ิจูใจเต้นระรัวเธอใช้ชีวิตในยุคนี้แต่ดันตักน้ำจากบ่อไม่เป็ ดูเหมือนจะฟังไม่ขึ้นจริงๆ
ถึงเื่นี้เธอจะทำไม่เป็แต่ถ้าเป็การกุเื่ขึ้นมาเนี่ยของถนัดเธอเลยล่ะ!
เมื่อความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวิจูก็อธิบายออกมาอย่างหน้าตาเฉย “ตอนที่ฉันเกิดมีคนบอกว่าฉันมีดวงไม่ถูกกับน้ำ จะเจอเื่ร้ายเคราะห์ร้ายจากน้ำได้ง่ายดังนั้นตอนปู่กับย่ายังมีชีวิตอยู่ พวกท่านจึงไม่เคยให้ฉันตักน้ำเลยงานพวกนี้ในบ้านปู่ ย่า และป้าจะเป็คนจัดการเองหมดเลยค่ะ”
เป็ไปตามคาดหลังจากเจียงตั่วได้ยินคำอธิบาย เขาก็ละสายตาที่จ้องมองเธออยู่
เขาเดินเข้าไปหารับเชือกจากมือของิจู ร่างกายที่สูงใหญ่ยืนอยู่ตรงนั้น ทำให้ิจูที่อยู่ข้างๆดูตัวเล็กบอบบางลงไปอีกและยังช่วยบังแสงแดดยามเย็นที่กำลังแผดเผาให้เธอโดยไม่รู้ตัว
เจียงตั่วจับเชือกแล้วถอยมันลงไปในบ่อถังน้ำก็จมลงไปถึงก้นบ่ออย่างง่ายดาย
ิจู“...”
ตา:ดูแล้วน่าจะทำได้
มือ:ยังทำตามไม่ได้อยู่ดี!
แขนกำยำของเจียงตั่วดึงขึ้นมาได้อย่างง่ายดายเขายกน้ำขึ้นมาหนึ่งถัง จากนั้นก็ยกขึ้นมาอีกถัง
หลังจากตักน้ำทั้งสองถังเสร็จิจูก็หยิบคานหามขึ้นมาเอง คล้องถังทั้งสองไว้ จากนั้นก็ย่อตัวลงแล้วก็ยกไม้คานขึ้นบ่า แต่...
หนักมาก!ไหล่บอบบางของเธอ รับน้ำหนักนี้ไม่ไหว!
เมื่อเห็นใบหน้าหวานน่ารักของหญิงสาวบิดเบี้ยวจนแดงก่ำเจียงตั่วขมวดคิ้วมุ่นภรรยาตัวน้อยที่กำลังจะแต่งงานด้วยคนนี้ช่างอ่อนแอเสียจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จริงๆ
เจียงตั่วจึงเดินไปข้างตัวของหญิงสาวแล้วย่อตัวลงถือถังน้ำขึ้นมาข้างละถังก่อนจะหมุนตัวเดินตรงกลับไปทางบ้านของิจูโดยไม่พูดไม่จา
ิจูเห็นการกระทำนั้นก็ตกตะลึงไปชั่วขณะเมื่อตั้งสติได้ เธอก็รีบถือไม้คานวิ่งตามไปแต่ก็เห็นเจียงตั่วที่ถือถังน้ำสองใบเดินลิ่วนำไปอย่างรวดเร็วซะจนเธอตามเขาไม่ทัน!
แหม่คนหนุ่มแข็งแรงกำยำนี่มีเสน่ห์จริงๆ!
เมื่อถึงหน้าบ้านของิจูเจียงตั่วก็เดินเข้าไปในลานบ้านทันที ลานบ้านที่ตอนกลางวันยังรกอยู่นั้นในตอนนี้ได้ถูกปัดกวาดและทำความสะอาดจนหมดจดแล้ว
ดูเหมือนว่าบ่ายนี้เธอคงยุ่งมากทีเดียว
เขาเข้าไปในบ้านแม้ห้องครัวจะเรียบง่าย แต่ก็จัดข้าวของอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยเมื่อเห็นตำแหน่งของโอ่งน้ำ เจียงตั่วก็เดินเข้าไปเทน้ำให้
โอ่งน้ำไม่ใช่ใบเล็กๆอย่างน้อยก็น่าจะเติมน้ำได้อีกสี่ถัง
เขาหันกลับไปมองิจูแล้วพูดว่า“เธอรออยู่ในบ้านเถอะ ฉันจะไปตักน้ำมาให้อีกสองรอบ”
ิจูพยักหน้า“งั้นก็ลำบากคุณแล้ว ขอบคุณนะคะ”
เจียงตั่วเพิ่งเดินออกไปสองก้าวพอได้ยินคำขอบคุณ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองิจู...
