หลังจากมื้อเช้าที่เต็มไปด้วยเป็ดปักกิ่งและคำทำนายหุ้น ชิงเซียนรู้สึกว่าร่างกายของพี่ชายทั้งสามคนนั้น "หย่อนยาน" เกินกว่าจะปกป้องใครได้ แม้แต่ตัวเองเธอยังคิดว่าถ้ามีโจรบุกบ้าน ไอ้พี่ชายสามคนนี้คงทำได้แค่ยืนเก๊กหล่อแล้วโดนปล้นเอาเงินไปง่ายๆ
[เฮอะ! ดูไอ้พวกนี้สิ นั่งหลังงอ ปอดแฟบ พลังชีวิตเหือดแห้งเหมือนต้นหญ้าขาดน้ำ ถ้าข้าไม่ช่วยฝึกให้พวกเ้ามี 'ลมปราณ' ติดตัวบ้าง วันหน้าเกิดยัยจิ้งจอกนั่นจ้างมือดีมาลอบสังหาร พวกเ้าคงได้ไปเฝ้ายมบาลั้แ่นาทีแรกแน่ๆ!]
พี่ชายทั้งสามที่กำลังนั่งเช็กพอร์ตหุ้น (ตามคำแนะนำในหัวชิงชิง) ถึงกับสะดุ้งโหยง 'ฝึกลมปราณ?' 'ไปเฝ้ายมบาล?' พวกเขารีบเงยหน้าขึ้นมองน้องสาวที่ตอนนี้ยืนกอดอก มองมาด้วยสายตาประดุจอาจารย์ปู่มองศิษย์ี้เี
"เอ่อ... ชิงชิง มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ? ทำไมมองพวกพี่แบบนั้น?" หวังลั่ว (พี่รอง) ถามอย่างนอบน้อม
"ข้าว่าพวกท่านดูอ่อนแอเกินไป" ชิงเซียนเอ่ยเสียงเรียบ "ในฐานะที่ข้ากลับมาเป็คนในตระกูลหวัง ข้าจะสอนวิธีการ 'ออกกำลังกาย' แบบโบราณให้พวกท่านสักหน่อย... ถือเป็ค่าเป็ดเมื่อเช้า"
[ออกกำลังกายอะไรกันล่ะ... นี่มันคือ 'ท่าสยบมารแปดทิศ' ต่างหาก! ถ้าพวกเ้าทนได้สามก้านธูป ร่างกายจะแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า แต่ถ้าทนไม่ได้... ก็แค่นอนหยอดน้ำข้าวต้มไปสามวัน!]
พี่ชายทั้งสามมองหน้ากัน 'ท่าสยบมารแปดทิศ?' ชื่อฟังดูอลังการมาก แต่พอเห็นชิงเซียนสั่งให้พวกเขายืนแยกขา ย่อเข่าลงครึ่งหนึ่ง (ท่าขี่ม้า) แล้วยื่นแขนออกมาตรงหน้าโดยห้ามขยับ... พวกเขาก็คิดว่ามันคงไม่ยากอะไร
"ย่อลงไปอีก! หลังตรง! ห้ามสั่น!" ชิงเซียนะโสั่งพลางเดินวนรอบตัวพวกเขา
[โถ่... แค่นี้ก็ขาสั่นเป็เ้าเข้าแล้วรึ? ไอ้พี่ใหญ่... พุงเ้าเริ่มจะยื่นออกมาบังหัวเข่าแล้วนะ ส่วนไอ้พี่รอง... แขนลีบเหมือนขาตั๊กแตนแบบนี้จะไปผ่าตัดใครไหว? ส่วนเ้าน้องสาม... เอาแต่เต้นกินรำกินจนลืมฝึกฐานราก ถ้าโดนลมพัดแรงๆ คงปลิวไปติดเสาไฟแน่ๆ!]
คำด่าในใจที่พุ่งเข้าใส่แบบนันสต็อปทำให้พี่ชายทั้งสามถึงกับ "กัดฟันสู้" เพราะไม่อยากโดนน้องสาวตราหน้าว่าห่วยแตก!
"อึ๊ก... ชิงชิง พี่เริ่มรู้สึก... ร้อนที่ท้องแล้ว" หวังอี้เหงื่อแตกพลั่ก
"นั่นแหละคือ 'จุดตันเถียน' ของท่านกำลังถูกกระตุ้น" ชิงเซียนตอบ (แต่อันที่จริงในใจคือ: [นั่นคือไขมันเป็ดเมื่อเช้ามันกำลังประท้วงต่างหากล่ะเ้าโง่!])
