแบงไม่ ๆ ๆ ปฏิเสธคุณอ้วนหล่อนตะครุบแขนแม่ที่หุนหันจะไปเล่นงานลูกสาว ฉุดไปอีกทางแล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่าขืนเซ้าซี้ยัดโทรศัพท์ใส่มือรับรองเ้าจ้าตอกใส่หน้าอีกว่าไม่เอา เพราะอะไรรู้ไหม...
แม่แก้วส่ายหน้าลูกนุ่นจึงเล่าสิ่งที่ส่ายหูสอดตารู้มา
หนึ่งเ้าจ้ามักพูดเหมือนคุณอ้วนเป็คนอื่น
‘เห็นหรือยังว่าเขาระดับไหน’
สองเ้าจ้าชอบเปรียบตัวเองกับคุณอ้วน
‘โตมาด้วยกันั้แ่เด็กก็จริงแต่ตอนนี้กลายเป็ของสูงไปแล้ว’
สามเ้าจ้าเชิดใส่ทุกอย่างที่คุณอ้วนให้
‘อย่ามาทำเศรษฐีแถวนี้’
ล่าสุดสด ๆ ร้อนๆ เตะรถป้ายแดงที่เอามาให้ใช้อย่างไม่แยแส
‘ฉันชอบรถซังกะบ๊วย!’
นักเขียนบทกำโทรศัพท์ไขว้หลังเดินใช้ความคิด
“วิเคราะห์คำพูดกับพฤติกรรมทั้งหมดเ้าจ้าเป็แบบนี้เพราะมีอาการของโรค ‘คุณหนูตกยากซินโดรม’ ”
แม่แก้วเอียงคอนึกตาม“ชื่อฟังประหลาดนะโรคนี้”
ผู้วิเคราะห์กล่าวอย่างมั่นใจว่ามันเป็ปมด้อยชนิดหนึ่งเกิดกับพวกคุณหนูที่ตกชั้นกะทันหัน ความตกต่ำบีบบังคับให้ต้องเย่อหยิ่งเกินเหตุกรณีเ้าจ้ายิ่งหนักเนื่องจากมีตัวเปรียบเทียบ เป็คุณหนูอยู่คฤหาสน์ดี ๆแล้วตกกระป๋องกลิ้งหลุน ๆ ลงมากระท่อมบ้านไร่ส่วนพี่อ้วนเป็คุณชายเหินฟ้าไปเรียนเมืองนอก คุณหนูจุฑาสิรีถึงได้อวดดีจองหองใส่พี่อ้วนอยู่คนเดียว
แม่แก้วฟังตาปริบๆ “อา...แบบนั้นสินะ”
ทฤษฎีของนักเขียนบทคือนางเอกลูกผู้ดีตกยากในละครล้วนหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีกันทั้งนั้นดูอย่าง ‘พจมาน พินิตนันท์’ พวกนี้มักมีแม่เป็ชาวบ้าน หรือไม่เอาไหนแบบของ‘ท่านหญิงอุมารังษี’ ในปราสาทมืด
แม่แก้วจ้องคนพูดตาใสและอ้าปากจะเอื้อนเอ่ยนุ่นรีบสั่นหัวบอกคนที่เราต้องช็อตให้รู้สึกตัวว่าติดอยู่ในปมด้อยคือ...หนูจ้า
ลูกนุ่นชูโทรศัพท์ใหม่เอี่ยมในมือ
“อยากให้คุณอ้วนเห็นหนูจ้าใช้เ้านี่ก่อนกลับเชื่อหัวไอ้เรือง !”
นัดแนะแผนการเสร็จสรรพแม่แก้วหิ้วแจ๊คเก็ตใส่กันแดดเข้าครัว พาดมันบนหัวเก้าอี้ข้างลูกสาว“เดี๋ยวจะไปไร่ใช่ไหม เอาเสื้อไปคลุมสิ”
“วันหยุดจะไปทำงานเหรอ”คุณอ้วนถามกึ่งเปรย “จริงสิ ั้แ่มายังไม่ได้ไปที่ไร่เลย กลับมาหนหน้าพี่จะไปนะ”
เ้าตัวไม่พูดแต่เหล่แม่ว่าจะเล่นไม้ไหนปกติเธอมีแจ๊คเก็ตประจำอยู่ในเป้ แม่ไม่สบตาด้วยแต่ก่อนออกไปเตือนว่าอย่าลืมมือถือ
ตอนเธอหันหน้ากลับหางคิ้วแตะชนปลายนิ้วคุณอ้วนที่เอื้อมมา
“แผลนี่ได้มาเมื่อไหร่ไปโดนอะไรมา”
เธอเบี่ยงใบหน้าหนี“ไม่ต้องยุ่ง !”