ใครๆก็บอกว่าเธอเป็คนไร้เหตุผล แต่ยิ่งมองเธอก็...เรียบร้อยน่ารักดีนี่นา?
เจียงตั่วหลุบตาลงจากนั้นก็ถือถังน้ำเดินจากไป
ิจูมองไปที่พระอาทิตย์ที่กำลังลาลับขอบฟ้าถึงเวลาต้องเตรียมอาหารเย็นแล้ว!
แต่ที่บ้านไม่มีทั้งแป้งไม่มีทั้งข้าว อาหารหลักก็มีแต่หัวมันเทศ หรือไม่ก็ขนมปังแป้งข้าวโพด
เมื่อนึกถึงเคล็ดลับการทำขนมปังแป้งข้าวโพดที่ยายเคยสอนิจูก็เลิกคิ้วขึ้น เธอตักถั่วเหลืองสองกำมือจากไหเล็กๆ แล้วนำไปแช่น้ำ
จากนั้นเธอก็ถือชามกระเบื้องสีขาวใบเล็กไปยังห้องใต้ดิน...
เมื่อนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นที่นี่เมื่อเช้าใบหน้าของเธอก็ร้อนผ่าว ตลอดทั้งบ่ายที่ยุ่งจนไม่มีเวลาเธอจึงลืมเื่นี้ไปแต่ขาทั้งสองข้างยังปวดเมื่อยอยู่เลยจนถึงตอนนี้!
มัวคิดมากไม่ได้ิจูรีบหยิบมันฝรั่งสองสามหัวแล้วก็ออกมาอย่างรวดเร็ว
ไม่กี่นาทีต่อมามันฝรั่งก็ล้างและปอกเปลือกแล้วเรียบร้อย เธอหั่นเป็เส้น แช่น้ำไว้ในชามจากนั้นก็เริ่มจัดการปลาที่จับมาเมื่อบ่าย
ตอนที่เจียงตั่วกลับมาพร้อมกับถังน้ำเป็ครั้งที่สองเขาก็เห็นิจูนั่งยองๆ อยู่ที่มุมลานบ้านมือถือมีดจ้องมองปลาในกะละมังอยู่นานโดยไม่ยอมลงมือเสียที
เขาคิดว่าิจูคงไม่กล้าฆ่าปลาตัวนั้น
เจียงตั่ววางน้ำลงและเดินเข้าไปหาเขากำลังจะเอ่ยปากช่วยเธอขอดเกล็ดแต่ก็เห็นหญิงสาวจัดการกับปลาตัวนั้นอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วมีดกรีดครั้งเดียวก็ผ่าท้องปลาได้ทันที
ฝีเท้าของเจียงตั่วชะงักไปเขารู้สึกว่าวิธีการของิจูนั้นดูชำนาญเสียจริง
ิจูไม่รู้ว่ามีคนอยู่ข้างหลังสองมือเรียวสวยยังคงตั้งใจทำความสะอาดเครื่องในปลาอย่างขะมักเขม้นเธอเป็ถึงแพทย์ฉุกเฉินที่เก่งกาจเื่ที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดจึงไม่ใช่เื่ที่เกินความสามารถของเธอ
เมื่อรู้สึกว่ามีเงาบดบังอยู่ข้างหลังิจูก็หันไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็เจียงตั่วกลับมาแล้วเธอก็เผยยิ้มหวานน่าเอ็นดูออกมา
“โอ่งน้ำเต็มแล้วหรือคะ คุณนี่เก่งจริงๆ เลย ถ้าให้ฉันตักน้ำเองอย่างน้อยคงต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง!”
เจียงตั่ว“...”