ผ่านไปเพียงสิบนาที พี่ชายทั้งสามก็เริ่มสั่นไปทั้งตัวราวกับถูกไฟดูด ชิงเซียนเดินเข้าไป "ปรับท่า" ให้ทีละคน โดยการเอานิ้วจิ้มเบาๆ ไปที่จุดชีพจรที่หลัง
ปึก! ปึก! ปึก!
"โอ๊ย!!!" ทั้งสามคนร้องออกมาพร้อมกัน ความรู้สึกเหมือนโดนไฟฟ้าสถิตแรงสูงวิ่งเข้าสู่ไขสันหลัง แต่น่าแปลก... หลังจากความเจ็บจี๊ดหายไป พวกเขากลับรู้สึกว่าเรี่ยวแรงที่เคยหมดไปมันกลับมามหาศาล และสายตาก็ดูสว่างแจ่มใสขึ้นอย่างประหลาด
[หึ... ข้าช่วยเปิดจุดชีพจรให้เบาๆ ถือเป็บุญของพวกเ้าแล้วนะ ถ้าเป็ที่สำนัก ข้าต้องให้พวกเ้าไปแบกน้ำขึ้นดอยเจ็ดวันก่อนถึงจะทำแบบนี้ให้ได้!]
หวังลั่วที่เป็หมอถึงกับตาโตเขารู้สึกได้ถึงระบบไหลเวียนโลหิตที่ทำงานดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ 'นี่มันไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย... แต่นี่มันคือปาฏิหาริย์!'
ขณะที่ทั้งสามคนกำลังยืนท่าขี่ม้าสู้ตายอยู่นั้นเอง... เฟยหลง ก็เดินเข้ามาในบ้านพอดี เขาหยุดนิ่งอยู่ตรงประตูมองภาพพี่ชายมหาเศรษฐีทั้งสามคนยืนย่อขา เหงื่อโชก และมีชิงเซียนเดินถือพัดจิ้มหลังพวกเขาทีละคน
"นี่... กำลังทำอะไรกันอยู่เหรอครับ?" เฟยหลงถามด้วยความสงสัย
ชิงเซียนหันไปมองคู่หมั้นหน้าปลาทูของเธอ [มาได้จังหวะพอดี! ไอ้หน้าปลาทูนี่ดูท่าทางจะมีพื้นฐานดีกว่าพวกปลากระเบนสามตัวนี้เยอะ... ดูสิ กล้ามเนื้อใต้สูทนั่นแน่นปั๋ง พลังชีวิตโชติ่ชัชวาล ถ้าได้เอามาเป็ 'กระสอบทราย' ฝึกวิชาให้ข้า พลังเซียนของข้าคงก้าวะโแน่ๆ!]
เฟยหลงถึงกับสะดุ้ง 'กระสอบทราย?' ยัยเซียนสาวคนนี้เห็นเขาเป็อะไรกันแน่!
"ผมมารับคุณไปดูตึกครับชิงชิง... แต่ถ้าคุณยุ่งกับการ 'ทรมาน' พี่ชายอยู่ ผมรอได้นะ" เฟยหลงแกล้งเย้า
"ข้าเสร็จพอดี" ชิงเซียนสะบัดมือให้พี่ชายทั้งสามเลิกท่า "พวกท่านไปพักได้ อีกสองชั่วโมงค่อยไปแช่น้ำเกลือนะ จะได้ไม่ระบม"
พี่ชายทั้งสามล้มลงไปกองกับพื้นทันทีราวกับขี้ผึ้งลนไฟ แต่สายตาที่มองชิงเซียนกลับเต็มไปด้วยความเคารพรัก (และหวาดกลัวเล็กน้อย)
"ขอบใจนะ... ชิงชิง" หวังอี้พูดปนหอบ "พี่รู้สึก... แข็งแกร่งขึ้นจริงๆ"
ชิงเซียนไม่ได้ตอบ เธอหันไปหาเฟยหลงแล้วเดินนำออกไปทันที [รีบไปตึกนั่นเถอะ ข้าอยากเห็นจะแย่แล้วว่าไอ้อาถรรพ์ที่ว่ามันจะแน่แค่ไหน แล้วถ้าข้าช่วยเ้าได้... เ้าต้องจ่ายข้าด้วยของอร่อยที่อร่อยกว่าเป็ดปักกิ่งนะ ไอ้หน้าปลาทู!]
เฟยหลงเดินตามหลังไปพลางยิ้มกริ่ม 'ได้เลยครับแม่คุณ... นอกจากของอร่อยแล้ว ผมอาจจะจ่ายด้วย 'ตัวผมเอง' เป็ของแถมให้คุณเอาไปบ่มเพาะคู่ด้วยนะ'