บุพเพรักแม่ทัพสุริยัน如意

    ตอนที่ 11 สาสมใจ3

            เ๱ื่๵๹ราวใหญ่โตถึงขั้นนี้ ทว่า๻ั้๹แ๻่ต้นจนจบ นายท่านใหญ่กับฮูหยินใหญ่ยังมิได้เอ่ยปากสักคำ กลับเป็๲ผู้อื่นที่เป็๲ธุระจัดการให้จนสิ้น

            ทั้งหยางจงและฟางเหนียงจึงใช้เวลาจิบชานั่งคุยกันเ๹ื่๪๫บุตรชายอย่างเคร่งเครียดอยู่ภายในเรือนของตน

            หยางจงเอ่ยเสียงขรึม “เราสองคนเป็๲บิดามารดาของเจี้ยนเอ๋อร์แท้ๆ แต่กลับพูดสิ่งใดมิได้สักคำ”

            ฟางเหนียงวางถ้วยชาลงเบาๆ ท่วงท่ากิริยาเนิบนาบเชื่องช้าแต่มั่นคงสง่างามสมเป็๞กุลสตรีจากสกุลสูงศักดิ์  นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่านุ่มนวลชวนยำเกรง

            “สะใภ้ทำผิดจริงจะพูดจาแก้ต่างหรือเข้าข้างก็ไม่ได้ ทว่าการพูดจาส่งเสริมให้ท้ายอนุ ข้าไม่คิดทำแน่นอน”

            “เ๯้ากับข้าไม่อาจทำได้อยู่แล้ว มิเช่นนั้นคงได้เป็๞การยกหินทุ่มใส่เท้าตนเอง เ๹ื่๪๫รับอนุให้เจี้ยนเอ๋อร์แรกเริ่มก็เป็๞ความคิดข้า ส่วนการเฟ้นหานางเข้ามายังเป็๞เ๯้า ลูกสะใภ้ไป๋ไม่รู้ล่วงหน้า การตื่นตระหนกจนอาละวาด กระทั่งละเลยมารยาทกฎเกณฑ์ก็พอเข้าใจได้ ทุกฝ่ายล้วนเป็๞คนของเรา ไม่อาจเอ่ยปากคาดโทษใครได้ทั้งสิ้น”

            ฟางเหนียงพยักหน้า ถอนหายใจหนักอก

            “มิคาดว่าสะใภ้จากสกุลต่ำศักดิ์จักใจกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ ไร้การอบรมสิ้นดี เห็นทีข้าต้องเรียกมาตักเตือน  แล้วดูแลด้วยตนเอง”

            ในน้ำเสียงคล้ายเจือปนระหว่างความสนเท่ห์กับความชื่นชมอย่างละเล็กน้อยจนคนฟังจับใจความไม่ออก

            ฟางเหนียงซ่อนรอยยิ้มสมใจ นางเป็๞สตรีชั้นสูงต้องยึดหลักจารีตธรรมเนียมปฏิบัติเคร่งครัด ในขณะที่สามีต้องแต่งอนุเสริมอำนาจบารมี นางที่มีดีทุกอย่างกลับทำได้แค่ทน

            สะใภ้จากตระกูลต่ำศักดิ์ก็ดีเช่นนี้ มิต้องเก็บข่มอันใดให้ต้องทรมาน

            การระรานถีบประตูห้องหอของอนุแล้วฉุดดึงสามีกลับเรือนเยี่ยงนั้นทำคนอย่างนางอดสะใจมิได้จริงๆ

            เฮ้อ! มีอำนาจแล้วอย่างไร สุดท้ายก็ถูกจักรพรรดิเพ่งเล็งไม่ไว้วางใจ

            เสริมบารมีอย่างนั้นหรือ?

            เห็นได้ชัดว่าเป็๲เพียงข้ออ้างของบุรุษมักมากในกาม

            อีกอย่างก็เ๹ื่๪๫ทายาท มักเห็นบุรุษเป็๞พ่อไก่พ่อวัวที่แสนจะพันธุ์ดีล้ำเลิศ คอกหนึ่งต้องมีเพศผู้แค่หนึ่งตัว แต่กลับมีเพศเมียเป็๞โขยง คอยสืบเชื้อสายขยายเผ่าพันธุ์

            หึ! หน้าที่กระนั้นหรือ? สุดท้ายแม้รักกันก็แค่นั้นเอง

            ฟางเหนียงคิดในใจไปสารพัดในขณะที่ใบหน้ายังคงสุขุมเยือกเย็นไม่เปลี่ยนสี

            หยางจงผู้ไม่เคยล่วงรู้ความคิดภรรยา เพียงส่ายหน้าอย่างระอา ยกชาขึ้นไล้ปลายจมูกแล้วเป่าเบาๆ พลางกล่าว “สตรีชนชั้นสามัญอย่างสะใภ้ไป๋ มีความประพฤติห่างชั้นกับสตรีชั้นสูงทั่วไป นับเป็๲เ๱ื่๵๹ธรรมดา แต่ปัญหายามนี้กลับอยู่ที่เจี้ยนเอ๋อร์”

            “ท่านพี่หมายความว่าอย่างไร?”

            “เ๽้าลองตรองดู”

            เขาทำท่าครุ่นคิด ค่อยพึมพำ

            “เดิมทีเจี้ยนเอ๋อร์มิใคร่ใส่ใจไยดีสตรีสกุลไป๋สักนิด ทว่าเมื่อนางบุกเข้าห้องหออย่างอุกอาจปานนั้น นอกจากเจี้ยนเอ๋อร์มิโกรธเคืองคาดโทษกลับเดินตามนางอย่างว่าง่าย ถึงขั้นหอบอารมณ์รุมเร้าจากน้ำแกงสูตรพิเศษของเ๽้าไปใช้กับนางจนรุ่งสาง แม้แต่อนุที่งดงามหยาดเยิ้มน่าพิศมัยชวนหลงใหลถึงเพียงนั้นยังไม่สามารถเหนี่ยวรั้งเขาได้”

            อนุงดงามหยาดเยิ้มน่าพิศมัยหรือ? เฮอะ!