ตวาดเขาหน้าจ๋อยแล้วเธอจิบกาแฟไปเรื่อยๆ จริงอย่างแม่ว่าแฮะ... ตานี่ยิ่งโตยิ่งหล่อสายตาลอบชำเลืองต่อยังนิ้วเรียวแข็งแรงแล้วเลื่อนสู่มือตัวเองอย่าว่าแต่หน้าเลยมือก็...
‘เลิกมองดูฟ้าก้มหน้ามองดิน
เพราะพี่จนต้อยต่ำถูกประณามหยามิ่’
กำลังนึกเพลินเพลินพลันสะดุ้ง! เสียงเพลงโพล่งดังมาจากไหน คุณอ้วนก็กำลังหน้าเหลอหลาหาต้นเสียงอยู่เช่นกัน
‘ว่าศักดิ์ศรีเพียงกาซ้ำมีค่าเพียงดิน
มิวายถวิลหวังจะบินเทียมหงส์ทอง’
ทั้งคู่เริ่มจับที่มาได้จ้องแจ๊คเก็ตบนหัวเก้าอี้พร้อมกัน
‘เคยมองดอกฟ้าเดี๋ยวนี้ไม่กล้าจะมอง
เพราะเ้างามสง่าพี่ไม่กล้าแตะต้อง...’
เ้าของเสื้อลองแตะตรงกระเป๋าก่อนล้วงเ้าเครื่องที่ส่งเสียงออกมาชายหนุ่มตาเป็ประกายเมื่อเห็นว่าเป็โทรศัพท์สีไลแลคหนูจ้าดูชื่อหน้าจอแล้วส่ายตาหาคนโทร.เข้าพี่นุ่นโผล่ตรงหน้าต่างด้านหลังคุณอ้วนไกวโทรศัพท์ตัวเองอวดว่าริงโทนเพลงนั่นฝีมือข้าพเ้าเองเสร็จก็หายวุบไปตรงจังหวะแม่แก้วเข้ามา
“อ้วนไปแต่งตัวเถอะเดี๋ยวไม่ทันเครื่องบินอ้อ เสื้อผ้าที่ใส่แล้วทิ้งไว้นี่ล่ะ น้าจัดการให้”
เมื่อชายหนุ่มคล้อยหลังไปลูกคู่โผล่ช่องหน้าต่างส่งสัญญาณให้แม่ดำเนินการรักษาอาการคุณหนูตกยากซินโดรมขั้นต่อไปนั่นคือต้องให้สำนึกว่าแม้เวลาหรือฐานะจะเปลี่ยนแต่พี่อ้วนยังคงเหมือนเดิมหนูจ้าจะได้เลิกประหม่าว่าตัวเองไม่ดีพอ และตอบโต้ผิด ๆ ด้วยการต่อต้านพี่อ้วน
แม่ลูบหลังลูกสาวอย่างปลอบประโลม“หนูจ้าจ๋า...”
ถ้วยกาแฟในมือเ้าตัวชะงักกลางอากาศ
“ถึงเราจะไม่เหมือนเดิมแต่หนูจ้าของแม่ก็ยังคู่ควรกับสิ่งดี ๆ”
เธอปรายตายังรุ่นพี่ซึ่งยืนเท้าศอกกับขอบหน้าต่างฝ่ามือแม่ยังลูบหลังเบา ๆ “ทุกคนยังรักหนูไม่เปลี่ยนแปลง มั่นใจในตัวเองหน่อยสิลูกสิ่งดี ๆ เข้ามาหนูจ้ารับไว้ก็ไม่เสียศักดิ์ศรีหรอก”
ลูกสาวจิบกาแฟ...แม่ทำเสียงอ่อนเสียงหวานทีไรได้เื่ทุกที
“ดูอย่างพี่อ้วนสิจ๊ะลูกไม่ว่าอะไรจะแปรเปลี่ยนพี่เขาก็เหมือนเดิม เจอกันทีแรกยังกอดแม่เลย”
ถ้วยกาแฟกระแทกโครมลงโต๊ะ“ไหนนะ ! ไอ้อ้วนมันทำอะไร !!”
“นี่เรียกพี่อ้วนหยาบคายไม่...”
“เมื่อกี๊แม่พูดว่าเขาทำอะไร!”
“เขากอดแม่แล้วพูดว่าดีใจจังเลยครับที่ได้เจอน้าแก้วฉันปลื้มปริ่มจนน้ำตาจะหยด แกมีปัญหาอะไร”
แม่ขึ้นเสียงสู้เหลียวขวับไปพยักหน้ากับเ้าของทฤษฎี
อาการคุณหนูตกยากกำเริบแล้ว!