พอยิ้มแบบนี้ก็ยิ่งดูเหมือนเด็กผู้หญิงอายุสิบห้าสิบหก
เขาเดินเข้าไปใกล้กอ่นจะคุกเข่าข้างเดียวที่ขอบกะละมัง ตั้งใจจะยื่นมือออกไปช่วย
ิจูรีบดึงกะละมังมาไว้ข้างตัวแล้วพูดว่า“อย่าให้มือคุณเปื้อนเลย เื่นี้ฉันทำเองได้ค่ะคุณเข้าไปนั่งพักในบ้านเถอะ ในกาต้มมีน้ำอยู่ ถ้าจะดื่มก็รินเองได้เลยฉันไม่ถือหรอกค่ะ”
เจียงตั่วไม่ได้ขยับไปไหนเขาจ้องมองเธอนิ่งๆ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งจึงพูดขึ้นว่า“ฉันมีเื่จะถามเธอสักข้อ ไม่ได้จะจับผิดอะไรนะแต่ถ้าจะแต่งงานกัน มีขั้นตอนบางอย่างที่เราต้องทำ”
ิจูไม่ได้คิดมากพยักหน้าตอบอย่างสบายๆ “คุณถามมาได้เลยค่ะ”
“ฉันได้ยินมาว่า...ย่าของเธอเป็คุณหนูตระกูลผู้ดีใช่ไหม?”
ได้ยินดังนั้นิจูก็ขมวดคิ้ว ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมก็เป็อย่างนั้นจริงๆแต่ไม่น่าจะมีคนรู้มากนัก
“ใครบอกคุณคะ?”
“หัวหน้าหมู่บ้าน เขาเพิ่งเรียกฉันไปคุย แล้วก็พูดถึงเื่นี้ขึ้นมา”
ิจูคิดว่าคงไม่ใช่แค่การพูดคุยธรรมดาหรอก
หัวหน้าหมู่บ้านคนนั้นกำลังพยายามสร้างความแตกแยกอยู่ชัดๆ!
ใบหน้าอ่อนเยาว์ของิจูที่แต่เดิมดูอ่อนหวานมีแววโกรธเล็กน้อย“ใช่ค่ะ คุณย่าของฉันเคยมีฐานะแบบนั้น แต่ทวดของฉันเป็คนกลุ่มแรกๆที่อุทิศตนให้กับประเทศชาติตอนนั้นท่านเคยบริจาคทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อสนับสนุนประเทศเลยนะคะคุณย่าก็เป็พยาบาลสนามรบั้แ่อายุสิบเจ็ดปีไม่รู้ว่าช่วยชีวิตคนไปเท่าไหร่แล้ว! ส่วนปู่กับพ่อของฉัน...พวกท่านเสียสละชีวิตเพื่อชาติค่ะจนวินาทีสุดท้ายพวกท่านก็ยังเป็วีรชนผู้เสียสละ!”
พูดจบเธอก็หันไปมองเจียงตั่ว “ถ้าคุณคิดว่าฐานะของฉันไม่คู่ควรงั้นงานแต่งงานนี้ของเราก็ยกเลิกกันไปเถอะค่ะ”
คำพูดหนักแน่นของเธอตอกย้ำลงไปในใจของเจียงตั่วทีละคำ
ทำไมครอบครัวของเธอจะไม่คู่ควรกับเขา?
เขาต่างหากที่ไม่เคยรู้สถานการณ์ของครอบครัวิจูทำให้เธอต้องคิดมากไปเอง
ิจูเห็นชายหนุ่มตรงหน้าไม่ได้พูดอะไรเธอก็รีบล้างเืปลาออกจากมือลวกๆ แล้วลุกขึ้นยืน “ฉันจะไปเอาเงินสินสอดมาคืนให้คุณค่ะ”
เจียงตั่วเห็นดังนั้นเขาก็รีบยกมือจับข้อมือิจูไว้ แม้จะไม่ได้ออกแรงมากนักแต่ก็สามารถฉุดรั้งเธอไว้ได้อย่างง่ายดาย ทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้
สีหน้าของเขาบึ้งตึงชายหนุ่มมองหญิงสาวใจร้อนตรงหน้า ขมวดคิ้วแล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ“เธออย่าคิดมาก เื่นี้ไม่เกี่ยวกับฐานะทางครอบครัวของเธอ”
ิจูเลิกคิ้วขึ้นเขาอยากจะบอกว่าเขาไม่ได้ดูถูกฐานะทางครอบครัวของเธอหรือว่า...ไม่สนใจเื่พวกนี้กัน?
แต่ถ้าไม่สนใจแล้วจะถามขึ้นมาทำไมล่ะ?
ิจูจ้องมองเจียงตั่วที่ดูเคร่งขรึมแล้วจู่ๆ ก็เกิดความคิดอยากจะแกล้งเขาขึ้นมา เธอจึงเผยรอยยิ้มหวานดวงตาเริ่มเป็ประกายและถามอย่างน่ารักว่า “แล้วยังไงคะ?ผู้กองเจียง คุณพูดไม่ตรงประเด็นหรือเปล่า? สรุปว่าคุณ้าฉันไหมคะ?”