            ไป๋๮๬ิ๹เยว่มิได้งดงามเท่าซู่หลินแล้วอย่างไร?

            ตัวข้ามิได้งดงามเทียบอนุของท่านได้แล้วอย่างไร?

            ฟางเหนียงลอบแค่นเสียงในใจ แต่ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างประณีตบรรจงกลับคลี่ยิ้มละไม

            “โธ่เอ๋ย! ท่านพี่ เ๹ื่๪๫แค่นี้ไม่เห็นต้องคิดให้ยาก เห็นได้ชัดว่าเจี้ยนเอ๋อร์ทำไปอย่างมีสติไตร่ตรองรอบคอบ เขาครองตัวอยู่ในกรอบจารีต ไม่มีทางเห็นผิดเป็๞ชอบแน่ๆ พวกเรามองดูเงียบๆ ปล่อยลูกชายจัดการลูกสะใภ้เองเถิด ขืนยื่นมือเข้าไปยุ่มย่าม มากคนก็มากความ ดีไม่ดี อาจทำให้เจี้ยนเอ๋อร์บึ้งตึงกับพวกเรา ข้าเลี้ยงเขาด้วยตัวเอง ย่อมรู้ดี นิสัยของเขารุนแรงน้อยเสียที่ไหน หากก้าวล้ำอาณาเขตส่วนตัวของเขาแล้วทำให้เขาโกรธขึ้นมา แม้แต่ท่านปู่กับท่านย่ายังไม่อาจทัดทานนะเ๯้าคะ”

            “อืม...”

            หยางจงพยักหน้าเนิบช้าเห็นด้วยอย่างไม่เห็นเป็๞อื่น เพราะหยางเจี้ยนไม่เคยทำให้คนในตระกูลต้องเป็๞กังวลหรือผิดหวังเลยสักครา เขาเติบโตมาด้วยความองอาจ เก่งกล้าสามารถ ทำตัวเหมาะสมกับตำแหน่งผู้สืบทอด สมควรเป็๞ผู้นำ เป็๞ทั้งที่พึ่งและหลักยึดให้คนทั้งตระกูล  น่ายกย่องทุกประการ มีใครกล้าขัดใจที่ใด?

            ฟางเหนียงเห็นสามีนั่งจิบชาเงียบขรึม ไม่เอ่ยปากเ๱ื่๵๹บุตรชายอีกก็คลี่ยิ้มละมุนอ่อนโยนดุจสายลมวสันต์ อบอุ่นปานนั้น “ท่านพี่พักผ่อนเถิดเ๽้าคะ เ๱ื่๵๹เจี้ยนเอ๋อร์ เอาไว้ข้าจะจัดการเอง”

            เพราะหากให้เขาแทรกแซง คงไม่แคล้วพากันเข้าข้างอนุคนงามหยาดเยิ้มแต่เปี่ยมเล่ห์มารยาผู้นั้น

            หึ! พ่อสามีก็เข้าข้างฝ่ายอนุไปแล้วคนหนึ่งปะไร!

            “อืม...ทำตามเ๯้าว่าเถิด”

            “เ๽้าค่ะ”

            เมื่อเดินออกมาจากห้องหนังสือของสามีไกลแล้ว ฟางเหนียงจึงบ่นเสียงเบากับสาวใช้คนสนิทข้างกาย              

            “ข้าคิดว่าตนเองเลือกเฟ้นมาดีแล้วเชียว ไหนว่ากิริยามารยาทดีงาม สงบเสงี่ยมเจียมตน แล้วการที่อนุวิ่งโร่เข้าไปถึงโถงกลางเพื่อฟ้องร้องภรรยาเอกคืออันใด?”

            เ๹ื่๪๫นี้หากเงียบไว้แล้วปล่อยครอบครัวบุตรชายจัดการเองก็ย่อมได้ หรือมาบอกนางที่เป็๞แม่สามีก็พอแล้ว

            การเข้าพบผู้เฒ่านั้น ขนาดสะใภ้สกุลไป๋ยังต้องไปเยี่ยมคารวะนางผู้เป็๲แม่สามีก่อนแล้วค่อยให้นางพาเดินมาหาท่านผู้เฒ่าด้วยกัน

            การที่อนุซู่ไปคุกเข่าสะอึกสะอื้นร่ำไห้บีบน้ำตาอย่างน่าเวทนาชวนสงสารแต่กลับจับใจคนมองขนาดนั้น และยังทำต่อหน้าท่านผู้เฒ่าเพื่อกดดันขอคืนความยุติธรรมเช่นนั้น จะอย่างไรในฐานะภรรยาเอกด้วยกัน ฟางเหนียงไม่อาจยอมรับการกระทำของอนุที่ข้ามหน้าข้ามตาลูกสะใภ้ไป๋ได้

            สาวใช้ทำท่าขบคิด ก่อนตัดสินใจเอ่ย “เรียนฮูหยิน บ่าวขอบังอาจกล่าวสักคำ”

            “พูดมาเถอะ”

            “เมื่อเช้า บ่าวแอบเห็นอนุซู่เดินมากับฮูหยินรอง แต่แยกย้ายกันก่อนเข้าโถงกลางเ๽้าค่ะ”

            ฟางเหนียงเงยหน้าขึ้นช้าๆ

            “หืม...”