หนูจ้าตะปบโทรศัพท์ออกจากครัวถึงหน้าห้องก็ผลักประตูเข้าไปเอาเื่ คนข้างในผงะ ! เ้าของห้องกำลูกบิดค้าง ...
กระทั่งคุณอ้วนขยับแต่งตัวนั่นล่ะเธอถึงรู้ตัวถอยกลับแทบไม่ทันจากตัวชากลายเป็ร้อนวูบวาบอยู่หน้าประตู...ทำไมขาวจั๊วะแบบนั้นฝ่ามือตบแก้มซ้ายขวาเรียกสติ แม่กับพี่นุ่นเตลิดไปกันใหญ่ เราก็จะพลอยบ้าด้วย
ผ่านไปชั่วครู่คนข้างในแต่งตัวเรียบร้อยก็แง้มประตูเรียกก้าวเข้าไปแล้วเธอเริ่มทันที
“นี่! มีเื่จะพูด”
พี่ชายโยกหัวน้องที่จ้องมาขึงขัง“เรานี่ แค่มาแย่งที่นอนหน่อยเดียวต้องหน้าตูมขนาดนี้ตอนตัวกระจ้อยร่อยงอแงแต่จะนอนกับพี่อ้วน”
เธอปัดมือเขาทิ้ง“พูดอยู่ได้เื่สมัยเด็ก มาว่ากันให้จบ ๆ ดีกว่า คุณจะกลับ...”เขาจับมือเธอขึ้นมาวางกุญแจรถคันใหม่ให้ เธอชักมือกลับแต่เขายื้อไว้“ใช่เื่จะดื้อไหมหนูจ้า เราไม่รู้หรอกว่าจะเกิดเหตุจำเป็ขึ้นเมื่อไหร่ขับรถเก่าเครื่องไม่ดีหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน มันไม่คุ้มกับความรั้นไม่เข้าเื่ของเราเลย”ดุเสร็จเขาเดินสวนไหล่เธอออกไป
ประสาทกลับรึไงตานี่ทำเป็จำได้ทุกอย่างอย่างกับมันสลักสำคัญ
เธอปากุญแจลงที่นอนมันเด้งไปโดนกระเป๋าคอมพิวเตอร์ซึ่งไม่ใช่ของตัวเอง ตอนเธอเปิดประตูไปร้องเตือนว่าเขาลืมคอมพ์คุณอ้วนกำลังโอบลาน้าแก้ว เห็นจะจะเธอเดือดพล่านพุ่งไปผลักเขาออกจากแม่จ้องหน้าขู่ฟ่อเป็จงอางหวงไข่
“อย่ามายุ่งกับแม่ฉัน!”
หายตกตะลึงแม่ตวาดลั่น“แกกระโชกโฮกฮากใส่พี่อ้วนทำไม พี่เขาทำอะไรให้ ขอโทษเดี๋ยวนี้”
แต่เ้าตัวยืนถมึงทึงแม่ฟาดป้าบ
“ฉันบอกให้ขอโทษ”
ร่างสูงเข้ากันน้าแก้วให้ห่างจากน้องแต่เธอผลักเขาแรงจนแทบล้ม
“เด็กบ้า! ผีสิงให้สำแดงเดชรึไง มา ! ฉันจะสะกดิญญาเฮี้ยนของแกเอง”
แม่ฟาดมือลงแผ่นหลังแข็งแรงพรวดเข้ารับฤทธิ์ฝ่ามือแทนไปเต็ม ๆ โมนโผล่มาใช้ลำตัวกำบังนายจ้าพี่ชายถอยออกเมื่อดูท่าว่าโมนช่วยน้องได้ถนัดกว่า ครั้นทอดระยะห่างออกมาภาพที่เห็นคือชายหนุ่มกำลังปกป้องหญิงสาวอย่างทะนุถนอมเกร็งตัวไม่ให้ััถูกร่างซึ่งกางกันไว้พี่ชายรู้สึกถึงความจริงจังของข้อความในอีเมลฉบับสุดท้ายนั่นเป็ครั้งแรก
“น้าแก้วอย่าตีน้องผมจะไปเดี๋ยวนี้แล้ว” เขาร้อง
“คุณไม่ต้องมาบ้านนี้อีก!” หนูจ้าตะคอก
“อย่าทำอย่างนี้เลยพี่กลับมาไม่เกี่ยวกับที่เราเดือดร้อน”
เ้าตัวตาเบิกโพลงไม่อยากเชื่อ...เขาหน้าด้านพูดออกมาได้ !!!
* ข้าด้อยเพียงดิน ประพันธ์และขับร้องโดย สดใส รุ่งโพธิ์ทอง